บทที่ 36 ไปเที่ยวกัน
บทที่ 36 ไปเที่ยวกัน
"ไปกันเลย!"
พวกเราออกจากบ้านโดยใช้รถ SUV ซึ่งซื้อไว้ก่อนหน้านี้ไม่นาน
จุดหมายปลายทางคือ ปูซาน สาเหตุที่เลือกที่นี่เพราะซออึนบอกว่าเธอไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน เธอจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ไปดูให้เห็นกับตา
"พี่ดาอิน เรานั่งรถไฟไปไม่ได้เหรอ?" ซออึนที่นั่งอยู่เบาะหลังบ่นอุบ
"ซออึน เธอเห็นกระเป๋าที่อยู่ในกระโปรงหลังรถนั่นไหม? ในนั้นมีแต่ปืนและอุปกรณ์เต็มไปหมด เราจะแบกของพวกนั้นขึ้นรถไฟได้ยังไงกันล่ะ?"
"โธ่... แล้วเราจะไปอยู่ที่นั่นนานแค่ไหนกันเชียว? ทำไมพี่ต้องพกของไปเยอะขนาดนี้สำหรับการไปแค่ 3 วัน 2 คืนด้วยเนี่ย?" ซออึนหันหัวกลับไปมองกองข้าวของในกระเป๋าที่วางอยู่ด้านหลังเธอ
ผมที่กำลังขับรถอยู่เห็นเธอทำแบบนั้นจึงเตือน "ซออึน สิ่งที่เธอทำมันอันตรายนะ"
"พี่ดาอิน หน้ากากนี่คืออะไรอะ? หนูเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลย" ซออึนหยิบหน้ากากออกมาจากกระเป๋า มันไม่ใช่หน้ากากที่ปิดแค่ครึ่งหน้าเหมือนอันที่ผมใส่ประจำ แต่มันคือหน้ากากที่ปิดมิดชิดทั่วทั้งใบหน้า
"เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นั่น พี่เลยหยิบของที่จะใช้ปิดหน้าปิดตาติดมาด้วยเผื่อไว้ก่อน"
ซูบินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ทั้งสองคนไม่ได้ใส่อุปกรณ์อำพรางใบหน้ามาเหรอคะ?"
"อ๋อ เปล่า ผมกับซออึนยังไม่เคยถูกเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะน่ะ"
"อ้อ..." ซูบินตอบรับเสียงค่อยในช่วงท้ายประโยค
เดี๋ยวนะ พอนึกดูอีกที ในทริปนี้ซูบินเป็นคนเดียวที่ต้องใส่เครื่องอำพรางใบหน้ามาเที่ยว และผมเองก็นี่แหละที่เป็นคนซัดหน้าซูบินออกอากาศสดๆ...
อืม เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ ผมรู้สึกผิดน่ะ
ที่เบาะหลัง ซออึนเอาแต่เล่นโทรศัพท์ของเธอไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่คิดอะไร ผมหวังว่าเธอจะไม่มีความคิดแผลงๆ นะ และแล้วพวกเราก็มาถึงปูซาน การขับรถติดต่อกัน 5 ชั่วโมงนี่มันช่างน่าเหนื่อยหน่ายจริงๆ
"ทะเลล่ะ!"
