บทที่ 79 วันนี้กินปลาน้ำแดง
บทที่ 79 วันนี้กินปลาน้ำแดง
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง
พายุฝนโหมกระหน่ำพร้อมเสียงฟ้าคะนอง สายฟ้าแลบแปลบปลาบฉีกกระชากท้องฟ้ายามค่ำคืน ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งนอกฐานทัพถูกผ่าเปรี้ยงเดียวจนไหม้เกรียมเป็นตอตะโกในชั่วพริบตา
ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง สายฟ้าฟาดฟันราวกับงูเงินที่กำลังเกรี้ยวกราดอาละวาดไปทั่วฟ้าดิน
เสียงฟ้าร้อง บางครั้งก็ทุ้มต่ำ บางครั้งก็แผดเสียงกึกก้อง
เสียงสายฝนที่เทลงมาซู่ซ่าสอดประสานไปกับเสียงคำรามของสายฟ้า
น้ำฝนราวกับเขื่อนแตกเทลงมาจากฟากฟ้า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้บ่อเก็บน้ำบนภูเขาในฐานทัพเต็มปรี่จนล้น ต้องเปิดประตูระบายน้ำ ปล่อยน้ำจากท่อระบายน้ำใต้ดินของฐานทัพให้ไหลเชี่ยวลงสู่ที่ต่ำด้านนอก
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังขึ้นอีกครั้ง หลี่อวี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้อง ท่ามกลางแสงวูบวาบของสายฟ้า เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง ยกมือกุมหน้าผาก
มองดูพายุฝนที่โหมกระหน่ำนอกหน้าต่าง เขาหวนนึกถึงความฝันเมื่อครู่ ฝันถึงเหตุการณ์พายุฝนครั้งหนึ่งในชาติก่อนที่เขาย้อนเวลากลับมา ตอนนั้นเขาติดอยู่บนดาดฟ้าตึกเพียงลำพัง ทรมานอยู่นานถึง 5 วัน ตลอด 5 วันนั้นไร้ซึ่งแสงไฟ แม้แต่จะส่งเสียงดังเขาก็ยังไม่กล้า
ท่ามกลางพายุฝนยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บเข้ากระดูก เขาฝ่าฟันมันมาได้เพียงลำพัง
ความโดดเดี่ยว บางครั้งก็เป็นการดื่มด่ำอย่างหนึ่ง แต่หากโดดเดี่ยวเกินไป มันคือความทรมานขั้นสุด มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ในสังคมที่วุ่นวาย การได้ปลีกตัวมาอยู่คนเดียวบ้างถือเป็นการพักผ่อน
แต่การต้องอยู่คนเดียวในสภาพแวดล้อมที่มืดมิด ไร้สิ่งบันเทิง ไร้การผ่อนคลาย ซ้ำยังมีซอมบี้ที่พร้อมจะเจอตัวเราได้ทุกเมื่อ แถมยังต้องแช่อยู่ในน้ำฝนอันหนาวเหน็บ ความโดดเดี่ยวแบบนั้นคือการถูกเคี่ยวกรำอย่างแสนสาหัส
เขาส่ายหัว สัมผัสถึงไออุ่นที่ยังหลงเหลือบนผ้าห่ม และกลิ่นหอมจางๆ ในห้อง ซึ่งมาจากเครื่องหอมที่กักตุนไว้ก่อนหน้านี้
เขาเปิดหน้าต่าง ลมพัดพาละอองฝนเข้ามาที่ขอบหน้าต่าง ปะทะใบหน้าของหลี่อวี่ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ บิดขี้เกียจหนึ่งที จากนั้นก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบ
ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งไปตามสายลม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูเหม่อลอย จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย
ในชั่วขณะนี้ สมองของเขาว่างเปล่า ไม่คิด ไม่ไตร่ตรองสิ่งใด
เพียงแค่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หายใจเข้าออกอย่างเป็นธรรมชาติ
1 วินาที, 10 วินาที
1 นาที
2 นาที
ทันใดนั้น เขารู้สึกแสบร้อนที่นิ้วชี้ขวา สติค่อยๆ กลับคืนสู่สมอง
