บทที่ 48 ช่วยเหลือ

บทที่ 48 ช่วยเหลือ

ผมต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่ง

ผมไม่ใช่ยอดมนุษย์

จริงอยู่ที่การ์ตูนเรื่อง สตาร์ดัสต์! เป็นเรื่องโปรดของผม และผมอ่านมันซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบๆ รอบจนจำบทพูดได้แทบทุกประโยค แต่แล้วไง?

ผมไม่ได้รู้แจ้งเห็นจริงไปเสียทุกเรื่องในโลกใบนี้

“โธ่เว้ย... ให้ตายสิ...”

ผมรีบยัดหน้ากากและผ้าคลุมใส่กระเป๋าอย่างลนลาน

และไม่ลืมของสำคัญคือ ปืน...

ผมไม่มีทางเลือกแล้ว ตอนนี้ไม่มีอะไรจะมาหยุดผมได้ทั้งนั้น

ผมรีบวิ่งออกจากฐานลับ

อืม... มันผิดพลาดตรงไหนกันนะ?

ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการคำนวณเวลาที่คลาดเคลื่อน

ผมพอจะรู้ปีและฤดูกาลที่น้องชายของ 'เอ็กซ์-เซนต์' เสียชีวิต แต่ผมไม่รู้วันที่ที่แน่นอน

ผมเลยวางแผนโดยการคาดเดาเอาเองว่า ‘ก็น่าจะเกิดขึ้นประมาณช่วงนี้แหละมั้ง?’

สรุปคือ... ผมคำนวณพลาด

ตามเนื้อเรื่องเดิม เหตุการณ์ที่พวกอันธพาลบุกฆ่าน้องชายของลีฮายูลจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอเข้าสู่ด้านมืด

ผมคิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า แต่ไหงมันถึงมาเกิดเอาวันนี้เลยวะ!?

แต่มานั่งบ่นตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าผมไม่ไปจัดการพวกมันเดี๋ยวนี้ ทุกอย่างพังแน่

ผมรีบเปลี่ยนชุดและมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที

ขอให้ไปทันทีเถอะ...

ลีฮายูล

เธอกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต

“โอ้โห ดูสิ เราจะทำยังไงกับไอ้พวกเด็กเปรตนี่ดีนะ?”

“อื้อ! อื้ออ!”

ภายในกระท่อมหลังเล็กซอมซ่อของเธอ

ถึงมันจะเล็กและดูมอซอ แต่มันคือ 'บ้าน' เพียงหลังเดียวของเธอและน้องชาย

แต่ตอนนี้ บ้านที่แสนมีค่ากลับเต็มไปด้วยแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

“เฮ้ย ไอ้หนู* อยากให้พี่ทำยังไงดีล่ะ?”

ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มยืนอยู่ด้านหน้าสุด

ในบ้านที่มีเพียงพี่สาวและน้องชาย ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ที่ยืนจนเต็มพื้นที่

พวกมันบุกรุกเข้ามาโดยไม่ถอดรองเท้า และจับลีฮายูลกับน้องชายมัดไว้อย่างแน่นหนาจนไม่มีทางขัดขืน

พวกมันถึงขนาดเอาเทปกาวปิดปากเธอทั้งคู่ไว้จนมิด

ชายร่างกำยำ หัวโล่งเลี่ยนที่มีรอยแผลเป็นเต็มหน้า พูดขึ้นว่า

“ลูกพี่ครับ ไอ้เด็กนี่ใช่ไหมที่พยายามจะฉกกระเป๋าตังค์ลูกพี่น่ะ?”

“เออ... ใช่เลย...”

ชายที่ถูกเรียกว่า 'ลูกพี่' คืออันธพาลท่าทางยโส ผมสีบลอนด์อัดเจลจนเลียบแปล้และใส่แว่นตาดำ เขาเดินมานั่งยองๆ ตรงหน้าเธอแล้วพูดว่า

“ยัยเด็กนี่... กล้าดีนี่ยังไงมาพยายามขโมยกระเป๋าฉันโดยไม่กลัวตายแบบนี้?”

“อื้ออ! อื้ออ!”

แขนและขาของเธอถูกมัดแน่น ปากถูกปิดด้วยเทปกาว

แม้จะทำอะไรไม่ได้เลย แต่เธอก็ยังพยายามเอาตัวเข้าบังน้องชายไว้อย่างสุดชีวิต

แม้ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุด สิ่งเดียวที่เธอคิดคือการปกป้องน้องชาย

และความตั้งใจนั้น แม้แต่พวกอันธพาลก็สัมผัสได้

“อ้อ...”

“อีเด็กนี่มันรักไอ้เด็กข้างหลังนั่นมากเลยนี่หว่า?”

