บทที่ 85 ความตายก็ไม่กลัว

บทที่ 85 ความตายก็ไม่กลัว
เดิมทีหลี่อวี่มอบหน้าไม้ให้กลุ่มซ่งหมิ่นไว้สองคัน เป็นรุ่นประดิษฐ์เองที่ค่อนข้างหยาบ
ซ่งหมิ่นเก็บไว้ใช้เองคันหนึ่ง อีกคันมอบให้ 'เสี่ยวพ่าง'
เมื่อครู่นี้ คนที่ยิงพลาดก็คือเสี่ยวพ่างนั่นเอง เธอรำคาญใจจนกระทืบเท้าปังๆ ก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด แล้วรีบขึ้นลูกดอกใหม่หวังจะยิงซ้ำ
แต่ชายคนนั้นฉลาดเป็นกรด ไม่วิ่งบนถนนโล่งๆ แต่หักหลบเข้าไปในตึกข้างทาง พริบตาเดียวก็หายวับไปจากสายตา
เสี่ยวพ่างมองไปทางนั้นด้วยความหงุดหงิด ขัดใจที่ทำพลาด
ซ่งหมิ่นหันไปมองเด็กหนุ่มสองคนที่ยังยืนอึ้ง ถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่รังสีอำมหิตจนทั้งสองคนสะดุ้ง
"พวกนายรู้ทางใช่ไหม? ซ่งฉีถูกพวกมันจับตัวไว้ถูกต้องไหม?"
"ระ... ระ... รู้ครับ อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ แถวตลาดค้าส่ง ใกล้นิดเดียว แต่พวกมันมีคนเยอะมาก!"
"คนเยอะ... สักกี่คน?" ซ่งหมิ่นหรี่ตาถาม
"น่าจะ... สิบกว่าคนได้ แล้วพวกมันก็... โหดมาก..." เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่น แววตายังฉายความหวาดกลัว
ซ่งหมิ่นนิ่งคิดครู่หนึ่ง หันไปมองพี่น้องหญิงสาวรอบตัว คิ้วขมวดเข้าหากัน
เธอเสี่ยงชีวิตได้ แต่เธอจะเอาชีวิตของพี่น้องที่เชื่อใจเธอไปเสี่ยงด้วยไม่ได้ เธอจึงหันไปบอกทุกคนว่า
"พี่น้องทุกคน... ฉันจะไปช่วยน้องชาย น้องชายแท้ๆ ของฉัน ฉันต้องไป มันอาจจะมีอันตราย แต่ฉันจำเป็นต้องไป... ส่วนพวกเธอ ไม่ต้องตามฉันไปเสี่ยงก็ได้นะ"
พูดจบเธอก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอคอยปฏิกิริยาของคนอื่น
เสี่ยวพ่างและเด็กสาววัยรุ่นท่าทางแก่นเซี้ยว ก้าวมายืนเคียงข้างซ่งหมิ่นทันที
"พี่ซ่ง ถ้าไม่มีพี่ พวกเราก็คงไม่รอดมาถึงวันนี้หรอก พี่ไปไหน หนูไปด้วย!" เสี่ยวพ่างประกาศ
"ใช่พี่ซ่ง คลื่นซอมบี้รอบที่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ พวกเราตายกันหมดแล้ว" เด็กสาวเสริม
หญิงสาวคนอื่นๆ ที่เหลือแววตาลังเลอยู่แวบหนึ่ง แต่พอได้ยินคำพูดของสองคนนั้น ความลังเลก็แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น พวกเธอทยอยก้าวออกมายืนเคียงข้าง
"พี่ซ่ง..."
"พี่ซ่ง..."
"พี่ซ่ง พวกเราจะไปกับพี่ ไปช่วยน้องชายพี่ออกมา"
"ใช่พี่ซ่ง เราไม่กลัวแล้ว ตอนนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้แล้ว"
"ความตายพวกเรายังไม่กลัว จะไปกลัวอะไรกับไอ้พวกผู้ชายเลวๆ พวกนั้น!"
"พูดได้ดี!"
"ลุย!"
อารมณ์ของทุกคนพุ่งพล่าน ราวกับเปลวไฟที่ถูกจุดโชน ในโลกยุคนี้ พวกเธอที่เป็นผู้หญิงมักถูกมองว่าเป็นเหยื่อ เป็นผู้อ่อนแอ
ไม่สิ... แม้แต่ก่อนวันสิ้นโลก หลายคนก็มองว่าผู้หญิงอ่อนแอ สายตาที่มองมามักเจือด้วยความดูแคลน
แต่... ณ เวลานี้ พวกเธอผ่านความเจ็บปวด ผ่านความยากลำบากในนรกบนดินมานับครั้งไม่ถ้วน และรอดมาได้
ความตาย! ยังไม่กลัว แล้วจะกลัวอะไรอีก?
บางที... สิ่งเดียวที่น่ากลัว คือความอ่อนแอในใจของพวกเธอเอง
พี่ซ่ง... คือคนที่ทำให้พวกเธอเข้าใจว่า ในโลกใบนี้ ต้องใช้สองมือของตัวเองไขว่คว้าเอาชีวิตรอด!
ซ่งหมิ่นมองดูแววตาที่ลุกโชนของพี่น้องด้วยความตื้นตันใจ เธอซึ้งใจจนพูดไม่ออก
เธอโค้งคำนับให้ทุกคนอย่างสุดซึ้ง!
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา ในสถานการณ์เช่นนี้ คำพูดใดๆ ล้วนไร้น้ำหนัก แต่การกระทำของซ่งหมิ่น ได้ถ่ายทอดคำขอบคุณจากหัวใจไปหมดสิ้นแล้ว
"ไป!"
ซ่งหมิ่นเดินนำหน้า ลากตัวนักเรียนชายสองคนนั้นให้เดินนำทาง
เด็กหนุ่มทั้งสองหน้าซีดเผือด ความโหดเหี้ยมของแก๊งนั้นยังตราตรึงใจ การต้องกลับไปหาที่ตายทำให้พวกเขาลังเล
เหมือนจะอ่านใจได้ กลุ่มของซ่งหมิ่นมองเด็กหนุ่มทั้งสองด้วยสายตาเหยียดหยาม พฤติกรรมทิ้งเพื่อนแล้วหนีเอาตัวรอด แม้จะมีข้ออ้างร้อยแปด แต่การทิ้งพวกพ้องคือนิสัยที่พวกเธอรังเกียจ
สายตาที่มองมาจึงเต็มไปด้วยความดูถูก
ซ่งหมิ่นยกมีดขึ้นชี้หน้า ทั้งสองคนไม่รอให้เธอต้องเอ่ยปาก รีบเดินนำหน้าไปทันที
ช่างรู้งานเสียจริง!
เหอะ!
กลุ่มของซ่งหมิ่นเดินตามเด็กหนุ่มทั้งสองมุ่งหน้าสู่ตลาดค้าส่ง
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของไอ้ฟันทอง
สถานการณ์ตกอยู่ในการควบคุมของพวกมันโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นครูหลิว ซ่งฉี หรือเด็กสาวสองคน ต่างถูกสยบจนหมดสิ้น
โดยเฉพาะเมื่อไอ้ฟันทองเดินขึ้นบันไดไปเห็นเสบียงอาหารกองพะเนินภายในหน้าต่าง ยิ่งทำให้มันรู้สึกว่าการมาครั้งนี้คุ้มค่าเหนื่อย
"ฮ่าฮ่า พวกแกนี่มันตัวนำโชคของฉันจริงๆ ไม่เสียเที่ยวเลยว่ะ"
ไอ้ฟันทองหันมาพูดกับครูหลิวด้วยรอยยิ้ม
ครูหลิวโกรธจนหน้าแดงก่ำ อยากจะด่ากลับไป แต่ลูกสมุนสองคนที่ล็อคแขนเธอไว้ บิดข้อศอกเธออย่างแรงจนเจ็บร้าวไปทั้งตัว พูดไม่ออก
ส่วนซ่งฉีที่ถูกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้ พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์ แต่มีหรือจะสู้แรงผู้ชายหลายคนได้
ลูกสมุนคนหนึ่งเห็นซ่งฉีพยายามขัดขืน ก็เตะอัดเข้าที่เอวอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนซ่งฉีต้องนิ่วหน้าด้วยความทรมาน
"พวกแก... พวกแก... พวกแกต้องการอะไรกันแน่" เด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งถามเสียงสั่นเครือ
"สาวน้อย... วันนี้อาจะสอนบทเรียนชีวิตให้พวกหนูเอง"
ได้ยินคำพูดหมาๆ จากปากไอ้ฟันทอง ครูหลิวทั้งร้อนรนและเสียใจ ถ้ารู้แบบนี้เธอคงไม่ออกมา... บางทีอาจจะไม่ต้องมาเจอพวกมัน
แต่บางครั้ง... คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต ความอ่อนแอ... อาจเป็นบาปชนิดหนึ่งในโลกนี้
ไอ้ฟันทองมองดูครูหลิวที่ถูกจับล็อคไว้ สายตาของมันเป็นประกายวิบวับ
มันเลียริมฝีปาก ถูมือไปมา แล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ หมายจะเชยชม
ส่วนชายคนขับรถท่าทางสุขุม 'พี่เฉียง' และชายหนุ่มอีกคน สีหน้าฉายแววไม่สบายใจ
"พี่เฉียง... นี่มัน... เอ่อ..." ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น
พี่เฉียงถอนหายใจ เมื่อครู่พวกเขาพยายาม 'อู้งาน' ตอนที่ไอ้ฟันทองสั่งให้รุมครูหลิว พวกเขาแกล้งทำเป็นสู้ไม่เต็มที่ เปิดช่องให้นักเรียนชายสองคนนั้นหนีไปได้
เขาเห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ทนดูไม่ได้ แต่ก็จนปัญญา จึงพูดตัดบทว่า
"อย่าหาเรื่องใส่ตัว เราช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก ขืนช่วยไป... แล้วครอบครัวฉันในเมืองล่ะ ใครจะดูแล?"
ไอ้ฟันทองขยับเข้าไปใกล้ครูหลิวเรื่อยๆ ใช้นิ้วเชยคางเธอขึ้นมาอย่างหยอกเย้า
ทันใดนั้นเอง!
ชายคนที่วิ่งไปไล่ล่านักเรียนชายก็วิ่งกลับมา
สีหน้าของมันตื่นตระหนกสุดขีด วิ่งโซซัดโซเซมาอย่างทุลักทุเล ดูสภาพยับเยิน
มันเบรกไม่อยู่ พุ่งชนไอ้ฟันทองที่กำลังจะถึงตัวครูหลิวเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย!" ไอ้ฟันทองร้องลั่น
"แกทำเหี้ยอะไรของแกวะ? ลนลานหาพ่อแกเหรอ? สัส! แล้วไอ้สองคนนั้นล่ะ? กับไอ้เด็กนักเรียนสองคนนั่น หายหัวไปไหนหมด?"
ไอ้ฟันทองตะคอกใส่ลูกน้องสภาพมอมแมมตรงหน้าด้วยความเดือดดาล
ชายคนนั้นหอบหายใจตัวโยน พักเหนื่อยอยู่ห้าหกวินาที
จนความอดทนของไอ้ฟันทองใกล้จะขาดผึง ชายคนนั้นก็ละล่ำละลักพูดออกมาว่า
"พะ... พวกมัน... พวกมัน... มีคนช่วยไปแล้วครับ! เป็น... เป็น... เป็นกลุ่มผู้หญิง! นอกจากผมแล้ว... ไอ้เจี๋ยกับคนอื่น... ถูกฆ่าตายหมดแล้วครับ!"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 85 ความตายก็ไม่กลัว

ตอนถัดไป