พวกเรามาถึงหาดแฮอึนแด ผมรู้สึกดีใจที่เห็นซออึนชอบที่นี่ เด็กน้อยวิ่งเล่นไปทั่ว ส่วนผมก็ปูเสื่อนั่งพักอยู่ใต้ร่มกันแดด แค่แรงจะยืนตอนนี้ยังแทบไม่มีเลย ผมจำเป็นต้องนั่งพักจริงๆ
ซูบินที่นั่งลงข้างๆ เธอพึ่งไปซื้อเครื่องดื่มมาสองขวดแล้วยื่นให้ผมขวดหนึ่ง
มันรู้สึกดีมากที่แสงแดดกำลังดีไม่ร้อนเกินไปและคนบนชายหาดไม่ค่อยเยอะ นี่แหละคือเหตุผลที่คนเราต้องมาเที่ยวในวันธรรมดา
ซูบินที่นั่งอยู่ข้างๆ จิบเครื่องดื่มผ่านหลอดพลางปัดผมไปทัดหลังใบหูแล้วพูดกับผมว่า
"นี่ก็... นานมากแล้วเหมือนกันนะคะที่ฉันไม่ได้เห็นทะเล"
"ผมเองก็นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เห็น"
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นมันจริงๆ ตั้งแต่หลุดเข้ามาในโลกใบนี้ แน่นอนว่ามันคือทะเล มันก็แค่ทะเลนั่นแหละ... แต่ถึงอย่างนั้น ในใจผมก็ยังรู้สึกมีอะไรบางอย่างติดค้างอยู่
ในโลกใบนี้ ผมกำจัดวายร้ายไปแล้ว 4 คน ก่อการร้ายไปอีก 3 ครั้ง ผมวุ่นวายมาตลอด การทำงานหนักมันก็ดีอยู่หรอก แต่การได้พักผ่อนดีๆ แบบนี้บ้างเป็นครั้งคราวก็เป็นเรื่องจำเป็นเหมือนกัน
"...ฉันรู้สึกขอบคุณนายเสมอเลยนะ ดาอิน"
ผมที่กำลังมองไปที่ทะเล... จะเรียกว่า "อาการเหม่อมองทะเล" หรือ "เหม่อมองสายน้ำ"จู่ๆ ซูบินก็พูดขึ้นมาเบาๆ จากด้านข้าง
"ขอบคุณ? เรื่องอะไรเหรอ?"
"ก็... ทุกๆ เรื่องเลยค่ะ ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้โดยไม่ฆ่าฉันทิ้งตั้งแต่ตอนแรก ขอบคุณที่คุณปฏิบัติกับฉันอย่างดี..."
"ฮ่าฮ่า พูดเรื่องอะไรกันน่ะ? ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ คุณคอยดูแลบ้านให้ตลอด แถมยังช่วยสนับสนุนซออึนด้วย"
ซูบินยิ้มออกมาอย่างเงียบเชียบ
บรรยากาศแบบนี้มันอะไรกัน? นี่มันลางบอกเหตุอะไรหรือเปล่าเนี่ย?
ในการ์ตูนน่ะ คนที่พูดจาแบบนี้มักจะตายหรือไม่ก็ทรยศในตอนต่อไปเสมอเลยนะ
ผมล่ะกลัวจริงๆ!
ก่อนที่ผมจะได้ถามเหตุผล ซออึนที่วิ่งไปดูทะเลคนเดียวก็กลับมาพอดี
"กลับมาแล้ว? ดูทั่วแล้วเหรอ?"
"อื้อ มันก็ไม่ได้ต่างจากทะเลที่หนูเห็นในเกมเท่าไหร่หรอก รู้สึกคุ้นเคยดีด้วยซ้ำ"
โอ้พระเจ้า เธอรู้สึกคุ้นเคยเพราะเคยเห็นทะเลจากในเกมเนี่ยนะ นี่มันคือฟังก์ชันของอินเทอร์เน็ตหรือเป็นผลเสียจากเกมกันแน่เนี่ย? ผมไม่รู้หรอกนะ แต่ผมคิดว่าควรจะต้องปรับลดความถี่ในการเล่นเกมของเธอลงบ้าง
"การเดินเท้าเปล่าบนชายหาดรู้สึกสดชื่นดีนะ ให้คะแนน 3 เต็ม 5 ดาวละกัน"
...ผมไม่เคยเห็นเด็กที่ไหนให้คะแนนชายหาดมาก่อนเลยแฮะ ถ้าเธอลองชิมน้ำทะเลไปด้วยแล้วรู้ว่ามันเค็ม เธอน่าจะให้คะแนนเพิ่มเป็น 4 ดาว แน่ๆ
"งั้นเราไปหาอะไรกินกันไหม?"
