บทที่ 100 เตรียมตัวจากไป

บทที่ 100 เตรียมตัวจากไป
หัวหน้าจางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนจะพูดอะไร แต่พอเห็นท่าทีของพวกตำรวจ เขาก็หุบปากฉับทันที
เขาไม่ได้โง่ ก่อนหน้านี้เขาก็เคยทะเลาะกับผู้กองหลี่เรื่องพี่ใหญ่จางมาแล้ว แม้ตำแหน่งเขาจะสูงกว่า แต่ตอนนี้มันวันสิ้นโลก ที่พวกตำรวจยอมฟังเขาก็เพราะยังยึดติดกับบทบาทหน้าที่เก่าๆ
ดูทรงแล้ว พวกตำรวจตั้งใจจะถีบหัวส่งสี่คนนี้ให้พวกหลี่อวี่จัดการแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวหน้าจางจึงทำเมินสายตาอ้อนวอนของสี่คนนั้น แล้วเลือกที่จะเงียบ
สี่คนนั้นอิดออดไม่อยากออกไป ผู้กองหลี่จึงชักปืนพกออกมาจ่อ แล้วตะคอกใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจ
"ออกไป!"
สำหรับเขา ไอ้พวกพี่ใหญ่จางเป็นตัวการทำให้หมวดหม่าตาย ยังจะมีหน้ามาขอให้เขาช่วย ฝันไปเถอะ
ถ้าหัวหน้าจางไม่ห้ามไว้ ป่านนี้พวกเขาคงยกพวกไปถล่มพี่ใหญ่จางนานแล้ว!
ตอนนี้มีคนมาจัดการพี่ใหญ่จางให้ พวกเขาดีใจจนเนื้อเต้น
สี่คนนั้นเห็นผู้กองหลี่ชักปืน แววตาก็สิ้นหวัง จำใจต้องค่อยๆ ขยับตัวทีละนิด
เท้าข้างหนึ่งก้าวพ้นประตูออกมา...
พวกเขาหันกลับไปมองตำรวจ หันไปมองหลี่อวี่ แววตาสับสนและดิ้นรน เหมือนอยากจะขอร้องชีวิตอีกสักครั้ง
แต่หลี่อวี่และพวกไม่เปิดช่องว่างให้พูดแม้แต่คำเดียว
ทันทีที่เท้าพ้นประตู หลี่อวี่เหนี่ยวไกสองนัดซ้อน จ้าวต้าเพ่าที่อยู่ข้างๆ ก็ยิงซ้ำอีกสองนัด
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังก้อง สี่ร่างร่วงลงไปกองกับพื้นกลายเป็นศพ
หลี่อวี่ทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่เขาไม่บุกเข้าไปฆ่าข้างใน เพราะไม่อยากสร้างปัญหาโดยใช่เหตุ อีกฝ่ายมีคนตั้งสามร้อยกว่าคน
แต่ไม่อยากมีเรื่อง ไม่ได้แปลว่ากลัว ในวันสิ้นโลก อำนาจการยิงที่เหนือกว่าคือความถูกต้อง
ถ้าพวกมันกล้าปกป้องสี่คนนี้ หลี่อวี่ก็ไม่ลังเลที่จะบุกเข้าไปฆ่าล้างบาง
นี่คือความจริงของวันสิ้นโลก และคือตัวตนที่แท้จริงของหลี่อวี่ แม้ในยุคนี้อาจมีแสงสว่างแห่งมนุษยธรรมหลงเหลืออยู่ แต่หลี่อวี่ไม่ใช่พ่อพระ ไม่ใช่ฮีโร่กู้โลก
เขาเป็นแค่คนธรรมดา มีความดิบเถื่อน มีความชั่วร้ายในใจที่ถูกปลุกเร้าด้วยโลกที่โหดร้าย แต่เขาก็ยังมีความดีงาม ไม่ชอบเห็นเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น
แต่ถ้าใครกล้ามาคุกคามหรือขวางทาง และเขามีกำลังพอ เขาจะไม่ลังเลที่จะกำจัดทิ้ง
สี่คนนั้นตายคาหน้าประตู หัวหน้าจางหน้าถอดสี เขาคิดว่าอย่างน้อยพวกหลี่อวี่จะลากตัวไปจัดการที่อื่น
แต่นี่เล่นฆ่าโชว์หน้าประตูบ้าน ทั้งที่ไอ้สี่ตัวนั่นเพิ่งขอให้เขาช่วย นอกจากจะช่วยไม่ได้ ยังปล่อยให้โดนฆ่าต่อหน้าต่อตา!
หัวหน้าจางรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่จนชาไปทั้งแถบ
ทว่าผู้กองหลี่และลูกน้องกลับมองหลี่อวี่ด้วยความชื่นชม
เด็ดขาด มีฝีมือ และเกลียดความชั่วเข้ากระดูกดำ
ผู้กองหลี่มองกลุ่มหลี่อวี่ด้วยสายตายอมรับ แม้จะดูโหดเหี้ยมไปบ้าง แต่ดูจากท่าทางของจ้าวต้าเพ่าและคนอื่นๆ ก็รู้ทันทีว่าเป็นทหารเก่า
เขานึกถึงสภาพกลุ่มตัวเอง แม้จะมีคนสามร้อยกว่า แต่คนที่ใช้ปืนเป็นมีแค่นับหัวได้ เน้นปริมาณแต่ขาดคุณภาพ เขาจึงเอ่ยปากชวน
