บทที่ 28 เมล็ดพันธุ์แห่งความคลางแคลง
บทที่ 28 เมล็ดพันธุ์แห่งความคลางแคลง
[...เพราะฉะนั้น ในระหว่างที่อีโกสติกกำลังถ่วงเวลาอยู่ รีบไปเตรียมตัวให้พร้อม เข้าใจไหม?]
หลังจากวางสายจากประธานสมาคมฮีโร่ ชินฮารุก็ทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
เธอต้องรีบไปเอาอุปกรณ์พรางตัวและกลับมาให้เร็วที่สุด แม้จะไม่แน่ใจว่าสถานการณ์จะยื้อไปได้นานแค่ไหนก็ตาม หากอีโกสติกไม่ปรากฏตัวขึ้นที่นั่น เหตุการณ์นี้คงกลายเป็นการโศกนาฏกรรมที่มีผู้บาดเจ็บล้มตายนับร้อยไปแล้ว
“แฮก... แฮก...”
เธอพุ่งทะยานข้ามฟ้านับร้อยกิโลเมตร ในใจก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ทุกอย่างสายเกินไป
เสียงจากหูฟังอินเอียร์ที่เชื่อมต่อกับเจ้าหน้าที่สมาคมขาดหายไปเป็นระยะเพราะความเร็วในการบินที่สูงเกินพิกัด แต่เธอชะลอความเร็วไม่ได้ ทุกวินาทีที่เธอลังเล หมายถึงชีวิตของประชาชนที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เมื่อเธอมาถึงจุดเกิดเหตุที่วายร้ายกำลังคลุ้มคลั่ง...
ภาพที่เห็นคือวายร้ายร่างยักษ์ล้มลงกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
ใกล้ๆ กันนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังก้มเก็บปืนอย่างใจเย็นแล้วโยนใส่กระสอบ เขาคนนั้นคือ 'อีโกสติก' คนที่วนเวียนอยู่ในหัวเธอมากที่สุดในช่วงนี้
“แฮก... แฮก...”
ฮารุหอบหายใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อประเมินสถานการณ์
อสูรกายร่างยักษ์ที่มีใบหน้าคล้ายจระเข้นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น มีควันสีเขียวลอยคลุ้งอยู่รอบตัวมัน ขณะที่อีโกสติกสวมหน้ากากกันก๊าซพิษ ดูเหมือนเขาจะใช้อาวุธชีวภาพบางอย่างจัดการมัน
เขาไปเอาของพวกนี้มาจากไหน? แล้ววางแผนทั้งหมดนี้ได้ยังไง?
เธอข่มความสงสัยที่พลุ่งพล่านไว้ และเอ่ยถามเพื่อยืนยันความจริง
“...นายจัดการมันเหรอ?”
“ใช่ ผมเองแหละ ตะบันหน้ามันจนหมอบไปแล้ว”
คำตอบหน้าตายของเขาทำให้เธอขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงโผล่มาจัดการไอ้สัตว์ประหลาดจระเข้นั่น มันได้ประโยชน์อะไรกับเขากันแน่?
ความสับสนทั้งหมดกลั่นกรองออกมาเป็นคำถามเดียว
“...ทำไม?”
อีโกสติกเปิดปากพูด ราวกับเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ก็นะ ผมกำลังพักผ่อนอยู่ดีๆ จู่ๆ ในทีวีก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาโชว์พาว ผมก็เลยกะว่าจะนั่งกินป๊อปคอร์นดู ‘สตาร์ดัสผู้น่ารัก’ ของพวกเราออกโรงซักหน่อย แต่จู่ๆ ไอ้บ้านั่นดันพาดพิงถึงผมซะงั้น บอกว่าผมกับคุณกำลังกิ๊กกันหรืออะไรเทือกนั้นแหละ ฟังแล้วมันจี๊ดน่ะ ผมไปทำอะไรให้ตอนไหนไม่ทราบ?”
