บทที่ 78 สามวันถัดมา

บทที่ 78 สามวันถัดมา
พายุฝนโหมกระหน่ำติดต่อกันมาสามวันสามคืนแล้ว!
ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ภายใต้พายุฝนอันน่าสะพรึงกลัว ท้องฟ้ามืดมิดดั่งน้ำหมึก จนแทบมองไม่เห็นมือตัวเอง
ท่ามกลางสายฝน แม้จะมีแสงไฟส่องสว่าง ก็ยากที่จะมองเห็นสิ่งของในระยะเกินสิบเมตร
ในตัวอำเภอแห่งนี้ ตามมุมอับที่ไม่มีใครเหลียวแล ยังมีผู้รอดชีวิตบางกลุ่มหลงเหลืออยู่
พวกเขาต่างใช้วิธีการของตัวเองในการต่อกรกับเหล่าซอมบี้
ณ โรงเรียนมัธยมซิงเฉิง อาคารเรียน
ผนังตึกหลุดร่อนเพราะแรงฝน แต่กลุ่มคน 6-7 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกอี้ฟูไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเลย
แสงสลัวลอดออกมาจากห้องฉายภาพยนตร์ที่ชั้น 5...
เด็กวัยรุ่นที่ดูเหมือนเด็กมัธยมต้น 5 คน กำลังจ้องมองไปที่ประตูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
อาหารของพวกเขาหมดเกลี้ยงไปตั้งแต่สามวันที่แล้ว เดิมทีวางแผนจะออกไปหาเสบียงในวันที่ฝนเริ่มตก แต่คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ใครจะไปคาดคิดว่าพายุฝนจะมาพร้อมกับความบ้าคลั่งของซอมบี้
ทั่วทั้งโรงเรียนเต็มไปด้วยซอมบี้ที่ดุร้าย
กลุ่มนี้มีครูสองคนเป็นผู้นำ เดิมทีในห้องเรียนมีนักเรียนกว่า 40 คน แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนถูกกัดและกลายเป็นซอมบี้ จนเหลือผู้รอดชีวิตเพียงเท่านี้ พร้อมกับครูอีกสองคน
และเมื่อสองชั่วโมงก่อน ครูทั้งสองตัดสินใจเสี่ยงตายออกจากห้องฉายหนังเพื่อไปหาอาหาร
เดิมทีตึกนี้ไม่มีซอมบี้ แต่เพราะการระบาดที่รุนแรง ประตูเหล็กม้วนชั้นล่างถูกซอมบี้พังเข้ามา ทำให้ซอมบี้บุกยึดตึกได้สำเร็จ
พวกเขาที่เคยปักหลักอยู่ชั้นสอง ต้องหนีตายขึ้นมาจนถึงห้องฉายภาพยนตร์
ประตูห้องฉายหนังเป็นแบบเก็บเสียง วัสดุจึงแข็งแรงทนทาน ซอมบี้ข้างนอกแทบจะพังเข้ามาไม่ได้
แต่เพราะทุกคนไม่ได้กินอะไรมานาน ขืนรอต่อไปจนหมดแรงก็คงมีแต่ตายกับตาย ครูทั้งสองจึงตัดสินใจออกไปหาอาหารอย่างไม่ลังเล!
ในวันสิ้นโลกที่มนุษยธรรมถูกทำลายลง ยังมีคนบางกลุ่มที่ยึดมั่นในอุดมการณ์!
พวกเขายึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มีครูหลายคนยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องนักเรียน
และครูสองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ก็ยอมเสี่ยงชีวิตออกไปเพื่อทุกคน
สองชั่วโมงสำหรับการรอคอยของเด็กๆ ช่างยาวนานราวกับสองศตวรรษ
พวกเขาอยากออกไปช่วยครูหาอาหาร แต่ก็ถูกห้ามไว้
เวลาผ่านไปช้าๆ แต่หน้าประตูยังไร้ความเคลื่อนไหว บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ... ยาวสอง สั้นหนึ่ง
ประตูถูกเปิดออกทันที
หญิงสาววัยประมาณ 26 ปี หน้าตาสะสวย รูปร่างดี ก้าวเข้ามา ใบหน้าซีดเผือด แววตาฉายความหวาดกลัวและโศกเศร้า มือข้างหนึ่งถือหอกเหล็ก อีกข้างหิ้วกระเป๋าเป้ที่อัดแน่นจนตุง
เมื่อเห็นประตูเปิด แววตาของเธอฉายความยินดีวูบหนึ่ง แล้วรีบแทรกตัวเข้ามาในห้อง
ประตูปิดลงและล็อคแน่นหนาทันที
เสียงคำรามของซอมบี้ดังไล่หลังมาติดๆ
"คะ...ครูเซี่ยล่ะครับ?"
"ครูหลิวครับ ครูเซี่ยทำไมไม่กลับมาด้วย?"
เด็กๆ เห็นครูสาวแซ่หลิวหิ้วกระเป๋าใบใหญ่กลับมาสองใบก็ดีใจ แต่พอไม่เห็นครูเซี่ยกลับมาด้วย ก็รีบเอ่ยถาม
ครูหลิวนิ่งเงียบ สีหน้าฉายแววเจ็บปวดรวดร้าว เธอมองแววตาใสซื่อของเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ความเป็นห่วง และความหวาดกลัว
เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พูดไม่ออก
เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ เด็กๆ ก็พอจะเดาชะตากรรมได้ เสียงสะอื้นไห้เริ่มดังขึ้นเบาๆ
ครูหลิวพยายามคุมสติ พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ครูเซี่ย... ถูกซอมบี้กัด ตอนนั้นเราโดนล้อม เขา... เขาเลยวิ่งเข้าไปขวางซอมบี้เพื่อให้ครูหนีกลับมา"
ภาพเหตุการณ์นั้นยังติดตา ครูเซี่ยยอมสละตัวเอง วิ่งเข้าหาฝูงซอมบี้ แม้ขณะถูกรุมทึ้ง มือของเขาก็ยังคว้าจับซอมบี้ไว้แน่นเพื่อซื้อเวลาให้เธอหนี
"พวกเราไปที่ตู้ขายของอัตโนมัติชั้นสาม ตอนแรกซอมบี้ยังน้อย แต่พอเก็บของเสร็จ จู่ๆ พวกมันก็แห่กันมาเยอะมาก
เรากะว่าจะหาห้องเรียนหลบก่อน แต่ใครจะคิดว่าซอมบี้มันจะวิ่งเร็วขนาดนั้น มันพุ่งชาร์จเข้ามาเลย ครูเซี่ยถึงต้องเอาตัวเข้าแลก..."
พูดจบ เธอก็ทรุดลงด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ความโศกเศร้าปกคลุมไปทั่วห้อง แม้พวกเขาจะชินชากับการสูญเสีย แต่ครั้งนี้มันเจ็บปวดและสิ้นหวังเหลือเกิน
นักเรียนหญิงสองคนร้องไห้โฮ นักเรียนชายอีกสามคนแอบปาดน้ำตาเงียบๆ
ครูเซี่ยเป็นครูที่เด็กๆ รักมากที่สุด แม้อายุจะมากแล้ว แต่หัวใจยังเป็นวัยรุ่น เด็กๆ ยังจำภาพที่เขายืนท่องบทกวี "เพลงนักโทษ" หน้าชั้นเรียนด้วยใบหน้าแดงก่ำและน้ำเสียงทรงพลังได้ดี:
ประตูสำหรับคนเดินเข้าออกถูกล็อคแน่นหนา
รูสำหรับหมามุดเข้าออกเปิดอ้าซ่า
เสียงหนึ่งตะโกนก้องว่า:
คลานออกมาสิ แล้วข้าจะให้เสรีภาพ!
ข้าปรารถนาเสรีภาพ
แต่รู้ซึ้งดีว่า
ร่างของมนุษย์มิอาจลอดผ่านรูสุนัข!
ข้าได้แต่เฝ้ารอ
วันที่
เปลวเพลิงจากใต้พิภพจะพวยพุ่ง
เผาผลาญโลงศพมีชีวิตนี้และตัวข้าให้วอดวาย,
ข้าจักได้รับชีวิตนิรันดร์ในกองเพลิงและเลือดเนื้อที่ร้อนระอุ.
นึกถึงใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอินในบทกวีของครูเซี่ย
นึกถึงเรื่องเล่าสนุกๆ ที่ครูเซี่ยสรรหามาเล่าแก้เบื่อในคาบเรียน
นึกถึงความเป็นกันเองที่ครูเซี่ยมีให้เหมือนเพื่อนต่างวัย
คนตายก็ตายไปแล้ว แต่คนอยู่ต้องสู้ต่อ
ครูหลิวกลั้นน้ำตา วางเป้ลงแล้วหยิบอาหารออกมาแจกจ่ายให้นักเรียนทีละคน
แม้เด็กๆ จะหิวโซ แต่เมื่อได้รับอาหาร กลับไม่มีความดีใจเลย อาหารในมือหนักอึ้ง... นี่คือสิ่งที่แลกมาด้วยชีวิตของครูเซี่ย!
เหมือนจะอ่านใจเด็กๆ ออก
ครูหลิวพูดขึ้นว่า
"ทุกคนกินกันก่อนเถอะ ครูเซี่ยคงไม่อยากให้ความเสียสละของเขาเสียเปล่า กินซะ! มีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าให้ความหวังของเขาต้องสูญเปล่า!"
เด็กๆ กลั้นสะอื้น ฉีกซองอาหาร แล้วยัดมันเข้าปากอย่างแกนๆ
และนี่... เป็นเพียงภาพจำลองเหตุการณ์เล็กๆ มุมหนึ่งของเมืองนี้เท่านั้น
ในมุมมืดอื่นๆ ยังมีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นอีกมากมาย บางคนถูกฉีกร่างทั้งเป็น บางคนถูกพบที่ซ่อนและถูกรุมกินโต๊ะ บางคนกลัวจนไม่กล้าออกไปหาอาหารสุดท้ายก็อดตาย
ราตรียังคงมืดมิด
แสงสว่างยังเดินทางมาไม่ถึง
ไม่มีใครรู้ว่าฝนจะหยุดเมื่อไหร่ หรือคลื่นซอมบี้จะจบลงตอนไหน
ทุกคนต่างกัดฟันสู้ ยื้อชีวิตรอความหวังในวันพรุ่งนี้
คนส่วนน้อยที่โชคดีมีเสบียงและที่ปลอดภัย ก็ยังพอประคองตัวไปได้
แต่คนส่วนใหญ่... กำลังตายลงท่ามกลางความสิ้นหวัง
ตราบจนลมหายใจสุดท้าย ก็ยังไม่เห็นแสงแห่งความหวัง
บางคนอดทนแล้วรอด
แต่คนส่วนมาก... อดทนแล้วก็จากไป
(จบตอน)

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 78 สามวันถัดมา

ตอนถัดไป