บทที่ 68 ขนปูน

บทที่ 68 ขนปูน
ผู้จัดการโจวได้ยินดังนั้นก็รีบเงยหน้าละล่ำละลักตอบ
"พว...พวกเราช่วยคุณขนปูนได้ครับ!"
พูดยังไม่ทันขาดคำ เหมือนกลัวจะไม่หนักแน่นพอ จึงรีบเสริมว่า
"วางใจได้เลยครับ พวกเราเป็นมืออาชีพ!"
หลี่อวี่มองมันอย่างขบขัน ชี้ไปทางคนงานผอมโซกลุ่มนั้น
"พวกเขาอาจจะมืออาชีพ แต่พวกแกเนี่ยนะ? อีกอย่าง... แค่ขนปูนต้องใช้ความเป็นมืออาชีพด้วยเหรอ?"
"..."
"เออ ได้... งั้นพวกแกก็ไปขนซะ"
กลุ่มผู้จัดการโจวรีบดีดตัวลุกขึ้นทันที หลี่อวี่สั่งให้พาหลี่เถี่ยและคนอื่นๆ ไปที่โกดังเก็บปูน
ขณะเดียวกัน รถบรรทุกของทีมงานที่จอดรออยู่ตรงหัวมุมก็ทยอยขับตามเข้ามา
ผู้จัดการโจวเปิดประตูโกดัง ลูกน้องที่เป็นพนักงานประจำของมันก็กุลีกุจอเข้าไปเตรียมขนย้าย
จังหวะที่กลุ่มคนงานพาร์ทไทม์เดินมาเจอกับกลุ่มผู้จัดการโจว บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน
ทำท่าจะวางมวยกัน หลี่อวี่เห็นท่าไม่ดีจึงยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด
ปัง!
"ขนของก่อน!" หลี่อวี่ตวาดลั่น
เหล่าคนงานพาร์ทไทม์จ้องมองพวกผู้จัดการโจวด้วยความเคียดแค้น หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาถูกขังและทรมานสารพัด
แม้ในใจอยากจะฉีกอกพวกมันแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าความเด็ดขาดของหลี่อวี่ ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน
ได้แต่กล้ำกลืนความแค้น ก้มหน้าก้มตาขนปูนต่อไป
หลี่อวี่สั่งให้หลี่ฮ่าวหรานขับรถโฟล์คลิฟท์เข้ามาช่วย เพื่อความรวดเร็ว
พวกคนงานพาร์ทไทม์ที่เพิ่งกินบะหมี่และดื่มน้ำจนอิ่ม พอกลืนคำสุดท้ายลงคอก็รีบเข้ามาจะช่วยขน หลี่อวี่ไม่ได้ห้ามปราม
ช่วยชีวิตแล้ว ให้ข้าวให้น้ำแล้ว ออกแรงหน่อยก็เป็นเรื่องสมควร
ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนผมเริ่มหงอกที่จอนหูเดินเข้ามาหาหลี่อวี่ เหลือบมองกลุ่มผู้จัดการโจวแล้วกระซิบฟ้อง
"เถ้าแก่น้อยหลี่ครับ ไอ้พวกผู้จัดการโจวมันไม่ใช่คนดีหรอกนะ ก่อนหน้านี้เถ้าแก่ฮวากับครอบครัวก็โดนพวกมันนี่แหละขังไว้ข้างนอก จนสุดท้ายโดนซอมบี้รุมทึ้ง..."
หลี่อวี่หันกลับมา จ้องตาชายคนนั้นนิ่งๆ
"ฉันรู้แล้ว"
พูดจบเขาก็เงียบไป
ชายคนนั้นทำท่าเหมือนอยากจะพูดต่อ แต่เห็นท่าทีตัดบทของหลี่อวี่จึงยอมหุบปาก
หลี่อวี่กวักมือเรียกคนงานพาร์ทไทม์คนอื่นมาสอบถาม จนมั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง เถ้าแก่ฮวาเจ้าของโรงงานถูกไอ้พวกนี้ฆ่าโดยทางอ้อมจริงๆ
ปู่หลี่อวี้สือเดินลงมาจากรถ
เห็นกลุ่มผู้จัดการโจวในโรงงานก็ถามด้วยความสงสัย
"เสี่ยวอวี่ คนพวกนี้คือ?"
