บทที่ 30 วิชาอาคมมารใจพยาบาท

สายฝนไหลเป็นทางผ่านกระเบื้องหลังคา ก่อเกิดเป็นม่านน้ำบางๆ

มือขอหวู่เชียนฮวนที่กำลังจะหยิบกาสุรา ชะงักกลางอากาศเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองฉู่ชิง

"เจ้าว่าอะไรนะ?"

ฉู่ชิงมอหวู่เชียนฮวน แย้มยิ้มบางๆ

"ท่านได้ยินแล้ว และท่านก็มิได้ฟังผิด"

"...เพื่ออะไร?"

"ฆ่าคน"

"ฆ่าผู้ใด?"

"ถังซี"

"ด้วยเหตุผลอันใด?"

"ข้าเป็นมือสังหาร ย่อมมีผู้หวังให้เขาตาย ข้าจึงต้องไปฆ่าเขา"

รอยยิ้มขอหวู่เชียนฮวนเริ่มเย็นชาลงเล็กน้อย

"ตำหนักลั่วหยู่เป็นของเมืองเทียนหวู่ของข้า ท่านเจ้าตำหนักเป็นแขกสำคัญของบิดาข้า"

"ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของเมืองเทียนหวู่..."

"เจ้าคิดว่า ข้าจะยอมให้เจ้าสังหารผู้คนของเมืองเทียนหวู่ในเมืองของข้าเองรึ?"

ฉู่ชิงตอบโดยไม่ต้องคิด

"ท่านจะยอม"

"เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น?"

"เพราะเขามิใช่คนของเมืองเทียนหวู่"

"มีหลักฐานใดยืนยัน?"

"เขากำลังฝึกฝน 'อาคมมารใจพยาบาท'"

ชั่วขณะที่ฉู่ชิงเอ่ยถึงสี่คำว่า 'อาคม มาร ใจ พยาบาท' สีหน้าขอหวู่เชียนฮวนก็แปรเปลี่ยนทันที

จากนั้นคือความเงียบงัน ผ่านไปครู่ใหญ่ หวู่เชียนฮวนจึงเอ่ยปาก

"เจ้าวินิจฉัยเช่นนั้นได้อย่างไร?"

"ข้าได้พบ...ผู้มีความเคียดแค้น"

พูดจบก็ได้ยินเสียง 'แกร๊ก' ถ้วยสุราในมือขอหวู่เชียนฮวนถูกนางบีบแตกสลาย

วิชาอาคมมารใจพยาบาทเป็นวิชามารที่เสื่อมทรามในยุทธภพ

ผู้ที่ต้องการฝึกวิชานี้ จำต้องเลี้ยงดูผู้มีความเคียดแค้น

และที่เรียกว่าผู้มีความเคียดแค้น ก็คือผู้ที่เกลียดชังผู้ฝึกวิชาถึงกระดูกดำ

ผู้ฝึกวิชามักจะใช้วิธีพิเศษปลูกเมล็ดมารไว้ในร่างของพวกเขา แล้วจึงก่อเรื่องโหดร้ายทารุณนานัปการต่อผู้มีความเคียดแค้น

ฆ่าล้างครอบครัว ทำให้ภรรยาและบุตรสาวอับอาย การกระทำมักโหดเหี้ยมจนฟ้าดินไม่อาจให้อภัย

เพื่อให้ความเคียดแค้นบ่มเพาะเมล็ดมาร เมื่อความเคียดแค้นของคนผู้นั้นถึงจุดสูงสุด เมล็ดมารก็จะเติบโตสมบูรณ์

ถึงตอนนั้น ก็จะผ่าเอาหัวใจออกมา กลืนกินเพื่อฝึกวิชา พลังภายในก็จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

นี่คือเหตุผลที่ถังซีบอกกับเอ้อร์โกวว่า เขาฆ่าเมียที่ยังไม่ทันแต่งงานของเอ้อร์โกว แต่กลับไม่ยอมให้เอ้อร์โกวตาย

หากเขาตายไป ความพยายามทั้งหมดก็จะสูญเปล่า

หวู่เชียนฮวนถอนหายใจยาว มองไปที่ฉู่ชิง

"แต่...นี่ก็เป็นเพียงคำกล่าวข้างเดียวของเจ้า จะให้ข้าเชื่อใจได้อย่างไร?"

"ท่านเชื่อแล้ว"

ฉู่ชิงถอนหายใจ

"บอกมาเถิด ท่านต้องการอะไร?"

"ข้าต้องการไปกับเจ้า"

"ได้"

"ข้าจะไม่เป็นภาระแก่เจ้าแน่นอน ข้า...เจ้าว่าอะไรนะ?"

