ตอนที่ 25 บริษัทการลงทุนเฮิงเฉิง
แม้ ซูหว่าน จะยอมรับว่า เจียงเฉิง หล่อมาก หล่อแบบที่ต่อให้เขาจะมีจุดประสงค์อะไรกับเธอจริงๆ เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจะ ‘เสียหาย’ อะไรนัก
เพราะอย่างไรเสีย… ในอนาคตเธอก็ต้องมีแฟนอยู่แล้ว ถ้าตอบตกลงยอมรับเงื่อนไขของ เจียงเฉิง ก็เท่ากับได้ทั้งนอนกับหนุ่มหล่อสดใหม่แบบนี้ แถมยังให้เขาช่วยดันงานให้ ไม่ใช่ว่าได้สองต่อหรอกเหรอ?
แต่ความคิดที่ไม่ค่อยรักดีแบบนี้ ก็ถูก ซูหว่าน ปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงสองวินาที
“คุณเจียง…งั้นคุณมีบริษัทบันเทิงเหรอคะ?”
เจียงเฉิง ส่ายหัว: “ตอนนี้ยังไม่มี แต่ถ้าคุณตกลง อีกไม่นานก็จะมีแล้ว”
เจียงเฉิง มองดูสีหน้าลังเลของ ซูหว่าน เขารู้ดีว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร
“ผมได้ยินจาก เซียวเซียว มาว่าคุณไม่ค่อยได้รับความสำคัญในบริษัทเท่าไหร่ ถ้าผมเซ็นสัญญากับคุณ ค่าฉีกสัญญาไม่ต้องห่วง ผมจัดการให้ แล้วสองสามปีต่อจากนี้ บริษัทจะทุ่มให้คุณเป็นศูนย์กลาง”
ซูหว่าน ได้ยินคำพูดนี้ก็อ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เธอไม่ได้รับความสำคัญในบริษัทจริงๆ นั่นแหละ แถมบริษัทยังชอบจัดฉากให้เธอไปเป็นเพื่อนกินข้าวกับนักลงทุนหรือโปรดิวเซอร์อยู่บ่อยๆ
และเพราะ ซูหว่าน มักจะปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ กอปรกับเมื่อวานเพิ่งไปทำเรื่องลงทุนของ หวงหมิง พังไม่เป็นท่า
ทางบริษัทก็ได้ส่งสัญญาณมาแล้วว่าจะ ‘ดองเค็ม’ เธอ
ช่วงเวลาทองของดาราหญิงนั้นสั้นนัก… ถ้าเธอโดนจับดองยาวจริงๆ อนาคตที่จะกลับมาดังเปรี้ยงปร้างคงยากเต็มที
“ทำไม? ไม่เต็มใจเหรอ?”
เสียงของ เจียงเฉิง ปลุก ซูหว่าน ให้ตื่นจากภวังค์ เธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบส่ายหน้าพัลวัน: “มะ…ไม่ใช่ค่ะ! เต็มใจสิคะ!”
เงื่อนไขดีขนาดนี้ ทำไมจะไม่เต็มใจเล่า?
เธอไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์เบอร์ใหญ่สักหน่อย มีคนยินดีทุ่มเงินปั้นเธอขนาดนี้ เธอจะปฏิเสธลงได้ยังไง?
เมื่อวานเธอก็ได้ประจักษ์ถึงความรวยของ เจียงเฉิง มาแล้ว
คนที่ซื้อ Ferrari LaFerrari แบบไม่ต้องคิด จะมีศักยภาพแค่ไหน ไม่ต้องพูดก็รู้
พูดจบ ซูหว่าน ก็กัดริมฝีปากล่างด้วยความลังเลอีกครั้ง: “แล้ว... ขอถามหน่อยค่ะว่า การที่คุณมาลงทุนกับฉัน... มี ‘เงื่อนไขพิเศษ’ อะไรไหมคะ?”
ดวงตาจิ้งจอกดอกท้อของ ซูหว่าน จ้องมอง เจียงเฉิง เขม็ง ใบหน้าของเธอแฝงแววเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก…
และเจียงเฉิง เข้าใจความหมายของเธอทันที แต่ก็ยังแกล้งโง่ถามกลับไป: “เงื่อนไข?”
“ก็อย่างเช่น... เงื่อนไขแบบที่ หวงหมิง ขอ... อะไรพวกนั้นน่ะค่ะ”
“ถ้าผมขอ คุณจะยอมไหมล่ะ?”