ความคิดต่างๆ นานาหลั่งไหลตามมา เขาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกแล้วส่ายหัว ความรู้สึกว่างเปล่าเมื่อครู่มันช่างมหัศจรรย์และน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก
สภาวะที่ไม่ยินดียินร้าย ไร้ความคิดปรุงแต่ง มีเพียงลมหายใจที่เป็นธรรมชาติ
มันทำให้เขาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาปิดหน้าต่าง แต่เสียงพายุฝนด้านนอกยังคงดังชัดเจน
เมื่อคืนเขาเฝ้ายามต่อเนื่องถึง 16 ชั่วโมง เดิมทีต้องเข้าเวร 3 กะ แต่เพราะเมื่อคืนสถานการณ์ค่อนข้างน่าหวาดเสียว เขาไม่วางใจ จึงต้องยืนระยะอยู่แนวหน้าต่ออีกหน่อย จนกระทั่งพวกซอมบี้เริ่มคลั่งน้อยลง หลี่ฮ่าวหรานกับคนอื่นๆ ถึงได้มาเปลี่ยนเวร
หลี่อวี่ดูเวลา ตอนนี้เที่ยงวัน 12:30 น. แล้ว แต่ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังมืดครึ้มไร้แสงตะวัน
การนอนครั้งนี้ เขาหลับไป 6 ชั่วโมงเต็ม
รู้สึกถึงความหิวที่ท้อง เขาสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ติดตั้งปืนกลมือและมีดสั้นที่พกติดตัวตลอดเวลา แล้วเดินลงไปข้างล่าง
พลางคิดในใจ:
พายุฝนตกหนักมาเป็นวันที่ 4 แล้ว ในช่วง 4 วันนี้ แม้ว่าคนในฐานทัพที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปจะเริ่มเข้าร่วมการต่อต้านซอมบี้ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีอยู่ 40 คน
ปัจจุบันประชากรในฐานทัพ ตั้งแต่กลุ่มหยางเทียนหลง จนถึงพวกคนงานก่อสร้างที่เข้ามาร่วมด้วย รวมทั้งหมดเป็น 45 คน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลุงใหญ่, อาสาม, สองพี่น้องหลี่เถี่ย-หลี่กัง, หยางเทียนหลง, จ้าวต้าเพ่า และคนอื่นๆ ล้วนเคยเป็นทหารมาก่อน บวกกับช่วงหลังมานี้ ภายใต้การเคี่ยวเข็ญของหลี่อวี่ เด็กรุ่นใหม่ที่อายุเกิน 16 ปีต่างก็เริ่มยิงปืนเป็นแล้ว
และภายใต้การฝึกฝนอย่างจงใจของหลี่อวี่ รวมไปถึงเหตุการณ์ออกไปฆ่าพวกเลขาธิการหมู่บ้าน หรือตอนออกไปขนปูนซีเมนต์และฆ่าพวกผู้จัดการโจว
สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความน่ากลัวของสันดานมนุษย์ในวันสิ้นโลก
การผ่านพ้นคลื่นซอมบี้ครั้งก่อน มาจนถึงคลื่นซอมบี้ในครั้งนี้ จะช่วยหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น!
เมื่อเผชิญความยากลำบาก จำเป็นต้องอดทนและผ่านมันไปให้ได้ เมื่อผ่านไปได้ก็จะแข็งแกร่งขึ้น หากในอนาคตต้องเจอสถานการณ์คล้ายกันอีก ก็จะรู้ว่าต้องรับมืออย่างไร จิตใจก็จะนิ่งสงบขึ้น นี่แหละคือการเติบโต
แม้แต่หลี่เจิ้งผิงที่ตอนนั้นอายุ 16 ปี หลังจากติดตามหลี่อวี่ออกไปคราวนั้น ได้เห็นความโหดเหี้ยมของแก๊งพี่หาว และความเด็ดขาดในการฆ่าคนของหลี่อวี่ บวกกับคำถามแทงใจดำจากหลี่อวี่ เขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
ตอนนี้ เขาก็กำลังต่อสู้กับซอมบี้บนกำแพงอย่างกล้าหาญ!
พอมาถึงห้องนั่งเล่น เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หลี่อวี่หยิบวิทยุสื่อสารที่พกติดตัวออกมา พูดสาย "ลุงใหญ่ สถานการณ์ทางฝั่งลุงเป็นไงบ้าง?"
