ตอนที่ 19 ร้านอาหารมิชลิน
เจียงเฉิง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้ ซูหว่าน สแกนแอดเพื่อน
“งั้น… เจอกันพรุ่งนี้นะคะ คุณเจียง!” ซูหว่าน พูดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
หลังจากยืนยันการสั่งซื้อรถเรียบร้อยแล้ว เจียงเฉิง ก็นั่งรถโรลส์-รอยซ์มุ่งหน้ามายัง ‘ร้านอาหารเหรินเหอ’ ที่ อวี๋ เซียวเซียว จองไว้
เมื่อผลักประตูเดินเข้าไป กลิ่นอายและบรรยากาศของ ‘เซี่ยงไฮ้ในยุคเก่า’ ก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันที
วอลเปเปอร์สีเขียวเข้ม, เครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ และพัดลมเพดานสไตล์เรโทร บนเวทีตรงกลางร้านยังมีหญิงสาวสวยในชุดกี่เพ้ากำลังขับร้องบทเพลง ‘เซี่ยงไฮ้ย้อนยุค’ ขับกล่อมบรรยากาศ
เจียงเฉิง พยักหน้าอย่างพอใจ สมกับเป็นร้านระดับมิชลิน 1 ดาว บรรยากาศเต็มสิบจริงๆ
อวี๋ เซียวเซียว ไม่ได้เลือกที่นั่งโซนปกติ แต่เธอจองห้องส่วนตัวขนาดเล็กเอาไว้
ตอนที่ เจียงเฉิง เดินเข้าไปในห้อง อวี๋ เซียวเซียว กำลังถือแท็บเล็ตเลือกเมนูอาหารอยู่พอดี
เมื่อเห็น เจียงเฉิง อวี๋ เซียวเซียว ก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยท่าทางขวยเขินเล็กน้อย: “เจียงเฉิง มานั่งนี่สิ”
วันนี้ อวี๋ เซียวเซียว สวมชุดเดรสยาวคลุมเข่าของ Chanel ดูสง่างามและหรูหรา ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ งดงามจับใจ
เจียงเฉิง เดินเข้าไปข้างกายเธอ แล้วโอบเอวคอดกิ่วที่แสนเซ็กซี่ของเธอไว้ทันที ริมฝีปากของเขาแนบชิดกับใบหูเล็กๆ ของ อวี๋ เซียวเซียว พลางเป่าลมหายใจอุ่นๆ รดต้นหูแล้วกระซิบถาม: “ทำไมเปลี่ยนชุดล่ะ?”
โดน เจียงเฉิง หยอกเย้าด้วยการกระทำที่แสนจะเจ้าชู้แบบนี้ ใบหน้าของ อวี๋ เซียวเซียว ก็ยิ่งแดงระเรื่อขึ้นไปอีก
เธอแกล้งผลักอก เจียงเฉิง เบาๆ เป็นเชิงปราม ก่อนจะพูดว่า: “ก็… เปลี่ยนชุดมันเรื่องปกติไหมล่ะ ฉันยังไม่ได้พูดเรื่องนายเลยนะ ชุดฉันก็เพราะนายฉีกจนขาดหมดนั่นแหละ!”
“…งั้น เดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่สักหลายๆ ชุดดีไหม?”
อวี๋ เซียวเซียว ผลัก เจียงเฉิง ที่ทำท่าจะเข้ามาออก แล้วกลับไปนั่งที่เดิม: “เสื้อผ้าแค่ชุดเดียว ไม่ต้องให้มันยุ่งยากหรอก”
อวี๋ เซียวเซียว ยื่นแท็บเล็ตให้ เจียงเฉิง แล้วเริ่มแนะนำเมนูอาหารให้เขาอย่างละเอียด: “ข้าวหน้ามันปูของที่นี่ถือเป็นหนึ่งเดียวในเซี่ยงไฮ้เลยนะ ด้านบนโปะด้วยไข่ปูและมันปูเน้นๆ เมนูนี้ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ด้วย เดี๋ยวนายต้องลองชิมดูนะ”
“แล้วก็ยังมีเนื้อปลาผัดซอสเหล้าหมัก (糟溜鱼片), หัวปลาอบต้นหอม (蔥烤鴉片魚頭), จีเหมาไช่ผัดฟองเต้าหู้...”
เจียงเฉิง เห็นว่า อวี๋ เซียวเซียว สั่งไปสี่อย่างแล้ว ก็พยักหน้า: “เอาเท่านี้ก็คงพอแล้วมั้ง”
อวี๋ เซียวเซียว ส่ายหน้า: “นายสั่งเพิ่มอีกสักสองสามอย่างเถอะ เดี๋ยวพอยกมาก็จะรู้เองแหละ อาหารที่นี่อร่อยก็จริง แต่ปริมาณมันน้อยนิดเดียวเดี๋ยวจะไม่อิ่ม”
เจียงเฉิง ได้ยินดังนั้น จึงกดสั่งเมนูแนะนำเพิ่มไปอีกสามอย่างแบบส่งๆ
ระหว่างรออาหาร เขาก็ถามขึ้นว่า: “จริงสิ คุณรู้จัก ซูหว่าน ไหม? ได้ยินว่าเธอเป็นดาราในสังกัด ‘เทียนเฉิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์’ เมื่อคืนคุณบอกว่าคุณก็อยู่ที่นั่นเหมือนกัน”
อวี๋ เซียวเซียว หันมอง เจียงเฉิง ถามด้วยความสงสัย: “ซูหว่านเหรอ? ใช่ เธอเป็นศิลปินในบริษัทเรา มีอะไรรึเปล่า?”
