บทที่ 29 บันไดสู่จุดหมาย
บทที่ 29 บันไดสู่จุดหมาย
ผมฟื้นสติหลังจากสลบไสลไปนานถึงสามวันเต็ม
ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา ซออึนก็ต้อนรับผมด้วยหยาดน้ำตา
“พี่มันบ้าที่สุดเลย!” ซออึนระดมทุบผมไม่ยั้ง
โอย... ซออึน มันเจ็บนะเนี่ย! หยุดก่อน!
ผมรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งพลางพยายามปลอบให้เธอใจเย็นลง ถึงจะเจ็บตัวแต่ก็สัมผัสได้ว่าเธอคงตกใจมากจริงๆ
ก็นะ จู่ๆ ผมก็นอนนิ่งเป็นศพไปตั้งสามวัน เป็นใครก็ต้องห่วงทั้งนั้นแหละ
แต่เห็นซออึนร้องไห้ดีใจที่ผมฟื้นแบบนี้ ผมก็แอบตื้นตันใจเหมือนกันนะเนี่ย เวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาไม่เสียเปล่าจริงๆ ยัยหนูยอมเสียน้ำตาให้ผมด้วย! ในที่สุดผลจากการนั่งเล่นเกมและคลุกคลีกับเธอมาตลอดก็สัมฤทธิ์ผลแล้วครับท่านผู้ชม!
ผมส่งยิ้มให้ซออึนที่ยังสะอื้นฮักพลางสั่งให้ผมดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ และบังคับให้ผมสาบานว่าจะระวังตัวให้มากขึ้นในอนาคต
ถึงผมจะรับปากไป แต่ก็รับประกันไม่ได้หรอกว่าจะไม่ทำอีก
หลังจากปลอบซออึนจนสงบลงและขอบคุณซูบินที่ช่วยดูแลผมตลอดสามวัน ผมก็รีบเช็กกระแสสังคมทันที
คนพูดถึงผมว่ายังไงบ้างนะ? แล้วสตาร์ดัสล่ะ เป็นยังไงบ้าง?
ผลการวิเคราะห์ออกมาว่า คะแนนความนิยมของผมพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด บทความหลายสำนักลงความเห็นว่า ผู้คนเริ่มมองผมที่เป็น 'วายร้าย' ในฐานะ 'ฮีโร่' ไปเสียแล้ว
หืม... เป็นไปตามคาดแฮะ
ความจริงผมก็แค่เข้าไปจัดการไอ้จระเข้นั่นเพราะมันทำให้ผมเสียหน้า แต่มันดันกลายเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้คนชอบผมซะงั้น ก็รู้สึกดีเหมือนกันนะเนี่ย
และที่น่าตกใจคือ 'ไอ้มนุษย์จระเข้' นั่นยังไม่ตายแฮะ โดนก๊าซพิษเข้าไปขนาดนั้นแต่ยังรอดมาได้? แต่ก็ไม่แปลกผมใช้สูตรอ่อนลงหน่อยเพื่อกันเหนียวไว้ไม่ให้ก๊าซพิษแพร่กระจ่ายเกินขอบเขต
แต่ไม่คิดว่ามันจะอึดขนาดนี้ ในการ์ตูนต้นฉบับมันโดนแบบเดียวกันนี้แล้วปางตายเลยนะนั่น
มีรายงานว่ามันกลับคืนร่างมนุษย์แล้ว และถูกส่งตัวไปรักษาที่ศูนย์กักกันผู้มีพลังพิเศษแห่งตะวันออกหลังจากอาการทรงตัว
ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามเส้นเรื่องในต้นฉบับ
ศูนย์กักกันผู้มีพลังพิเศษแห่งตะวันออก หรือที่เรียกกันว่า 'อีสต์ คาร์เซอร์' เป็นสถานที่คุมขังเหล่าวายร้ายที่มีพลังพิเศษโดยเฉพาะ
เช่นเดียวกับสมาคมฮีโร่ แต่ละประเทศจะมีสถานที่ที่เรียกว่า 'คาร์เซอร์' (Carcer เป็นภาษาละตินแปลว่าคุก) หลังจากที่สหรัฐฯ สร้าง 'อเมริกา คาร์เซอร์' ขึ้นมาเป็นที่แรก ประเทศอื่นๆ ก็ใช้ชื่อคาร์เซอร์เรียกคุกระดับนี้ตามกันหมด
มันเป็นสถานที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ติดตั้งอุปกรณ์จำกัดพลังตามคุณลักษณะเฉพาะตัวของนักโทษแต่ละคน คุกนี้สร้างขึ้นบนเกาะร้างกลางทะเลตะวันออก และมีการป้องกันแน่นหนาชนิดที่ว่า 'เข้าได้แต่ไม่มีวันออก' แต่แน่นอนว่าในต้นฉบับ ซออึนเคยแฮกคุกนี้จนแตกมาแล้ว
เอาเถอะ ในเมื่อมันโดนขังลืมอยู่ที่นั่นก็คงไม่เป็นภัยอะไรอีก วันหนึ่งมันก็คงตายอยู่ในนั้นแหละ หมอนั่นหัวค่อนข้างขี้เลื่อย คงตายง่ายๆ ไม่รู้ว่าตอนเป็นร่างมนุษย์จะโง่เหมือนตอนเป็นร่างจระเข้ไหมนะ
หลังจากนั้น ผมก็ใช้เวลาพักผ่อนและเล่นสนุกอยู่สองสามวัน
ยังไงซะตัวตนเบื้องหลังของผมก็คือประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง หลังจากทำงานหนักมาจนโทรมขนาดนี้ก็ต้องพักบ้างเป็นธรรมดา
...แต่ผมรู้สึกว่าช่วงนี้ซออึนจะติดสอยห้อยตามและมาเล่นกับผมบ่อยกว่าเมื่อก่อนนะ ยัยนี่เป็นอะไรของเขา?
แน่นอนว่าผมไม่ได้แค่นอนอืดไปวันๆ บางครั้งผมก็อธิบายเรื่อง 'วงการฮีโร่ในเกาหลี' ให้ซออึนและซูบินฟัง เพราะทั้งคู่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเรียนรู้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เลยไม่ค่อยรู้เรื่องราวความเป็นไปในโลกภายนอกเท่าไหร่
“เอาล่ะ วันนี้เรามาเรียนรู้ความจริงของเหล่าฮีโร่ในเกาหลีกัน ซูบิน เธอรู้ไหมว่าประชาชนคิดยังไงกับฮีโร่?”
“อืม... ก็ต้องชอบสิ เพราะพวกเขาเป็นคนช่วยชีวิตผู้คนนี่นา”
“ผิดแล้ว ในเกาหลีมันต่างออกไปนิดหน่อย ลองนึกภาพตามนะ สมมติว่าครอบครัวหนึ่งโดนวายร้ายบุกทำร้าย พวกเขารีบโทรเรียกฮีโร่ แต่กว่าฮีโร่จะมาถึง วายร้ายก็ฆ่าล้างครัวแล้วหนีไปหมดแล้ว เธอคิดว่าคนจะโทษใคร?”
