บทที่ 16 แขก

แม้ว่าฉู่เทียนจะเป็นคนที่มีความสุขุมอยู่เสมอ แต่เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น เขาก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

นับแต่น้องชายคนรองพาศิษย์น้องสกุลเวินผู้นี้กลับมา ทั้งที่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วัน แต่ฉู่เทียนก็สังเกตเห็นว่า... ศิษย์น้องสกุลเวินผู้นี้ช่างประหลาดนัก

นางเป็นคนเงียบขรึม ทว่าหาใช่มีอุปนิสัยเย็นชาแต่อย่างใด

แท้จริงแล้วนางเป็นคนร่าเริงชอบเคลื่อนไหว ไม่เคยอยู่นิ่ง วันๆ มีแต่เดินไปโน่นเดินมานี่ เดินวนเวียนเป็นว่าเล่น

ทุกครั้งที่กลับมา ร่างกายของนางจะต้องพกพาของบางสิ่งติดตัวมาด้วยเสมอ

ชามแตกที่ไม่รู้ที่มา ผ้าเช็ดหน้าที่ขาดวิ่น กริชที่เปื้อเมืองาบโลหิต...

ฉู่เทียนคิดว่า สักวันหนึ่งหากหญิงสาวผู้นี้เก็บศพกลับมาด้วย ก็คงไม่น่าแปลกใจเลย

แม้จะคิดเช่นนี้กับศิษย์น้องของน้องชาย อาจดูเหมือนเสียมารยาทไปบ้าง แต่นี่คือความรู้สึกที่นางมอบให้แก่ผู้คน

อย่างไรก็ตาม ในยามนี้ เขามองไม้คานหาบที่อยู่ในมือนางด้วยความครุ่นคิด

"เจ้าเก็บมันได้จากที่ใด?"

ศิษย์น้องสกุลเวินตอบคำถามอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะเย็นชา แต่นางก็ยังคงยื่นมือชี้บอกทิศทาง

"ที่ภูเขาจำลองทางโน้น"

ฉู่เทียนไม่ได้ถามว่าทำไมนางจึงเดินเล่นอยู่กลางเขาจำลองโดยไม่มีธุระอันใด เขาเพียงแค่พยักหน้า

"ที่แท้ก็มีคนปลอมตัวเป็นคนหาบเข้ามา"

"เกิดอะไรขึ้นหรือ?"

ฉู่ฝานรีบสอบถามในเวลานั้น

"มีเหล่าโจรบุกรุกเข้ามา และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงต่อสู้กัน ตายไปหนึ่ง อีกคนคงยังอยู่ในจวน

"บ้ะ! ต้องไปรายงานให้ท่านพ่อทราบสักหน่อยแล้ว

"งานเลี้ยงวันนี้ เกรงว่าจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบางพวก"

"แขกที่ไม่ได้รับเชิญหรือ? ผู้ใดกัน?"

เห็นฉู่เทียนเดินออกไปนอกประตูแล้ว ฉู่ฝานจึงรีบไล่ตามไปถาม

ฉู่เทียนไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามอง เพียงเอ่ยถ้อยคำสามคำ

"เนี่ยจิ้งถาย"

......

......

ความวุ่นวายยามเช้าของตระกูลฉู่ผ่านพ้นไปโดยไม่มีผู้ใดรู้เห็น

เพียงชั่วพริบตา ก็เป็นเวลาที่อาทิตย์ทอแสงเจิดจ้า หน้าประตูตระกูลฉู่ค่อยๆ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน

ด้วยนี่เป็นงานเลี้ยงที่ฉู่หยุนเฟยจัดขึ้น ทุกคนที่มีชื่อเสียงในบริเวณรอบเมืองเทียนหวู่ และผู้ที่มีชื่อในยุทธภพ ต่างก็หลั่งไหลมาอย่างพร้อมเพรียง

พ่อบ้านใหญ่โจวเหมี่ยวยิ้มต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทิศ รับบัตรเชิญและรายการของกำนัล สั่งให้บ่าวประกาศรายนามขานของขวัญให้ดังกึกก้อง

