บทที่ 75 เสร็จก่อนกำหนด!
บทที่ 75 เสร็จก่อนกำหนด!
วันนี้เป็นเวรของหลี่หางและหลี่เถี่ยประจำการบนหอสังเกตการณ์ หลี่หางสอดส่องดูรอบทิศอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ
นับตั้งแต่คราวก่อนที่เขาแอบเล่นมือถือบนหอคอยจนไม่ทันสังเกตเห็นซอมบี้บุกและถูกลงโทษไป เขาก็ไม่กล้าประมาทเวลาเข้าเวรอีกเลย
หอสังเกตการณ์มีความสูงกว่าสิบเมตร ทำให้มองเห็นป่าในระยะไกลได้อย่างชัดเจน
หลี่หางยกกล้องส่องทางไกลขึ้นกวาดตามองแนวป่าไม่วางตา สปอตไลต์ส่องทางไกลข้างกายก็ถูกปรับทิศทางตามไปด้วย
ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นเงาสองร่างเคลื่อนไหวอยู่ในป่า
โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาเป่านกหวีดที่คาบไว้อยู่ในปากทันที
ปรี๊ด!
เสียงนกหวีดดึงดูดความสนใจของทุกคนในพริบตา ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลี่หาง
หลี่หางตะโกนสุดเสียง
"มีซอมบี้! เห็นซอมบี้สองตัว!"
กลุ่มคนที่กำลังก่อสร้างกำแพงตอบสนองราวกับนกที่ตื่นกลัวลูกธนู ทิ้งข้าวของในมือลงพื้นทันทีแล้ววิ่งหน้าตั้งไปยังประตูใหญ่
ประตูใหญ่ปิดอยู่ แต่ประตูเล็กเปิดรอไว้อยู่ตลอด
ตามแผนที่ซักซ้อมกันไว้ หากหอสังเกตการณ์ส่งสัญญาณเตือนภัย ทุกคนต้องหยุดงานในมือและถอยกลับเข้าฐานทัพทันที ห้ามโอ้เอ้เด็ดขาด
รอบนี้มีการระดมคนออกมาสร้างกำแพงกันเกือบหมดเพื่อเร่งงานให้ทัน
คนกว่ายี่สิบชีวิตวิ่งกรูกันไปที่ประตูเล็ก
ส่วนหลี่อวี่ หลี่เถี่ย หลี่กัง จ้าวต้าเพ่า และหยางเทียนหลง ยืนปักหลักอยู่แนวหลังสุด กระชับปืนกลมือในมือแน่นเพื่อคุ้มกันการถอยของทุกคน
การเลือกใช้ประตูเล็กแทนที่จะเปิดประตูใหญ่เป็นสิ่งที่คิดคำนวณมาดีแล้ว
ประตูใหญ่เปิดปิดยากและใช้เวลา ส่วนประตูเล็กนั้นสะดวกและรวดเร็วกว่า แถมความกว้าง 1.5 เมตรก็ไม่ได้แคบจนเกินไป
ด้วยจำนวนคนที่ไม่มาก ประตูเล็กจึงกว้างพอให้คนเบียดกันเข้าได้ทีละสามคนสบายๆ
อีกอย่าง ระยะทางจากป่ามาถึงจุดก่อสร้างก็ไกลหลายสิบเมตร ซอมบี้ต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะมาถึง แถมยังมีพวกหลี่อวี่ยืนถือปืนสกัดกั้นอยู่ด้านนอก
ต่อให้เป็นคลื่นซอมบี้บุกมาจริงๆ ทุกคนก็ยังถอยเข้าฐานทัพได้อย่างปลอดภัย
แต่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย สันดานดิบของมนุษย์มักจะถูกเผยออกมา หลี่อวี่หันกลับไปมองทางป่า เห็นเพียงซอมบี้แค่สองตัว จึงหันกลับมาโฟกัสที่ประตูเล็กมากกว่า
เขาต้องการใช้โอกาสนี้ดูปฏิกิริยาของพวกแรงงานพาร์ทไทม์
ว่าจะแย่งกันหนีตาย หรือจะเลือกทำอย่างอื่น
ทว่า คนในฐานทัพส่วนใหญ่ แม้จะตื่นตระหนกเล็กน้อยตอนได้ยินเสียงเตือนของหลี่หาง แต่พอตั้งสติได้ ความหวาดกลัวก็จางหายไป
พวกเขาผ่านการฆ่าซอมบี้มานับครั้งไม่ถ้วน จึงทยอยเข้าประตูเล็กไปอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการเบียดเสียดแย่งชิง