ซูหว่าน ได้ยินคำถามย้อนกลับ ก็ส่ายหน้าอย่างลังเล
เจียงเฉิง รู้ดีว่าตอนนี้ค่าความเป็นมิตรของ ซูหว่าน ที่มีต่อเขาอยู่ที่ 50 แต้ม ซึ่งยังอยู่ในระดับคนรู้จักทั่วไป
ถ้าเขายื่นเงื่อนไขแบบนั้นไป เธอต้องปฏิเสธแน่ๆ หรือต่อให้ยอมรับอย่างไร มันก็เป็นการฝืนใจ ซึ่งนั่นมันไม่สนุกเลยสักนิดสำหรับเขา
ยังไงเสีย... ‘แม่สาวชามโต’ คู่นี้ ไม่ช้าก็เร็วต้องตกเป็นของเขาอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบร้อน
“วางใจเถอะ ตราบใดที่คุณยังเป็นศิลปินในสังกัดผม ผมจะไม่บังคับให้คุณไปทำเรื่องพรรค์นั้นกับนักลงทุนหน้าไหนทั้งสิ้น”
...ยกเว้นกับเจ้าของบริษัทนะ...
เจียงเฉิง ละประโยคหกพยางค์นี้ไว้ในใจ ไม่ได้พูดออกมา
ซูหว่าน เห็นท่าทีจริงจังของเขา ยิ่งใจเต้นแรง เข้าใกล้คำว่า ‘ใจอ่อน’ มากขึ้นเรื่อยๆ
ยุคนี้สมัยนี้ ยังมีบริษัทบันเทิงที่ไม่เรียกร้องอะไรแถมยังเอาเงินมาทุ่มปั้นคุณอยู่อีกเหรอ? แล้วเธอจะยังลังเลอะไรอยู่อีก?
[ซูหว่าน: ค่าความเป็นมิตร +10!]
ค่าความเป็นมิตรของ ซูหว่าน พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 60 แต้ม ก้าวเข้าสู่สถานะเพื่อนธรรมดาอย่างเป็นทางการ
เธอเลียริมฝีปากอย่างแผ่วเบาแล้วถามด้วยเสียงเร่งรีบ: “งั้น... คุณเตรียมจะเซ็นสัญญากับฉันเมื่อไหร่คะ?”
“เรื่องนี้ผมจะให้ เซียวเซียว ช่วยจัดการ ส่วนเรื่องส่วนแบ่งรายได้กับเงินเดือน คุณไปคุยกับเธอได้เลย”
ซูหว่าน ได้ยิน เจียงเฉิง เอ่ยชื่อ อวี๋ เซียวเซียว คิ้วของเธอก็กระตุกขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่เธอก็ฉลาดพอที่จะไม่ถามอะไรออกไป
“ได้ค่ะ งั้น…ต่อไปฉันต้องเรียกคุณว่า ‘บอสเจียง’ แล้วสินะคะ?” ซูหว่าน พูดอย่างอารมณ์ดีสุดๆ
“เรียกบอสดูห่างเหินไปหน่อยนะ…ไหนลองเรียก ‘พี่ชาย’ ให้ฟังหน่อยซิ?”
“พี่ชาย? แล้วคุณอายุเท่าไหร่คะเนี่ย?(1)”
“20 มั้ง!”
“20 เนี่ยนะ? ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” (คุณดูเด็กกว่านั้นอีกนะ?)
เจียงเฉิง พยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น: “แน่นอนสิ ไม่เชื่อลองดูไหมล่ะ?”
“ก็คุณบอกว่าเพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย งั้นก็น่าจะแค่ 18 ไม่ใช่เหรอคะ?”
“อ๋อ... ที่แท้คุณถามถึง ‘อายุ’ หรอกเหรอ... ผมก็นึกว่า...”
“ถ้าไม่อย่างนั้นจะให้หมายถึงอะไรล่ะคะ?” ซูหว่าน ทำหน้างงเต็ก
แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มีความหมายแอบแฝงของ เจียงเฉิง ซูหว่าน ที่เป็นเซียนอินเทอร์เน็ต (เล่นโซเชียลเก่ง) ก็ ‘บรรลุ’ ทันที
ใบหน้าของเธอแดงแปร๊ดเหมือนลูกแอปเปิล ค้อนขวับใส่ เจียงเฉิง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด: “คนลามก!”
“อะแฮ่ม...”
..................................................................
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองคนก็มาถึงโรงแรมไป่เยว่ ที่ ซูหว่าน บอก
ร้านอาหารที่ ซูหว่าน เลือกตั้งอยู่บนชั้น 87 ของอาคารเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์ (SWFC) ซึ่งถือเป็นจุดที่สูงที่สุดในย่านลู่เจียจุ่ย
ทันทีที่เดินเข้าประตูมา ก็เห็นกำแพงทางเดินยาวของร้านประดับประดาไปด้วยรางวัลเกียรติยศมากมาย
เจียงเฉิง เดินพลางมองวิวทิวทัศน์ผ่านกระจกบานใหญ่ของร้าน
ความสูงระดับชั้น 87 ทำให้มองเห็นทะเลเมฆสุดลูกหูลูกตา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเหาะเหินเดินอากาศอยู่บนยอดเขาจริงๆ
พนักงานนำทางพาพวกเขามายังห้องส่วนตัวที่จองไว้
ทันทีที่นั่งลง ซูหว่าน ก็รีบยื่นเมนู (iPad) ให้ เจียงเฉิง ทันที
เจียงเฉิง เองก็ไม่ปฏิเสธ แต่เขาเอ่ยปากว่า: “มื้อนี้ผมเลี้ยงเองดีกว่า เป็นเจ้านายให้คุณเลี้ยง มันดูยังไงๆ อยู่”
ซูหว่าน รีบแย้งด้วยความเกรงใจ: “ไม่ได้ค่ะ ต้องเป็นฉันสิ คุณช่วยฉันเยอะขนาดนี้ ฉันซาบซึ้งมากนะคะ”
“ถ้าคุณอยากจะขอบคุณ ก็แสดงออกในกองถ่ายแล้วกัน ดังให้ได้ นั่นแหละผลตอบแทนดีที่สุดสำหรับการลงทุนของผม”
ซูหว่าน พยักหน้าหงึกๆ แล้วพูดอย่างทะเล้น: “รับทราบค่ะบอส! รับรองว่าจะทำตัวดีๆ ค่ะ”
ทันทีที่ ซูหว่าน พูดจบ ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือน ‘ติ๊ง!’ ดังขึ้นในหัว
[ยินดีด้วย! โฮสต์ได้รับเจตจำนงในการเซ็นสัญญาจาก ซูหว่าน กำลังดำเนินการมอบรางวัล…]
[รางวัลภารกิจ: มอบหุ้น 20% ของ ‘บริษัทการลงทุนเฮิงเฉิง (Hengcheng Investment Company)’ (แบบสินทรัพย์ดิจิทัล)]
[หมายเหตุ 1: ระบบได้ดำเนินการรองรับทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว เงินทุนทั้งหมดของโฮสต์จะได้รับผ่านทางบริษัทการลงทุนเฮิงเฉิง เพื่อให้โฮสต์มีแหล่งที่มาของรายได้ที่เปิดเผยและตรวจสอบได้]
[หมายเหตุ 2: โฮสต์ได้ทำการซื้อหุ้นของบริษัทการลงทุนเฮิงเฉิงตั้งแต่ช่วงก่อตั้งบริษัท ข้อมูลเอกสารทั้งหมดถูกต้องตามกฎหมายและมีหลักฐานอ้างอิง ข้อมูลถูกจัดเก็บลงในระบบแล้ว สามารถเรียกใช้ได้ทันที]
[คำเตือนพิเศษ: โฮสต์สามารถเดินทางไปตรวจเยี่ยมสำนักงานใหญ่ของบริษัทเฮิงเฉิง เพื่อรับรางวัลพิเศษเพิ่มเติมได้]
เจียงเฉิง อ่านรายละเอียดรางวัลแล้ว ก็เข้าใจความหมายของมันในทันที
รางวัลชิ้นนี้... คือข้ออ้างชั้นดีที่จะใช้อธิบายสาเหตุความร่ำรวยกะทันหันของเขาให้ทุกคนได้รับรู้
เดิมทีเขาไม่รู้จะอธิบายกับพ่อแม่อย่างไรเรื่องที่มีเงินเยอะขนาดนี้
แต่ตอนนี้ทุกอย่างสามารถอธิบายได้ชัดเจนหมดแล้ว แถมถ้าพ่อของเขาไปตรวจสอบบริษัทเฮิงเฉิง ก็จะพบข้อมูลจริง ทำให้สิ่งที่ เจียงเฉิง พูดกลายเป็นความจริงที่มีน้ำหนัก
เจียงเฉิง พลันรู้สึกว่ารางวัลนี้... เป็นรางวัลที่มีค่าที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมาเลยทีเดียว
………………………………
(1)[20? พี่ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ? (你有多大?) – เป็นมุกตลกสองแง่สองง่าม ‘你有多大? (หนี่ โหย่ว ตัว ต้า?)’ แปลได้ทั้ง ‘คุณอายุเท่าไหร่?’ และ ‘คุณ(ขนาด)ใหญ่แค่ไหน?’ เจียงเฉิง เลยตอบว่า ‘20’ (ซึ่งถ้าเป็นอายุคือ 20 ปี แต่ถ้าเป็นขนาดคือ 20 เซนติเมตร) ทำให้ ซูหว่าน หลงเข้าใจผิดไปในตอนแรก]