“ก็ต้องโทษวายร้ายสิคะ ถามได้”
“อ้อ แน่นอนว่าพวกเขาเกลียดวายร้าย แต่พวกเขาจะด่าฮีโร่พอๆ กับวายร้ายนั่นแหละ ‘เพราะแกมาสาย ครอบครัวฉันถึงต้องตาย’ พวกเขาจะพูดแบบนี้”
“...แต่มันไม่ใช่ความผิดของฮีโร่นะคะ? พวกเขาไม่ได้อยากมาสายซักหน่อย”
“นั่นแหละคือประเด็น แต่ประชาชนไม่สนหรอก พวกเขาคิดแค่ว่าถ้าฮีโร่มาเร็วกว่านี้ ครอบครัวเขาก็คงรอด ความแค้นมันเลยไปตกที่ฮีโร่ด้วย นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียวนะ แต่หลายๆ อย่างมันสะสมจนกลายเป็นความไม่เชื่อมั่น สรุปก็คือ คนเกาหลีไม่ได้ไว้ใจฮีโร่ขนาดนั้น”
พูดนานจนเริ่มเจ็บคอ ผมเลยหยิบขวดน้ำพลาสติกข้างตัวขึ้นมาดื่ม
“อย่าให้ปากโดนขวดนะ”
ผมทำตามคำสั่งของซออึนทันที โธ่... ซออึน นึกว่าจ้องแต่โทรศัพท์ซะอีก แอบมองผมตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
พอซออึนเห็นผมดื่ม เธอก็เดินมาแย่งขวดไปดื่มบ้าง... ไม่ไปเอาเองล่ะลูกพี่
พอน้ำตกถึงท้องจนชุ่มคอ ผมก็เริ่มร่ายยาวต่อ
“จริงๆ แล้วฮีโร่เนี่ยมันงานเสี่ยงตายชัดๆ นอกจากต้องเอาชีวิตไปทิ้งแล้วยังโดนด่าอีก แถมฮีโร่ในเกาหลีมีน้อยมาก เวลาเกิดเรื่องด่วนมันเลยไปถึงที่เกิดเหตุลำบาก มันเลยต้องมีดีเลย์เป็นธรรมดา แต่ผลที่ได้คือเสียงสาปส่ง”
“อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง”
ซูบินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ซออึนที่ดูเหมือนจ้องมือถืออยู่ก็ตั้งใจฟังผมเหมือนกันแฮะ แสดงว่าผมมีพรสวรรค์ด้านการสอนใช่ไหมเนี่ย?
ความจริงก่อนที่ผมจะหลุดมาโลกนี้ ความฝันของผมคือการเป็นครูนะครับ แต่ตอนนี้มีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด แถมผมไม่มีบัตรประชาชนด้วยซ้ำ เลยทำอะไรไม่ได้เลย ไว้เสร็จสิ้นภารกิจทั้งหมด ผมค่อยหาทางฟอกตัวแล้วไปเป็นครูดูซักตั้งดีกว่า
กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ ผมอธิบายต่อว่า
“พอมันเป็นแบบนี้ มันเลยเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่เหมือนโดมิโน่ ฮีโร่ที่เอือมระอาความใจแคบของประชาชนก็เริ่มลาออก จำนวนฮีโร่ก็น้อยลง พอฮีโร่น้อย การรับมือที่เกิดเหตุก็ช้าลงไปอีก คนก็ยิ่งไม่เชื่อใจเข้าไปใหญ่ เป็นวงจรระยำสุนัขแบบนี้แหละ นี่คือเหตุผลว่าทำไมฮีโร่ระดับ B และ C ถึงเหลือน้อยนิด ความปลอดภัยของประเทศนี้เลยขึ้นอยู่กับฮีโร่ระดับ A แค่สามคนเท่านั้น”
“ถ้าตำรวจช่วยได้ก็คงดี แต่กฎหมายดันสั่งห้ามไม่ให้ตำรวจเข้าไปยุ่งในเหตุการณ์ที่มีพลังพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งความจริงต่อให้ตำรวจพกปืนมา แค่วายร้ายคนเดียวก็กวาดเรียบได้อยู่ดี เลยช่วยอะไรไม่ได้มาก”
บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ...
เละเทะไม่มีชิ้นดี
ฮีโร่โดนดูถูก วายร้ายเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ สัดส่วนฮีโร่กับวายร้ายไม่สมดุลกันอย่างแรง นี่เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมสตาร์ดัสถึงต้องทำงานงกๆ อยู่คนเดียว
“...นั่นคือเหตุผลที่พี่คอยกำจัดวายร้ายคนอื่นงั้นเหรอ? พี่นี่เหมือน ‘ดาร์กฮีโร่’ เลยนะ”
ซออึนที่ฟังเงียบๆ มานานแอบจิกกัด
โธ่... ซออึน ช่วงสองสามวันที่ผ่านมายังทำตัวน่ารักอยู่เลย ตอนนี้กลับมาเข้าโหมดเดิมซะแล้ว
“...ไม่ใช่ดาร์กฮีโร่อะไรหรอก พี่ก็แค่เป็นห่วงอนาคตของเกาหลีนิดหน่อย”
“ไม่ใช่ว่าที่พยายามทำงานแทนยัยนั่น เพราะพี่ชอบสตาร์ดัสหรอกนะ?”