“เฮ้ย พวกแก ลากยัยนี่ออกไป แล้วเอาไอ้เด็กข้างหลังนั่นมานี่”

“ครับผม!”

“อื้ออออ!! อื้ออออ!”

ชายแปลกหน้าเมินเฉยต่อการขัดขืนที่สิ้นหวังของเธอ และลากตัวเด็กชายที่สั่นสะท้านไปด้วยน้ำตาออกมา

เด็กชายตัวน้อยที่กำลังตัวสั่นเทาคนนั้นคือ 'ชายุน'

“ฮึก... ฮืออ...”

ชายุนก็ถูกมัดและปิดปากไว้เช่นกัน

เขาดูเหมือนเด็กประถมคนหนึ่งเท่านั้น พวกอันธพาลแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อเห็นเด็กน้อยกำลังหวาดกลัว

หัวหน้าแก๊งพูดขึ้นอีกครั้ง

“เฮ้ย แกะเทปกาวที่ปากมันออกดิ๊”

“ครับ!”

ชายหัวล้านที่ถูกเรียกว่า 'น้องเล็ก' และชายลึกลับอีกคนช่วยกันกระชากเทปกาวออก

แควก!

ทันทีที่เทปกาวหลุดออก เด็กชายก็เริ่มขยับริมฝีปากทั้งน้ำตา

“พะ-พี่ครับ อย่าฆ่าผมเลย... อย่าฆ่าผมเลยนะ...”

ท่ามกลางเสียงอ้อนวอนอันน่าสงสาร พวกอันธพาลรอบๆ กลับพากันระเบิดเสียงหัวเราะ

“ฮ่าๆๆๆ! ดูไอ้เด็กนี่ดิ”

“หืม... จะไว้ชีวิตดีไหมนะ? หรือจะไม่ดี?”

“ลูกพี่ครับ จัดการทั้งพี่ทั้งน้องไปเลยดีกว่า”

สมุนอีกคนแกล้งทำท่าเอามือปาดคอตัวเอง

หน้าของเด็กชายถอดสีทันทีที่เห็นแบบนั้น ส่วนลีฮายูลที่อยู่ข้างล่างแทบจะคลั่ง

“อื้อออออ!!! อื้อออออ!!”

“เออ... เฮ้ย จับยัยนี่ไว้!”

“ครับ!”

ชายสองคนก้มลงไปล็อกตัวฮายูลที่กำลังดิ้นพล่าน

ลูกพี่ของพวกมันพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มคาวเลือด

“นี่ ยัยหนู... ไอ้เด็กนี่สำคัญกับเธอมากเลยสินะ?”

พูดจบ เขาก็ชักมีดออกมาจ่อที่คอน้อยๆ ของเด็กชาย

“ถ้าทำผิด... ก็ต้องชดใช้จริงไหม? หืม? ไหนดูซิ... ไอ้หนูคนนี้คือน้องชายเธอสินะ”

“อื้ออ! อื้ออออ!!”

“โอ้ ท่าทางจะใช่แฮะ ดิ้นใหญ่เลย”

“อย่า... อย่าฆ่าผมเลยนะครับ...”

“เออๆ เอาเถอะ จะให้ฉันไว้ชีวิตเธอดีไหมล่ะ?”

หัวหน้าแก๊งแสยะยิ้ม

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เขาก็ชูมีดขึ้นสูง

“ฉันจะไว้ชีวิตพี่สาวแก แต่แกต้องตายเพื่อชดใช้ความผิดของพี่สาวแกแทน เฮ้ย ไอ้หนู แกต้องตายเพราะพี่สาวแกนะ เข้าใจไหม?”

“อื้ออ! อื้ออ! อื้ออ! อื้อออ!!!”

“ฮือออ...”

“ลาก่อนนะไอ้หนู”

มีดในมือของชายคนนั้นพร้อมที่จะปักลงบนร่างของเด็กน้อยแล้ว

ในวินาทีนั้นเอง...

ปัง! ปัง! ปัง!

“อ๊ากกกกกกก!”

“เชี้ยอะไรวะนั่น!?”

ประตูบ้านถูกพังเข้ามาพร้อมกับเสียงกัมปนาทที่ดังกึกก้อง

“....?”

ชายที่กำลังจะจ้วงมีดใส่เด็กน้อยรีบผลักชายุนออกไปด้านข้างแล้วลุกขึ้นยืน

“ไอ้หน้าไหนมันมาขัดจังหวะตอนคนกำลังสนุกวะ!?”

“ลูกพี่ เดี๋ยวผมออกไปดูเองครับ!”

น้องเล็กของกลุ่มกระชากตัวเด็กชายไว้แล้วเดินตรงไปที่ประตู

“ไอ้เวรตัวไหนมันกล้ามาแหยมวะ!?”

มันตะโกนลั่นอย่างไม่เกรงกลัวใครในโลก

ปัง!

