ตอนที่ 39 คนขับแทนสาวสวย

เจียงเฉิง ขับ Ferrari ป้ายแดงที่เพิ่งถอยออกมาอย่างคล่องแคล่ว ไปยังพิกัดที่ โจว จื้ออวิ๋น ส่งมาให้

ร้านที่เพื่อนส่งมาเป็นร้านเหล้าเล็กๆ ที่ขายชาบูหม้อไฟเนื้อแกะ อยู่ตรงหัวมุมถนน

ตอนที่ เจียงเฉิง ไปถึง โจว จื้ออวิ๋น สั่งอาหารรอไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่ได้แตะต้องตะเกียบเลยสักนิด

เห็นเพียงเขานั่งซึมกระทืออยู่มุมร้าน ดื่มเบียร์ Budweiser อยู่คนเดียวเงียบๆ

เจียงเฉิง เดินเข้าไปตบไหล่เพื่อน: “เป็นไงมาไงวะเนี่ย? เพิ่งจะห้าโมงเย็นเอง ดื่มแล้วเหรอ?”

พอพูดถึงเรื่องนี้ โจว จื้ออวิ๋น ก็สูดหายใจลึกๆ ด้วยความคับแค้นใจ เจียงเฉิง ยังไม่ทันนั่งลง เขาก็เริ่มระบายความในใจทันที: “ก็ไอ้หลี่ สวี่ตงน่ะสิ พอโดนนายหักหน้าไปเมื่อกี้ ระหว่างทางไปกินข้าว มันก็เอาแต่พูดจายั่วยุหาเรื่องฉันตลอด นายก็รู้ว่าคนอย่างฉันยอมใครที่ไหน ฉันก็ด่าสวนมันไปคำต่อคำ แต่ สวีหยา... ยัยนั่นเข้าข้างมันออกนอกหน้าชัดๆ”

“เออ เรื่องนั้นฉันยังพอทนได้ แต่ที่หนักสุดคือ... สองคนนั้นไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ตอนกินข้าวอยู่ดีๆ ก็ลุกไปเข้าห้องน้ำพร้อมกัน ฉันเห็นบรรยากาศมันทะแม่งๆ เลยแอบตามไปดู”

“สรุปคือ... ฉันเห็นสองคนนั้นกอดจูบกันนัวเนียอยู่ข้างห้องน้ำ”

“เย**แม่*... ฉันถึงเพิ่งตาสว่างว่าที่ผ่านมา... ฉันมันก็เป็นแค่ไอ้โง่ที่คอยตามตื๊อ เป็นแค่ ‘ยางอะไหล่ (ตัวสำรอง)’ ของเขาเท่านั้นเอง”

เจียงเฉิง เห็นขอบตาของ โจว จื้ออวิ๋น แดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ ก็ตบไหล่เพื่อนปลอบใจ: “เห็นกับตาก็ดีแล้ว ถือเป็นเรื่องโชคดีนะ ถ้าไม่เห็นสิจะแย่กว่า”

“กูก็รู้... แต่กูเจ็บว่ะไอ้เจียง กูอกหักแล้ว”

“พวกนายสองคนยังไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ จะเอาอะไรมาอกหักวะ?”

“สัส... สมกับที่เป็นราชาปากหมาจริงๆ”

“เอาน่าๆ เชื่อฉันเถอะน่า สวีหยา ผู้หญิงคนนี้ไม่ไหวหรอก ตอนนี้นายก็เห็นธาตุแท้แล้ว ปล่อยให้ไปเป็นภัยสังคมกับไอ้หลี่ สวี่ตง นั่นแหละ เหมาะสมกันดีแล้ว”

“นี่นายรู้มานานแล้วเหรอวะ?”

