บทที่ 81 ค้นหาเสบียง
บทที่ 81 ค้นหาเสบียง
ขบวนรถที่ประกอบด้วยรถมินิบัสหนึ่งคัน รถบรรทุกขนาดใหญ่สองคัน และรถออฟโรดอีกหนึ่งคัน
กำลังมุ่งหน้าจากทิศเหนือมายังเมืองซิงเฉิง
เร่งเครื่องเต็มกำลัง อีกไม่ไกลก็จะถึงจุดหมาย
ภายในเมืองซิงเฉิง หลังจากคลื่นซอมบี้ถอยร่นไป เหล่าผู้รอดชีวิตต่างพากันออกมาเสาะหาเสบียง
ครูหลิวและกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมซิงเฉิงก็เดินออกมาจากตึกอี้ฟูเช่นกัน ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า ซอมบี้จำนวนมากหลบเข้าไปซ่อนตัวตามมุมมืด แต่ใต้ร่มไม้ก็ยังพอมีให้เห็นบ้างประปราย
พวกเธอกำอาวุธที่ทำขึ้นง่ายๆ ไว้ในมือ เริ่มออกค้นหาในโรงเรียน แต่หาอยู่นานก็ไม่พบอะไร เพราะอาหารในโรงเรียนถูกค้นไปจนเกลี้ยงตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
แถมในโรงเรียนยังมีซอมบี้ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดอีกเพียบ ทำให้พวกเธอไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปลึกกว่านี้
"ครูหลิวครับ เราลองออกไปหาข้างนอกดีไหมครับ ของที่ร้านสหกรณ์ถูกกวาดไปหมดแล้ว ไม่เหลือแม้แต่ขนมเส้นเดียวเลย" เด็กหนุ่มร่างกำยำคนหนึ่งเอ่ยขึ้น อายุ 15 ปี แต่สูงเกือบ 180 เซนติเมตร เขาคนนี้แหละที่ก่อนหน้านี้เรียกร้องอย่างหนักว่าจะขอออกไปหาอาหารร่วมกับกลุ่มครูหลิว
ครูหลิวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ซ่งฉี เธอ... อืม..." จู่ๆ เธอก็ชะงักไป
เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงพูดต่อ "เอาอย่างนี้ ครั้งนี้เราออกไปกันให้หมดเลยดีกว่า ย้ายที่อยู่กันไปเลย โรงเรียนนี้ซอมบี้เยอะเกินไป อาศัยจังหวะที่พวกมันยังหลบอยู่ในที่มืด ไม่กล้าออกมา เราไปหาเสบียงที่ตลาดค้าส่งข้างๆ กันก่อน แล้วค่อยหาที่ตั้งหลักใหม่ที่เหมาะสมกว่านี้"
ทุกคนเริ่มเก็บข้าวของ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เป้ไม่กี่ใบ อาหารนิดหน่อย และผ้าห่มบางผืน
ขบวนคนกลุ่มนี้เดินออกจากประตูโรงเรียน ครูหลิวกับซ่งฉีเดินนำหน้า นักเรียนชายสองคนปิดท้าย ส่วนนักเรียนหญิงอีกสองคนอยู่ตรงกลาง
…
ในขณะเดียวกัน
ที่ตึกเล็ก 5 ชั้น กลุ่มของซ่งหมิ่นก็กำลังเก็บของเตรียมตัวออกเดินทางเช่นกัน การระบาดของคลื่นซอมบี้รอบนี้ทำให้พวกเธอตระหนักว่าตึกที่พวกเธออยู่นั้นไม่ปลอดภัยพอ แม้ประตูชั้นล่างจะแข็งแรง แต่ตึกข้างเคียงอีกสองตึกนั้นอยู่ใกล้เกินไป
ถ้าเกิดคลื่นซอมบี้รอบหน้า ตึกนี้อาจจะแตกพ่ายและถูกยึดครองได้ง่ายๆ
ดังนั้น พวกเธอจึงต้องออกไปหาที่มั่นแห่งใหม่
และรถขบวนนั้นที่มาจากทางเหนือ ตอนนี้ก็เดินทางมาถึงเมืองซิงเฉิงแล้ว
ชายหนุ่มคนหนึ่งในรถบ่นอุบอิบ "ในที่สุดก็ได้ออกมาสักที อยู่ข้างนอกยังรู้สึกอิสระกว่า อยู่กับลูกพี่จางแล้วรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเลยว่ะ"
