บทที่ 99 ผู้มีอำนาจ

บทที่ 99 ผู้มีอำนาจ
ทุกคนรีบกระโดดขึ้นรถ แล้วบึ่งรถมุ่งหน้าไปยังประตูตะวันออกทันที
รถยนต์แล่นด้วยความเร็วสูง เร็วกว่าคนวิ่งหลายเท่า แต่เนื่องจากพวกมันหนีออกไปก่อนหน้านี้สักพักแล้ว ตอนนี้พวกมันน่าจะวิ่งไปได้ไกลกว่าสองกิโลเมตร อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปทางด้านหลังของตึกหรงย่าว!
เจี่ยฟางเฉิง!
ตอนที่พวกหลี่อวี่เดินทางมาที่นี่ เคยเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมาก่อน ซึ่งก็คือกลุ่มอิทธิพลที่มีหัวหน้าจางเป็นแกนนำ
และฐานที่มั่นของคนกลุ่มนี้ จริงๆ แล้วก็อยู่ไม่ไกลจากอวี้กูไถ ห่างกันแค่ประมาณสองกิโลเมตรเท่านั้น!
ในเวลานี้ ยามเฝ้าประตูทั้งสี่คนที่หนีตายมาได้วิ่งไปถึงที่นั่นแล้ว พวกเขารู้ดีว่าพวกหลี่อวี่มีทั้งปืนและรถ ต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหนก็หนีไม่พ้น พวกมันจึงวางแผน ยืมดาบฆ่าคน โดยเลือกที่จะเข้าไปขอความคุ้มครองจากฝั่งหัวหน้าจาง ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นสถานที่รับรองผู้รอดชีวิตทุกคน
เดิมที ก่อนที่หมวดหม่าจะเสียชีวิต ทั้งสองฝ่ายมีแผนจะรวมกลุ่มกัน แต่แผนต้องล่มเพราะพี่ใหญ่จาง และหลังจากหมวดหม่าตาย ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งตึงเครียด
ฝ่ายข้าราชการที่มีหัวหน้าจางเป็นผู้นำ มีตำรวจหลายนายสงสัยว่าพี่ใหญ่จางเป็นคนลงมือฆ่าหมวดหม่า จึงอยากจะสืบสวนเรื่องนี้ ทำให้มีเรื่องกระทบกระทั่งกับฝั่งพี่ใหญ่จางอยู่บ่อยครั้ง
แต่ในยุคก่อนวันสิ้นโลก หัวหน้าจางมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าสำนักงาน ซึ่งสูงกว่าพวกตำรวจเหล่านี้มาก เขาจึงมักประกาศปาวๆ ว่าต้องทำหน้าที่ของรัฐ รวบรวมสรรพกำลังทุกฝ่ายเพื่อต่อสู้กับซอมบี้
ส่วนตำรวจกลุ่มนั้น เคยเป็นเพื่อนร่วมงานกับหมวดหม่ามาก่อน พลัดหลงกันตอนซอมบี้ระบาดและเพิ่งมาเจอกันทีหลัง ยังไม่ทันที่หมวดหม่าจะได้พาลูกน้องมารวมกลุ่ม ก็มาด่วนตายไปเสียก่อน
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่พอใจแนวคิด ปรองดอง ของหัวหน้าจาง และตั้งแง่เป็นศัตรูกับพวกพี่ใหญ่จางมาตลอด
กลุ่มของหัวหน้าจางใช้ชื่อของรัฐบาลรวบรวมผู้คนจนขยายอิทธิพลไปเรื่อยๆ แต่ยิ่งคนเยอะ ปัญหาภายในก็ยิ่งปะทุ
อย่างแรกคือเรื่องเสบียง อาหารสำหรับคนหลายร้อยปากท้อง ช่วงแรกยังพอมีตุนไว้ แต่พอนานเข้าอาหารก็เริ่มขาดแคลน ทุกคนต้องออกไปหาอาหารแล้วนำมาปันส่วนตามแรงงาน ซึ่งก็หนีไม่พ้นพวกอู้งานเอาเปรียบ จนเกิดการแก่งแย่งอาหารกันภายใน