หวู่เชียนฮวนตั้งใจจะโน้มน้าวฉู่ชิงให้พานางไปด้วย

แต่เมื่อได้สติกลับมา นางจึงตระหนักว่า ที่ฉู่ชิงเพิ่งเอ่ยนั้นคือ...ได้?

นางมองฉู่ชิงอย่างตกตะลึง

"เจ้า...แน่ใจหรือว่าไม่ได้พูดผิด?"

ฉู่ชิงยักไหล่

"คุณหนูหวู่มีวรยุทธ์สูงส่ง ยินดีช่วยเหลือข้า ช่างเป็นโชคดีเหมือนขนมหล่นจากฟ้า ข้าจะไม่ตอบรับได้อย่างไร?

"แต่เราต้องตกลงกันก่อน งานนี้เป็นของข้า รางวัลก็เป็นของข้า คุณหนูหวู่จะไม่ได้เงินแม้แต่อีแปะเดียว"

คำพูดนี้มีความจริงใจอยู่บ้าง หวู่เชียนฮวนมีวรยุทธ์สูง ก่อนจะได้รับ 'กระบี่เร็วแห่งอาเฟย' และ 'สื่อเฉีย เฉินกง' หากฉู่ชิงต้องเผชิญหน้ากับนาง เขาคงต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ยิ่งไปกว่านั้น นางก็มิใช่คุณหนูที่เอาแต่ใจ อวดดี และเป็นภาระ

มีนางอยู่ด้วย จะทำให้การลอบสังหารคืนนี้ราบรื่นยิ่งขึ้น

และการที่นางจะติดตามไปด้วยก็อยู่ในการคาดการณ์อยู่แล้ว

"...เจ้าคิดว่าข้าสนใจหรือ?"

หวู่เชียนฮวนรู้สึกว่าคำพูดของคนผู้นี้ เริ่มทำให้นางหงุดหงิดอีกแล้ว

ฉู่ชิงยิ้มน้อยๆ

"นอกเหนือจากนี้ เรายังต้องตกลงกฎสามข้อ"

"อะไรสามข้อ?"

"หนึ่ง การเดินทางครั้งนี้ทุกอย่างต้องฟังข้า"

"ได้ แล้วข้อสองล่ะ?"

"สอง การเดินทางครั้งนี้ทุกอย่างต้องฟังข้า"

"...ข้อสามก็เหมือนกันสินะ?"

หวู่เชียนฮวนรู้สึกว่าเส้นเลือดที่หน้าผากของนางเริ่มปูดโปนอีกครั้ง

โดยเฉพาะเมื่อนางเห็นฉู่ชิงพยักหน้าอย่างไม่รู้จักอาย นางยิ่งรู้สึกว่าคนผู้นี้ช่างน่ารังเกียจ...แม้ว่านางจะยังไม่เคยเห็นหน้าเขาก็ตาม

"ท่านเป็นคนนอก หากไม่ฟังข้า เกิดพลาดพลั้ง ข้าก็จะไม่ช่วยท่าน

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง ท่านควรฟังคำสั่งข้าทุกอย่าง"

"...ได้"

หวู่เชียนฮวนสูดลมหายใจลึก พยายามให้ตนเองสงบ

"แผนผังการวางกำลังต้องการเมื่อไร?"

"ยิ่งเร็วยิ่งดี..."

ฉู่ชิงมองฝนที่กำลังตกอยู่บนท้องฟ้า

"ฟ้าเป็นใจ คืนนี้คือโอกาสที่ดีที่สุด"

"ตามข้าไปจวนเจ้าเมือง"

หวู่เชียนฮวนไม่คิดอะไรมาก ลุกขึ้นยืนทันที แต่ฉู่ชิงกลับไม่ขยับ

นางหันกลับมามอง ฉู่ชิงโบกมือ

"จวนเจ้าเมืองจะบุกเข้าไปง่ายๆ ได้อย่างไร? อีกอย่าง หากคุณหนูหวู่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์เพียงเล็กน้อย วางกับดักในจวนเจ้าเมือง ข้าก็เท่ากับเดินเข้ากับดักเอง

"ข้าจะรออยู่ที่นี่ คุณหนูรีบไปรีบกลับเถิด"

"..."

หวู่เชียนฮวนไม่อยากเสียเวลาพูดอีก ทะยานร่างจากไปทันที

ฉู่ชิงยิ้มน้อยๆ มองอาหารบนโต๊ะ กลืนน้ำลายเล็กน้อย แต่ไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อย

หญิงผู้นี้ไม่ได้มีความปรารถนาดี อาหารบนโต๊ะล้วนเป็นสิ่งที่เขาชอบกิน

หวู่เชียนฮวนกลับมาไม่เร็วนัก ประมาณเวลาหนึ่งธูป คนชุดดำก็ปรากฏตัวต่อหน้าฉู่ชิง

นอกจากดวงตาคู่เดียว ไม่มีส่วนใดเปิดเผยให้เห็น

นางพินิจมองอาหารบนโต๊ะอย่างละเอียด ดวงตาฉายแววผิดหวัง

จากนั้นก็สะบัดมือ โยนกระบอกไม้ไผ่กระบอกหนึ่งให้ฉู่ชิง ฉู่ชิงเปิดออกและหยิบแผนผังข้างในออกมา

เขาพินิจดูอย่างละเอียด พลางชื่นชม

"วันนี้ที่ท่านทดสอบถังซีที่สกุลฉู่ มิใช่การตัดสินใจกะทันหันจริงๆ

"แผนผังการวางกำลังวาดอย่างประณีตเช่นนี้ คำอธิบายก็ละเอียดยิบ ดูท่าจวนเจ้าเมืองคงตั้งใจจัดการตำหนักลั่วหยู่มานานแล้ว"

"ต้องกำจัดภายในก่อนจัดการภายนอก"

หวู่เชียนฮวนแค่นเสียง

"หุบเขาหมื่นราตรีเริ่มลงมืออย่างอุกอาจ สงครามคงใกล้จะมาถึง

"ตำหนักลั่วหยู่มีเจตนาซ่อนเร้น แม้ไม่รู้ว่าถังซีฝึกวิชามาร หรือหลิวชื่อเจี๋ยสมคบกับเจ็ดโจรม้าเหล็ก แต่ก็แฝงกลอุบายไม่น่าเชื่อถือ

"หากเกิดสงคราม ต้องควบคุมพวกเขาก่อน

"แม้พวกเขาไม่มีปัญหา แต่เตรียมการไว้ก่อนก็มีแต่ผลดีโดยไม่มีผลเสีย"

"ไม่กลัวหรือว่า จะทำให้ความภักดีน้อยลง?"

"ต้องมีหัวใจก่อนถึงจะเป็นเช่นนั้นได้"

ฉู่ชิงได้ยินถึงตรงนี้ก็หัวเราะ ใช่แล้ว อย่าเอาใครมาดูถูกใคร

หวู่กานฉีสามารถนั่งบัลลังก์เมืองเทียนหวู่ได้อย่างมั่นคง กันสายลมฝนแปดทิศไว้ภายนอก ย่อมไม่ใช่คนหยาบโลนที่รู้แต่เพียงการเงื้อขวานฟาดคน

เมื่อมีคนกำลังทำการลับหลังอยู่ใต้จมูก แม้ไม่ค้นพบ ก็ย่อมมีความระแวดระวัง

ที่วันนี้ตนมาหาหวู่เชียนฮวนเพื่อขอแผนผังการวางกำลัง ก็เพราะคาดการณ์ว่า จวนเจ้าเมืองคงตั้งใจจัดการตำหนักลั่วหยู่มานานแล้วมิใช่หรือ?

เก็บแผนผังไว้เรียบร้อย ฉู่ชิงลุกขึ้นยืน

"พวกเราไปกันเถอะ"

......

......

ตำหนักลั่วหยู่อยู่ในเมืองฝั่งตะวันตก

ตรงกลางถนนใหญ่ฝั่งตะวันตก เป็นที่ตั้งของลานกว้างที่มีพื้นที่ไม่เล็ก

สองคนอาศัยความมืดของราตรี วิ่งฝ่าสายฝน เพียงชั่วครู่ก็มาถึงกำแพงด้านนอกของตำหนักลั่วหยู่

เงี่ยหูฟัง ครู่หนึ่ง มีเสียงฝีเท้าเดินผ่านไป

สบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็กระโดดเข้าไปในลาน

ด้วยแผนผังในมือ สองคนบุกเข้าไปในนั้นราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการวางยาม เวลาเปลี่ยนเวร ระยะห่างเท่าใด ล้วนรู้แจ้ง

เพียงชั่วครู่ ทั้งสองก็แอบมาถึงเรือนของถังซี

พวกเขาหยุดอย่างระมัดระวังบนหลังคา ฉู่ชิงยื่นมือเปิดกระเบื้องแผ่นหนึ่ง

เสียงแปลกประหลาดดังมาจากในห้องทันที

สีหน้าของหวู่เชียนฮวนแดงขึ้นทันที อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ฉู่ชิง แต่กลับเห็นแววตาของฉู่ชิงเปล่งประกายยินดี

จากนั้นนางก็เห็นฉู่ชิงทำสัญญาณตาให้นาง หมายความว่า...ลงมือเลย!

(จบบท)

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 30 วิชาอาคมมารใจพยาบาท

ตอนถัดไป