ไอ้สัตว์ประหลาดนั่นเรียกชื่ออีโกสติกงั้นเหรอ?
บางทีเธออาจจะไม่ได้ยินเพราะมัวแต่พาแชฮยอนหนีออกจากที่นั่น ในขณะที่ฮารุกำลังใช้ความคิด อีโกสติกก็พูดต่อ
“พอมันพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้น ผมก็เลยรู้สึกโกรธขึ้นมา”
ใบหน้าของฮารุบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก เธอกับอีโกสติกน่ะเหรอจะกิ๊กกัน? เป็นการใส่ร้ายที่ไร้สาระสิ้นดี พวกเขาเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ต้น... แต่พอได้ยินอีโกสติกบอกว่าเขา 'โกรธ' เรื่องนี้ เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดพิกลอย่างบอกไม่ถูก
“และตามพจนานุกรมฉบับผม ใครที่กล้ามาล้อเล่นกับผม ผมต้องสั่งสอนให้รู้สำนึก เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่นดู ผมก็เลยมาเล่นกับพวกมันหน่อย”
เป็นไปตามคาด นั่นคือเหตุผลหลักของเขา
ฮารุเผลอผ่อนคลายสีหน้าลงโดยไม่รู้ตัว ก็นะ... ไอ้หมอนี่มันก็บ้าแบบนี้แหละ
เขาแสดงออกชัดเจนเสมอว่าเป็นคนทำอะไรตามใจชอบและรักการทำลายล้าง เมื่อมีคนอ่อนแอกว่ามาอ้างชื่อเขา เขาเลยฆ่าทิ้งเพียงเพราะความรำคาญ
ในขณะที่ข้อสงสัยในหัวเริ่มคลี่คลาย จู่ๆ เขาก็ใช้พลังจิตบังคับกล้องที่กำลังถ่ายทอดสดให้หันไปทางอื่น แล้วเดินเข้ามาหาเธอ
เขาพูดกับเธอด้วยเสียงแผ่วเบาที่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
“...ที่พูดนี่เพราะผมปิดไมค์อยู่นะ ต่อจากนี้ไป อย่าแม้แต่จะคิดที่จะเปิดเผยใบหน้าออกมาสู้แบบวันนี้อีก วินาทีที่ตัวตนคุณถูกเปิดเผย ชีวิตคุณจะพังพินาศทันที”
“ว่าไงนะ?”
เธอตกตะลึง
เขารู้ได้ยังไงว่าเธอกำลังคิดจะทำแบบนั้น?
ในขณะที่สมองของเธอหยุดชะงัก อีโกสติกก็หันไปโบกมือให้กล้องเสียแล้ว
“เอาล่ะ! จบการถ่ายทอดสดสำหรับวันนี้ครับ วันนี้โผล่มาแบบไม่ได้เตรียมตัวเลยเหนื่อยเป็นบ้า เดือนหน้าจะมีอีเวนต์ใหญ่รออยู่ เพราะฉะนั้นโปรดติดตามกันด้วยนะครับ แล้วเจอกันใหม่ บ๊ายบาย~”
เดี๋ยวนะ... อีเวนต์ใหญ่เดือนหน้า?
แต่ก่อนอื่นเลย เขาคือนักอ่านใจหรือไง ถึงได้รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่?
“เดี๋ยวก่อน!”
ไม่ทันที่เธอจะได้ถามออกไป เขาก็หายวับไปเสียแล้ว ทิ้งให้ดาดฟ้าเหลือเพียงเธอและซากอสูรกายจระเข้ที่นอนทอดร่างอยู่ข้างๆ
“...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?”
หลายวันผ่านไป...