หลี่อวี่ตอบเสียงเรียบ
"พวกนี้เป็นคนงานจิตอาสาน่ะปู่ ตอนนี้กำลังช่วยเราขนของอยู่"
หลี่อวี้สือยิ้มแก้มปริอย่างคนใจดี
"งั้นเราต้องตอบแทนเขาหน่อยนะ เดี๋ยวแบ่งของให้พวกเขาสักหน่อย"
หลี่อวี่พยักหน้ารับ แต่ในใจกลับคิด: โลภมาก ปากดี ถ้าฉันไม่มีปืน ป่านนี้พวกมันทำอะไรไปถึงไหนแล้ว เถ้าแก่ฮวาก็ถูกพวกมันฆ่า... เดี๋ยวหลานจะแจก 'ลูกปืน' เป็นของตอบแทนให้พวกมันเอง
หลี่อวี่เดินไปหาลุงใหญ่กับพ่อ เล่าสถานการณ์ให้ฟัง
"ไอ้พวกนี้มันฆ่าเถ้าแก่ฮวา... เมื่อกี้ตอนผมไปที่หอพัก ก็เจอคนงานที่เคยสร้างกำแพงให้เรา เป็นคนบ้านเดียวกันมารับจ้างรายวัน ถูกไอ้ผู้จัดการโจวขังไว้กะจะปล่อยให้ตาย"
หยางเทียนหลงฟังจบก็พูดสวนทันที
"เลวระยำ... งั้นก็" เขาทำท่าปาดคอประกอบ
หลี่หงหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เถ้าแก่ฮวาแกเป็นคนดีนะ ทำไมลูกน้องแกถึงได้ใจดำอำมหิตขนาดนี้..."
หลี่อวี่หันไปมองพ่อแล้วพูดเตือนสติ
"คนเราย่อมรักตัวกลัวตาย ยิ่งตอนนี้เป็นวันสิ้นโลกแล้ว พ่อจะเอามาตรฐานจริยธรรมโลกเก่ามาวัดจิตใจคนตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ"
หลี่หงหยวนเงยหน้ามองลูกชาย แววตาแฝงความเศร้าสร้อย แต่ก็พยักหน้ายอมรับ
"เสี่ยวอวี่... เอาเถอะ ตอนนี้แกเป็นผู้นำ แกจะตัดสินใจยังไง พ่อก็เอาด้วย"
หลี่อวี่หันไปทางลุงใหญ่
"ผมเห็นด้วยกับเทียนหลง... เดี๋ยวรอจังหวะก่อน"
หลังจากคุยแผนกันสั้นๆ เขาก็สั่งให้หลี่เถี่ยและหลี่กังจับตาดูพวกมันไว้ ถ้าตุกติกให้ยิงทิ้งได้เลย
รถบรรทุก 6 คัน สามารถบรรทุกปูนได้ 180 ตัน ปูนหนึ่งกระสอบหนักประมาณ 50 กิโลกรัม
รวมแล้วต้องขนประมาณ 3,600 กระสอบ แต่เพราะรถถอยเข้าไปจอดเทียบในโรงงานได้เลย การขนย้ายจึงสะดวกมาก
แถมยังมีรถโฟล์คลิฟท์ช่วยทุ่นแรงอีก
กลุ่มผู้จัดการโจว 8 คน รวมกับคนงานเก่าอีก 6 คน รวมเป็น 14 แรงงาน ช่วยกันแบกหามจากด้านใน
หยางเทียนหลงกับลุงใหญ่ช่วยกันขับรถโฟล์คลิฟท์ลำเลียง
ระหว่างขนย้าย อาจเป็นเพราะผู้จัดการโจวไม่เคยทำงานใช้แรงงานหนักๆ มาก่อน
ทำไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เหงื่อท่วมตัว หอบแฮ่กๆ ลงไปนั่งกองกับพื้น
แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาอำมหิตของหลี่อวี่ที่จ้องอยู่ ก็ต้องรีบตะกายลุกขึ้นมาทำต่อ
ผิดกับพวกคนงานพาร์ทไทม์ที่ร่างกายชินกับงานหนัก พอได้กินอิ่มก็มีแรงฮึด
ขนปูนต่อเนื่องตลอดหนึ่งชั่วโมงโดยไม่หยุดพักแม้แต่นาทีเดียว
เริ่มขนตั้งแต่เก้าโมงเช้า ลากยาวไปจนถึงบ่ายโมง ในที่สุดปูนทั้งหมดก็ถูกย้ายขึ้นรถจนครบ
ตอนแรกหลี่อวี่คิดว่าจะกินเวลานานกว่านี้ แต่เพราะได้แรงงานเสริมมาช่วย งานเลยเสร็จเร็วกว่าที่คิด
หลังจบงาน หลี่อวี่มองดูคนสองกลุ่มที่แยกฝั่งกันอย่างชัดเจน
ผู้จัดการโจวปาดเหงื่อบนหน้า ส่งยิ้มประจบประแจงให้หลี่อวี่
"เถ้าแก่น้อยหลี่... ผลงานพวกเราใช้ได้ไหมครับ?"
หลี่อวี่พยักหน้า แต่ไม่ตอบอะไร
เขาหันไปพูดกับกลุ่มคนงานที่เคยสร้างฐานทัพแทน
"ฉันมีทางเลือกให้พวกน้าสองทาง หนึ่ง... กลับไปทำงานสร้างกำแพงให้ฉันเหมือนเมื่อก่อน ฉันมีอาหารให้ ทำงานหนึ่งวัน กินอิ่มหนึ่งวัน สอง... พวกน้าเป็นอิสระ อยากไปไหนก็ไป ฉันไม่รั้งไว้"
พวกคนงานได้ยินข้อเสนอก็ดีใจเนื้อเต้น ในยุควันสิ้นโลกแบบนี้ แค่มีงานทำแลกข้าวประทังชีวิตก็ถือเป็นโชคลาภมหาศาลแล้ว
แต่ในบรรดา 6 คน ดูเหมือนจะไม่ได้อยากไปกันทุกคน
ชายคนที่บอกเรื่องเถ้าแก่ฮวาคนแรกมีสีหน้าลังเล ก่อนจะพูดอย่างเกรงใจ
"ผ...ผมคงไปไม่ได้ครับ ผมอยากกลับไปดูที่บ้าน"
พอคนหนึ่งเปิดประเด็น เพื่อนคนอื่นๆ ก็เริ่มพูดขึ้นมาบ้างว่าอยากกลับไปดูบ้านเหมือนกัน
หลี่อวี่นิ่งคิด การเป็นห่วงครอบครัวเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เป็นสิ่งที่เข้าใจได้
เขาสอบถามที่อยู่ของแต่ละคน พบว่าอยู่ไม่ไกล มีสองคนอยู่ในตัวตำบล อีกไม่กี่คนอยู่หมู่บ้านข้างๆ นี่เอง ไม่เสียเวลาเดินทางเท่าไหร่ถ้าจะแวะไปส่ง
เขาจึงพูดขึ้นว่า
"ได้ งั้นฉันจะขับรถไปส่งพวกน้าที่บ้านก่อน แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกที"
เหล่าคนงานต่างดีใจ ยกมือไหว้ขอบคุณหลี่อวี่เป็นการใหญ่
หลี่อวี่เรียกหลี่เถี่ยมา สั่งให้พาคนงานทั้งหมดขึ้นไปนั่งบนรถบรรทุกหนัก
เพราะรถขนปูนยังพอมีที่ว่างเหลืออยู่บ้าง

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 68 ขนปูน

ตอนถัดไป