ระบบเทพทอฝันที่ทั้งใหญ่ทั้งแกร่ง
ปี 2017 ณ เมืองเทียนฝู่ หรงเฉิง (เฉิงตู) เจียงเฉิง ได้เกิดใหม่อีกครั้ง
ภายในห้องสวีตเตียงใหญ่ของโรงแรมอี้เฉิง เจียงเฉิง เอนกายพิงหมอน มองหญิงสาวแปลกหน้าที่นอนหลับอยู่ข้างกาย พลางก้มดูข้อความในโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
บนหน้าจอคือข้อความวีแชทจากแฟนสาวของเขา จ้าวเจีย ส่งมาด้วยสีหน้าไร้คำพูด: “ทำไมเธอไม่ตอบล่ะ? เดี๋ยวนี้เก่งขึ้นมากสินะ ฉันโมโหแล้วไม่กลัวเหรอ?”
ความทรงเก่ามากมายไหลบ่ากลับมา เจียงเฉิง ยิ้มเยาะเบาๆ แล้วตอบกลับไปสั้นๆ ว่า: “เราเลิกกันเถอะ…”
จ้าวเจีย เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย และเป็นรักแรกของเขา แม้ว่าเธอจะดูตัวเล็กน่ารัก แต่เธอกลับมีนิสัยที่เด่นชัดมากอย่างหนึ่ง นั่นคือ ‘รักเงิน’
ทุกเทศกาลต้องมีของขวัญ ต้องมีอั่งเปา ทั้งปีใหม่ วันสตรี วันแรงงาน วันปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่ ‘วันกองทัพ’ เธอก็ยังเรียกร้องอยู่ดี
เพียงแค่ เจียงเฉิง ไม่ส่งอั่งเปาให้ เธอก็จะอาละวาด หรือถึงขั้นใช้คำว่า ‘รัก’ มาประณามต่อว่าว่า เจียงเฉิง ไม่รักเธอ แล้วจึงขู่ว่าจะเลิกเหมือนเดิมในทุกครั้งไป…
สมัยก่อน เจียงเฉิง เคยคิดซื่อๆ ว่า จ้าวเจีย แค่ให้ความสำคัญกับ ‘วันสำคัญ’ ที่อยู่ด้วยกันกับเขา
ครั้งหนึ่ง เขาเคยตามใจเธอเหมือนเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในชีวิต เธอเรียกเมื่อไหร่ เขาก็จะรีบไป ไม่ว่าเธอจะเรียกร้องอะไร เขาก็พยายามตอบสนองเธออย่างสุดความสามารถ
เรียกได้ว่า ‘ทุ่มเทจนหมดหน้าตัก’
สิ่งใดก็ตามที่สามารถทำให้เธอพึงพอใจ เขาก็จะไม่ปล่อยให้หลุดลอยไปแม้แต่น้อย เขาเอาแต่เฝ้าทุ่มเทเอาอกเอาใจอย่างหลงใหลแบบนี้มาปีแล้วปีเล่า
ก่อนหน้านี้ จ้าวเจีย มักบอกเขาเสมอว่า:
[พวกเรายังเป็นนักเรียน จะจับมือหรือจูบไม่ได้]
[ขอเวลาอีกหน่อยนะ]
[ขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วก็จะดีขึ้นเอง…]
และด้วยเหตุนี้ เจียงเฉิง ก็หลงเชื่อว่าเธอเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสาจริงๆ
จนกระทั่งขึ้นมหาวิทยาลัย เธอกลับไปคบกับหนุ่มไฮโซที่รวยกว่าเขา แล้วจากนั้นก็สลัดเขาทิ้งทันที
วันนั้นเองที่ความจริงได้ตบหน้าเขาฉาดใหญ่...พร้อมรอยยิ้มที่เจ็บลึก
คืนที่เสียใจ เจียงเฉิง จำได้ดีว่าเขาไปดื่มเหล้าเมามายทั้งคืน แต่แล้วบังเอิญไปเห็น จ้าวเจีย กับแฟนใหม่ของเธอเดินเข้าโรงแรมใกล้ๆ แถวมหาวิทยาลัย
ต่อมา เมื่อเขาทนไม่ไหวตามไปถาม เธอกลับตอบอย่างเย็นชากลับมาว่า:
[คนเขาต้องการ ฉันก็ช่วยไม่ได้]
[เขาบอกจะไม่เข้าไปลึก แต่สุดท้ายก็ใส่ถุงแทนแล้วนี่ไม่เห็นเป็นไร]
[เราเลิกกันแล้ว มันไม่เกี่ยวกับเธอ]
[จากนี้ไปอย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก]
พูดจบ เธอรีบสะบัดมือเขาออก แล้วขึ้นไปนั่งบนรถเบนซ์ที่จอดอยู่ริมถนนอย่างรวดเร็ว กลัวแฟนใหม่ของเธอจะเข้าใจผิด
นั่นคือวันที่ เจียงเฉิง รู้สึก ‘ตาสว่าง’ จริงๆ
อะไรคือยังเป็นนักเรียน? อะไรคือใสซื่อบริสุทธิ์?