"สหายทั้งหลาย ผมเองก็เคยเป็นทหารมาก่อน ถือว่าเป็นพี่น้องกัน ดูสิครับ ตอนนี้โลกมันวิกฤต พวกเราควรรวมพลังกันไว้ แบบนี้จะแข็งแกร่งกว่า ไม่โดนซอมบี้จัดการง่ายๆ พวกคุณสนใจมาร่วมกลุ่มกับเราไหมครับ?"
กฎเหล็กของกลุ่มนี้คือรับทุกคนไม่จำกัดเพศ วัย หรือที่มา ทำให้คนเยอะแต่หาคนเก่งจริงๆ ยาก...
คำพูดของผู้กองหลี่ทำเอาหัวหน้าจางตาเป็นประกาย ใช่สิ! ถ้าได้พวกนี้มาร่วมทีม กลุ่มเราก็จะแกร่งขึ้นอีกจม แต่แวบหนึ่งเขาก็ฉุกคิด... แล้วถ้าพวกนี้มายึดอำนาจล่ะ? เขาเริ่มคิดหนัก
หลี่อวี่ฟังผู้กองหลี่พูดมาตั้งนาน ตอนแรกก็เฉยๆ แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายก็เกือบหลุดขำ ให้ไปรวมกลุ่มเหรอ? ไปอดอยากปากแห้งด้วยกันน่ะสิ?
เขามองดูคนที่เริ่มมุงดูรอบๆ แม้จะดูดีกว่าพวกพี่ใหญ่จางหน่อย แต่ก็ยังผอมโซ ขาดสารอาหารกันถ้วนหน้า
หลังวันสิ้นโลก พื้นที่เพาะปลูกและคลังเสบียงจมน้ำไปเยอะ การผลิตหยุดชะงัก ทุกคนต้องออกไปหาของกิน ยิ่งนานของยิ่งน้อย ยิ่งหายาก ต้องเสี่ยงออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
หลี่อวี่ส่ายหน้า ปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิด
ชาติที่แล้วเขาเคยเข้าร่วมกลุ่มผู้รอดชีวิตมาหลายกลุ่ม มีทั้งเล็กทั้งใหญ่ ช่วงแรกๆ ก็ดีอยู่หรอก สันดานดิบยังไม่ออกลาย แต่พอนานเข้า แม้แต่ในกลุ่มก็มีการแบ่งชนชั้น
คนไร้ฝีมือก็ตกเป็นเบี้ยล่าง บางทีซวยๆ ก็โดนส่งไปเป็นเหยื่อล่อซอมบี้ หลังจากผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาหลายครั้ง หลี่อวี่ตัดสินใจแล้วว่าขอเป็นหมาป่าเดียวดายดีกว่า
จริงอยู่ว่าอยู่คนเดียวมันอันตราย แต่ในกลุ่มพวกนั้น เชื่อใจใครไม่ได้เลย ต้องคอยระวังหลังตลอดเวลา เหนื่อยยิ่งกว่าอยู่คนเดียวในป่าเสียอีก
ผู้กองหลี่เห็นหลี่อวี่ส่ายหน้าก็ไม่ได้แปลกใจ ฝีมือระดับนี้คงใช้ชีวิตในวันสิ้นโลกได้สบายกว่าอยู่กับพวกเขาเยอะ
ด้านหลังผู้กองหลี่ ชาวบ้านธรรมดามองพวกหลี่อวี่ด้วยสายตาหวาดกลัว
หลี่อวี่ไม่อยากเสวนาต่อ จึงเตรียมตัวจากไป
เขามองกวาดตาครั้งสุดท้าย แล้วเดินกลับไปที่รถ
จ้าวต้าเพ่ามองศพสี่ศพบนพื้น เหมือนได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้ง ร่างกายผ่อนคลายลงจนดูเหม่อลอย แต่สัญชาตญาณก็พาเขาเดินตามหลี่อวี่กลับไปขึ้นรถ
คนอื่นไม่มีใครพูดอะไร เดินตามหลี่อวี่ไปเงียบๆ
หัวหน้าจางเห็นพวกหลี่อวี่กำลังจะไป ก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่คือโล่งใจ เพราะรังสีอำมหิตของหลี่อวี่มันรุนแรงเหลือเกิน แถมยังพูดน้อยต่อยหนัก ดูท่าทางคบยาก
เขามองส่งพวกหลี่อวี่ด้วยความระแวง ขนาดพี่ใหญ่จางยังโดนเก็บเรียบ คนกลุ่มนี้น่ากลัวเกินไป
ในเจี่ยฟางเฉิง ไม่ใช่ทุกคนที่ออกมามุงดูเหตุการณ์ที่หน้าประตู ยังมีบางคนที่ไม่ได้ออกมา
ณ มุมหนึ่ง มีชายวัยกลางคนนอนซมด้วยพิษไข้สูงจนหมดสติ ที่หน้าอกมีแผลถูกฟันเหวอะหวะน่ากลัว ดูท่าจะเป็นแผลเก่าที่เริ่มเน่าเฟะและมีหนองไหลเยิ้ม เพราะขาดยาแก้อักเสบ
ข้างกายเขามีหญิงคนหนึ่งกำลังคอยดูแล เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวและวางบนหน้าผากเพื่อลดไข้

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 100 เตรียมตัวจากไป

ตอนถัดไป