อย่างที่สองคือเรื่องความปลอดภัย การระบาดของซอมบี้เกิดขึ้นกะทันหันบวกกับพายุฝนสิบวัน ทำให้ซอมบี้ดุร้ายและแพร่เชื้อเร็วมาก หลายกลุ่มต้องล่มสลายไป
กลุ่มของหัวหน้าจางขาดแคลนอาวุธหนัก มีแค่ตำรวจไม่กี่นายกับเจ้าหน้าที่รัฐ คอยคุมคนธรรมดาหลายร้อยคนที่ร้อยพ่อพันแม่ โดยไม่มีกฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้การจัดการเป็นไปอย่างยากลำบาก
สี่คนที่หนีมาจากฝั่งพี่ใหญ่จาง วิ่งมาถึงเขตอิทธิพลของหัวหน้าจางแล้ว
ดูเหมือนยามฝั่งนั้นจะทำตัวไม่ถูก จึงทิ้งคนเฝ้าไว้สองคน ส่วนอีกคนวิ่งไปตามหัวหน้าจาง
พวกหลี่อวี่ขับรถออกจากประตูตะวันออกของอวี้กูไถ มุ่งหน้าไล่กวดไปตามทิศทางที่สี่คนนั้นหนีไป
รถยนต์ตะบึงด้วยความเร็ว
หลี่อวี่มองเห็นจากบนรถว่ามีชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ยืนคุยกับสี่คนนั้นที่หน้าประตูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งให้เปิดประตูรับพวกมันเข้าไป
ทันทีที่สี่คนนั้นก้าวเข้าไป รถของพวกหลี่อวี่ก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูเจี่ยฟางเฉิงเสียงดังสนั่น คนเฝ้าประตูรีบยกอาวุธขึ้นเล็งด้วยความระแวง เพราะพวกหลี่อวี่เป็นคนแปลกหน้า
บ่ายสองโมง แดดร้อนระอุแผดเผาพื้นดิน เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน แต่ใจของหลี่อวี่กลับเย็นเยียบ
เขาไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่ไม่คิดว่าทางนั้นจะรับพวกมันเข้าไปหน้าตาเฉย แม้พวกมันจะเพิ่งเข้าไปได้ไม่นาน แต่ยามหน้าประตูและชายเสื้อขาวคนนั้นกลับมองมาที่รถของพวกเขาด้วยสายตาระแวดระวังและสงสัย
หลี่อวี่ก้าวลงจากรถพร้อมปืนกลมือในมือ ตามมาด้วยหลี่เถี่ย หยางเทียนหลง และคนอื่นๆ ที่ถือปืนครบมือ ด้านหลังยังมีกลุ่มคนงานพาร์ทไทม์ที่ถือหน้าไม้ จ้องมองไปด้วยแววตาอำมหิต!
คนหน้าประตูเจี่ยฟางเฉิงเห็นปืนในมือหลี่อวี่ก็หน้าถอดสี รีบเคาะระฆังเตือนภัยทันที!
แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วเจี่ยฟางเฉิง ทันใดนั้น ฝูงชนจำนวนมากก็กรูกันออกมาจากหลังประตู นำหน้าด้วยชายในเครื่องแบบตำรวจสี่นาย ที่เอวมีปืนพกเหน็บอยู่ เดินจ้ำอ้าวออกมา!
หลี่อวี่เดินนำหน้าตรงดิ่งไปที่ประตู พลางหันไปถามชายสุขุม "ไอ้เสื้อขาวนั่น คือหัวหน้าจางใช่ไหม?"