"คิดว่าเราออกมาเที่ยวหรือไง? ถ้าหาเสบียงกลับไปได้ไม่พอ พวกเราซวยแน่" ชายท่าทางสุขุมกว่าเอ่ยเตือน
"รอบก่อนเราไปอำเภอเซียง รอบนี้มาที่นี่ วันสิ้นโลกผ่านมาตั้งนานแล้ว อาหารคงโดนคนอื่นกวาดไปหมดแล้วมั้ง" ชายหนุ่มเถียง
"รีบขับไปเถอะ ลูกพี่ให้เวลาเราไม่มาก"
ชายหนุ่มมองรถออฟโรดคันหน้า เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง "พี่เฉียง หรือเราหาโอกาสหนีกันดี? อยู่กับพวกมัน ผมรู้สึกไม่วางใจเลย
คลื่นซอมบี้รอบที่แล้วพี่ก็เห็น พวกมันไม่เห็นหัวพวกเราเลยนะ ให้เราเอาชีวิตไปเสี่ยงกันซอมบี้ชัดๆ"
ชายท่าทางสุขุมเงยหน้ามองรถออฟโรดคันหน้า ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
"แกไปได้ แต่ฉันยังมีญาติอยู่ที่นั่น เฮ้อ ตอนแรกเห็นผู้กองหม่าอยู่ด้วย ถึงได้ยอมเข้าร่วม ไม่คิดเลยว่าพอผู้กองหม่าตาย พวกมันจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ฉันไม่เข้าร่วมแต่แรกแล้ว"
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็เงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น "พี่เฉียง ชีวิตผมพี่เป็นคนช่วยไว้ พี่ไปไหน ผมไปด้วย"
แล้วเหมือนจะพยายามปลอบใจตัวเอง "จริงๆ อยู่ที่นั่นก็พอทนนะ อย่างน้อยคนก็เยอะ ถึงจะขัดหูขัดตาบางเรื่อง แต่ก็ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียว"
ชายท่าทางสุขุมได้ยินดังนั้น แววตาฉายความกังวล ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "แกยังหนุ่มยังแน่น หาโอกาสหนีไปเถอะ แค่อย่าให้พวกมันจับได้ก็พอ
เรื่องที่พวกมันทำที่เมืองเซียง แกก็รู้เห็นกับตา นั่นมันใช่สิ่งที่คนเขาทำกันที่ไหน? รอบนี้ขนเสบียงกลับไปแล้ว ฉันก็จะหาโอกาสพาถวนถวนกับคนอื่นหนีเหมือนกัน"
สายตาของเขาจ้องมองรถออฟโรดคันหน้านิ่งลึก เหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง
จบบทสนทนา เขาค่อยๆ ลดกระจกรถลง
รถแล่นไปตามทาง ร้านค้าสองข้างทางในตัวเมืองล้วนถูกทุบทำลาย ข้าวของข้างในถูกกวาดเกลี้ยง
บนรถออฟโรด ชายฟันเลี่ยมทองมองร้านค้าที่ว่างเปล่าสองข้างทาง แล้วสบถอย่างหัวเสีย "แม่งเอ๊ย ถ้ารู้ว่าเป็นงี้ไม่มาหรอกเมืองซิงเฉิงเนี่ย ของที่อำเภอเซียงตอนนั้นยังเยอะกว่าอีก ดูซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นสิ แม่งประตูหายไปทั้งบานเลย"
ชายท่าทางสุภาพที่นั่งข้างๆ รีบพูดเสริม "วันสิ้นโลกผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว ตอนเราไปอำเภอเซียงมันเพิ่งระบาดได้ไม่นานนี่ครับ ก็ปกติแหละครับ แต่ไอ้ศูนย์กักตุนเสบียงที่เพิ่งผ่านมาเมื่อกี้ ทำไมมันถึงว่างเปล่าขนาดนั้นวะ! ลองไปดูแถวตลาดค้าส่งไหมครับ"
ไอ้ฟันทองพยักหน้าอย่างหงุดหงิด ตบเบาะคนขับข้างหน้าแล้วสั่ง "ไปตลาดค้าส่ง!"