ส่วนผู้มาเยือนต่างกุมหมัดประสานมือคำนับ กล่าวคำยินดี ก่อนจะเดินเข้าสู่ลานด้านใน

เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น ลานทั้งหมดก็เต็มไปด้วยผู้คน

ผู้ที่ฐานะไม่เพียงพอ ไม่อาจก้าวข้ามธรณีประตูตระกูลฉู่ได้ จำต้องส่งของกำนัลและนามบัตรเข้าไป แล้วนั่งรอกินเลี้ยงอยู่ด้านนอก

ท่ามกลางความคึกคัก ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมา

"หลิวชื่อเจี๋ยแห่งตำหนักลั่วหยู่*มาถึงแล้ว!"

(*ตำหนักฝนโปรย)

เสียงก้องยังไม่จางหาย ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้น

"ตั้งใจไว้ว่าจะมาเยี่ยมศิษย์เอกของสำนักไท่อี้ของพวกเราตั้งแต่หลายวันก่อน แต่ก็กังวลว่าจะเป็นการรบกวน วันนี้มีงานเลี้ยง ต้องได้เห็นเจ้าหงส์เจ้ามังกรของตระกูลฉู่เสียที

"หลานชายฉู่ฝานอยู่ที่ใดหรือ?"

พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพาชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งก้าวเข้าสู่ลานด้านใน

แม้เสียงของเขาจะก้องกังวาน แต่รูปร่างกลับไม่ได้ดูสง่างามแข็งแกร่ง กลับค่อนข้างผอมบาง

ลักษณะภายนอกธรรมดา หน้าตาขาวสะอาดไร้หนวดเครา สวมหมวกทรงสี่เหลี่ยม สวมเสื้อคลุมแขนกว้าง ดูคล้ายนักปราชญ์วัยกลางคน เพียงแต่บุคลิกที่ห้าวหาญไม่อาจเทียบได้กับนักปราชญ์ทั่วไป

เมื่อเห็นบุรุษผู้นี้ แขกที่มาร่วมงานในบริเวณนั้นต่างพากันลุกขึ้นประสานมือคำนับ

เขาตอบรับทีละคน มุมปากคลี่ยิ้ม ไม่เร่งร้อนไม่ช้า

ในยามนั้น เสียงของฉู่เทียนก็ดังขึ้นข้างหูทุกคน

"ที่แท้ก็คุณชายใหญ่ถังและรองเจ้าตำหนักท่านหลิวมาถึงแล้ว เป็นความบกพร่องที่มิได้ออกไปต้อนรับ หวังว่าท่านทั้งสองจะให้อภัย"

ฝูงชนแยกออกเป็นทางอย่างเป็นธรรมชาติ ฉู่เทียนสวมรอยยิ้ม นำฉู่ฝานมาข้างหน้า แต่กลับไม่เห็นศิษย์น้องสกุลเวินผู้นั้น

ชายหนุ่มที่ติดตามหลิวชื่อเจี๋ยหัวเราะเบาๆ

"พี่ใหญ่ฉู่พูดหนักไปแล้ว พวกเราก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้จักกัน จำเป็นด้วยหรือที่ต้องมากพิธีเช่นนี้?

"ตอนแรก ท่านพ่อของข้าตั้งใจจะมาด้วยตนเอง น่าเสียดายที่มีกิจธุระมากมายในตำหนัก จึงให้ลุงหลิวกับข้ามารบกวนแทน"

ฉู่เทียนยิ้ม

"คุณชายใหญ่สามารถมาได้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไร?"

จากนั้นก็แนะนำให้ฉู่ฝานที่อยู่ข้างๆ

"ท่านทั้งสองนี้คือคุณชายใหญ่ถังซีและรองเจ้าตำหนักหลิวชื่อเจี๋ยแห่งตำหนักลั่วหยู่"

"ฉู่ฝานขอคารวะท่านทั้งสอง"

ฉู่ฝานประสานมือคำนับพวกเขา

หลิวชื่อเจี๋ยมองเขาแล้วพยักหน้าติดๆ กัน

"สมกับเป็นเจ้าหงส์เจ้ามังกรของตระกูลฉู่ ช่างสง่างามสมคำร่ำลือ!

"แต่กระนั้น พี่ใหญ่ของเจ้าก็เป็นมังกรในหมู่มนุษย์ เจ้าตำหนักเคยกล่าวว่า ในหมู่คนรุ่นเยาว์ ฉู่เทียนนำสายลมสร้างกระแส

"ช่างน่าอิจฉาท่านประมุขตระกูลฉู่ คู่ราชสีห์แห่งตระกูลฉู่เลื่องลือสมจริง"

เมื่อถ้อยคำนี้ดังขึ้น สีหน้าของผู้คนในที่นั้นก็เปลี่ยนไป

รู้สึกว่าคำพูดนี้ช่างไม่จริงใจ... วันนี้ฉู่หยุนเฟยจัดงานเลี้ยง เพื่อเฉลิมฉลองที่ฉู่ฝานสำเร็จวิชากลับบ้าน

การที่หลิวชื่อเจี๋ยชมเชยฉู่ฝานนั้นเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล การชมเชยฉู่เทียนก็ไม่เกินความคาดหมาย

แต่การกล่าวว่าฉู่ฝานแค่สง่างาม แล้วบอกว่าฉู่เทียนต่างหาก คือผู้นำสายลมสร้างกระแส...

นี่จะให้ฉู่ฝานคิดอย่างไรเล่า?

สายตาของทุกคนสบประสานกัน ต่างมีความคิดที่แตกต่างกัน

ในมุมหนึ่ง มีชายหนุ่มที่แต่งกายแบบบ่าวรับใช้ กำลังวุ่นวายให้บริการชาและขนมแก่โต๊ะต่างๆ

เมื่อได้ยินถ้อยคำเช่นนั้น เขาอาศัยจังหวะที่หมุนตัวไป มองหลิวชื่อเจี๋ยด้วยหางตา

"หลิวชื่อเจี๋ยแห่งตำหนักลั่วหยู่... ชื่อนี้ ข้าเคยได้ยินมาก่อน"

ชายหนุ่มผู้นี้ก็คือฉู่ชิง

หลังจากฆ่ามือสังหารผู้นั้นแล้ว เขาใช้เสียงจากกระเบื้องในการล่อ นำทุกคนไปที่ลานเล็กๆ นั้น จากนั้นก็ฉวยโอกาสถอนตัว

เขารีบหาชุดบ่าวรับใช้มาเปลี่ยนใส่อย่างรวดเร็ว

ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่ม เขานั่งสมาธิอยู่ในจวนตลอด

เขาคุ้นเคยกับที่นี่มากเกินไป ว่าที่ใดมีคนที่ใดไม่มีคน ตรงไหนเป็นทางลับ ตรงไหนซ่อนทองเงิน ล้วนรู้อย่างชัดเจน

หากเขาต้องการซ่อนตัว แม้แต่ฉู่หยุนเฟยก็ไม่อาจหาตัวเขาพบ

และเมื่อถึงเวลาที่งานเลี้ยงเริ่มขึ้น เขาก็แอบพรางตัวเข้าไปในหมู่บ่าวรับใช้

วันเช่นนี้ที่วุ่นวาย มีใครเล่าจะสังเกตเห็นว่า ในที่นั้นมีบ่าวที่ไม่สะดุดตาเพิ่มขึ้นมาคนหนึ่ง?

เพียงแต่เมื่อครู่ที่ได้ยินชื่อของหลิวชื่อเจี๋ยแห่งตำหนักลั่วหยู่ เขาก็นึกถึงตอนที่ได้สังหารเจ็ดโจรม้าเหล็ก

หัวหน้าโจรและคนที่สาม เคยกล่าวถึงแผนการต่อไปของพวกมัน โดยพูดว่าจะไปขอพึ่งพาหลิวชื่อเจี๋ยแห่งตำหนักลั่วหยู่

ตอนนั้นฉู่ชิงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ดูจากตอนนี้ ตำหนักลั่วหยู่นี้ไม่ธรรมดาเลย

เจ็ดโจรม้าเหล็กสร้างความวุ่นวายที่ชายแดนอาณาเขตเมืองเทียนหวู่ หวู่กานฉีสั่งให้มือปราบเทียนหวู่ไปปราบปรามหลายครั้ง แต่พวกมันก็หนีรอดไปได้ทุกครั้ง

ความสามารถในการรู้ล่วงหน้าเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นเกี่ยวข้องกับรองเจ้าตำหนักหลิวผู้นี้

ขณะที่กำลังคิดเช่นนี้ ก็ได้ยินฉู่ฝานเอ่ยปากอย่างเย็นชา

"ท่านผู้อาวุโสหลิวพึงระวังคำพูด ตระกูลฉู่ของเรามีพี่น้องสามคน ท่านกล่าวว่าคู่ราชสีห์แห่งตระกูลฉู่ แล้วจะวางน้องชายคนที่สามของข้าไว้ที่ใด? ขอท่านผู้อาวุโสอย่าได้กล่าวเช่นนั้นอีก"

ฉู่ชิงได้ยินแล้ว ก็อึ้งไปชั่วขณะ

พี่รอง... พูดจาไม่ไว้หน้ากันจริงๆ

แน่นอนว่าหลิวชื่อเจี๋ยก็ถูกโต้กลับจนพูดไม่ออก เหลียวไปมองฉู่เทียน ก็เห็นฉู่เทียนจ้องจมูก จมูกจ้องปาก ปากจ้องใจ ราวกับไม่ได้ยินว่าฉู่ฝานพูดอะไร

เมื่อกำลังรู้สึกเสียหน้า ก็ได้ยินถังซีรีบกล่าว

"พี่ฉู่ฝานเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ ได้ยินว่าพี่ฉู่ฝานเป็นศิษย์สำนักไท่อี้ เป็นศิษย์เอกของท่านอาจารย์ชุ่ยปู๋นู่แห่งกำปั้นเทพไร้โทสะ

"พอดีว่าน้องชายมีปัญหาเรื่องวิชายุทธ์ หาผู้ชี้แนะไม่ได้ ไม่ทราบว่าพี่ฉู่ฝานจะชี้แนะได้หรือไม่?"

นี่เห็นได้ชัดว่ากำลังพยายามประนีประนอม

แต่ฉู่ฝานดูเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายของเขา เพียงแค่เบิกตากว้าง

"โอ้? คุณชายใหญ่ถังต้องการขอคำชี้แนะจากข้าหรือ? ดีเลย ข้าก็อยากจะเห็นวิทยายุทธ์อันลึกล้ำของตำหนักลั่วหยู่เช่นกัน!!"

กล่าวจบ ก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

พลังภายในหมุนวนอยู่ภายใน กระแสพลังอันเกรียงไกรแผ่ขยายออกมาอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของถังซีดำคล้ำลง... นี่มัน คนอะไรช่างดุดันเช่นนี้? พูดไม่ทันขาด ก็จะลงมือทำร้ายคนเสียแล้ว?

กำลังคิดว่าควรจะรับมืออย่างไรดี ก็ได้ยินบ่าวหน้าประตูประกาศเสียงดัง

"คุณหนูหวู่แห่งเมืองเทียนหวู่มาถึงแล้วววววววว~~~~"

"หา?"

ขณะที่ฉู่ชิงกำลังเตรียมดูฉู่ฝานอัดถังซี เขาก็อึ้งไป ไม่ใช่ตกลงกันแล้วหรือว่าจะไม่มา?

นี่เปลี่ยนใจเสียแล้วรึ?

(จบบท)

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 16 แขก

ตอนถัดไป