เหตุการณ์ครั้งนั้นถูกผู้คนลืมเลือนไปอย่างรวดเร็ว ทางสมาคมฮีโร่ได้ลงโทษทางวินัยกับฮีโร่ระดับ B ที่ควรจะเข้าถึงที่เกิดเหตุแต่กลับล่าช้า
“ฮ่าๆๆ รอดตัวไปนะเนี่ย ถ้าไอ้อีโกสติกนั่นไม่โผล่มามีหวังเรื่องใหญ่แน่ หมอนี่มันเหมือนหมาบ้าเลยแฮะ ถ้าหมาบ้ากัดเราล่ะแย่แน่ แต่ถ้ามันวิ่งไปกัดศัตรูแทน ก็ไม่มีอะไรน่าอุ่นใจไปกว่านี้แล้ว! ฮ่าๆๆ”
ฮารุเดินออกจากห้องทำงานโดยทิ้งเสียงหัวเราะร่าของท่านประธานสมาคมไว้เบื้องหลัง
“เฮ้อ...”
เธอถอนหายใจยาวพลางแหงนมองท้องฟ้าหลังจากส่งรายงานเสร็จสิ้น มันก็ดีอยู่หรอกที่เรื่องจบลงด้วยดี... แต่น่าแปลกที่ใจเธอกลับว้าวุ่นเหลือเกิน
ระหว่างเดินไปตามถนน เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเข้าเว็บไซต์คอมมูนิตี้ของมหาวิทยาลัย แล้วลองพิมพ์คำค้นหา
[อีโกสติก]
มีโพสต์ขึ้นมาไม่มากนัก เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลองเปลี่ยนคำค้นหาใหม่
[แมงโกสติก] (ไอติมมะม่วง - ฉายาที่แฟนคลับตั้งให้อีโกสติก)
คราวนี้โพสต์หลั่งไหลออกมาเป็นน้ำป่าไหลหลาก
[แมงโกสติก! แมงโกสติก! แมงโกสติก!]
[วันนี้ก็อยากกินแมงโกสติกจังเลยยย]
[ฮีโร่สมัยนี้สู้แมงโกสติกไม่ได้เลยแฮะ ฮ่าๆ]
[มีข่าวลือว่าแมงโกสติกเรียนมหา’ลัยเดียวกับเราด้วยนะ (มีหลักฐาน)]
โพสต์ส่วนใหญ่เป็นการชื่นชมอีโกสติกอย่างออกหน้าออกตา
ขณะที่เธอกำลังเลื่อนดูโพสต์ด้วยความรู้สึกผสมปนเป สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับหัวข้อหนึ่ง
[พวกแกเอาแต่พูดเรื่องแมงโกสติกแล้ววายร้ายกันอยู่ได้ ประเทศไทย... เอ้ย เกาหลีจะเป็นยังไงต่อไปนะ...]
นั่นไง! ในที่สุดก็เจอคนที่เห็นปัญหาของสังคมตอนนี้เหมือนเธอ ฮารุรีบคลิกเข้าไปดูทันทีด้วยความหวัง
[ผู้เขียน] นิรนาม [หัวข้อ] พวกแกเอาแต่พูดเรื่องแมงโกสติกแล้วอวยวายร้ายกันอยู่ได้ เกาหลีจะเป็นยังไงต่อไปนะ...
(รูปภาพคาเมนไรเดอร์ยื่นมือออกมา)
[คอมเมนต์ 1] หากคำทำนายของนายเป็นจริงนะ เกาหลีคงบันเทิงทั้งวัน
[คอมเมนต์ 2] ถ้าไม่ชอบเข้า Google หาข้อมูลย้ายประเทศหนีไปเลยสิ
“บัดซบจริง”
เธอรีบกดออกจากหน้านั้นทันที
สุดท้ายเธอก็ปิดโทรศัพท์ลง และเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่กำลังวิ่งอยู่ ทุกคนดูเหมือนจะรักอีโกสติกไปหมด ยกเว้นเธอ
โลกนี้มันเริ่มผิดเพี้ยนไปตั้งแต่ตอนไหนกันนะ?
“...เขาก็ไม่ได้ทำให้ใครตายซักหน่อยไม่ใช่เหรอ? แถมช่วงนี้พอไอ้อีโกสติกนั่นไล่ล่าวายร้าย อัตราการเกิดอาชญากรรมก็ลดลงด้วย ปล่อยเขาไปก่อนเถอะ อีกอย่างเขารายงานตัวได้ตลอดอยู่แล้ว จับตัวยากจะตาย”
“ก็นะ ถ้าเขาจะก่อการร้ายอีกเมื่อไหร่ ฮ่าๆๆ เธอค่อยไปหยุดเขาแล้วกัน ฉันเชื่อใจเธอนะ สมาคมของเราเชื่อใจเธอที่สุด”
...คำพูดของประธานสมาคมยังคงก้องอยู่ในหัว
ในเมื่อหัวหน้าสมาคมผู้มีพลังพิเศษแห่งเกาหลีพูดแบบนั้น บางทีอีโกสติกอาจจะไม่เป็นอันตรายจริงๆ ก็ได้
แต่มันคือตัวตนที่คาดเดาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว...
เอาเข้าจริง ถ้าเธอไม่หยุดเขาไว้ คนบนเรือและคนที่ถูกมัดบนรางรถไฟก็คงตายหมดไปแล้ว ถ้ามีใครซักคนตายด้วยฝีมืออีโกสติก ผู้คนยังจะเชิดชูเขาแบบนี้อยู่อีกไหม?
“...”
เธอแนบหน้ากับกระจกและหลับตาลง
อีโกสติก... เขารู้ได้ยังไงว่าเธอเกือบจะก้าวออกมาสู้ด้วยหน้าเปลือยเปล่า? เขามีพลังอ่านใจงั้นเหรอ?
บ้าน่า เขาไม่ได้มีพลังแบบนั้นซักหน่อย...
แล้วเขารู้ได้ยังไง? หรือว่าเขาแอบอยู่ในงานเทศกาลด้วย? แล้วเขารู้ข้อมูลส่วนตัวของเธอหรือเปล่า? เขารู้ไหมว่าเธอคือ 'ชินฮารุ'?
“...”
นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ...
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อีโกสติกคือ 'วายร้าย' และเธอจะต้องจับเขาให้ได้ เหมือนกับวายร้ายคนอื่นๆ
เธอตอกย้ำความมุ่งมั่นในใจอีกครั้ง แต่ในส่วนลึกของหัวใจ เมล็ดพันธุ์บางอย่างได้ถูกฝังลงไปแล้ว
เมล็ดพันธุ์แห่งความคลางแคลงใจ... ว่าสิ่งที่คนอื่นคิดนั้นถูก หรือสิ่งที่เธอเชื่อนั้นผิดกันแน่
“...ซูบิน เขายังไม่ฟื้นอีกเหรอ?”
“อืม แต่สัญญาณชีพดีขึ้นมากแล้วล่ะ คิดว่าคงจะฟื้นเร็วๆ นี้”
“เฮ้อ... ไอ้เจ้าบ้าเนี่ยคิดอะไรอยู่ ถึงได้เอาตัวเข้าไปเสี่ยงแบบนั้นนะ...?”
ดาอินนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง โดยมีฮันซออึนจ้องมองเขาด้วยสายตาซับซ้อน
เขาคิดอะไรอยู่ถึงได้พุ่งออกไปแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้าขนาดนั้น?
...สตาร์ดัส คงเป็นเพราะยัยนั่นสินะ
“......”
ฮันซออึนรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อนึกถึงสตาร์ดัส แม้ดาอินจะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แต่สัญชาตญาณของเธอก็บอกชัดเจน ทั้งครั้งนี้และครั้งก่อนๆ
เพื่อสตาร์ดัสแล้ว ดาอินพร้อมจะลุยน้ำลุยไฟเสมอ
ยัยนั่นมีอะไรดีนักนะ?
แต่ก่อนที่ความคิดของเธอจะตะเลิดไปไกล.....
“แคก! แคก!”
“พี่คะ!”
ดาอินฟื้นขึ้นมาแล้ว หลังจากสลบไปนานถึงสามวัน