ลูกตะกั่วปริศนาพุ่งเจาะกะโหลกมันเข้าอย่างจัง

ร่างของมันล้มตึงสิ้นใจคาที่ทันที

“ฉิบหายแล้ว!!!”

“ทุกคน ชักปืนออกมา! ไอ้หนูน้อยโดนสอยร่วงไปแล้ว!”

ภายในห้องแคบๆ พวกมันรีบชักปืนออกจากกระเป๋ากันพัลวัน

ในขณะที่พวกมันตั้งท่าเตรียมยิงและเล็งปืนไปที่ประตู...

พรึ่บ... พรึ่บ...

จู่ๆ หลอดไฟในห้องก็เริ่มติดๆ ดับๆ

“อะไรวะ... มันเกิดอะไรขึ้น...”

และแล้วแสงไฟก็ดับวูบลงสนิท

ภายในบ้านถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด

พวกมันกลายเป็นคนตาบอดทันทีในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง

พวกมันกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางเล็งปืนไปที่ความว่างเปล่าตรงประตู

ท่ามกลางบ้านที่เงียบสงัดจนน่าสยดสยอง เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงชายุนที่สะอื้นอยู่ด้านหลัง

พวกมันพยายามตั้งรับการต่อสู้ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

และจากทางประตูนั่นเอง... เสียงฝีเท้าเริ่มดังใกล้เข้ามา

“ยิงมันเลย!!!”

หัวหน้าแก๊งแผดเสียงตะโกนอย่างเสียสติ

ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง ทุกคนก็รัวกระสุนใส่จุดที่เสียงฝีเท้าดังขึ้นทันทีโดยไม่สนทิศทาง

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!—

ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยแสงวาบและเสียงปืนรัวสนิท

ความแรงของกระสุนทำให้ประตูแทบจะแหลกเป็นผุยผง พร้อมกับควันและฝุ่นตลบอบอวล

“แฮ่ก... มันตายยัง?”

สมุนคนหนึ่งพึมพำออกมา

ทันใดนั้น ไฟในห้องที่ดับไปก็กระพริบติดขึ้นมาอีกครั้งสั้นๆ

พรึ่บ

ในชั่วพริบตานั้น พวกมันก็ได้เห็น...

ชุดสีดำสนิทและผ้าคลุมที่ปกคลุมไปทั้งตัว

หมวกทรงสูงแบบนักมายากล

และชายคนหนึ่งยืนแสยะยิ้มอยู่ ภายใต้หน้ากากที่ปกปิดใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง

พวกมันจำชายคนนั้นได้ทันทีแม้จะเห็นเพียงเสี้ยววินาที

นั่นคือ 'วายร้าย' ที่มักจะปรากฏตัวในข่าวอยู่เสมอ

ไฟที่ติดขึ้นมาชั่วขณะดับลงอีกครั้งทันที

พวกมันเห็นชายคนนั้นยืนนิ่งสนิทหลังจากโดนระดมยิงไปขนาดนั้น

หัวหน้ากลุ่มที่เห็นภาพนั้นแผดเสียงลั่นอย่างคุ้มคลั่ง

“ยิงมันนนนนน!!!!!!”

ในห้องที่มืดมิด เสียงปืนดังระงมขึ้นอีกครั้ง

ท่ามกลางความมืดที่มองไม่เห็นแม้แต่คนข้างๆ

“อั๊ก!”

ชายคนหนึ่งที่กำลังรัวปืนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มคว่ำลง

“กึนชอล! โธ่เว้ย...!”

หัวหน้าแก๊งกัดฟันกรอดพลางรัวปืนไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ

ทว่า ยิ่งเขายิงมากเท่าไหร่ สมุนของเขาก็ยิ่งล้มตายไปทีละคนพร้อมเสียงโหยหวน

ไม่นานนัก สมุนคนสุดท้ายก็ร่วงลงไปกองกับพื้น

เสียงปืนที่ดังกึกก้องในความเงียบงัน เหลือเพียงแค่ปืนในมือของเขาคนเดียวเท่านั้น

“ฮึ่ย... ไอ้ระยำเอ๊ยยยยยย!!!”

เขากัดฟันยิงอย่างสิ้นหวัง

คลิก... คลิก...

ไม่ว่าเขาจะพยายามเหนี่ยวไกแค่ไหน

ในที่สุด กระสุนในรังเพลิงก็หมดลง

“พะ... พลาดแล้ว...”

เขาคว้ามีดที่ถือไว้เมื่อครู่ออกมาแทน

เขาค่อยๆ ถอยกรูดไปด้านหลัง

“ไอ้เวร! อย่าเข้ามานะโว้ย! บอกให้อย่าเข้ามาไงล่ะ!!!”

