บทที่ 86 เสียงปืนคำราม!
บทที่ 86 เสียงปืนคำราม!
"อะไรนะ?!"
ไอ้ฟันทองตะโกนเสียงหลงด้วยความตกใจ
"แกบอกว่าพวกมันถูกกลุ่มผู้หญิงช่วยออกไป แล้วยังฆ่าไอ้เจี๋ยกับคนอื่นตายงั้นหรอ!"
ไอ้ฟันทองมองชายคนนั้นด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
จากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นสายตาดูแคลนแล้วพูดว่า
"ถ้าแกโกหกฉัน สมองแกคงเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ! แต่ถ้าที่แกพูดเป็นเรื่องจริง พวกแกก็น้ำยาห่วยแตกสิ้นดี!"
ชายคนนั้นหอบหายใจอีกเฮือก แล้วพูดว่า
"ผู้หญิงพวกนั้นไม่เหมือนคนทั่วไป พวกมันลงมือโหดเหี้ยมจริงๆ พูดยังไม่ทันจบประโยค นังนั่นก็กล้าลงมือฆ่าคนแล้ว"
ชายท่าทางสุภาพที่ยืนอยู่ข้างๆ หรี่ตาลงเมื่อได้ยินดังนั้น แล้วก้าวเท้าออกมาข้างหน้าสองสามก้าว
เขาหันไปพูดกับไอ้ฟันทองว่า
"พี่จิน ถ้าที่มันพูดเป็นเรื่องจริง งั้นผู้หญิงกลุ่มนั้นอาจจะกำลังตามมา เผลอๆ อาจจะกำลังเดินทางมาถึงแล้วก็ได้"
ไอ้ฟันทองพยักหน้ารับ แล้วหันไปถามชายที่หนีตายกลับมาด้วยสีหน้าอำมหิต
"พวกมันมีอาวุธไหม? มีกันกี่คน?"
ชายคนนั้นตอบ
"น่าจะประมาณสิบคนครับ หลักๆ คือมีหน้าไม้สองคัน ที่เหลือก็เป็นท่อนเหล็กกับหอกยาว"
"มีปืนไหม?"
"ไม่เห็นครับ น่าจะไม่มี แถบนี้ปืนเป็นของหายาก คนทั่วไปจะไปหามาจากไหน"
ไอ้ฟันทองพยักหน้าเบาๆ สีหน้าดูผ่อนคลายลง
มันพูดเนิบๆ ว่า
"ไม่มีปืน? ชะนีฝูงหนึ่งที่ไม่มีปืน แถมคนของเรายังเยอะกว่า จะไปกลัวอะไรพวกมัน! ฮึ... มาสิ! ให้พวกมันดาหน้ากันเข้ามา ถ้าไม่มา เดี๋ยวฉันจะไปหาพวกมันเอง"
ชายท่าทางสุภาพรีบประจบ
"พี่จินสุดยอด! เราดักรอพวกมันอยู่ที่นี่แหละ!"
ในขณะนั้นเอง ร่างของซ่งหมิ่นและพรรคพวกก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นที่มุมถนน
สิ่งแรกที่ซ่งหมิ่นเห็นคือ ซ่งฉีกำลังถูกชายร่างยักษ์ใช้เท้าเหยียบกดอยู่กับพื้น ภาพนั้นทำให้เธอแทบจะระเบิดด้วยความโกรธ
น้องชายคนนี้ เธอรักและสนิทด้วยมาตั้งแต่เด็ก ขนาดจะตียังไม่กล้า แต่วันนี้กลับถูกซ้อมจนหน้าตาบวมปูด ถูกเหยียบย่ำเหมือนไม่ใช่มนุษย์ แถมขาขวายังมีเลือดไหลอาบ
ในจังหวะที่เธอเกือบจะสติแตก วิ่งพุ่งเข้าไปช่วยน้องชายโดยไม่คิดชีวิต สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนเบื้องหน้า สติจึงดึงเธอกลับมาให้ใจเย็นลงทันควัน
ถ้าเธอบุ่มบ่ามเข้าไปตอนนี้ นอกจากจะช่วยน้องไม่ได้แล้ว อาจจะทำให้พวกมันรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับน้องชาย และใช้เขาเป็นตัวประกันบีบบังคับเธอ
ดังนั้น... ห้ามเปิดเผยเด็ดขาดว่าเธอเป็นพี่สาวของเขา
คิดได้ดังนั้น เธอจึงวางแผนจะอ้อมไปทางด้านข้าง พยายามเข้าใกล้พวกมันให้มากที่สุด เผื่อจะมีโอกาสลอบโจมตี
แต่ทว่า... ไอ้ฟันทองมองเห็นกลุ่มซ่งหมิ่นเข้าเสียก่อน
ไอ้ฟันทองมองเห็นกลุ่มซ่งหมิ่นแต่ไกล เห็นว่าเป็นผู้หญิงล้วน แถมบางคนยังหน้าตาดีเสียด้วย
มันจึงตะโกนถามซ่งหมิ่นยิ้มๆ ว่า
"ว่าไงจ๊ะ? จะมาช่วยคนเหรอ?"