คนขับหักพวงมาลัยทันควัน ล้อรถหมุนคว้าง เลี้ยวไปทางซ้ายหน้ามุ่งสู่เป้าหมาย
ตลาดค้าส่งอาหาร
หากมองจากมุมสูง จะเห็นตึกเก่าคร่ำครึสองแถวขนาบข้างถนนที่คดเคี้ยว บนถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำที่แช่ขยะสิ่งปฏิกูลต่างๆ
บรรยากาศโดยรอบดูไร้ชีวิตชีวา เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและความกดดันที่ถาโถมเข้ามา
สภาพช่างน่าหดหู่ เพิงพักที่เคยตั้งตระหง่านราวกับถูกฉีกกระชาก แสงแดดส่องลอดลงมากระทบพื้นเป็นจุดๆ
ฝนที่ตกหนักเมื่อสองวันก่อนทำให้พื้นเฉอะแฉะ อาจเพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงยังมีน้ำขังอยู่บ้าง กลางถนนมีศพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล
แผงลอยล้มระเนระนาด เศษอาหารตกเกลื่อนกลาด เต็มไปด้วยมดไต่ยั้วเยี้ย
กล่องกระดาษบางส่วนถูกน้ำท่วมจนเปื่อยยุ่ย
ครูหลิวพานักเรียน 5 คนเดินค้นหา ทนกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรง
ทันใดนั้น นักเรียนหญิงคนหนึ่งร้องขึ้นอย่างดีใจ "ตรงนี้! ตรงนี้ค่ะ" เธอลากกล่องกระดาษออกมาจากใต้โต๊ะสีน้ำตาล กล่องเปียกยุ่ยจนยับยู่ยี่ แต่พอเห็นห่อบรรจุภัณฑ์ข้างใน ทุกคนก็ยิ้มออก
"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป! เยี่ยมไปเลย" นักเรียนหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มข้างๆ ร้องอุทาน
นักเรียนหญิงคนนั้นแกะกล่องกระดาษทิ้ง หยิบซองบะหมี่ออกมา แล้วทยอยยัดใส่เป้ทีละห่อ
ทุกคนช่วยกันค้นหา พลางระวังตัวแจกลัวซอมบี้โผล่มา
พอเดินมาถึงตรงกลาง จู่ๆ ก็เห็นร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง ร้านขายส่งเสบียงเจ๊แดง
อาจเพราะร้านตั้งอยู่บนที่สูง ขั้นบันไดขั้นบนสุดจึงไม่จมน้ำ
ทุกคนรีบเดินขึ้นไปอย่างมีความหวัง แต่ประตูปิดล็อค นักเรียนชายข้างหลังมองกระจกหน้าต่างข้างๆ แล้วคว้าก้อนหินขึ้นมาทุ่มใส่ทันที
เพล้ง!
โครม!
เศษกระจกกระจายเกลื่อน ด้านหลังมีผ้าม่านกั้นอยู่ พอแหวกผ้าม่านออก แสงสว่างสาดส่องเข้าไป ทุกคนชะโงกหน้าเข้าไปดู ถึงกับตาโตเมื่อเห็นขนมและเครื่องดื่มวางเรียงรายอยู่เต็มร้าน!
"ว้าว! รวยแล้ว" เด็กสาวคนหนึ่งยิ้มแก้มปริ ดวงตาโค้งหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว รอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บาน เผยลักยิ้มน่ารักที่มุมปาก
"ระวังตัวด้วย อย่าเพิ่งเข้าไป ซ่งฉี เราสองคนถืออาวุธเข้าไปดูลาดเลาก่อน ข้างในอาจมีซอมบี้" ครูหลิวสั่ง
ซ่งฉีพยักหน้า แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ
และที่ทางเข้าตลาดค้าส่ง กลุ่มคนที่มาจากตัวเมืองทางเหนือก็มาถึงแล้ว