ตอนที่ 26 บอกความจริงกับพ่อแม่

ระหว่างทานอาหาร เจียงเฉิง ก็ทยอยส่งเอกสารข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากระบบ ไปให้พ่อกับแม่ของเขาทางวีแชท

เขาอาศัยจังหวะที่ตัวเองไม่อยู่บ้าน ให้พวกท่านค่อยๆ ทำความเข้าใจเรื่องที่ลูกชายจู่ๆ ก็รวยเปรี้ยงปร้างขึ้นมาล่วงหน้าไปก่อน

จะได้ไม่ต้องกลับไปนั่งอธิบายปากเปียกปากแฉะทีหลัง คุยผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างไรซะก็สบายใจกว่าคุยต่อหน้าเยอะ

และด้วยนิสัยของพ่อเขา... เจียง เจี้ยนหมิง ต้องรีบไปตรวจสอบความถูกต้องทันทีแน่นอน

แต่ในเมื่อระบบเป็นคนจัดการให้ เจียงเฉิง ย่อมไม่กังวลเรื่องช่องโหว่ใดๆ อยู่แล้ว

และก็เป็นไปตามคาด ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เจียง เจี้ยนหมิง ก็โทรกลับมา

“ไอ้ลูกชาย แกสายตาดีไม่เบาเลยนี่ บริษัท ‘เฮิงเฉิง’ อินเวสต์เมนต์ เติบโตเร็วขนาดนี้ ภายในเวลาสั้นๆ แปลว่าตอนนี้แกโกยเงินเป็นบ้าเป็นหลังเลยสิ?” เจียง เจี้ยนหมิง พูดแฝงความภูมิใจแบบกลายๆ

“ผมเองก็ไม่คิดว่าจะไปได้ไกลขนาดนี้เหมือนกันครับ” เจียงเฉิง ตอบแบบกำปั้นทุบดิน

“อืม…แล้วรายได้ส่วนแบ่งเดือนหนึ่งเท่าไหร่?”

“ตอนนี้ประมาณหกแสนครับ” เจียงเฉิง ตอบแบบกั๊กๆ ให้ตัวเลขดูน้อยลงแบบเพลย์เซฟสุดๆ

พอได้ยินตัวเลขนี้ เสียงอุทานด้วยความตกใจของ หลี่ย่าน ก็ดังแทรกเข้ามาในสาย: “หกแสน!? แบบนี้ปีหนึ่งก็ปาไปเจ็ดล้านกว่านะสิ? ตาแก่เจียง! ลูกเรากำลังแซงคุณแล้วนะ~”

เจียง เจี้ยนหมิง ได้ยิน หลี่ย่าน แซว ก็แค่นเสียง ‘ฮึ’ กลบเกลื่อน: “ไอ้เด็กบ้านี่มันก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละน่า”

“อย่ามาปากแข็งหน่อยเลย เมื่อกี้ใครกันนะที่โทรไปโม้กับเพื่อนยกใหญ่ว่าลูกชายตัวเองได้ดิบได้ดีแล้ว”

โดน หลี่ย่าน จับโป๊ะเข้าให้ เจียง เจี้ยนหมิง ก็รีบสั่งกำชับ เจียงเฉิง อีกสองสามประโยค แล้วรีบชิ่งวางสายไปทันที

หลังจากวางสาย เจียงเฉิง ก็คุยกับแม่ต่อในวีแชท

หลี่ย่าน พิมพ์มาเล่าอาการของ เจียง เจี้ยนหมิง เมื่อครู่นี้ให้ฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ

เจียงเฉิง อ่านไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป: “ว่าแต่…พ่อกับแม่อยากได้ของฝากอะไรไหมครับ เดี๋ยวผมซื้อกลับไปให้”

หลี่ย่าน รู้ว่าลูกชายหาเงินเก่งแล้ว ย่อมไม่เกรงใจ

“แถวนั้นมี Patek Philippe ใช่ไหม? ครั้งก่อนที่เราไปเที่ยว พ่อแกซื้อให้แม่เรือนหนึ่ง แต่เหมือนว่าซื้อยากต้องจอง ถ้าหาได้นะ…ซื้อรุ่นเริ่มต้นก็พอ ไม่ต้องหรูหราฉูดฉาดมาก ถ้าซื้อไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ของอื่นก็ได้ แม่ไม่เรื่องมาก”

เจียงเฉิง รู้อยู่แล้วว่า หลี่ย่าน มีนาฬิกา Patek Philippe ราคาประมาณห้าแสนหยวนอยู่เรือนหนึ่ง

ปกติเธอจะใส่เฉพาะเวลาออกไปงานเลี้ยงบริษัทเท่านั้น

แต่ Patek Philippe ในฐานะ ‘ราชาแห่งนาฬิกา’ อันดับหนึ่งของโลก…

การจะหาซื้อนั้นยุ่งยากจริงๆ ถ้าไม่ได้จองคิวล่วงหน้า แทบทำได้แค่เข้าไปเดินดูเฉยๆ ไม่มีทางได้นาฬิกาที่มีของพร้อมส่งติดมือกลับบ้านแน่

เว้นเสียแต่ว่าดวงจะดีมากๆ แต่ส่วนใหญ่ก็จะได้แค่รุ่นระดับเริ่มต้นเท่านั้น... แต่ก็นะ เขาได้ประมูลนาฬิกาลงยาของผู้หญิงเตรียมไว้ให้แม่ของเขา หลี่ย่าน ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ถ้าหาซื้อไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ต้องกังวล

“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปดูให้”

ทันทีที่ เจียงเฉิง พิมพ์ตอบไป ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือน ‘ติ๊ง!’ ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

[ระบบได้ดำเนินการนัดหมายคิวเข้าชม Patek Philippe ให้โฮสต์เรียบร้อยแล้ว เชิญโฮสต์เดินทางไปได้ทันที]

โว้ แม่งเอ๊ย ระบบไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ!