เจียงเฉิง แน่นอนว่าบอกความจริงไม่ได้ว่าเขาเห็น ‘ค่าความเป็นส่วนตัว (จำนวนคู่นอน)’ ของ สวีหยา

“ได้ยินเขาพูดต่อๆ กันมาน่ะ ยัยนั่นชีวิตส่วนตัวค่อนข้างมั่ว... เมื่อก่อนฉันก็เคยเตือนนายแล้วไม่ใช่เหรอว่ายัยนี่ไม่ค่อยโอเค”

โจว จื้ออวิ๋น ตบหัวตัวเองแรงๆ ทีหนึ่ง: “เมื่อก่อนสมองกูคงโดนประตูหนีบมา... กูโง่เองแหละ ช่างแม่ง! มาดื่มเป็นเพื่อนกูหน่อย”

“……”

โจว จื้ออวิ๋น ซัดเบียร์เข้าไป 5 ขวดเต็มๆ จนเริ่มไปไม่เป็น ส่วน เจียงเฉิง ดื่มไปแค่นิดหน่อย

หลังจากเช็กบิล เจียงเฉิง ก็หันมาถาม โจว จื้ออวิ๋น: “กินเหล้าแล้วขับรถไปส่งไม่ได้นะ เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่ให้ นายพักที่ไหน?”

“โรงแรมเวียนนา... ค่าเหล้าเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันโอนให้”

“จะมาพูดเรื่องเงินอะไรตอนนี้ ไปกันเถอะ”

โจว จื้ออวิ๋น มอง เจียงเฉิง แล้วหัวเราะแห้งๆ: “เออว่ะ ลืมไปว่าเพื่อนกูเป็นเศรษฐี... งั้นได้เลย ครั้งหน้าถ้าแกอกหัก เดี๋ยวฉันเลี้ยงคืนเอง”

“ใครจะอกหัก... ไสหัวไปขึ้นรถได้ละไป๊!”

หลังจากส่ง โจว จื้ออวิ๋น ขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว เจียงเฉิง ก็กดเรียก ‘คนขับแทน’ ผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ

ระหว่างรอคนขับรับงาน เขาเดินกลับไปที่ Ferrari ที่จอดอยู่

พอไปถึง ก็เห็นผู้หญิงแต่งตัววับๆ แวมๆ คนหนึ่ง กำลังถือโทรศัพท์มือถือพิงหน้ารถของเขา แล้วโพสท่าถ่ายรูปเซลฟี่ไปมาอย่างสนุกสนาน

เจียงเฉิง มองผู้หญิงที่มีใบหน้า ‘ศัลยกรรมพลาสติก’ เต็มรูปแบบคนนั้น แล้วก็เก็บกุญแจรถใส่กระเป๋ากางเกง ยืนรอคนขับแทนเงียบๆ อยู่ข้างๆ

ภาษิตว่าไว้... ‘สะโพกผายกว้างกว่าไหล่ ผ่านศึกมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ(1)

ผู้หญิงประเภทนี้ เจียงเฉิง ไม่มีอารมณ์จะสนใจแม้แต่นิดเดียว

หนึ่งนาทีต่อมา ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็น เจียงเฉิง ก็พูดดักคอทันที: “ขอโทษนะ ฉันไม่เล่นวีแชทนายไม่ต้องรอหรอก รถคันนี้เป็นรถแฟนฉัน ฉันกำลังรอเขาอยู่”

เจียงเฉิง มองผู้หญิงที่จู่ๆ ก็โมเมอ้างตัวว่าเป็นแฟนเจ้าของรถด้วยความงุนงง

[ชื่อ: เฉินลี่]

[อายุ: 25 ปี]

[ส่วนสูง: 168 ซม.]

[หน้าตา: 85]

[รูปร่าง: 90]

[ค่าความเป็นส่วนตัว: 65]

[ค่าความเป็นมิตร: 30 (สถานะ: คนผ่านทาง)]

เจียงเฉิง แค่นหัวเราะเบาๆ ล้วงกุญแจออกจากกระเป๋า แล้วกดปลดล็อกรถทันที

ปี๊บๆ!

เฉินลี่ เห็นไฟหน้า Ferrari กะพริบวาบพร้อมเสียงปลดล็อก สีหน้าท่าทางของเธอก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที เธอหันมาฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้ เจียงเฉิง: “แหม... ฉันว่าแล้ว คุณหน้าตาคล้ายแฟนในอนาคตของฉันมากเลยคะ!”

[เฉินลี่: ค่าความเป็นมิตร +30!]

[เฉินลี่: ค่าความเป็นมิตร +30!]