ไปกันเถอะ
พวกเรามาที่ร้านกุกบับ (ข้าวต้มเกาหลี) ปูซานขึ้นชื่อเรื่องกุกบับมาก
"พี่คะ ในนี้เขาบอกว่าให้เทน้ำกิมจิหัวไชเท้าลงไปในกุกบับด้วย จริงเหรอ?"
"จริงมั้ง ถ้าเธออยากกินแบบนั้นก็กินเถอะ"
ส่วนผมไม่ชอบทำแบบนั้นหรอก แต่ซออึนก็เทน้ำกิมจิหัวไชเท้าลงไปในกุกบับจนได้ ทำไมคนเขาถึงทำแบบนั้นกันนะ?
"รสชาติก็โอเคดีนะ"
น่าประหลาดใจที่ซออึนตอบว่ารสชาติมันใช้ได้ งั้นเหรอ? เป็นเพราะรสนิยมที่ต่างกันงั้นสินะ? เอาเถอะ เห็นเธอมีความสุขกับการกินก็ดีแล้ว แทนที่จะกินแต่อาหารทำเองที่บ้านตลอด การได้ออกมาหาอะไรกินข้างนอกพลางเป่าลมไล่ความร้อนจากหม้อดินเผาแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน แถมกุกบับที่นี่ยังให้เนื้อเยอะด้วย เยี่ยมไปเลย
บนทีวีที่ติดอยู่บนผนังร้านกุกบับ กำลังมีรายการข่าวรายงาน
[สมาคมฮีโร่ออกแถลงการณ์ประณาม อีโกสติก วายร้ายระดับ A โดยระบุว่า "เรากำลังทำอย่างเต็มที่เพื่อจับกุมเขา" อย่างไรก็ตาม การสืบสวนถูกขัดขวางจากข้อเท็จจริงที่ว่าคนร้ายสามารถเคลื่อนที่พริบตาได้และเชี่ยวชาญการเจาะระบบเครือข่าย ชาวเน็ตให้ความเห็นว่า "อีโกสติกน่ากลัวจัง" "พวกคุณได้ดูการต่อสู้ระหว่างสตาร์ดัสกับอีโกสติกไหม? มันคือตำนานเลยนะ" และปฏิกิริยาอื่นๆ อีกมากมาย]
บังเอิญจริงๆ ที่ข่าวกำลังพูดเรื่องของผม แต่ข่าวดูจะแปลกๆ ไปนิด... ในขณะที่ผมกำลังมองใบหน้าตัวเองบนจอทีวีพลางเคี้ยวหัวไชเท้ากรุบๆ ซออึนที่นั่งกินอยู่ตรงหน้าก็ถามผมขึ้นมา
"ทำไมพี่ถึงตั้งชื่อตัวเองว่า อีโกสติก ล่ะ?"
วินาทีนั้น หัวไชเท้าแทบจะพุ่งย้อนออกมาทางจมูก ทำไมยัยนี่ถึงพูดเรื่องนี้เสียงดังในที่ที่คนพลุกพล่านแบบนี้ล่ะเนี่ย! ผมรีบมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วด้วยความลนลาน โชคดีที่ทุกคนดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่
พอผมหันไปมองซออึนด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนสุดขีด เธอก็มองตามสายตาผมแล้วร้อง "อ๊ะ!" ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า
"ไม่ต้องกังวลไปหรอก คราวก่อนตอนที่พี่ขี้บ่นเกินเหตุ หนูเลยสร้างอุปกรณ์ตัดเสียงรบกวนติดตัวมาด้วย" และบนโต๊ะนั้น มันคือวัตถุที่มีรูปร่างคล้ายวิทยุสื่อสารขนาดเล็ก—
"นี่คืออะไร?"
ผมถามอย่างระมัดระวัง ซออึนยักไหล่แล้วตอบว่า "มันจะทำให้สิ่งที่พวกเราคุยกันในกลุ่ม กลายเป็นความเงียบสำหรับคนอื่นค่ะ"
"โอ้? ไปทำไอ้นี่มาตอนไหนอีกเนี่ย?"