เห็นการแจ้งเตือนนี้ เจียงเฉิง ก็อดทึ่งไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าระบบจะมีบริการแบบนี้ด้วย

แม้ว่าอาหารที่โรงแรมไป่เยว่จะรสชาติดีมาก แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ได้ปลดล็อก ‘การ์ดอาหาร’ ซะงั้น

หรือเป็นเพราะรสชาติยังไม่ว้าวพอ?

ตอนเช็กบิล ยอดรวมก็แค่ห้าพันกว่าหยวน แถมมีแค่ ซูหว่าน คนเดียว

ดังนั้น เจียงเฉิง จึงไม่ได้ใช้ ‘การ์ดคืนเงินค่าอาหาร’

มาถึงเซี่ยงไฮ้ได้สามวันแล้ว เขายังไม่ได้ออกไปเดินช้อปปิ้งจริงๆ จังๆ กับเขาเลย เจียงเฉิง นึกขึ้นได้ว่าตอนมาเขาพกเสื้อผ้ามาแค่ชุดเดียว

ตอนนี้กระเป๋าตังค์ตุงแล้ว ก็ถึงเวลาต้องไป ‘รูดปรื๊ดๆ’ สักรอบ เผื่อว่าจะช่วยอัปเกรดระบบได้ด้วย

“ยังเหลือเวลาอีกเยอะ ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนผมหน่อยไหม?”

ซูหว่าน ย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของ เจียงเฉิง อยู่แล้ว ก็ตอนนี้ เจียงเฉิง กลายเป็น ‘ป๋า (พ่อบุญทุ่ม)’ ของเธอแล้วนี่นา

“ได้เลยค่ะ ‘ป๋า~’ อยากไปที่ไหนคะ?” เธอพูดด้วยเสียงร่าเริง เห็นชัดว่าตอนนี้อารมณ์ดีสุดๆ

“ไปช้อปปิ้งกันดีกว่า ตอนมาผมแทบไม่ได้นำอะไรมาเลย”

……………………………

ในตอนนี้ เมื่อมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์ Patek (Patek Philippe Maison)... ซูหว่าน ก็มองไปด้วยสายตาที่ว่างเปล่า... นี่คือการ ‘ช้อปปิ้ง’ ของคนรวยงั้นเหรอ?

เธอคิดว่า เจียงเฉิง จะพาไปห้างสรรพสินค้า Plaza 66 (เหิงหลง) หรือไม่ก็ห้าง IFC ที่เพิ่งขยายใหม่ เพราะที่นั่นคือศูนย์รวมแบรนด์เนมชั้นนำสารพัดยี่ห้อ (IFC – Shanghai International Finance Centre)

ไม่คิดเลยว่า... จะมาโผล่ที่ Patek Philippe

ต้องรู้ก่อนนะว่า นาฬิกา Patek Philippe รุ่นเริ่มต้น ราคาอย่างต่ำก็ต้องสองแสนหยวนขึ้นไปแล้ว

สโลแกนโฆษณาที่หน้าประตู ช่างดูมีมนต์ขลังและเหนือระดับจริงๆ: ไม่มีใครครอบครอง Patek Philippe จริงๆ คุณก็แค่ดูแลมันไว้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์ Patek พนักงานขายคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับทันที: “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่ามีการจองไว้ไหมคะ?”

เจียงเฉิง พยักหน้า: “มีครับ”

หลังจากตรวจสอบข้อมูลการนัดหมายของ เจียงเฉิง แล้วรีบเชิญอย่างยิ้มแย้มสุดตัว: “เชิญค่ะคุณเจียง ดิฉันชื่อเสี่ยวเฉิน จะพาคุณไปห้องรับรองวีไอพีด้านบนค่ะ”

เมื่อ เจียงเฉิงและซูหว่าน เดินตาม เสี่ยวเฉิน ขึ้นมาที่ชั้นสอง ก็พบว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว

ฝ่ายหญิงกำลังลองสวมนาฬิกาข้อมือแบบฝังเพชรทั้งเรือนพลางโชว์ให้ฝ่ายชายดูด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ

“อืม รุ่นนี้เข้ากับเธอดีนะ”

“สายตา ประธานหวัง ดีที่สุดเลย~”

เมื่อเห็นพวก เจียงเฉิง เดินขึ้นมา ทั้งสองคนก็หันมามอง

ทันทีที่ได้เห็นหน้า... ซูหว่าน ก็จำผู้หญิงคนนั้นได้ทันที

“พี่หลินหรู! บังเอิญจังค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอพี่ที่นี่” ซูหว่าน รีบยิ้มและพยักหน้าให้เธออย่างสุภาพ

หลินหรู เห็น ซูหว่าน ทักทายตน ก็พยักหน้ารับแบบหยิ่งๆ: “เธอก็มาดูนาฬิกาด้วยเหรอ?”

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 26 บอกความจริงกับพ่อแม่

ตอนถัดไป