ตอนที่ 16 วังเจิ้ง

ดังนั้นจนถึงตอนนี้ เรื่องการบวกราคาเพิ่มนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ ส่วนเรื่องการจำกัดการซื้อก็เป็นแค่คำขู่ปากเปล่าเท่านั้น

“ตามหลักแล้วมันเป็นแบบนั้นค่ะ แต่คุณลูกค้าก็น่าจะทราบดีว่า… ใบสั่งจองของ Ferrari นั้นต้องใช้เวลารอนานมาก”

“และเนื่องจากระยะเวลาที่นานเกินไป ทำให้บางออเดอร์ในท้ายที่สุดลูกค้าก็ไม่สามารถรับรถได้ตามกำหนด”

“ดังนั้นจึงมี ‘โควตา’ บางส่วนที่ว่างลงและสามารถเสียบแทนได้ค่ะ”

“หากคุณลูกค้าต้องการจริงๆ ทางเราสามารถนำชื่อของคุณลูกค้าไปลงทะเบียนแทนในใบสั่งจองที่ว่างลงเหล่านั้นได้ เพียงแต่... เงินมัดจำที่ต้องจ่ายล่วงหน้าจะสูงกว่าการจองปกติอยู่บ้าง ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ารับได้ไหมคะ?”

คำพูดของ เสี่ยวอวิ๋น เพิ่งจบ เจียงเฉิง ก็พยักหน้าแรงอย่างไม่ต้องคิด

เขาซื้อรถคันนี้ด้วยเงินของระบบ จะต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่เขาก็ไม่สนหรอก

“ได้ครับ ถ้าซื้อได้… ผมจ่ายเต็มจำนวน”

เมื่อ เจียงเฉิง พูดประโยคนี้ออกมา ดวงตาของ เสี่ยวอวิ๋น ก็เบิกกว้างทันที

จ่ายสดเต็มจำนวน!!! เขารู้ไหมว่ารถคันนี้ราคาเท่าไร!?

ไม่ใช่แค่ เสี่ยวอวิ๋น เท่านั้น คนอื่นๆ ที่ได้ยินคำพูดที่แสนจะสบายๆ ของ เจียงเฉิง ต่างก็พากันอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าในใจของพวกเขาจะมีคำอุทานมากมายผุดขึ้นมา

แต่เมื่อคำพูดมาจุกอยู่ที่ริมฝีปาก กลับไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเลยสักคำ

จ่ายสดเนี่ยนะ????

แม้แต่ ซูหว่าน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามอง เจียงเฉิง

ในตอนนี้เธอรู้สึกทั้งตกตะลึงและอยากรู้อยากเห็น

แม้แต่เจ้าของธุรกิจใหญ่อย่าง หวงหมิง ผู้เป็นนักลงทุนของบริษัทเธอ หรือก็คือประธานบริษัทบันเทิงตระกูลหวง

แม้ว่าบริษัทบันเทิงตระกูลหวงจะมีมูลค่าตลาดหลายร้อยล้าน แต่ในความเป็นจริง เงินสดหมุนเวียนในมือของ หวงหมิง ก็น่าจะมีแค่ไม่กี่สิบล้านเท่านั้น

และหนังที่เขาลงทุนแต่ละเรื่อง ก็ใช้เงินทุนแค่ประมาณห้าล้านกว่าๆ

ถ้าคุณบอกให้ หวงหมิง ซื้อ LaFerrari เขาไม่มีทางซื้อแน่ และไม่มีปัญญาซื้อด้วย

ขนาดจะซื้อ Ferrari รุ่นธรรมดาราคาสามล้าน เขายังต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนจะซื้อ

แล้วเด็กหนุ่มคนนี้… กลับพูดออกมาอย่างสบายๆ ว่าเขาจะซื้อ Ferrari LaFerrari ด้วยเงินสดเต็มจำนวน

แบบนี้… ไม่ตกใจสิแปลก!

“เอ่อ… คุณเจียงคะ ราคาตัวรถเปล่าอยู่ที่ 20 กว่าล้านหยวน แต่ถ้ารวมค่าตกแต่งตามสั่งเข้าไปด้วย อย่างน้อยๆ ก็ต้องจบที่ 40 กว่าล้านหยวนเลยนะคะ”

ได้ยินจำนวนเงินมหาศาลขนาดนี้ แต่สีหน้าของ เจียงเฉิง กลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย: “ผมทราบครับ รับได้ครับ”

พอ เจียงเฉิง ยืนยันคำเดิม เสี่ยวอวิ๋น ก็แทบจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ว

เธอทำงานที่ Ferrari มาหลายปี ถ้าเธอสามารถขายรถรุ่นเฮฟวี่เวทอย่าง LaFerrari ได้!

นั่นจะเป็นช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดในประวัติการทำงานของเธอเลยทีเดียว

และขอแค่ขายรถคันนี้ได้ แค่ค่าคอมมิชชั่นอย่างเดียวก็พอให้เธอใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายไปได้อีกสองปีเต็มๆ!

แม้ว่าดีลนี้อาจจะมีกรณีพิเศษอยู่บ้าง แต่ในเมื่อเธอเป็นคนรับรอง เจียงเฉิง ดังนั้นค่าคอมมิชชั่นที่ควรได้ เธอก็ต้องได้

เมื่อเห็นว่า เจียงเฉิง จะสั่งซื้อ LaFerrari จริงๆ แม้แต่ ซูหว่าน ที่เงียบมาตลอดก็ยังเผลอเผยอปากเล็กน้อยด้วยความทึ่ง

พนักงานขายฝั่ง หวงหมิง เห็นท่าทางตื่นเต้นของ เสี่ยวอวิ๋น ก็พากันอิจฉาตาร้อนผ่าว

แม้ว่าลูกค้าที่พวกเธอให้บริการอยู่อย่าง หวงหมิง จะแต่งตัวดูแพง สวมนาฬิกา Vacheron Constantin แต่แล้วยังไงล่ะ?

พวกเธอสามคนสลับกันแนะนำรถให้เขาอย่างละเอียดมาเป็นชั่วโมงแล้ว

เขาก็เอาแต่ยึกยักลีลาไม่ยอมวางใบสั่งซื้อสักที เอาแต่คุยกับ ซูหว่าน เรื่องการลงทุนและเรื่องเดตคืนนี้อยู่ได้

ดีไม่ดี ก็แค่พาดีดาราสาวมา ‘สร้างภาพ’ เท่านั้นแหละ

หวงหมิง เองก็ได้ยินคำพูดของ เจียงเฉิง เช่นกัน

เมื่อเห็นว่า ซูหว่าน หันมองไปทาง เจียงเฉิง อีกแล้ว สีหน้าของเขาก็ยิ่งดำคล้ำลงไปอีก

“เสี่ยวหว่านหว่าน(1) หนูดูรถคันนี้ของป๋าสิ เป็นไงบ้าง? ถ้าหนูโอเค ช่วยป๋าเลือกของแต่งรถหน่อยสิ เพราะยังไงตอนรับรถ... คนที่จะมานั่งเบาะข้างๆ ก็ต้องเป็นหนูอยู่แล้ว”

ซูหว่าน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินคำพูดของ หวงหมิง คิ้วของเธอก็ขมวดมุ่นอย่างไม่ปิดบัง

ถ้าไม่ใช่เพราะติดเรื่องงาน เธอคงสะบัดหน้าเดินหนีไปนานแล้ว

แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอ หวงหมิง แต่ระหว่างเธอกับเขาก็ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันเลยสักนิด

พอ หวงหมิง พูดแบบนี้ มันทำให้ดูเหมือนว่าระหว่างเขากับเธอมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและลึกซึ้งต่อกัน

แต่จะทำไงได้ หวงหมิง คือนายทุนละครของบริษัทเธอ…และวันนี้เขาก็ระบุชื่อเจาะจงให้เธอออกมาเป็นเพื่อน บริษัทเองสั่งมา แบบนี้แล้ว เธอ…จะไปทำอะไรได้?

“ประธานหวงคะ เรื่องรถฉันไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ ท่านประธานตัดสินใจเองเถอะ อีกอย่างช่วงนี้ฉันถ่ายละครยุ่งมาก คงไม่มีเวลาว่างออกมานั่งรถเล่นหรอกค่ะ”

ความอดทนของ หวงหมิง แทบจะหมดเกลี้ยงแล้ว

ในตอนนี้ เขาโยนความผิดที่จีบ ซูหว่าน ไม่ติดไปที่ เจียงเฉิง ที่โผล่เข้ามาขัดจังหวะ

เพราะตั้งแต่ เจียงเฉิง เข้ามา สายตาของ ซูหว่าน ก็เอาแต่จับจ้องไปที่หมอนั่น

เขาไม่รู้ว่า เจียงเฉิง แค่ ‘ราคาคุย’ หรือว่ามีเงินเยอะขนาดนั้นจริงๆ

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ก่อน ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่าเขาโชคดีที่ไม่ได้เข้าไปหาเรื่อง

พวกรุ่นสองที่รวยระดับซูเปอร์ริชแบบนี้ เขาไม่ควรไปล่วงเกิน

แต่ถ้าในบัตรของ เจียงเฉิง ไม่มีเงินขนาดนั้นล่ะก็...

ฉันนี่แหละจะด่ากราดแม่งให้เสียผู้เสียคนจนพ่อแม่จำหน้าไม่ได้เลยคอยดู ให้ ซูหว่าน ได้รู้ว่า ‘ใครกันแน่ที่รวยของจริง’!

ต่อหน้าผู้หญิงเยอะแยะขนาดนี้ จะมาแกล้งรวยทำซากอะไร?

ผ่านไปไม่กี่นาที เสี่ยวอวิ๋น ก็รีบเดินกึ่งวิ่งกลับมาพร้อมกับชายวัยกลางคน และชายหนุ่มที่แต่งตัวดูดีมีรสนิยมอีกคนหนึ่ง

“ผู้จัดการคะ คุณหวังคะ ท่านนี่คือคุณเจียงค่ะ”

เจียงเฉิงเห็นว่าชายที่ยืนอยู่ข้างผู้จัดการสาขา คือผู้ชายที่เขารู้จักจากงานประมูลเมื่อวาน... วังเจิ้ง

วังเจิ้ง ทำหน้าประหลาดใจแล้วทักขึ้น: “โย่! นายเองเหรอ เจียงเฉิง? ได้ยินตาแก่หวังบอกว่ามีคนจะเอาเงินสดมาฟาดซื้อ LaFerrari ไม่คิดเลยว่าจะเป็นนาย!”

……………………………

(1)[เสี่ยวหว่านหว่าน (小碗碗) – เป็นการเรียกชื่อเล่นแบบตีสนิทและแฝงความเอ็นดู (ในทางชู้สาว) ของ หวงหมิง โดยเอาฉายา ‘ต้าหว่านหว่าน หรือแม่สาวชามโต’ มาเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ‘小 (เสี่ยว – เล็ก/น้อง)’ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ]

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 16 วังเจิ้ง

ตอนถัดไป