ในกลุ่มแรงงานพาร์ทไทม์ ติงจิ่วกำลังจะก้าวเข้าประตู แต่พอหันกลับมาเห็นหลี่อวี่ยังยืนอยู่ด้านนอก เขาก็ชักเท้ากลับทันที แล้ววิ่งย้อนกลับมาหาหลี่อวี่
ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่หลี่อวี่ช่วยลูกเมียเอาไว้ เห็นการกระทำของติงจิ่วก็แสดงสีหน้าลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอภาพที่หลี่อวี่ช่วยชีวิตครอบครัวเขาผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับคำสัญญาที่เขาเคยลั่นวาจาไว้ว่าชีวิตนี้เป็นของหลี่อวี่
เขาก็เลิกลังเล ก้มลงหยิบเหล็กเส้นบนพื้น แล้ววิ่งตามติงจิ่วไปสมทบกับหลี่อวี่
หลี่อวี่มองชายสองคนตรงหน้าที่มีสีหน้ามุ่งมั่นพร้อมพลีชีพด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ในใจลึกๆ คะแนนความยอมรับในตัวพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอีกระดับ
เมื่อหันไปเห็นว่าคนอื่นๆ เข้าประตูไปหมดแล้ว เขาก็โล่งอก
จากนั้นจึงหันไปบอกพวกหลี่เถี่ย
"พวกเราก็กลับเข้าฐานกันเถอะ"
จ้าวต้าเพ่าที่อยู่ข้างๆ เห็นซอมบี้สองตัวนั้นเดินพ้นแนวเงาไม้ออกมาแล้ว จึงวางปืนกลมือลง แล้วหยิบหน้าไม้ขึ้นมาเล็งยิงใส่พวกมันรัวๆ
ฉึก! ฉึก!
ซอมบี้สองตัวล้มลงกับพื้น
หลี่อวี่มองแรงงานพาร์ทไทม์สองคนที่ยังยืนอยู่ข้างๆ ตบไหล่พวกเขาเบาๆ แล้วยิ้มให้
"ยืนบื้ออะไรกันอยู่ ไปสิ กลับเข้าฐานกันก่อน"
เมื่อทุกคนกลับเข้ามาในฐานทัพ รออยู่พักใหญ่ก็ไม่เห็นซอมบี้ตัวอื่นโผล่มาอีก
หลี่อวี่เริ่มนั่งไม่ติด จึงพาหลี่เถี่ยกับคนอื่นๆ ถือไฟส่องสว่างออกไปลาดตระเวนดู หลังจากตรวจสอบในป่าจนแน่ใจว่าไม่มีซอมบี้ตัวอื่นแล้ว จึงเรียกทุกคนออกมาอีกครั้ง
การสร้างป้อมปราการหน้าประตู... ลุยต่อ!
เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้วงสนทนาเงียบลง ทุกคนก้มหน้าก้มตาเร่งมือทำงานกันอย่างขะมักเขม้น
อาจเป็นเพราะหลายวันที่ผ่านมา ซอมบี้ลดน้อยลงจนทำให้พวกเขาเริ่มหย่อนยาน แต่ฉากเมื่อกี้เหมือนเป็นแส้ที่มองไม่เห็น คอยเฆี่ยนตีให้พวกเขารรีบสร้างกำแพงให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป
เข้าสู่วันที่สามของการก่อสร้าง ด้วยความที่ทุกคนช่วยกันโหมงานโต้รุ่ง กำแพงป้อมหน้าประตูก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
เนื่องจากแดดแรงตลอดหลายวัน กำแพงส่วนที่สร้างเสร็จแรกๆ จึงแห้งสนิทและแข็งแกร่งมาก แต่คอนกรีตมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ยิ่งเพิ่งสร้างเสร็จและโดนแดดเผา ยิ่งต้องรดน้ำบ่มปูนเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกำแพง
ดังนั้นตลอดหลายวันนี้ พวกหลี่อวี่จึงคอยฉีดน้ำเลี้ยงผนังกำแพงอยู่เรื่อยๆ
คืนวันที่สามของการก่อสร้าง กำแพงป้อมหน้าประตูก็เสร็จสมบูรณ์
เสร็จก่อนกำหนดถึงสองวัน!