และ ใช่… ทุกข้ออ้างเรื่องความบริสุทธิ์หรือความไร้เดียงสา ล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก
แต่ตอนนี้เขาได้เกิดใหม่แล้ว ย่อมไม่เดินซ้ำรอยเดิมแน่นอน และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกเดี๋ยว... เธอคงจะมาทวงอั่งเปาเหมือนเคย
และก็จริงตามคาด ข้อความวีแชทของ จ้าวเจีย ตอบกลับมาทันที: “?????? เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันโมโหเพราะอะไร? เมื่อวานมัน ‘วันครีษมายัน (夏至)’ นะ!”
เจียงเฉิง หัวเราะหึในลำคอ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปว่า:
“อ่านประโยคดีๆ สิ ฉันบอกว่า ‘เราเลิกกัน’”
ปลายสาย จ้าวเจีย มองดูคำตอบของ เจียงเฉิง ดวงตากลมโตที่แสนเจ้าเล่ห์เบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ
พวกเขาคบกันมาเกือบปี ที่ผ่านมาไม่ว่าเธอจะงอนหรือขู่เลิกสักกี่ครั้ง เจียงเฉิง ก็จะรีบแจ้นมาง้อมาขอโทษเธอแทบทันที
แต่นี่เขากลับเป็นฝ่ายกล้าพูดคำว่า ‘เลิก’ ตรงๆ กับเธอจริงๆ นะเหรอ?
จ้าวเจีย ที่ถูกบอกเลิกเป็นครั้งแรกเริ่มรับไม่ได้ขึ้นมา รีบโทรกลับไปทันที:
“เจียงเฉิง นี่มันหมายความว่ายังไง?”
“ก็ตรงตัวนั่นแหละ ไม่เข้าใจเหรอ?”
ความสงบในน้ำเสียงของเขาทำให้เธอเริ่มรู้สึกกลัว นั่นเพราะมันไม่มีแม้แต่แววของความเสียใจอยู่เลยแม้แต่น้อย!
จ้าวเจีย ก็เริ่มร้อนรนขึ้นมาทันที เพราะถ้าเลิกกันจริง ค่าใช้จ่ายตอนเข้ามหาวิทยาลัยใครจะออกให้ล่ะ?
พอคิดมาถึงตรงนี้ จ้าวเจีย ก็ใจหายวาบ
เธอแค่ต้องการให้ เจียงเฉิง ส่งอั่งเปาให้ ไม่ได้อยากจะเลิกกันจริงๆ
พอมาตอนนี้… เธอกลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็ทำได้เพียงแค่ฝืนใจพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง: “ทำไมต้องเลิก?”
“นิสัยเราไม่เข้ากัน ของที่ชอบก็ไม่เหมือนกัน”
“ตรงไหนไม่เหมือน? เราก็เข้ากันได้ดีนี่!”
เจียงเฉิง หัวเราะ: “ตรงที่ฉันชอบผู้หญิง ส่วนเธอชอบผู้ชาย แค่นี้ไม่พอจะเลิกเหรอ?”
พอได้ยินคำอธิบายของ เจียงเฉิง จ้าวเจีย แทบระเบิด นี่มันข้ออ้างบ้าอะไร? ล้อกันอยู่ชัดๆ
คิดว่าฉันเป็นไอ้งั่งหลอกง่ายนักหรือไง? จ้าวเจีย กัดฟันพูดเสียงแข็ง: “เจียงเฉิง ฉันให้โอกาสเธออีกครั้ง พูดดีๆ”
“ฉันพูดดีแล้วล่ะ จบด้วยดีเถอะ”
“ดี! เธอพูดเองนะ เลิกก็เลิก อย่ามาง้อทีหลังละกัน!” พูดจบ จ้าวเจีย ก็วางสายทันที แม้ในใจจะรู้สึกโหวงๆ เหมือนสูญเสียอะไรบางอย่าง แต่เพราะความเคยชินที่เขายอมตามใจมาตลอด จ้าวเจีย เลยคิดว่าเขาคงรีบกลับมาง้อเหมือนเดิม
แต่ เจียงเฉิง มองหน้าจอแล้วถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะจัดการกดบล็อกทั้งโทรศัพท์และวีแชทของ จ้าวเจีย ทันที
และในทันใดนั้นเอง…
[ขอแสดงความยินดีด้วย! โฮสต์ได้เปิดใช้งานระบบเทพทอฝัน ‘ฝันเป็นจริง’ แล้ว!]
เจียงเฉิง ถึงกับชะงัก… มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ? นี่เขากำลังจะเปิดโหมดเทพทรู? ได้ ‘โกเด้นฟิงเกอร์’? ใช้ชีวิตขว้างเงิน ตบหน้าคนทั้งเมือง? ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต?
แม้ครอบครัวเดิมของเขาจะมีฐานะอยู่บ้าง พ่อมีบริษัทก่อสร้างมูลค่าหลักสิบล้าน แต่ก็ยังไม่ใช่ระดับมหาเศรษฐี
แต่นั่นก็เป็นเพียงทรัพย์สินทั้งหมด พวกเขาก็แค่เรียกว่า …พอมีเงินใช้นิดหน่อย เท่านั้น
อีกทั้งเพราะเขาเพิ่งเรียนจบมัธยมปลาย ประกอบกับช่วงสามปีที่ผ่านมาเขาอยู่แต่บ้าน แม่ของเขา หลี่ย่าน ก็เลยให้เงินค่าขนมเขาสัปดาห์ละหนึ่งพันหยวนเท่านั้น
และเจียงเฉิง ก็จำได้ว่าแม่เคยบอกเขาว่า ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยเดือนหน้าเมื่อไหร่ จะให้เงินค่าขนมเขา เดือนละหนึ่งหมื่นหยวน ซึ่งเขาก็เคยคิดว่ามันเยอะมากแล้ว
ไม่คิดเลยว่าตอนนี้… ตัวเองจะได้รับระบบเทพทอฝันในตำนานมาอยู่ในมือ
กำลังเปิดใช้งานระบบเทพทอฝัน...
“ทุกวินาทีที่โฮสต์ดำรงอยู่บนโลกใบนี้ จะได้รับ 0.1 หยวน”
[ชื่อ: เจียงเฉิง]
[อายุ: 18 ปี]
[ส่วนสูง: 182]
[หน้าตา: 85 คะแนน]
[เลเวล: 1]
[เงินสำรองระบบ: 0 หยวน]
[ระบบ: 0.1 หยวน/วินาที]
[ค่าประสบการณ์อัปเกรด: 0/100000]
เจียงเฉิง ลองคำนวณดูคร่าวๆ
ตอนที่เลเวลหนึ่ง ทุกวินาทีจะได้รับ 0.1 หยวน
หนึ่งวันก็ได้ 8,640 หยวน
หนึ่งเดือนก็ได้ 259,200 หยวน
นี่เขาเพิ่งเกิดใหม่มาแค่ไม่ถึงสองชั่วโมง ก็ได้ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วยระบบแล้วเหรอ?
นี่มันโคตรสุดยอดเลยว่ะ…
[ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ได้รับแพ็คเกจเริ่มต้น ขอถามว่าโฮสต์ต้องการเปิดหรือไม่?]
เจียงเฉิง หลับตา คิดในใจเบาๆ
“เปิดแพ็คเกจเริ่มต้น!”
ทันใดนั้นเอง…
[รางวัล: ซูเปอร์คาร์ระดับสิบล้าน Porsche 918 หนึ่งคัน]
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับรางวัลเงินสดเริ่มต้น สิบล้านหยวน]
[การ์ดช้อปปิ้งคืนเงินแบบคริติคอล (เริ่มต้น) 5 ใบ (บัตรคืนเงินระดับเริ่มต้นมียอดใช้จ่ายสูงสุดหนึ่งล้านหยวน)]
[ระบบสแกนค่าความเป็นมิตร หนึ่งชุด]
ทันใดนั้น ระบบแจ้งว่า:
[เงินรางวัลจากระบบกำลังถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของโฮสต์ (เงินรางวัลจากระบบเป็นเงินทุนถูกกฎหมายที่สามารถตรวจสอบที่มาได้ จะไม่สร้างความเสี่ยงทางการเงินหรือทางกฎหมายใดๆ ให้กับโฮสต์)]
ทันทีที่ระบบแจ้งเตือนจบ โทรศัพท์มือถือของ เจียงเฉิง ก็ดังขึ้นเป็นเสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคย
เมื่อได้ยินเสียงนี้ เจียงเฉิง ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นดู แล้วอุทานทันที: ‘เชี่ย!’
ข้อความบนจอเขียนว่า: บัญชีหมายเลขลงท้าย 5456 ได้รับเงินโอนจำนวน 10,000,000 หยวน ยอดคงเหลือปัจจุบัน: 10,032,311 หยวน
เขาหันไปมองกุญแจรถโลโก้ Porsche 918 ที่ไม่รู้มาอยู่ในมือเขาตั้งแต่เมื่อไร
นี่เป็นครั้งแรกที่ เจียงเฉิง ได้สัมผัสกุญแจรถที่หนักแน่น เย็นมือ มีความพรีเมียมจนเขาจับแล้วแทบลืมหายใจขนาดนี้
ทันใดนั้นเสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง
[ขอถามโฮสต์ว่า ต้องการเปิดระบบสแกนค่าความเป็นมิตรหรือไม่?]
“เปิดเลย”
ระบบเริ่มทำงานทันที เขาหันไปมองหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังนอนกอดเขาอยู่ในผ้าห่ม
[ระบบสแกนค่าความเป็นมิตรเริ่มทำงาน กำลังสแกนข้อมูลของเป้าหมาย…”
[ชื่อ: อวี๋ เซียวเซียว]
[อายุ: 25 ปี]
[ส่วนสูง: 165 ซม.]
[หน้าตา: 93]
[รูปร่าง: 94]
[ค่าความเป็นส่วนตัว: 1]
[ค่าความเป็นมิตร: 60 (สถานะใกล้ชิด)]
ค่าสถานะหลายอย่างข้างหน้าเข้าใจได้ง่ายมาก
แต่ค่า ‘ค่าความเป็นส่วนตัว’ นี่ เจียงเฉิง กลับค่อนข้างงง
เจียงเฉิง เปิดหน้าคำอธิบายของระบบขึ้นมา
[ค่าความเป็นส่วนตัว หมายถึง ชีวิตส่วนตัวของบุคคลนั้นๆ ตัวเลขที่แสดงคือ: จำนวนครั้งของบุคคลเพศตรงข้ามที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง]
เมื่อเห็นคำอธิบายนี้ เจียงเฉิง ก็ยิ้มมุมปากเข้าใจได้ในทันที
ตัวเลข 1 ของ อวี๋ เซียวเซียว นี่มัน... หมายถึงฉันสินะ?
ดีจริง ค่าความเป็นส่วนตัวนี่เป็นของดีจริงๆ
ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เขาค่อยๆ เก็บแต้มไปได้เรื่อยๆ แต่ที่สำคัญคือมันเหมือนมีเรดาห์กันนอกใจในตัว กันเขาโดนใส่เขียวได้อย่างดี
และที่แท้ระบบสแกนความสัมพันธ์นี่คือเครื่องป้องกันฟ้าผ่าที่ระบบมอบให้เขานี่เอง
ทันใดนั้น วงแขนเรียวเนียนคู่หนึ่งในผ้าห่มก็โอบรอบเอวของเขาแน่นขึ้น ปลายนิ้วที่นุ่มลื่นไล่ไปตามหน้าท้องเขาอย่างลวกๆ
ปากเธอก็บ่นพึมพำออกมาเบาๆ ว่า: “ไม่คิดเลยนะ ว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้… หาเหตุผลเลิกกับแฟนได้แบบ …แฟนตาซี ขนาดนั้นเลย?”
เจียงเฉิง มองดูผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มที่กำลังฉวยโอกาสกับเขาอยู่ตรงหน้า
ภายใต้คิ้วทรงใบหลิวธรรมชาติคือแพขนตายาวงอนหนาแน่น จมูกโด่งรั้นอย่างงดงาม ริมฝีปากสีแดงสดที่ถูกเม้มไว้เล็กน้อยช่างยั่วยวน
เขาถึงกับต้องอุทานในใจอีกครั้ง …นี่มันผู้หญิงลุคเจ๊ใหญ่สุดแซ่บชัดๆ
เมื่อคืนเดิมทีเขาแค่อยากจะหาบาร์ดื่มเหล้าไปเรื่อยเปื่อย เพราะ จ้าวเจีย ไม่ยอมคุยกับเขา
ส่วน อวี๋ เซียวเซียว ก็ดูเหมือนจะเพิ่งเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมา
ทั้งสองคนดื่มด้วยกัน คุยกันถูกคอ เลยดื่มค็อกเทลไปแก้วแล้วแก้วเล่า ค็อกเทลสิบกว่าแก้วหมดในนาทีเดียว
ไม่นานก็เริ่มมึนงง…
จากนั้น… ก็ไม่ต้องเดาต่อว่าอะไรเกิดขึ้นต่อ
ตอนที่เขาเพิ่งเกิดใหม่มา เขาก็พบว่า อวี๋ เซียวเซียว กำลังเป็นฝ่ายรุก คล้องคอเขาขยับสะโพกอย่างเร่าร้อน
เขาเองก็ดื่มหนัก อีกอย่าง อวี๋ เซียวเซียว ก็…‘เป็นฝ่ายรุกก่อน’ ดังนั้นเขาจึงตอบสนองตอบรับกลับไปแบบไม่เก้อเขิน
หลังจากที่ทั้งสองคนผลัดกันรุกผลัดกันรับกันไป ก็ก่อเกิด ‘เหตุการณ์นองเลือด’ ขึ้น เพียงแต่ไม่รู้ว่า อวี๋ เซียวเซียว ไปเจอเรื่องเจ็บปวดใจอะไรมา เธอถึงได้จงใจพาตัวเองมา ‘บำบัดแผลใจ’ ในสถานที่แบบนี้
แม้ว่าเมื่อครู่ เจียงเฉิง จะได้ ‘ฉีดยาเข้าเส้น’ เพื่อรักษาเธอไปแล้ว แต่ค่าความเป็นมิตรของ อวี๋ เซียวเซียว ที่มีต่อเขากลับยังอยู่แค่ 60
นี่หมายความว่า เธอไม่ได้ชอบเขาเป็นพิเศษ อาจจะแค่ดื่มหนัก หรือสิ้นหวัง หมดหวังกับความรักอะไรบางอย่าง
ในตอนนี้ อวี๋ เซียวเซียว ใช้มือข้างหนึ่งยันตัวขึ้นเล็กน้อย ใบหน้ายิ้มเย้ายวน ขณะที่มืออีกข้างก็จิ้มหน้าท้องเขาเบาๆ
“บอกว่ารักแฟนเก่ามากๆ ตอนดื่ม… ผู้ชายก็คือผู้ชาย ไม่มีดีสักคนเลยจริงๆ”
เมื่อเห็น อวี๋ เซียวเซียว หยอกล้อตัวเอง เจียงเฉิง ไม่คิดแก้ตัว
เขาวางโทรศัพท์มือถือลง แล้วคว้าจับมือเธอที่ยังซุกซนลูบไปมาบนตัวเขา แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า: “คุณเมาแล้วนะ เดี๋ยวผมฉีดยาแก้ง่วงให้คุณอีกเข็ม”
ก่อนที่จะเกิดใหม่ เจียงเฉิง เคยฝันอย่างเป็นหมอประจำบ้านที่ ‘น่าโดนจับ’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอประเภทที่เชี่ยวชาญเรื่องการ ‘ฉีดยา’
ซึ่งไม่คิดเลยว่าวันแรกของการได้เกิดใหม่ ก็จะได้เริ่มทำตามความฝันนี้ให้เป็นจริงเสียแล้ว
……………………………
เวลาผ่านไป…
[ติ๊ง! เนื่องจากโฮสต์ ‘ขับรถเร็ว’ เกินไป ขอให้รางวัลโฮสต์เป็น ‘การ์ดซื้อรถซูเปอร์คาร์คืนเงินแบบคริติคอล (ไม่จำกัดวงเงิน ใช้ได้หนึ่งคัน)’!]
[และขอให้รางวัลโฮสต์เป็นทักษะ ‘ลิ้นขั้นเทพ’ (หมายเหตุพิเศษ: ทักษะนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นให้กับทุกเซลล์บนปลายลิ้นของโฮสต์ ทำให้พลิ้วไหวและทรงพลังยิ่งขึ้น)]
เจียงเฉิง ที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับอึ้งไปครู่ ก่อนจะลองแลบลิ้นขยับเบาๆ
ทันใดนั้น เขาก็พบว่าลิ้นที่เคยแข็งทื่อของเขา กลับกลายเป็นขยับได้คล่องและมีพลังแบบผิดมนุษย์อย่างไม่น่าเชื่อ!!!
ด้วยลิ้นของเขาในตอนนี้ การจะ ‘เต้นระบำลิ้น’ สักหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาเลย
เจียงเฉิง หันไปมอง อวี๋ เซียวเซียว ที่นอนหลับตาหายใจหอบถี่อยู่ข้างๆ ทันใดนั้นริมฝีปากของเขาก็ยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม…เหมือนสัญลักษณ์ไนกี้ (Nike) ตัวเล็กๆ