บทที่ 27 ฝนโปรย
ชายวัยกลางคนเล่ามาถึงตรงนี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความสลดใจ
กระต่ายตาย จิ้งจอกร่ำไห้ สัตว์ย่อมเจ็บปวดเมื่อเห็นพวกพ้องตกทุกข์
เมื่อได้ยินเรื่องราวเช่นนี้ ย่อมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตัวเอง
แม้แต่ฉู่ชิงเมื่อได้ยินเรื่องนี้ก็ยังรู้สึกตกใจ
"ช่างโหดเหี้ยมเหลือเกิน! แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับตอนนี้หรือ?"
"นั่นสิ พูดถึงเรื่องบังเอิญ..."
ชายวัยกลางคนกอดอก พูดว่า
"หนุ่มคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นไม่ธรรมดาเลย เขาคือคุณชายใหญ่ตำหนักลั่วหยู่ (ตำหนักฝนโปรย) แห่งเมืองเทียนหวู่ของพวกเรา
ธุรกิจของตระกูลเขาใหญ่โตมาก
มีกิจการอยู่ในหลายตำบลรอบๆ เมือง
รวมถึงตำบลสิบลี้นี้ด้วย... พอดีช่วงที่หญิงสาวคนนั้นตาย คุณชายใหญ่ถังก็อยู่ที่ตำบลสิบลี้พอดี
ไม่รู้ว่าทำไม เอ้อร์โกวกลับยืนยันว่าคนที่ฆ่าเมียที่ยังไม่ทันแต่งของเขาคือคุณชายใหญ่ถัง และพยายามจะฆ่าเขาให้ได้
คุณชายใหญ่ถังแก้ต่างอย่างไรก็ไม่ฟัง ทั้งยังสงสารชะตากรรมของเอ้อร์โกว ไม่อยากมีเรื่องด้วย พอเสร็จธุระที่ตำบลสิบลี้ก็รีบกลับเมืองเทียนหวู่ทันที
ใครเลยจะคิด เอ้อร์โกวกลับไล่ตามมาถึงเมืองเทียนหวู่
เรื่องนี้ถึงขั้นทำให้จวนเจ้าเมืองต้องเข้ามายุ่ง ท่านหวู่สืบสวนด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่พบผลอะไร
เอ้อร์โกวคอยดักอยู่หน้าตำหนักลั่วหยู่ทั้งวัน ก่อเรื่องหลายครั้ง ถูกคนของตำหนักลั่วหยู่จับได้หลายครั้ง แต่ทุกครั้งคุณชายใหญ่ถังก็ปล่อยเขาไป
ต่อมาตำหนักลั่วหยู่ไม่ยอมให้เขาอยู่หน้าประตูอีก เห็นเขาทีไรก็ไล่ไป... แต่เขาก็หาโอกาสลอบทำร้ายอยู่เรื่อย เดือนนี้นับเป็นครั้งที่สามแล้ว"
ชายวัยกลางคนพูดได้คล่องปากราวกับนับนิ้ว
เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้คนในเมืองเทียนหวู่
ฉู่ชิงแสดงสีหน้า 'ตื่นตะลึง' พลางเอ่ย
"คุณชายใหญ่ถังคนนี้ ช่างเป็นคนดีจริงๆ"
"ใช่น่ะสิ"
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็พูดกับฉู่ชิงอีกสองสามประโยค พอดีกับที่ถังซีพาคนของเขาจากไปแล้ว ส่วนเอ้อร์โกวถูกโยนทิ้งไว้ข้างถนน
เมื่อความครึกครื้นสิ้นสุดลง ผู้คนก็แยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว
เอ้อร์โกวนั่งเหม่ออยู่ข้างทางสักครู่ ก่อนจะถือมีดเดินโซเซเข้าไปในตรอกเล็กๆ ด้านข้าง
เขาเดินโซเซ สีหน้าเหมือนคนสิ้นหวัง
ปากพึมพำแต่คำว่า 'ข้าทำให้เจ้าผิดหวัง' 'ข้าช่างไม่เอาไหน' และอื่นๆ ในทำนองนั้น