ประตูใหญ่ก็ถูกติดตั้งเรียบร้อยเช่นกัน ประตูบานนี้ทำจากเหล็กกล้าที่หามาจากตลาดค้าเหล็ก นำมาเชื่อมต่อกันจนได้ขนาดที่พอดี ตัวประตูหนาและหนักมาก ความหนาเกือบ 40 เซนติเมตร
แม้จะเป็นระบบเปิดปิดด้วยมือ แต่ก็ใช้หลักการคานดีดคานงัด ติดตั้งกลไกไว้บนกำแพงป้อม แค่หมุนล้อเพลาก็สามารถเปิดปิดได้ไม่ยาก
หลี่อวี่พอใจกับประตูบานนี้มาก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แทบไม่เห็นซอมบี้แม้แต่ตัวเดียว ราวกับโลกหยุดหมุน หรือไม่ก็ย้อนเวลากลับไปก่อนวันสิ้นโลกยุคที่ยังไม่มีซอมบี้
ในช่วงนี้ หลี่อวี่ยังคงพาคนงานขึ้นไปยืนบนกำแพงเพื่อรดน้ำบ่มปูนทุกวัน
เมื่อกำแพงสร้างเสร็จ ทุกคนก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก
ในช่วงเวลานี้ หลี่อวี่ได้เรียนรู้ภูมิหลังของคนงานเหล่านี้มากขึ้น:
ติงจิ่วเคยเป็นคนมีหน้ามีตามาก่อน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ชีวิตพลิกผันจนสูญเสียความมั่นใจ กลายเป็นคนหมดไฟ แต่เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวจึงต้องลดตัวมารับจ้างทั่วไปประทังชีวิต
ส่วนชายอีกคนที่หลี่อวี่ช่วยลูกเมียไว้ ชื่อว่า หวังเฉิง ทำงานอยู่แถวบ้านมาตลอด เคยขับรถบรรทุกส่งของ แต่เพราะต้องวิ่งรถทางไกลและอดหลับอดนอนบ่อยๆ จนไม่มีเวลาให้ครอบครัว สุดท้ายเลยกลับมาหางานทำใกล้บ้าน
คนงานอีกสามคนก็เป็นเพื่อนบ้านแถวบ้านเดิมของภรรยาไล่ตงเซิง ภรรยาของลุงตงบอกว่าคนพวกนี้ขยันขันแข็งและนิสัยดี
หลี่อวี่ไม่ได้รับปากหรือปฏิเสธความเห็นนั้น แต่จากการร่วมงานกันสร้างกำแพงและเหตุการณ์ซอมบี้สองตัวเมื่อวันก่อน พวกเขาก็ทำตัวได้น่าประทับใจ หลี่อวี่จึงไม่ได้จัดการอะไรเพิ่มเติม
สองวันต่อมา
ป้อมปราการหน้าประตูเสร็จสมบูรณ์ ประตูใหญ่ติดตั้งเรียบร้อย กำแพงผ่านการรดน้ำและตากแดดซ้ำไปซ้ำมาจนแข็งแกร่งดุจหินผา
แต่ทว่า... ในใจของหลี่อวี่กลับยังไม่สงบลง
จนป่านนี้ซอมบี้ก็ยังไม่มา นั่นทำให้เขายิ่งกังวล
จากประสบการณ์ของเขา ช่วงเวลาที่ซอมบี้เงียบหายนานเท่าไหร่ หมายความว่าพวกมันใช้เวลารวมกลุ่มนานเท่านั้น
และนั่นก็หมายความว่า... คลื่นซอมบี้ระลอกนี้ จะยิ่งใหญ่กว่าเดิมมหาศาล!