เขามองไปข้างหน้าเหมือนคนบ้าพลางพึมพำไม่เป็นภาษา

พรึ่บ! แสงไฟในห้องกลับมาติดสว่างขึ้นอีกครั้งอย่างสมบูรณ์

สภาพภายในห้องตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด

ชายทุกคนที่เคยยืนกร่างและวางแผนฆ่าพี่น้องคู่นี้เมื่อครู่ ตอนนี้กลายเป็นศพนอนเกลื่อนอยู่รอบห้อง

และท่ามกลางความสยดสยองนั้น ชายคนหนึ่งยืนอยู่อย่างสงบ

เขาใช้มือข้างหนึ่งปัดรอยเลือดออกจากชุดสีดำ ส่วนมืออีกข้างถือปืนพกเอาไว้เพียงกระบอกเดียว

“ไอ้... ไอ้เด็กเวร อย่าเข้ามาใกล้กูนะ!”

หัวหน้าแก๊งที่แผดเสียงร้องเหมือนคนเสียสติพลางกวัดแกว่งมีดไปมา ถอยหลังไปจนสุดห้องและคว้าเอาบางอย่างขึ้นมาได้

ทันทีที่คว้ามันมาได้ เขาก็รีบชูมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“หะ-หยุดนะ! ถ้ามึงขยับอีกก้าวเดียว กูจะฆ่ามัน!”

เขาคว้าตัว 'ชายุน' น้องชายของอี ฮายูล ที่มัดกองอยู่บนพื้นขึ้นมา

เขากดมีดลงที่คอของเด็กชายเพื่อข่มขู่

และดูเหมือนคำขู่นั้นจะได้ผล ชายชุดดำที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดนิ่งทันที

“เออ! แบบนั้นแหละ อยู่เฉยๆ ซะ! วางปืนลงที่พื้นเดี๋ยวนี้!”

เมื่อเห็นหัวหน้าแก๊งตะโกนสั่ง อีโกสติกก็ค่อยๆ วางปืนลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบ

เมื่อเขาวางปืนลงและยืดตัวขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของหัวหน้าแก๊งก็ฉายแววสะใจออกมาวูบหนึ่ง

“เออ! แบบนั้นแหละ! แล้วจากนั้นก็ไปลงนรกซะเถอะมึง—”

ยังพูดไม่ทันจบ...

ที่ด้านหลังของอีโกสติก จู่ๆ ปืนอีกกระบอกก็โผล่ออกมา (จากไอเทมบ็อกซ์) ราวกับเล่นมายากล

ก่อนที่มันจะทันรู้ตัว กระสุนก็ถูกลั่นออกมาในทันที

“...โธ่เว้ย...”

รูโหว่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผากของมัน ทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ

ร่างของมันล้มพับลงกับพื้นทันที พร้อมกับเด็กชายในอ้อมแขน

“........”

พวกอันธพาลทุกคนที่บุกรุกบ้านของลีฮายูลตายเรียบ

ฮายูลที่ถูกมัดและปิดปากกองอยู่ข้างๆ น้องชายที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น และชายชุดดำที่ยืนสงบนิ่ง

เบื้องหลังของเขาคือซากปรักหักพังที่ชุ่มไปด้วยเลือด

“.........”

ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้อง ทั้งชายชุดดำ เด็กสาว และเด็กน้อย ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

เด็กสาวที่นอนอยู่บนพื้นกำลังพยายามจะทำบางอย่าง

ในบ้านที่เงียบสนิทนั้นเอง เด็กชายที่อยู่บนพื้นก็โพล่งออกมาว่า...

“มะ...แมงโกสติก...?”

คำพูดของเขาช่างขัดกับบรรยากาศนองเลือดเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

“หะ...?”

ผมหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย?

ท่ามกลางซากศพและเลือดที่ผมนิ่งทำเท่อยู่นั้น

ลีฮายูลที่นอนอยู่ข้างๆ มองผมเหมือนผมเป็นฆาตกรต่อเนื่อง

นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังไว้เลยนะเนี่ย...!!

ในจังหวะที่ผมกำลังคิดว่าจะแก้สถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ยังไงดี

น้องชายของลีฮายูลคนที่ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะอ้าปากพูดก่อน กลับเป็นคนเปิดประเด็น

‘จู่ๆ นายมาเรียกฉันว่าแมงโกสติกตอนตอนนี้เนี่ยนะ?’

ผมก้มลงจ้องมองเด็กชายคนนั้น

ดวงตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับยามที่จ้องมองมาที่ผม ทั้งที่บรรยากาศรอบข้างมันนองเลือดจนเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับชมแท้ๆ

อ้าว?

‘เอ่อ...ฉันควรจะทำยังไงต่อไปดีเนี่ย?’

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 48 ช่วยเหลือ

ตอนถัดไป