เจียงเฉิง เล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้เธอฟัง และเอ่ยถึงความตั้งใจที่อยากจะจับ ซูหว่าน เซ็นสัญญาเข้าสังกัดตัวเอง
อวี๋ เซียวเซียว ฟังจบ สีหน้าก็ฉายแวว ‘หึงนิดๆ’ ผุดขึ้น แต่แค่ชั่วครู่ เพียงไม่นานรอยยิ้มก็กลับเข้ามาแทนที่ เธอพูดหยอกเย้าว่า: “จะช่วยไถ่ตัวเธอเหรอ? แบบนั้นต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาด้วยนะ... นายสนใจยัยนั่นว่างั้น??”
เจียงเฉิง เข้าใจความหมายของ อวี๋ เซียวเซียว เขาจึงส่ายหน้า: “ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น แค่รู้สึกว่าเธอมีศักยภาพมาก…”
“ศักยภาพมาก? ตอนนี้ระดับความดังของเธอจัดอยู่ในเกรดสามเกรดสี่เองนะ ทรัพยากรที่บริษัทป้อนให้ก็น้อยมาก เงินลงทุนใหม่ๆ ก็ไม่มี”
จากการพูดคุยแบบ ‘ลึกซึ้ง’ เมื่อคืน เจียงเฉิง รู้มาว่าเธอเป็นถึงผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของ เทียนเฉิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์
ด้วยอายุและประสบการณ์ของ อวี๋ เซียวเซียว การที่สามารถขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายได้ตั้งแต่อายุ 25 ถ้าไม่มีเส้นสาย ก็ต้องมีความสามารถระดับเทพ
และตามที่เธอบอก ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผลการเรียนของเธอก็ยอดเยี่ยมมาตลอด กวาดทุนการศึกษามาจนนับไม่ถ้วน การที่เธอมายืนอยู่จุดนี้ได้ ก็ด้วยความสามารถล้วนๆ
อวี๋ เซียวเซียว ไม่ได้เชื่อคำแก้ตัวของ เจียงเฉิง หรอก ก็แหม... ผู้ชายร้อยทั้งร้อย ใครบ้างจะไม่ชอบผู้หญิงสวยๆ
โดยเฉพาะสวยระดับ ซูหว่าน
แต่ในตอนนี้ อวี๋ เซียวเซียว เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะในมุมมองของเธอ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ เจียงเฉิง ก็แค่ ‘ต่างฝ่ายต่างตักตวงสิ่งที่ต้องการ (FWB)’ เท่านั้น
ถ้าวันไหน เจียงเฉิง เบื่อที่จะเล่นกับเธอแล้ว เธอก็พร้อมที่จะเดินจากไปแบบไม่ผูกมัดอะไร
อย่างไรซะ เธอก็เป็นพวก ‘ไม่นิยมการแต่งงาน’ อยู่แล้ว ขอแค่ไม่พูดเรื่องความรู้สึก อย่างอื่นก็โอเคหมด
“ซูหว่าน... ถึงแม้ตอนนี้บริษัทจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเธอมากนัก แต่เงื่อนไขของเธอก็ถือว่าดีจริงๆ นั่นแหละ ถ้านายสนใจเธอจริงๆ... ฉันพอจะช่วยได้นะ”
เมื่อได้ยินคำตอบที่แสนจะใจกว้างของ อวี๋ เซียวเซียว แบบนี้ มันก็ทำให้ เจียงเฉิง รู้สึกประหลาดใจเล็กๆ
แต่ความสัมพันธ์แบบที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายรุกเองและไม่ต้องรับผิดชอบอะไรแบบนี้... เขาก็ยินดีอยู่แล้ว
“รบกวนด้วยนะ…”
อวี๋ เซียวเซียว พยักหน้า: “สัญญาของ ซูหว่าน น่าจะยังไม่หมดอายุ ถ้านายอยากจะเซ็นสัญญาดึงตัวเธอออกมา ค่าฉีกสัญญาน่าจะหลายล้านอยู่ ปกติบริษัทเราจะเซ็นสัญญาทีละ 5 ปี เดี๋ยวฉันต้องกลับไปเช็กรายละเอียดในสัญญาอีกที”
ระหว่างที่คุยกัน อาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟจนครบ
เจียงเฉิง มองดู ‘หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง’ ราคา 138 หยวนที่เขาเพิ่งสั่งไป ถึงได้เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ปริมาณน้อย’ ที่ อวี๋ เซียวเซียว บอก
ในรูปบนแท็บเล็ตดูเหมือนจะจานใหญ่ แต่พอของจริงยกมาวางบนโต๊ะ กลับมีแค่จานเล็กจิ๋วเดียว
‘เนื้อปลาผัดซอสเหล้าหมัก’ ก็เหมือนกัน ในรูปดูเหมือนมีเนื้อปลาเยอะแยะ แต่ของจริงมีแค่นับชิ้นได้ประมาณสิบกว่าชิ้นเท่านั้น
โชคดีที่ตอนท้าย อวี๋ เซียวเซียว ให้สั่งเพิ่มมาอีกหลายอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่อิ่มจริงๆ