“เหรอครับ? แต่ผมว่าหน้าตาอย่างคุณ... ไม่เหมือนแฟนผมเลยสักนิด”

แม้ผู้หญิงคนนี้จะดูขาวสวยหมวยอึ๋ม แต่หน้าตาพิมพ์นิยมแบบ ‘หน้าบล็อกงูเก็งกอง (หน้าวีเชปแหลมเปี๊ยว)’ แบบนี้ เจียงเฉิง เข้าไม่ถึงจริงๆ

และเมื่อกี้เขาแอบสแกนค่าความเป็นมิตรดูแล้ว

ตอนแรกค่าความเป็นมิตรแค่ 30 แต้ม (คนแปลกหน้า) แต่พอรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของ Ferrari ค่าความเป็นมิตรพุ่งปรู๊ดไป 90 แต้มทันที

ถ้าเป็นสาวสวยระดับ 90 แต้ม ที่มีค่าความเป็นส่วนตัว 0 (ซิง) มาทำแบบนี้ เจียงเฉิง อาจจะลองพิจารณาสานสัมพันธ์ฉันมิตรชั่วข้ามคืนดูบ้าง เพราะยุคนี้ใครๆ ก็ชอบเงินกันทั้งนั้น

แต่กับแม่สาวหน้าพลาสติกที่มีค่าความเป็นส่วนตัว 65 คนนี้... เจียงเฉิง ขอพูดคำเดียวว่า: ขอบายครับ!

“สุดหล่อออ... ล้อเล่นเก่งจังเลยนะคะ เสียงคุณเพราะจัง ขับรถรุ่นนี้ แสดงว่าคุณต้องขับ Ferrari ด้วยมือเดียวได้แน่ๆ เลยใช่ไหมคะ?”

“ขอโทษทีครับ ขับไม่เป็น... ถ้าคุณไม่รู้ ผมจะให้ความรู้ประดับสมองไว้นะ รถ Ferrari ที่มีแรงม้าสูงๆ ขับเคลื่อนล้อหลังแบบนี้ ใครที่บอกว่าขับมือเดียวได้... แสดงว่ามันไม่มี Ferrari ขับครับ(2)

เฉินลี่ ได้ยินคำตอบแบบขวานผ่าซากของ เจียงเฉิง ก็ยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความเก้อเขิน แต่ยังพยายามแถต่อ: “พี่ชายรู้ลึกรู้จริงจังเลยนะค่ะ... แต่ว่านะ หนูเล่นเกม ‘PUBG (吃雞, กินไก่/Sex)’ เก่งมากเลยนะ แค่ท่า ‘กินไก่’ หนูทำได้ตั้งสิบกว่าท่า... พี่ชายสนใจไปเล่นกับหนูไหมคะ?”

“ขอโทษที พอดีผมเล่นแต่ King of Glory”

“เอ๋… หนูไม่ได้หมายถึงเกมนั้นสักหน่อย... งั้นขอวีแชทไว้ได้ไหมคะ?”

“คงไม่ดีมั้งครับ คุณมีวีแชทหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่พอเจอหน้าคุณปุ๊บ... วีแชทของผมก็หายไปเลย(3)

เฉินลี่ เห็น เจียงเฉิง ปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย ก็เริ่มลนลาน นี่เธอกำลังจะพลาดโอกาสจับผู้ชายระดับเจ้าของรถ Ferrari ป้ายทะเบียนเทพคนนี้ไปจริงๆ เหรอ?

“เมื่อกี้หนูแค่ล้อเล่นเอง... หนูมีวีแชทสิคะ แล้วก็พร้อมไปหาได้ทุกที่ ไม่ว่าดึกแค่ไหนก็ไปได้นะคะ”

ในจังหวะที่ เจียงเฉิง กำลังจะด่ากราดใส่ เฉินลี่ อีกรอบ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเหยาะๆ ตรงเข้ามาหาเขา

เธอสวมชุดกี่เพ้าประยุกต์สีชมพู ผมยาวสลวยถูกรวบครึ่งหัว ประดับด้วยดอกไม้สีขาวที่ทัดอยู่ข้างหู ความงามของเธอทำเอา เจียงเฉิง เผลอตะลึงไปชั่วขณะ