"คราวก่อนพี่บอกหนูว่าห้ามพูดเรื่องตัวตนในที่คนเยอะๆ หนูเลยลองไปค้นแบบแปลนที่บ้านดู แล้วมันก็มีจริงๆ ด้วย ฮันอึนกรุ๊ปนี่มีทุกอย่างเลยเนอะ"
"น่าทึ่งจริงๆ"
"สรุปว่าไงพี่ดาอิน ทำไมพี่ถึงชื่ออีโกสติก?" ซออึนถามผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ คราวก่อนเธอก็เคยถามแบบนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
"มันเพี้ยนมาจากคำว่า อีโกอิสติก ที่แปลว่าเห็นแก่ตัวไง มันสื่อถึงอะไรแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?"
"ไม่นะ หนูคิดออกแต่คำว่า สติก อะ... แต่ทำไมพี่ต้องตัดตัวไอ (i) ตรงกลางออกด้วยล่ะ?"
"ทำไมต้องตัดออกน่ะเหรอ? ก็แค่...อย่างตัดออกเฉยๆ"
ขนาดสตาร์ดัสต์ ยังตัดตัว T ออก ย่อชื่อตัวเองเป็น สตาร์ดัส เลย แล้วมันผิดตรงไหนถ้าจะย่อ อีโกอิสติก เป็น อีโกสติก บ้างล่ะ
"สตาร์ดัสอีกคน... เอาจริงนะ หนูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสตาร์ดัสต้องตัดตัวที (t) ข้างหลังออก แล้วทำไมพี่ไม่ใช้ชื่อว่า 'อีโกอิส' โดยที่ไม่มีคำว่า สติก ล่ะ? แบบนั้นดูดีกว่าเยอะเลย"
"ฉันคิดว่าถ้าตอนที่ตั้งชื่อมีฉันอยู่ด้วย น่าจะได้ชื่อที่ดูดีกว่านี้นะคะ ฉันรู้สึกสงสารจริงๆ ค่ะ" ซูบินที่นั่งกินอยู่ข้างๆ อย่างเงียบเชียบร่วมวงสนทนาด้วย
"...ถ้าพวกเธอยังไม่หยุดล้อ ผมจะเปลี่ยนชื่อเป็น แมงโกสติก จริงๆ ด้วย 'ยินดีต้อนรับสู่รายการ แมงโกโชว์ โดย แมงโกสติก' ผมจะพูดแบบนี้ใส่กล้องในการก่อการร้ายครั้งหน้าเลยคอยดู"
"หนูว่ามันก็น่ารักดีนะ หนูเห็นด้วย!"
ใจผมสลายเลยตอนที่ซออึนตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใส ผมแค่ล้อเล่นนะ... ผมล้อเล่น...
ข่าวในทีวีจบเรื่องของผมและรายงานข่าวต่อไป
[ข่าวด่วน: ชาโดว์วอล์คเกอร์ ฮีโร่ระดับ A หมดสติกะทันหัน ทางสมาคมระบุว่า "สาเหตุเกิดจากการใช้พลังมากเกินไปในระหว่างภารกิจพิเศษช่วงกลางวัน" และกล่าวว่าจะทำการรักษาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ชาวเน็ตตอบโต้ด้วยการกล่าวว่า "ฉันล่ะกลัวความไร้ความสามารถของสมาคมจริงๆ" "นี่มันแกล้งป่วยหรือเปล่า?" และ "ประธานสมาคมควรรับผิดชอบต่อช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและลาออกไปซะ"]
"เดี๋ยวสิ ทำไมจู่ๆ เขาถึงหมดสติไปล่ะ?" ผมรีบหันไปดูทีวี อย่าบอกนะว่านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้สตาร์ดัสต้องบินไปบินมาที่เกาะเชจู? ผมรู้สึกผิดต่อเขาจริงๆ ถ้ามันเป็นเพราะเรื่องนั้น
[แฟนคาเฟ่ของสตาร์ดัสที่ชื่อ "ทีมสตาร์ดัส" มียอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แฟนคาเฟ่ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งล่าสุด มีสมาชิกเกิน 100,000 คนภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากสำหรับแฟนคาเฟ่ของฮีโร่ในเกาหลี]
"โอ้!" ผมจดจ่ออยู่กับทีวีแทนการกินข้าว ใช่แล้ว! ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ! เป็นไปตามคาด การที่ผมยอมลำบากเหมือนหมามันได้ผลจริงๆ!