“นี่ซออึน มา ‘ยง ‘ยัย’ อะไรกัน พูดให้มันดีๆ หน่อย”
แต่มันก็เรื่องจริงแหละ ยัยเด็กนี่รู้ทันได้ไงเนี่ย?
ขืนยอมรับไปตอนนี้ก็เสียฟอร์มแย่ ผมเลยเปลี่ยนประเด็นหน้าตาย
“ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย พี่แค่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ...”
“หนูก็คิดว่าพี่สนใจสตาร์ดัสมากเป็นพิเศษเหมือนกันค่ะ”
ซูบินขัดจังหวะผมพร้อมส่งหมัดสวนกลับมาทันที ซูบินขัดคอผม! ซูบินผู้อ่อนโยนของผม! ปกติเวลาผมพูดอะไร ซูบินคนเดิมที่ขี้กลัวน้ำตาคลอหายไปไหนแล้ว...
นี่ผมเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้ไว้จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย
สาวๆ ทั้งสองคนจ้องมองผมด้วยสายตาเดียวกัน สายตาเหมือนกำลังสอบสวนผู้ต้องหาทำเอาผมไปไม่เป็นเลย
“เดี๋ยวๆๆ พี่สนใจเขางั้นเหรอ? เออ... ก็จริงที่พี่สนใจ แต่แค่นั้นมันไม่สำคัญหรอก เพราะนอกจากสตาร์ดัสแล้วก็ไม่มีฮีโร่คนไหนพึ่งได้อีก แล้ววายร้ายน่ะ ต้องมีฮีโร่คู่ปรับถึงจะเป็นวายร้ายที่สมบูรณ์แบบใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้น... พี่หมายถึง มันเป็นเรื่องของโครงสร้างที่เป็นคู่ตรงข้ามกันน่ะ พี่เลยตั้งเป้าให้สตาร์ดัสเป็นคู่ปรับอันดับหนึ่ง...”
พอมารู้ตัวอีกที ผมก็กำลังพล่ามข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ออกไปยาวเหยียด เดี๋ยวสิ ผมจะแก้ตัวไปทำไมเนี่ย?
ถึงอย่างนั้น ซออึนก็ยังมองผมด้วยสายตาจับผิดไม่เลิก เป็นอะไรของเธอน่ะซออึน พี่อึดอัดนะ
“ช่างมันเถอะ! นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก มาเริ่มวางแผนการก่อการร้ายครั้งต่อไปกันดีกว่า”
ความสนใจของซออึนย้ายจากสตาร์ดัสไปยังเรื่องอื่นทันที
“ก่อการร้าย? อีกแล้วเหรอ?”
“ใช่ ตอนนี้คะแนนนิยมของพี่มันพุ่งสูงเกินไปแล้ว ถึงจะไม่ใช่ความชอบในเชิงบวกซะทีเดียว แต่มันคือ ‘ความคาดหวัง’ น่ะสิ เพราะฉะนั้นทางเดียวที่จะดึงมันลงมาได้คือต้องก่อการร้ายครั้งใหญ่”
“เฮ้อ... พี่จะเริ่มเตรียมการเมื่อไหร่ล่ะ?”
“ไม่ต้องห่วงหรอก จบงานนี้พี่กะว่าจะพักยาวซักหน่อย”
ผมพูดพลางยิ้มให้ซออึนที่กำลังบ่นอุบ
“จะพักเหรอ? จริงนะ? งั้นเราไปเที่ยวกันไหม?”
“ไปเที่ยว?”
พอเห็นดวงตาเป็นประกายของซออึน ผมก็เผลอพยักหน้าตอบรับโดยไม่รู้ตัว
“ได้สิ ไปเที่ยวก็ฟังดูดีเหมือนกัน จบงานนี้เราไปกันเถอะ”
“เย้! สัญญาแล้วนะ!”
จู่ๆ ซออึนก็วิ่งปรู๊ดหายไปไหนไม่รู้
เดี๋ยวสิ ผมบอกให้มาเตรียมแผนก่อการร้ายด้วยกันก่อน... ยัยหนูนี่ไม่ได้หนีไปจัดกระเป๋าเตรียมเที่ยวแล้วใช่ไหมนะ?
ส่วนซูบินก็ได้แต่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้เราสองคนเงียบๆ