พูดจบมันก็ชี้ไปที่ครูหลิวซึ่งถูกจับกดอยู่กับพื้น
ซ่งหมิ่นเห็นว่าความแตกแล้ว จึงเดินออกมาเผชิญหน้าอย่างเปิดเผย ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งเห็นสภาพของครูหลิวและนักเรียนหญิงสองคนที่อยู่ข้างไอ้ฟันทองชัดเจนขึ้น
ดูจากสภาพแล้ว ก็รู้ทันทีว่าพวกมันกำลังจะทำอะไร เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าหญิงสาวที่ตามมาด้วยก็โกรธแค้นจนตัวสั่น พวกเธอเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด
ทุกคนกระชับอาวุธในมือแน่น ซ่งหมิ่นเองเมื่อเห็นภาพนี้ ความต้องการที่จะฆ่าพวกมันให้ตายคามือก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
คนพวกนี้! ต้องตาย!
หญิงสาวคนอื่นๆ เตรียมอาวุธพร้อมรบ ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้
ฝ่ายชายฉกรรจ์ที่กำลังเหยียบซ่งฉีอยู่ ก็ชักอาวุธออกมา ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มตีวงล้อมเข้ามา
สองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ฝั่งหนึ่งคือชายฉกรรจ์สิบกว่าคน อีกฝั่งคือหญิงสาวสิบคน
แม้รูปร่างจะเสียเปรียบ แต่รังสีอำมหิตกลับสูสีกัน หรือบางทีฝั่งผู้หญิงอาจจะดูบ้าบิ่นกว่าด้วยซ้ำ กลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งถนน
ข้างกายซ่งหมิ่น เสี่ยวพ่างยกหน้าไม้ขึ้นเล็งสูงขึ้นเล็กน้อย
เหมือนจะสังเกตเห็นท่าทีนั้น ไอ้ฟันทองหรี่ตาลงวูบหนึ่ง ทันใดนั้น มันก็ชักปืนออกมาจากเอว แล้วยิงขึ้นฟ้าหนึ่งนัด!
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่น สะกดคนทั้งสองฝั่งให้หยุดชะงัก ไม่มีใครคาดคิดว่าไอ้ฟันทองจะมีปืน แม้จะเป็นแค่ปืนพก แต่ในยุคนี้ ปืนคือสิ่งของที่หาดูได้ยากยิ่ง
ไอ้ฟันทองเองก็สะดุ้งตกใจกับเสียงปืนเหมือนกัน นี่เป็นครั้งแรกที่มันใช้ปืน ใจจริงมันอยากจะยิงใส่กลุ่มผู้หญิงพวกนั้น แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะยิงไม่แม่น
เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องตลก ขายหน้าเปล่าๆ สู้ยิงขึ้นฟ้าข่มขวัญศัตรูดีกว่า ซึ่งมันก็ได้ผลชะงัด แม้แต่ลูกน้องฝั่งตัวเองก็ยังกลัวจนหัวหด
พวกมันเองก็ไม่คิดว่าไอ้ฟันทองจะมีของแบบนี้!
ปืนกระบอกนี้ 'ลูกพี่จาง' มอบให้มันตอนก่อนจะออกมา เพราะการออกมาข้างนอกครั้งนี้อาจจะมีคนคิดไม่ซื่อ จึงแบ่งปืนที่มีอยู่น้อยนิดมาให้มันกระบอกหนึ่ง
สิ้นเสียงปืน ทั้งสองฝ่ายต่างยืนนิ่ง จ้องมองไปที่มันเป็นตาเดียว
ในกลุ่มของไอ้ฟันทอง ชายท่าทางสุขุมคนนั้นรูม่านตาหดเล็กลง ส่วนชายหนุ่มที่ยืนข้างๆ ก็กระซิบเสียงเบาว่า
"นี่มันระแวงพวกเรานี่หว่า..."
ความตกใจทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที
ตัดกลับมาที่ฝั่งซ่งหมิ่น ความฮึกเหิมที่ไร้ความกลัวเมื่อครู่ ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
พวกเธอกล้าแลกชีวิต แต่ภายใต้ปากกระบอกปืน การต่อต้านดูจะเป็นเรื่องยากลำบากเหลือเกิน
ความเงียบเข้าปกคลุมสถานการณ์ไปชั่วขณะ
ในเวลาเดียวกัน
ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ณ คลินิกแพทย์ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง กลุ่มของหลี่อวี่กำลังขนย้ายยาและอุปกรณ์การแพทย์
แม้ก่อนวันสิ้นโลก หลี่อวี่จะกักตุนยาไว้มากมายมหาศาล แต่ของแบบนี้มีเยอะไว้ก่อนย่อมดีกว่า พอมาเจอคลินิกเล็กๆ แห่งนี้ จะไม่ขนกลับไปก็ดูจะผิดวิสัย
ถึงยาหลายอย่างจะถูกกวาดไปแล้ว แต่ส่วนที่เหลืออยู่ หลี่อวี่กับพรรคพวกที่เอารถมาขนของได้เยอะแยะ ก็ต้องขนให้เกลี้ยง แม้แต่เสาน้ำเกลือบนโต๊ะก็ไม่เว้น
เวลาเที่ยงวันของวันสิ้นโลก ภายใต้อากาศร้อนระอุ พวกซอมบี้มักจะหลบซ่อนตัวตามมุมมืด
แม้จะมีซอมบี้เพ่นพ่านบนถนนบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก
นอกจากสามตัวที่เจอตอนเข้ามาในคลินิก และอีกห้าหกตัวที่ฆ่าไปตามทาง ก็แทบไม่เจอฝูงซอมบี้ใหญ่ๆ เลย
ตอนนี้ ทั้งเมืองเงียบสงัดราวกับป่าช้า เสียงขนของของกลุ่มหลี่อวี่ดังก้องไปทั่วพื้นที่
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น กลุ่มของหลี่อวี่ได้ยินชัดเจน
เสียงชัดมาก น่าจะอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
หลี่อวี่ จ้าวต้าเพ่า และคนอื่นๆ หยุดมือทันที วางของลงกับพื้น แล้วเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหว คนงานก่อสร้างเห็นดังนั้นก็หยุดตาม
หลี่อวี่รออยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่มีเสียงปืนตามมาอีก สีหน้าของเขาเรียบเฉย ไม่มีใครเดาออกว่าเขากำลังคิดอะไร
"ปืนพก Type 92 ฟังจากเสียงใช่แน่นอน ระยะห่างจากเราไม่เกิน 2 กิโลเมตร ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ"
ช่วงนี้จ้าวต้าเพ่าเริ่มเข้าใจหลี่อวี่มากขึ้นเรื่อยๆ และยอมรับในความคิดของหลี่อวี่มากขึ้น
พอมองเห็นสีหน้าของหลี่อวี่ เขาก็เดาทางได้ทันทีว่าหลี่อวี่จะทำอะไร จึงชิงพูดข้อมูลออกมาก่อน
หลี่อวี่มองจ้าวต้าเพ่าด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้น