"...พี่ดูดีใจยิ่งกว่าตอนเปิดแฟนคาเฟ่ตัวเองอีกนะเนี่ย โธ่ คนอื่นคงคิดว่าพี่เป็นพ่อของสตาร์ดัสไปแล้วมั้ง" ซออึนที่นั่งกินอยู่ข้างหน้าบ่นใส่ผม นี่ผมแสดงออกนอกหน้าเกินไปเหรอเนี่ย?
[ข่าวด่วน: ผู้เชี่ยวชาญกำลังสร้างความฮือฮาด้วยการประกาศผลการวิเคราะห์เหตุเครื่องบินตกครั้งล่าสุดของอีโกสติกว่า "ความเสียหายที่เกิดกับเครื่องบินเหมือนจะไม่ใช่ระเบิด" ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าขณะนี้เครื่องบินจมอยู่ในทะเลและยังไม่สามารถระบุได้อย่างแม่นยำ แต่จากภาพถ่ายใบสุดท้ายที่บันทึกได้ ไม่พบร่องรอยของการระเบิด เรากำลังทำการกู้ซากเครื่องบินขึ้นมา และทันทีที่ผลออกมา...]
"พวกเขารู้ได้ยังไงน่ะ?" โลกนี้กำลังจะฆ่าผมชัดๆ
"พี่คะ ยอมแพ้เถอะ หนูเห็นเทรนด์อันดับ 1 ในตอนนี้คือ '#แมงโกสติก' แล้วนะ" ซออึนยื่นโทรศัพท์ให้ดูความจริงที่น่าสะพรึงกลัว ไม่นะ นี่มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม
"ไม่นะ เดี๋ยวสิ ไม่ว่ามันจะเป็นระเบิดหรือไม่ ผมก็เป็นคนทำเครื่องบินตกนะ แต่ยังมีคนพยายามปกป้องผมอีกเหรอ?"
"คนพวกนี้บอกว่าพี่ต้องวางแผนการใหญ่เอาไว้แน่ๆ สุดท้ายพวกเขาก็อ้างว่าครั้งนี้ไม่มีความเสียหายต่อพลเรือนเลย แรงสนับสนุนจาก 'แก๊งแมงโก' นี่สุดยอดไปเลยนะ"
"ไม่นะ มันเมคเซนส์ตรงไหนเนี่ย? ผมทำเรื่องเลวร้ายลงไปนะ"
"สำหรับหนูมันก็แปลกเหมือนกัน คนพวกนี้กินยาผิดเขย่าขวดหรือเปล่า? แรงสนับสนุนมันดูผิดปกติเกินไป ดูนี่สิ"
"อะไรเหรอ?" ผมรับโทรศัพท์มาจากซออึน
[แมงโกสติก <— ใครที่เชื่อมั่นในตัวเขา กดแนะนำเลยครับ ฮ่าๆๆๆ ผมขอนำไปก่อนละ 555]
[แนะนำ: 1355]
[ไม่แนะนำ: 32]
[จริงเหรอ? ไม่มีใครไม่เชื่อใช่ไหม?]
[ทำไมเขาไม่ใช้ระเบิดล่ะ? ก็เพราะเขาทำเพื่อช่วยทุกคนไง ฮ่าๆๆ]
[ฉันเห็นด้วย ฮ่าๆๆ]
"ซออึน... เธอไปหาคอมเมนต์พวกนี้มาจากไหนเนี่ย"
"พี่ดาอิน ดูนี่สิ มีคนโพสต์ลงในคอมมูนิตี้โรงเรียนหนูด้วย"
"อะไรนะ?"