ชายสุขุมพยักหน้า "ใช่ครับ คนข้างหลังนั่นก็อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ ตอนนี้ที่นี่เขาเป็นคนคุม"
หลี่อวี่พยักหน้า เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าประตู ตรงนั้นมีคนยืนมุงอยู่เต็มไปหมด ชายเสื้อขาวที่เป็นหัวหน้ายืนทำหน้าเคร่งขรึมจ้องมองหลี่อวี่
หลี่อวี่หรี่ตาลง ยกปืนกลมือขึ้นเล็งไปทางพวกเขาเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเรียบ
"ไอ้พวกนั้นฆ่าครอบครัวเพื่อนฉันที่อำเภอเซียง ปล้นชิงข้าวของ ฆ่าคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต... พวกแกแน่ใจนะว่าจะคุ้มครองพวกมัน?"
หัวหน้าจางได้ยินดังนั้นก็ถึงกับงง โดยเฉพาะเมื่อเห็นอาวุธสงครามในมือพวกหลี่อวี่ที่เป็นของจริง หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความกลัว
"ใจเย็นๆ ก่อนคุณ มีอะไรค่อยๆ คุยกัน สถานการณ์แบบนี้มนุษย์เราต้องสามัคคีกันไว้สู้กับซอมบี้นะครับ อย่ามาเข่นฆ่ากันเองเลย"
เขาหันไปมองสี่คนนั้น เมื่อกี้พวกมันไม่ได้พูดแบบนี้นี่หว่า แถมถ้าเขารู้ว่าพวกหลี่อวี่มีปืนหนักขนาดนี้ เขาคงไม่เปิดประตูรับพวกมันเข้ามาแต่แรกแล้ว
ลำพังกำลังของพวกเขา จะไปต้านพวกหลี่อวี่ได้ยังไง!
หลี่อวี่ได้ยินคำพูดโลกสวยของหัวหน้าจางแล้วก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ
ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผู้กองหลี่ก็นำทีมตำรวจมาถึง หัวหน้าจางเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก
แต่พอผู้กองหลี่เห็นพวกหลี่อวี่ สีหน้าเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขามองออกว่าคนกลุ่มนี้ผ่านการฆ่าฟันมาโชกโชน แถมอาวุธในมือพวกหลี่อวี่ก็เหนือกว่าปืนพกกระบอกเล็กๆ ของพวกเขาแบบเทียบไม่ติด!
หลี่อวี่มองกลุ่มชายในชุดตำรวจ นึกถึงข้อมูลที่ชายสุขุมบอก จึงพูดขึ้นว่า
"ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย พวกมันเป็นคนของพี่ใหญ่จาง พวกแกแน่ใจนะว่าจะอุ้มพวกมัน?"
พูดจบ เขาก็ปลดเซฟปืนกลมือ หยางเทียนหลงและคนอื่นๆ ด้านหลังก็ทำตามเสียงดัง แกร๊ก พร้อมกัน ดูเหมือนว่าถ้าคำตอบไม่เป็นที่พอใจ หลี่อวี่พร้อมจะเปิดฉากยิงถล่มทันที!
ตำรวจพวกนั้นได้ยินชื่อพี่ใหญ่จางก็รีบหันขวับไปมองหัวหน้าจาง สีหน้าของหัวหน้าจางดูลำบากใจ ส่วนพวกตำรวจกลับมองไปที่สี่คนนั้นด้วยสายตาอาฆาต
พวกเขาอยากจะหาเรื่องพี่ใหญ่จางมานานแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมีคนมาจัดการให้ก่อน!
สะใจชะมัด
สายตาที่พวกตำรวจมองมาที่หลี่อวี่จึงเปลี่ยนเป็นเป็นมิตรขึ้นมาทันที
พวกเขาเดินตรงเข้าไปหาชายสี่คนนั้น ทำท่าจะไล่ออกไป
สี่คนนั้นเริ่มลนลาน เมื่อกี้หัวหน้าจางไม่ได้พูดแบบนี้นี่หว่า! ที่นี่หัวหน้าจางเป็นคนตัดสินใจไม่ใช่เหรอ?
ทั้งสี่เบิกตากว้างมองหัวหน้าจาง เหมือนจะถามว่า ไหนเมื่อกี้รับปากดิบดี? สายตาเต็มไปด้วยความหวังและการอ้อนวอน

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 99 ผู้มีอำนาจ

ตอนถัดไป