การได้พบคุณคือโชคดีของฉัน
[ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ได้อัปเกรดเลเวลอีกครั้ง!]
[ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทุกหนึ่งวินาทีที่โฮสต์ดำรงอยู่บนโลกใบนี้ จะได้รับเงิน 0.8 หยวน]
[ชื่อ: เจียงเฉิง]
[อายุ: 18 ปี]
[ส่วนสูง: 182]
[หน้าตา: 85 คะแนน]
[เลเวล: 6]
[เงินสำรองระบบ: 4,890 หยวน (สามารถถอนได้ตลอดเวลา)]
[รายได้ระบบ: 0.8 หยวน/วินาที]
[ค่าประสบการณ์อัปเกรด: 5,000,000 / 10,000,000]
เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ เจียงเฉิง ถึงกับ ตื่นเต้นจนแทบกลั้นไว้ไม่อยู่
เขาใช้จ่ายไปห้าล้าน แต่กลับได้คริติคอลคืนมาถึงแปดสิบห้าล้าน!
เพียงแค่ในวันเดียว เขาก็ได้เป็นเจ้าของบ้านห้าหลัง และมีสินทรัพย์รวมทะลุร้อยล้านไปแล้ว!
เจียงเฉิง คิดในใจว่า ต่อไปนี้ขอให้ได้การ์ดคริติคอลดีๆ แบบนี้มาอีกเยอะๆ เลย
แถมตอนนี้ระบบยังอัปเกรดแบบก้าวกระโดด ข้ามไปถึงเลเวล 6 ทันที
ทุกวินาทีเขาจะได้รับเงิน 0.8 หยวน, หนึ่งนาทีได้ 48 หยวน, หนึ่งวันก็ได้เกือบ 70,000 หยวน
นี่มันชีวิตหลังเปิดโหมดโกงชัดๆ!
หลังจากจัดการธุระทุกอย่างเสร็จสิ้น เหล่าเจ้าของเดิมและผู้จัดการเจียงหยวน ต่างก็รีบเข้ามาขอเพิ่มวีแชทและเบอร์ติดต่อของ เจียงเฉิง โดยบอกว่าถ้าบ้านมีปัญหาอะไรในอนาคต สามารถติดต่อพวกเขาได้ทุกเมื่อ
หลังจากเพิ่มเพื่อนกันเสร็จ พวกเขาก็ยังเสนอที่จะเลี้ยงข้าว เจียงเฉิง อีก แต่แน่นอนว่า เจียงเฉิง ปฏิเสธไปทั้งหมด
“เสี่ยวเซี่ย มากับผมหน่อย” เจียงเฉิง พูดขึ้น
ทันทีที่ทุกคนเห็น เจียงเฉิง ปฏิเสธพวกเขา แต่กลับเรียกตัว เสี่ยวเซี่ย สีหน้าแต่ละคนก็อย่างกับเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะผู้จัดการที่รีบขยิบตา แล้วพูดกับ เสี่ยวเซี่ย อย่างรู้งานว่า:
“เสี่ยวเซี่ย คุณเจียงช่วยให้เธอปิดดีลใหญ่ได้ค่าคอมมิชชั่นถึงห้าหลัง คืนนี้เธอต้องเลี้ยงข้าว ‘ดูแล’ คุณเจียงเขาดีๆ ล่ะ วันนี้ไม่ต้องกลับไปที่บริษัทแล้ว ไป ‘อยู่เป็นเพื่อน’ คุณเจียงเขาดีๆ เถอะ”
“คะ! หนูเข้าใจค่ะ…” เสี่ยวเซี่ย ตอบอย่างตื่นๆ และว่าง่าย
หลังจากที่ทุกคนทยอยกลับกันออกไป เสี่ยวเซี่ย ก็โค้งให้ เจียงเฉิง อย่างเกรงใจ: “คุณเจียง… ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ให้ฉันเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อเถอะนะค่ะ”
เจียงเฉิง กลับโบกมือ: “เอาหมายเลขบัญชีของคุณมา เดี๋ยวผมโอนเงินให้”
เสี่ยวเซี่ย ชะงัก เธอรู้ดีว่า เจียงเฉิง หมายถึงอะไร…
ตอนแรกเธอก็อยากได้เงิน ‘ส่วนต่างราคาบ้าน’ ตามที่ เจียงเฉิง เคยสัญญาไว้ แต่ตอนนี้ เธอได้คอมมิชชั่น 2% แล้ว ถึงจะต้องแบ่งกับบริษัทบ้าง แต่ก็ยังได้หลายหมื่นอยู่
การที่จะต้องมารับเงินของ เจียงเฉิง อีกตอนนี้ ทำให้เธอรู้สึกละอายใจจริงๆ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเจียง ฉันได้คอมมิชชั่นแล้วค่ะ รับมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ… ฉันได้รับค่าตอบแทนของฉันแล้วค่ะ” เสี่ยวเซี่ย พูดอย่างจริงใจ
เจียงเฉิง มองเห็นความลังเลและความซื่อบริสุทธิ์ของเธอ นี่สินะ เด็กจากชนบทที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต… ซื่อเกินกว่าจะต่อรองกับโลกใบนี้
“คุณคิดให้ดีๆ นะ โลกนี้ไม่ได้มีโอกาสแบบนี้มาให้คว้าบ่อยๆ และคุณก็ไม่ได้จะโชคดีแบบนี้ทุกครั้งไป… ที่จะได้เจอลูกค้าอย่างผม บางทีครั้งหน้าลูกค้าที่คุณเจอ อาจจะรังเกียจที่คุณถามคำถามไม่เป็น หรืออาจจะยื่นข้อเสนอในการซื้อบ้าน... อย่างเช่น ‘ขอให้คุณไปนอนด้วย’? เงินก้อนนี้ผมบอกว่าจะให้คุณ คุณก็รับไว้ซะเถอะ ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีโอกาสดีๆ ผ่านเข้ามาบ่อยนักหรอก เมื่อเจอมันแล้วก็ควรรีบคว้าไว้ อย่ารอจนถึงวันที่ต้องการเงินแล้วค่อยมาเสียดายทีหลัง”
คำพูดที่แสนจะ ‘จริงแท้’ ของ เจียงเฉิง สะกิดใจ เสี่ยวเซี่ย ในทันที
แววตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ของเธอ พลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกขึ้นมา
แน่นอนว่าเธอเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของผู้จัดการเจียงหยวน…ที่ว่าให้ ‘ดูแล’ เจียงเฉิง ดีๆ ปรากฏการณ์แบบนี้ในวงการนายหน้าอสังหาฯ ไม่ใช่ความลับอะไรเลย
เจียงเฉิง พูดถูก โลกนี้ไม่ใช่หอคอยงาช้าง ความขยัน ซื่อสัตย์ และจิตใจดี ไม่สามารถแลกมาเป็นเงินได้ เผลอๆ... ตราบใดที่คุณยัง ‘ยอมทนลำบาก’ คุณก็จะมี ‘ความลำบาก’ ให้ทนไปไม่รู้จบสิ้น
ในเมื่อสภาพทางบ้านของเธอก็ไม่ได้ดีอยู่แล้ว เธอยังมีสิทธิ์อะไรที่จะไปคิดแทนคนอื่นอีก? แล้วเธอยังมีสิทธิ์อะไรที่จะปฏิเสธ ‘พาย’ ที่ลอยมาจากสวรรค์ก้อนนี้?
เสี่ยวเซี่ย ก้มลงมองกระเป๋าใบเล็กที่เธอซื้อมาจากแผงลอยข้างทาง
เธอเม้มปากแน่น รูดซิปเปิดกระเป๋า ค้นหาบัตรธนาคารที่เธอเพิ่งทำมาเมื่อไม่นานนี้ออกมายื่นให้ เจียงเฉิง: “ขอบคุณค่ะ คุณเจียง…การได้พบคุณ… เป็นความโชคดีของฉันจริงๆ ค่ะ”
เจียงเฉิง รับบัตรธนาคารของ เสี่ยวเซี่ย มา เปิดแอปธนาคารบนโทรศัพท์มือถือ และโอนเงิน ‘ส่วนต่าง’ จำนวน 350,000 หยวนไปให้เธอทันที
จริงๆ แล้ว เจียงเฉิง ไม่ได้เป็น ‘นักบุญ’ อะไรเลย จุดประสงค์แรกเริ่มของเขาก็แค่ต้องการให้ เสี่ยวเซี่ย ช่วยเขากดราคาห้องให้เหลือ 1 ล้านถ้วนเท่านั้น เพราะเมื่อเทียบกับการซื้อห้องที่ราคาแปดเก้าแสนแล้ว การซื้อห้องราคาหนึ่งล้านห้าห้องรวด มันให้ผลคริติคอลที่อลังการกว่ามาก
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น เจียงเฉิง ใช้ห้องห้าหลังที่ได้มานี้กวาดรางวัลไปถึงแปดสิบห้าล้าน ดังนั้นเงินแค่ 350,000 ที่ให้ เสี่ยวเซี่ย ไปนี้ เจียงเฉิง ไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย
“ผมโอนไปแล้วนะ งั้นผมไปก่อนล่ะ ขอให้คุณเจอแต่เรื่องดีๆ ในหรงเฉิงนะ”
เสี่ยวเซี่ย รับบัตรธนาคารของเธอคืนมา… เด็กผู้หญิงบ้านยากจนแบบเธอ จู่ๆ ได้เงินสามแสนห้าหมื่นภายในบ่ายเดียว เรื่องนี้มันส่งผลกระทบต่อเธอรุนแรงเกินไป จนทำให้เธอทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
เธอได้แต่มองแผ่นหลังของ เจียงเฉิง ที่กำลังเดินจากไป ก่อน เสี่ยวเซี่ย จะกลั้นใจวิ่งตามเขาไป: “คุณเจียง! …ขอฉันเพิ่มช่องทางติดต่อคุณได้ไหมคะ?”
เมื่อเห็น เจียงเฉิง หยุดเดินแล้วหันมาจ้องเธอ เสี่ยวเซี่ย ก็หน้าแดงจัด ก้มหน้าลงต่ำ: “ฉันรู้ค่ะว่า ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง อาจไม่มีคุณสมบัติพอจะได้เป็นเพื่อนคุณ… แต่ฉันจะพยายามทำตัวให้ดีขึ้น ถ้าในอนาคตคุณพอมีเวลาว่างเมื่อไหร่… ฉันอยากจะขอบคุณคุณด้วยการเลี้ยงข้าวสักมื้อได้ไหมคะ?”
เธอพยายามอธิบายความขอบคุณในใจของเธออย่างตะกุกตะกัก แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ
เจียงเฉิง มองท่าทางซื่อบื้อที่เอาแต่ก้มหน้าจ้องพื้นของ เสี่ยวเซี่ย ก็ได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ
เขาแอบเหลือบดูค่าความเป็นมิตรของ เสี่ยวเซี่ย และพบว่า... มันพุ่งจาก 50 ไปเป็น 78 แล้ว
เจียงเฉิง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดคิวอาร์โค้ดของตัวเอง: “สแกนสิ วันนี้ผมไม่ว่าง ไว้วันหลังมีเวลาแล้วค่อยนัดคุณกินข้าวแล้วกันนะ”
เสี่ยวเซี่ย เห็นดังนั้นก็ดีใจจนมือสั่น รีบเปิดวีแชทอย่างลนลาน แล้วสแกนคิวอาร์โค้ดของเขาอย่างรวดเร็ว
เจียงเฉิง เหลือบมองโทรศัพท์มือถือของเธอ หน้าจอแตกยับ เขาขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เงินเขาให้ไปแล้ว การจะเอาไปซ่อมโทรศัพท์มือถือหรือซื้อใหม่หรือไม่ …นั่นก็เป็นเรื่องของเธอ
ในตอนนั้นเอง ระบบก็ส่งเสียง ‘ติ๊ง!’ ขึ้นมา
[เนื่องจากการใช้จ่ายครั้งแรกของโฮสต์เป็นการเลือกที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง ระบบขอมอบรางวัลให้โฮสต์เป็น [การ์ดทะลุทะลวง]”
[เมื่อใช้การ์ดนี้กับเทพธิดาที่มีค่าความงามเกิน 90 คะแนน จะได้รับฟังก์ชัน ‘ความสุขคูณสอง’ การ์ดใบนี้จะคำนวณการคืนเงินจาก ‘ความถี่’ และ ‘ระดับความพึงพอใจ’ ของอีกฝ่าย (การ์ดนี้สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น)]
เจียงเฉิง มองดูการ์ดใบนี้ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่า…นี่มันระบบแบบไหนกันเนี่ย?
ระบบมันกำลัง ‘เล่นติดเรท(1)’ กับเขาอยู่รึเปล่า??
แล้วนี่มันคือการ ‘ทะลุทะลวง’ ในความหมายเดียวกับที่เขาคิดไว้รึเปล่าวะ? คงไม่ได้เข้าใจผิดไปเองหรอกใช่ไหม?
คิดๆ แล้ว... ไอ้ระบบนี่มันเป็นระบบที่ ‘ใสสะอาด’ จริงๆ …หรือมีอะไรแอบแฝงฟะ?
ถึงจะสงสัยอย่างไร แต่ด้วยพลังอำนาจของเงินตรา… เจียงเฉิง ก็คิดไว้แล้วว่าค่อยหาจังหวะดีๆ เหมาะๆ ใช้การ์ดใบนี้แล้วกัน
……………………………
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เจียงเฉิง ก็ขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านของเขา
เพราะจู่ๆ ก็มีรถโผล่ขึ้นมาเฉยๆ ถ้าหากพ่อแม่ของเขามาเห็นเข้า เรื่องนี้คงไม่ใช่แค่คำอธิบายประโยคสองประโยคก็จบง่ายๆ แน่
หมู่บ้านอวี้จิ่ง เจียงเฉิง กลับมาถึงบ้าน
เขาเห็นแม่ของเขากำลังยกจานผลไม้ที่หั่นเสร็จแล้วออกมาจากในครัวพอดี
เมื่อเห็น เจียงเฉิง เดินเข้าประตูมา หลี่ย่าน ก็มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า: “อ้าว นึกว่าใครซะอีก ไหน… ยังจำได้ว่าต้องกลับบ้านเหรอ?”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่แอบบ่นเล็กๆ ของ หลี่ย่าน เจียงเฉิง ก็รีบเข้าไปประจบ หยิบแตงโมขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วกัดเข้าไปเต็มคำ: “แม่ครับ แตงโมที่ซื้อมาวันนี้หวานดีจังเลย ไม่เลวเลยๆ~”
หลี่ย่าน เหลือบมองเขาด้วยหางตา แย่งจานผลไม้กลับไป แล้วเดินไปวางไว้ตรงหน้า เจียง เจี้ยนหมิง ที่ห้องนั่งเล่น
เจียงเฉิง รีบเดินต้อยๆ ตามไปข้างหลัง พลางร้องเรียก: “พ่อครับ”
เจียง เจี้ยนหมิง ไม่ได้พูดอะไรมาก เขามอง เจียงเฉิง แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม: “ไหนไม่ใช่ว่าจะไปเที่ยวหลังเรียนจบเหรอ? ตกลงจะไปที่ไหน?”
เจียงเฉิง ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับปฏิกิริยาของพ่อแม่ของเขาทั้งสอง แม้ว่าเขาจะเป็นลูกชายคนเดียว แต่ตั้งแต่เล็กจนโต พวกเขาก็แทบจะเลี้ยงดู เจียงเฉิง แบบ ‘ปล่อยสบายๆ’ มาโดยตลอด
แต่ก็ต้องขอบคุณที่ เจียงเฉิง ปกติก็ไม่ได้ทำอะไรที่มัน ‘นอกลู่นอกทาง’ นัก ดังนั้นคนทั้งสองจึงค่อนข้างวางใจในตัวเขามาก
เจียงเฉิง หยิบแตงโมแช่เย็นขึ้นมากินอีกชิ้น พลางพูด: “ผมคิดว่าจะไป ‘เซี่ยงไฮ้’ ครับ เมืองใหญ่สุดๆ ผมอยากไปดูบรรยากาศ และผมคิดว่าจะสมัครเรียนมหาวิทยาลัยที่นั่น เลยอยากไปดูรอบๆ ก่อน”
เจียง เจี้ยนหมิง ฟังจบก็ไม่ได้มีข้อโต้แย้งอะไร: “เรื่องนี้ลูกตัดสินใจเองได้ ค่าเที่ยวให้แม่แกโอนไปให้ จัดการเอาเองแล้วกัน”
หลี่ย่าน ได้ยินแบบนั้นก็เหลือบมอง เจียง เจี้ยนหมิง ด้วยหางตา: “ที่เขาเป็นแบบนี้ ก็เพราะคุณตามใจเขามากไปนั่นแหละ”
แม้ว่าปากของ หลี่ย่าน จะบ่นแบบนั้น แต่เธอกลับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วโอนเงินเข้าวีแชทให้ เจียงเฉิง ทันทีไป 30,000 หยวน
เมื่อเห็นการแจ้งเตือนวีแชทเด้งขึ้นมา เจียงเฉิง ก็รีบกดรับ ‘ความรัก’ จากพ่อแม่ไว้อย่างไม่เกรงใจ พลางยิ้มแฉ่งพูดว่า: “ขอบคุณค้าบพ่อ! ขอบคุณค้าบแม่!”
…………………………………
(1)[เล่นติดเรท (搞颜色) – ‘สีเหลือง (颜色)’ เป็นคำสแลงหมายถึงเรื่องลามกอนาจาร ‘เกาเหยียนเซ่อ (搞颜色)’ จึงหมายถึง การทำเรื่องลามก หรือการคิดเรื่องหื่นกาม]