[ผู้เขียน] ไม่ระบุตัวตน [หัวข้อ] บทสัมภาษณ์ผู้โดยสารบนเครื่องบินมาแล้ว! เป็นยังไงบ้าง?
(ผู้โดยสาร 1) มันน่ากลัวครับ ผมกลัวมาก แต่พอลงจากเครื่องแล้วมานึกดูอีกที มันก็เป็นประสบการณ์ที่มีความหมายนะ มันทำให้ผมนึกถึงความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ รู้สึกเหมือนได้นั่งรถไฟเหาะที่น่ากลัวสุดๆ เลยครับ
(ผู้โดยสาร 2) ฉันว่ามันก็น่าสนุกดีนะ ตอนที่ตกลงมาตอนสุดท้ายฉันรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็มาถึงเกาะเชจูได้ตามปกติ เลยเที่ยวให้สนุกแล้วก็กลับบ้านค่ะ
[นิรนาม 1] ผู้โดยสารทุกคนใจเด็ดมาก
[นิรนาม 2] เกาหลี ดินแดนแห่งลูกผู้ชาย
[นิรนาม 3] จะไปกลัวอะไรกับรถไฟเหาะล่ะ 5555
[นิรนาม 4] รถไฟเหาะ! เชี้ย 555555
ความรู้สึกของผมตอนนี้มันว่างเปล่าไปหมดแล้ว "โลกนี้มันกำลังเป็นบ้าไปแล้ว" มันคือจุดจบของโลกชัดๆ
หลังจากกินเสร็จ เราก็เดินเที่ยวรอบๆ ผมไปตลาดนานาชาติและแวะร้านอาหารชื่อดังอื่นๆ อีกหลายแห่ง หลังจากสนุกกันเต็มที่แล้ว ในตอนกลางคืน...
"ซออึน เธอจองโรงแรมให้พวกเราแล้วใช่ไหม?"
"แน่นอน! หนูจองโรงแรมห้าดาวไว้ให้แล้ว"
"โอ้ ชื่ออะไรล่ะ?"
"รู้สึกจะชื่อว่า โรงแรมซิกเนเจอร์ ค่ะ"
"จริงเหรอ? พี่ว่าเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้อยู่นะ..."
"ก็มันเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุด โด่งดังที่สุด และแพงที่สุดในปูซานเลยนะ! จองยากมากด้วย"
"อื้ม เธอทำได้ดีมาก ไปพักผ่อนกันเถอะ"
ผมเหนื่อยเหลือเกิน เฮ้อ... ผมจะไปพักผ่อนและนอนให้เต็มอิ่ม
มันก็รู้สึกดีนะที่ได้พักผ่อนหลังจากที่เอาแต่ตระเวนก่อการร้ายมาตลอด
ทุกอย่างจะโอเคไปอีกสักพักใช่ไหม?
…………………….
ในที่มืดมิดแห่งหนึ่ง... ชายฉกรรจ์ติดอาวุธหนักยืนเรียงแถวกันอย่างพร้อมเพรียง เบื้องหน้าพวกเขา ชายผู้มีบุคลิกเหมือนนายทหารระดับพันเอกเอ่ยขึ้น
"คืนนี้ เราจะทำการจู่โจมทางอากาศ เข้าใจไหม!"
"รับทราบ!!!"
"หน่วยของเราจะเข้าโจมตีที่ไหน!"
"โรงแรมซิกเนเจอร์ ปูซาน ครับ!!!!"
เสียงตะโกนของเหล่าทหารดังก้องไปทั่วบริเวณ
……………………………
"ทำไมฉันถึงรู้สึกกังวลใจแปลกๆ..."
"พี่ดาอิน เลิกพึมพำคนเดียวได้แล้ว ตามพวกเรามาเร็วๆ เดียวก็ปล่อยทิ้งให้นอนหน้าล็อบบี้ซะเลย"
"โอเค...กำลังไป"
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยขอให้วันนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเถอะ...