ตอนที่ 21 โชคร้าย
หลังจากที่ตำรวจสองนายหยิบบัตรประจำตัวออกมาแสดง ก่อนจะเริ่มสอบถามสถานการณ์ตามระเบียบ
เจียงเฉิง ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด อวี๋ เซียวเซียว ที่อยู่ข้างๆ ก็รีบพุ่งออกไปข้างหน้าทันที
เธอส่ายหน้าแล้วรีบชี้แจงอย่างร้อนรน: “คุณตำรวจคะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา คนคนนี้ต้องการหลอกให้ฉันแต่งงาน เพราะเราเคยหมั้นกัน แต่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาไม่เพียงแค่...นอกใจ แต่ยังเป็นพวกชอบผู้ชายด้วย… ฉันเลยเลิกกับเขานานแล้ว วันนี้เขาเป็นฝ่ายตามมารบกวนฉันเอง ส่วนคุณผู้ชายคนนี้ก็แค่หวังดีเข้ามาช่วยฉันให้พ้นจากการถูกคุกคามค่ะ”
เจียงเฉิง มองการกระทำของ อวี๋ เซียวเซียว ด้วยความพึงพอใจลึกๆ
เพราะเขาสังเกตเห็นว่า สีหน้าและท่าทางที่ อวี๋ เซียวเซียว มีต่อเขานั้น ดูสนิทสนมแนบชิดยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก
ในตอนนี้ ‘ยอดเขา’ อันอวบอิ่มของ อวี๋ เซียวเซียว เบียดชิดติดกับท่อนแขนของเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม แถมยังเป็นการ ‘เบียด’ เข้าหาอย่างตั้งใจเสียด้วย
เจียงเฉิง ลูบไหล่เธออย่างปลอบโยนอีกครั้ง: “ไม่ต้องกังวล”
“นี่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันรึเปล่าครับ? แค่ปัญหาเล็กน้อย คุยกันดีๆ ก็น่าจะจบได้แล้วนะครับ”
ตำรวจเมื่อทราบเรื่องราวคร่าวๆ ก็เริ่มพยายามไกล่เกลี่ย
แต่ จางอวี่ กลับหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ตะโกนสวนกลับไป: “เข้าใจผิดบ้าอะไร! พวกแกหมายความว่ายังไง! ตรงนี้มีกล้องวงจรปิดนะ ฉันขอ…”
ทว่า... คำพูดยังไม่ทันจะหลุดออกจากปากจนจบประโยค เจียงเฉิง ก็ได้กดใช้ ‘การ์ดโชคร้าย’ ใส่ จางอวี่ ไปเรียบร้อยแล้ว
ปุ๊ด ปุ๊ด~~
ทันใดนั้น เสียงประหลาดหลายๆ ครั้งก็ดังเล็ดลอดออกมาจากตัวของ จางอวี่
เขาหยุดชะงักไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นประหลาดพิกล ลูกตากรอกไปมาอย่างตื่นตระหนก สองขาก็ขมิบเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ก้นเองค่อยๆ แอ่นกระดกขึ้นเล็กน้อย
มือทั้งสองข้างค่อยๆ เลื่อนไปกุมท้องอย่างช้าๆ
ในตอนนี้ เขารู้สึกได้ถึง ‘กระแสน้ำอุ่น’ บางอย่าง ที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในลำไส้และพยายามจะทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ความรู้สึกที่ทั้งละเอียดอ่อนและน่าอับอายนี้ ทำให้เขาหวนนึกถึงเหตุการณ์ฝังใจในวัยเด็กฉากหนึ่ง
ตอนนั้นเขายังเด็ก เพิ่งอยู่แค่ ป.3 วันหนึ่งครูเรียกให้เขายืนขึ้นตอบคำถาม
แต่วันนั้นเขาดันท้องเสียพอดี เขาลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่า และในจังหวะที่ลุกขึ้นนั่นเอง จู่ๆ เขาก็เกิดปวดตดขึ้นมา
ในวินาทีนั้นเอง เด็กน้อยผู้อ่อนต่อโลกก็ได้เข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งเป็นครั้งแรก
นั่นคือ... เวลาท้องเสีย อย่าได้ไว้ใจ ‘ตด’ แม้แต่ลูกเดียว!
เพราะในวันนั้น เขาคิดด้วยความไร้เดียงสาว่า ขอแค่ค่อยๆ ผ่อนลมตดออกมาเบาๆ ตอนตอบคำถาม...
ทุกอย่างก็จะผ่านไปโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้
แต่ความจริงกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ว่าความคิดนั้น ผิดมหันต์
เพราะสิ่งที่เขาปล่อยออกมาในตอนนั้น... มันไม่ได้มีแค่ลมตด แต่ยังมี ‘เนื้อ’ เต็มกางเกง...
เขาไม่มีวันลืมสีหน้าซีดเผือดและรังเกียจของเพื่อนร่วมชั้นและคุณครูหน้าชั้นเรียนในวันนั้นได้เลย
และก็ ณ วินาทีนี้... ความรู้สึกที่ห่างหายไปนานนั้น มันได้กลับมาเยือนเขาอีกครั้งแล้ว
จางอวี่ หน้าแดงก่ำ พยายามสะกดจิตตัวเองในใจช้าๆ
‘ห้ามไว้ใจตดเด็ดขาด... ห้ามไว้ใจตดเด็ดขาด…’
หลังจากท่องมนต์ในใจอยู่หลายจบ จางอวี่ ก็เริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิควบคุมร่างกายของตัวเอง
เพราะที่นี่มีกล้องวงจรปิด แถมคนก็เยอะแยะ
เขาจะยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับเขาเองเป็นครั้งที่สองไม่ได้เด็ดขาด
แต่ทว่า... เรื่องราวในโลกนี้มักจะไม่เป็นไปตามใจปรารถนาเสมอไป
จางอวี่ พบว่าแก๊สในท้องของเขามันเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายออกมาตามร่างกายไม่หยุด
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า มื้อเที่ยงวันนี้เขายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา เขามัวแต่ไปมีความสุขอยู่กับ ‘กิ๊กเก่า’ ที่โรงแรมจนหมดแรง
หรือว่า... ใน ‘แท่งหรรษา(1)’ ของกิ๊กเก่าจะ อาบยาพิษ เอาไว้???
ไม่อย่างนั้นทำไมจู่ๆ ลำไส้ของเขาถึงได้ปั่นป่วนรุนแรงขนาดนี้ล่ะ??
จางอวี่ หน้าซีดเผือด เอ่ยถามทุกคนด้วยเสียงสั่นเครือ: “ขอโทษครับ… ห้องน้ำชั้นหนึ่งอยู่ตรงไหน…”
เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลในการควบคุมลมหายใจ เพื่อเปล่งคำพูดไม่กี่คำนี้ออกมา
แต่ต่อให้เขาจะพยายามควบคุมแค่ไหน... ตอนนี้มันก็สายเกินแก้แล้ว
กระแสน้ำอุ่นๆ ที่คุ้นเคย พร้อมกับศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกว่ายี่สิบปีของเขา... เริ่มค่อยๆ ไหลรินออกมาทีละน้อย
ตำรวจเห็นหน้าตาซีดเซียวและท่าทางประหลาดๆ ของเขา ก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วง: “คุณครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? ไม่สบายตรงไหนไหม?”
จางอวี่ ขมิบก้นแน่นยิ่งกว่าเดิม เขาสูดลมหายใจเข้าช้าๆ ริมฝีปากสั่นระริกพยายามจะเอ่ยปาก
“ม…มีนิดหน่อย…ผมต้อง…รีบ…”
จางอวี่ พูดได้แค่นั้นก็ไม่กล้าพูดต่อ
เพราะเขาค้นพบว่า เพียงแค่เขาอ้าปาก... ‘หูรูด’ ของเขาก็จะคลายตัวลงไปอีกระดับหนึ่ง
จากเดิมที่แค่เล็ดออกมาไม่กี่หยด... พอขยับตัวเมื่อกี้ มันก็ทะลักออกมาอีกสิบกว่าหยดแล้วและดูเหมือนว่า... ‘การระเบิดครั้งใหญ่’ กำลังจะตามมาติดๆ… ในอีกไม่ช้านี้
จางอวี่ รู้ดีว่า แม้เขาจะพยายามกลั้นสุดชีวิตแล้ว แต่มันก็ทำได้แค่ชะลอเวลาไม่ให้ระเบิดลูกใหญ่ตูมออกมาในทันทีเท่านั้น
สิ่งที่ต้องเกิด... สุดท้ายมันก็ต้องเกิด
ในตอนนี้ เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าเป้ากางเกงของเขาเปียกชุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
คนอื่นๆ ในที่นั้นต่างมองพฤติกรรมแปลกๆ ของเขาด้วยความงุนงง
แต่ เจียงเฉิง ผู้ใช้การ์ดโชคร้ายไปเมื่อครู่ เริ่มจะเดาสถานการณ์ของ จางอวี่ ออกลางๆ แล้ว
การแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย... มันต้องมี ‘ปัญหา’ อะไรแน่ๆ… ไม่งั้น จางอวี่ คงไม่ถึงขั้นลืมแม้แต่จะโวยวายเรียกหาตำรวจแล้ว
เจียงเฉิง ยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินเข้าไปข้างๆ จางอวี่ แล้วตบไหล่เขา ‘ปุ๊! ปุ๊!’ อย่างแรง พลางพูดด้วยความหวังดี (ประสงค์ร้าย): “พี่ชาย ไม่สบายก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวคุณตำรวจช่วยได้”
แรงสั่นสะเทือนจากการตบไหล่ของ เจียงเฉิง ทำเอาร่างของ จางอวี่ สั่นคลอน เขาต้องรีบสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่และขมิบหูรูดให้แน่นขึ้นไปอีกจนสุดชีวิต
เขาค่อยๆ หันคอแข็งๆ กลับมามอง เจียงเฉิง จ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกโพลงและใบหน้าที่แดงก่ำจนแทบระเบิด
ทุกครั้งที่ เจียงเฉิง เขย่าตัวเขา... เขาก็ยิ่งเข้าใกล้ ‘จุดระเบิด’ เข้าไปอีกก้าว
“…พา…ฉัน…ไปห้อง…น้ำ…”
จางอวี่ กัดฟันเค้นคำพูดไม่กี่คำนี้ออกมา ก่อนจะไม่กล้าส่งเสียงอีก
ในตอนนั้นเอง... กลิ่นอันไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงก็เริ่มลอยฟุ้งออกมา
“เห้ย เชี่ย! ทำไมมันเหม็นขนาดนี้วะ!?”
“นั่นสิ! ส้วมแตกเหรอ? ไม่น่าใช่นะ ห้องน้ำอยู่ตั้งไกล!”
“หรือรถดูดส้วมวิ่งผ่านมาเหรอไง?”
“อึ๋ย.... พระเจ้าช่วย! กลิ่นมันสดมาก ใครมันแอบขี้แตกวะ? โตป่านนี้แล้วหัดอั้นบ้างสิโว้ย!”
“……”
…………………………………
(1)[แท่งหรรษา (棍子) – ในต้นฉบับใช้คำว่า ‘กุ้นจึ (ไม้/กระบอง/ท่อนไม้) ซึ่งเป็นคำสแลงหมายถึงอวัยวะเพศชาย ในบริบทนี้ จางอวี่ กำลังสงสัยว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับคู่ขาอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาท้องเสีย]