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง มีประกายสีเลือดวาบขึ้นในนัยน์ตา
แล้วเขาก็พลิกใบมีด เตรียมแทงเข้าที่ลำคอตัวเอง
ฉู่ชิงที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดรู้สึกใจเต้นแรง เดิมที่เขาติดตามเอ้อร์โกวเพราะรู้สึกไม่ไว้ใจถังซี สงสัยว่าคนผู้นี้มีปัญหา อีกทั้งยังอยากดูว่าจะพบเบาะแสอะไรไหม
และด้วยสภาพของเอ้อร์โกวที่เป็นอยู่ บางทีอาจจะช่วยให้ตนได้ทำการค้าได้สักรายการ
แต่ไม่คาดคิดว่าคนผู้นี้จะเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้ พูดฆ่าตัวตายก็จะฆ่าจริงๆ
เขากำลังจะออกไประงับ แต่กลับได้ยินเสียงแหวกอากาศดังขึ้น
หินก้อนหนึ่งพุ่งมาจากอากาศ กระทบดังแป๊ะ ทำให้มีดสั้นในมือของเอ้อร์โกวหลุดร่วง
ฉู่ชิงหรี่ตาลง ควบคุมลมหายใจนิ่งสนิท เห็นเงาร่างหนึ่งวูบวาบราวกับผี จากปลายตรอกวิ่งมา
ร่างของเขาปรากฏบ้างหายบ้าง ทุกครั้งที่หายวับไปแล้วปรากฏขึ้นใหม่ จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ราวหนึ่งจั้ง
เพียงชั่วพริบตา เขาก็มาอยู่ตรงหน้าเอ้อร์โกว ปรากฏใบหน้า ที่แท้คือถังซี!
เอ้อร์โกวเห็นถังซีก็ยิ่งตาแดงกล่ำ
"ไอ้สารเลว!!"
ถังซียิ้มกว้าง
"เห็นเจ้ายังมีแรงอยู่ ข้าก็วางใจแล้ว
แต่ทำไมข้าเห็นว่าเมื่อครู่เจ้ากำลังจะฆ่าตัวตายล่ะหือ
เจ้าคงไม่สิ้นหวังแล้วกระมัง?"
ดวงตาของเอ้อร์โกวเป็นประกายสีเลือดแดงฉาน เขาพลิกมีดสั้นในมือ แทงใส่ถังซีอย่างรุนแรง
แต่คมมีดเพิ่งจะมาถึงตรงหน้า ถังซีก็เพียงปัดมือเบาๆ มีดสั้นก็ลอยวูบออกไปทันที
ตามด้วยเตะเท้าหนึ่งทีที่ทำให้เอ้อร์โกวลอยหงายหลังไป กระแทกกำแพงอย่างแรง ร่างไถลลงตามผนัง มีเลือดไหลออกจากปาก
ตอนกลางวันเขาโดนซิ่นโหย่วเฮิ่นเตะไปทีหนึ่ง เกือบเอาชีวิตไม่รอด ตอนอยู่หน้าร้านหมอเมื่อครู่ยังหน้าซีดอยู่เลย
แต่ตอนนี้กลับเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว พูดจาชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีทีท่าอ่อนแอเลยสักนิด
"จริงๆ แล้ว การที่เจ้าสิ้นหวังก็มีเหตุผล
เพราะคนที่ฆ่าคู่หมั้นของเจ้าอยู่ตรงหน้า แต่ไม่ว่าเจ้าจะบอกใคร ก็ไม่มีใครเชื่อเจ้า
วันนี้เจ้าได้ยินไหมว่าพวกเขาพูดกันว่าอย่างไร?
'คุณชายใหญ่ช่างเป็นคนดี'... 'คุณชายใหญ่ใจดีมีเมตตา ถ้าเป็นคนอื่น เอ้อร์โกวคงตายไปหลายครั้งแล้ว'
ฮ่าๆๆ เจ้าว่าสนุกไหม?"
ถังซีเหยียบบ่าของเอ้อร์โกวไว้ ค่อยๆ โน้มตัวลงมา
"ทั้งๆ ที่ข้าเป็นคนฆ่าคน แต่กลับไม่มีใครเชื่อเจ้า
ตำหนักลั่วหยู่ของข้ามีอิทธิพลมาก แม้แต่จวนเจ้าเมืองในสถานการณ์ที่เจ้าไม่มีหลักฐาน ก็ทำอะไรข้าไม่ได้
เจ้าควรทำอย่างไรดี?
ข้ารู้สึกสิ้นหวังแทนเจ้าแล้ว... แต่ถ้าเจ้าอยากตาย นั่นกลับเป็นความผิดของเจ้า
ข้าชอบเห็นเจ้าทุรนทุรายในความสิ้นหวังนี้ หากเจ้าตาย ข้าจะเหงาแค่ไหน"
พูดถึงตรงนี้ เขาก็ปล่อยเท้าที่เหยียบเอ้อร์โกว หันหลังกลับมาพูดยิ้มๆ ว่า
"พูดถึงเรื่องนี้ ทุกครั้งที่เห็นเจ้า ข้ามักจะคิดถึงเสมอ
หญิงสาวคนนั้น ทั้งที่อายุยังน้อย แต่น่ารักมาก
ตอนที่นางกลัว ร้องไห้น้ำตานองหน้า ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
เพียงแต่นางชอบต่อต้านเหลือเกิน... ข้าจำใจ ต้องตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ก็เลยตัดแขนของนาง แต่เจ้าวางใจได้ ข้ารีบใช้ยาสมุนไพรชั้นดีทาให้นางทันที
หลังจากนั้น นางไม่สามารถผลักข้าออกไปได้แล้ว แต่ก็ยังพยายามจะหนี
ข้าก็เลยตัดขาของนางด้วย คราวนี้นางวิ่งหนีไม่ได้แล้ว... น่าเสียดาย ต่อมานางดูเหมือนจะชาไปหมด แม้แต่เสียงก็ไม่ออก ไม่ว่าข้าจะทรมานนางอย่างไร นางก็เหมือนหมูตายแล้ว ข้าเบื่อเต็มที
เจ้ารู้ไหม? นางถูกข้าบีบคอตาย น่าสงสารที่ก่อนตาย นางยังเรียกหาพี่เอ้อร์โกวของนางอยู่เลย"
"อ๊ากกก!!!"
คำพูดเหล่านี้เหมือนเข็มพิษที่แทงทะลุร่างของเอ้อร์โกว ทำให้เขาโกรธจัดจนแทบคลั่ง
เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น ดูเหมือนมีเลือดสีดำไหลเวียนอยู่ข้างใน
ถังซีหันกลับมาอย่างฉับพลัน มองดูเอ้อร์โกวที่อยู่ในสภาพนี้ ในดวงตากลับมีแววยินดีอย่างบ้าคลั่ง
"ใกล้แล้ว... ใกล้แล้ว..."
ส่วนฉู่ชิงที่ซ่อนตัวอยู่หลังชายคา เมื่อเห็นภาพนี้ ม่านตาหดเล็กลง
"นี่มัน..."
ในขณะเดียวกัน เอ้อร์โกวดูเหมือนได้ใช้แรงทั้งหมดที่มี จู่ๆ ก็หงายหลังล้มลงไปสลบ
รอยยิ้มบนใบหน้าของถังซีหายไปทันที จมูกแค่นเสียงเย็นชา
"ขยะ..."
พูดจบก็สะบัดแขนเสื้อ หมุนตัวเดินจากไป
ฉู่ชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิด
ทั้งตรอกกลับคืนสู่ความสงบ...
ฉู่ชิงค่อยๆ สำรวจโดยรอบอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร จึงค่อยๆ เดินมาที่ข้างกายของเอ้อร์โกว
ยื่นมือแหวกเสื้อด้านหน้าของเขาออก เห็นเส้นเลือดสีดำมากมายล้อมรอบหัวใจ ขณะนี้กำลังค่อยๆ จางหายไป
สีหน้าของฉู่ชิงเย็นชาลง
"เป็นอย่างที่คิดจริงๆ!"
เขาครุ่นคิดสักครู่ ไม่ได้แตะต้องเอ้อร์โกว แต่กระโดดกลับขึ้นไปบนชายคาและรออย่างเงียบๆ
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ถึงตอนเย็น ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสจู่ๆ ก็มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น ครู่ต่อมา ฝนก็เทกระหน่ำลงมา
สายฝนทำให้เอ้อร์โกวที่สลบอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เขามองรอบๆ อย่างงุนงง พอความทรงจำกลับคืนมาหมด เขาก็ลุกขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หยิบมีดสั้นจากพื้นขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปในตรอกโดยไม่พูดอะไรสักคำ
แต่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากเหนือศีรษะ
"ข้าสามารถช่วยเจ้าฆ่ามันได้"
(จบบท)