และเมื่อมองดูอาการหอบหายใจของเธอ... เจียงเฉิง ก็นึกถึงสำนวนหนึ่งขึ้นมาทันที: ‘คลื่นลูกใหญ่ซัดสาด’ (อะแฮ่ม… หมายถึงหน้าอกกระเพื่อมไหว)

หญิงสาวคนนั้นมองสำรวจ เจียงเฉิง ตามคำบรรยายในแอป: เสื้อสีขาว ยืนอยู่ข้างรถซูเปอร์คาร์

เธอถึงกับมอง เจียงเฉิง ตาค้าง: “สะ… สวัสดีค่ะ… เป็นคุณใช่ไหมคะ ที่เรียกบริการขับรถแทน?”

หญิงสาวไม่คิดเลยว่าลูกค้าที่เธอมารับงานวันนี้ จะหล่อเหลาเอาการขนาดนี้ แถมหน้าตายังดูคุ้นๆ ชอบกล

“ใช่ คุณเป็นคนขับ?”

พอ เจียงเฉิง เอ่ยปาก หญิงสาวก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่... เสียงเพราะเวอร์!

“คะ... คะ! ฉันชื่อ... เฉียว อินอิน เป็นคนขับ...แทน ที่คุณเรียกค่ะ” เฉียว อินอิน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก พูดจาตะกุกตะกักด้วยความประหม่า

เนื่องจาก เฉียว อินอิน รีบวิ่งมา และมัวแต่ตะลึงกับความหล่อของ เจียงเฉิง เธอจึงลืมปรับมุมกล้องโทรศัพท์ที่กำลังไลฟ์สดอยู่ ทำให้กล้องหันไปจับภาพ เจียงเฉิง เข้าพอดี

ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดถึงกับแตกตื่นกันทันที

[เชี่ย! หล่อวัวตายควายล้ม! แต่เดี๋ยวนะ... หน้าคุ้นๆ ว่ะ]

[ไอ้น้องชายคนนี้ ใช่คนที่ไปดู Lamborghini เมื่อบ่ายนี้รึเปล่า?]

[เชี่ยยย... ที่แท้ก็เป็นไอ้คนรวยเจ้าของ Ferrari นี่เอง มิน่าล่ะ พนักงานที่บูธ Lamborghini ถึงได้ดูแลดีเป็นพิเศษ]

[……]

เจียงเฉิง ขมวดคิ้ว เดินเข้าไปใช้มือใหญ่ปิดเลนส์กล้องไว้ แล้วพูดหยอกเย้า: “รู้แล้วครับคุณหนู... แต่ว่านะ… หน้าผมเนี่ย ถ้าจะถ่าย ต้องจ่ายเงินนะ”

……………………………

(1)[สะโพกผายกว้างกว่าไหล่...ติ๊ด...เซนเซอร์ (俗話說那啥寬過肩,夾過各種鞭) – เป็นสำนวนสแลงที่หยาบคายและเหยียดเพศ หมายถึงผู้หญิงที่มีสะโพกผายกว้าง (ในทางลบ) มักจะผ่านผู้ชายมาเยอะ (เปรียบเปรยว่าหนีบ ‘แส้’ หรืออวัยวะเพศชายมาหลายอัน)]

(2)[ขับมือเดียว (单手开法拉利) – เป็นมุกตลกของคนเล่นรถ เพราะรถซูเปอร์คาร์แรงม้าสูง พวงมาลัยจะไวและรถจะพยศง่าย การขับมือเดียวอันตรายมาก คนที่มีรถจริงๆ จะรู้ว่าต้องจับสองมือเพื่อคุมรถ]

(3)[WeChat หาย (没有威信 / 微信) – เป็นการเล่นคำพ้องเสียง คำว่า ‘เวยซิ่น (微信, WeChat)’ พ้องเสียงกับคำว่า ‘เวยซิ่น (威信, ความน่าเชื่อถือ/เกียรติภูมิ)’ เจียงเฉิง เล่นมุกว่าพอเจอหน้าผู้หญิงคนนี้ ความน่าเชื่อถือ (หรืออารมณ์อยากคุย) ของเขาก็หายไปหมด]

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 39 คนขับแทนสาวสวย

ตอนถัดไป