ดูเหมือนว่าพายุฝนฟ้าคะนองจะรบกวนสัญญาณ ทำให้เสียงของลุงใหญ่ไม่ค่อยชัดเจนนัก
"ข้างหน้านี้... ข้างหน้ายังพอไหว แต่ว่า... พวก... พวกลำโพงที่เราเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ แบตหมดเกลี้ยงแล้ว พวกซอมบี้มันเยอะเหลือเกิน ไม่รู้เมื่อไหร่จะจบจะสิ้นสักที"
ท่ามกลางเสียงซ่าๆ ของคลื่นรบกวน หลี่อวี่พอจับใจความได้ จึงพูดว่า "ลุงรอผมแป๊บนะ กินข้าวเสร็จผมจะไปเปลี่ยนกะ"
ลุงใหญ่ตอบกลับ "ไม่ต้องรีบ แกเพิ่งลากยาวมา 16 ชั่วโมง นอนไปได้นิดเดียวเอง ไม่ต้องรีบ ทางนี้ฉันรับมือไหว"
หลี่อวี่ไม่ตอบรับ แต่เปลี่ยนไปวอหาหลี่หางที่เฝ้ากำแพงประตูด้านหลัง "ตอนนี้ทางด้านหลังซอมบี้เยอะไหม?"
หลี่หางได้ยินเสียงหลี่อวี่ก็ดีใจ พูดเสียงระรื่น "พี่! ตื่นแล้วเหรอ มาเลยๆ มาเปลี่ยนกะผมที ผมหิวไส้กิ่วแล้ว ให้ผมกลับไปกินข้าวหน่อย"
หลี่อวี่ได้ยินก็พูดอย่างเอือมระอา "คันไม้คันมือเหรอ? ทางนั้นสรุปมีสถานการณ์พิเศษอะไรไหม?"
"ไม่มี"
"งั้นรอฉันกินเสร็จ จะเอาข้าวไปส่งให้ แกกินมันที่ประตูหลังนั่นแหละ"
"..."
หลี่อวี่เลิกสนใจเขา วางวิทยุสื่อสารไว้ข้างๆ เปิดฝาครอบอาหารบนโต๊ะกินข้าว เห็นอาหารตรงหน้า มีปลาน้ำแดงหนึ่งถาดใหญ่ ซุปสาหร่ายไข่ และผัดผักกวางตุ้ง
ช่วงนี้เพราะพายุฝนเข้า ปลาในบ่อบนเขาเลยลอยขึ้นมาเยอะมาก แล้วไปติดตาข่ายกั้น ก็เลยจับมาทำอาหารเสียเลย
ปลาน้ำแดงทำออกมาได้สีสันสวยงามน่าทาน โรยต้นหอมซอยด้านบน หลี่อวี่ตักข้าวใส่ชามโคม คิดอยู่ครู่หนึ่งก็เดินไปหยิบเบียร์ออกจากตู้เย็นมาหนึ่งขวด แล้วเริ่มลงมือจัดการ
รสชาติความอร่อยเต้นระบำอยู่บนปลายลิ้น กระตุ้นต่อมรับรส หลี่อวี่เร่งความเร็วในการกิน ไม่นานก็จัดการปลาไปครึ่งตัวจนเกลี้ยง
เขามองดูฝาครอบจานอื่นๆ บนโต๊ะ ซึ่งเตรียมไว้ให้คนอื่น หลี่อวี่หยิบชามใบใหญ่มา เทกับข้าวและข้าวสวยลงไปรวมกัน แล้วหาฝามาปิดง่ายๆ
จากนั้นก็ลุกขึ้น เดินมุ่งหน้าไปยังประตูหลัง
เขาไม่ได้พกร่ม ในสถานการณ์พายุฝนถล่มทลายขนาดนี้ ร่มไม่มีประโยชน์อะไร ยังไงก็เปียกอยู่ดี
แต่โชคดีที่ทุกครั้งหลังจากเข้าเวรที่กำแพง กลับเข้ามาในฐานทัพพวกอาสะใภ้รองจะต้มน้ำขิงเตรียมไว้ให้ทุกคนดื่มไล่หวัด
หลี่อวี่ฝ่าพายุฝนเดินไปทางประตูหลัง เท้าเหยียบย่ำลงบนแอ่งน้ำจนแตกกระจายเปรอะเปื้อน แต่ก็ถูกสายฝนที่เทลงมาชะล้างไปอย่างรวดเร็ว