บทที่ 49 ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

บทที่ 49 ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

ผมรีบบึ่งไปที่บ้านของลีฮายูลทันทีหลังจากได้รับแจ้งเรื่องพวกอันธพาลบุก

ให้ตายสิ! ทำไมไอ้พวกบ้านี่ถึงรีบโผล่มาหาเรื่องกันเร็วนักนะ?

ผมทั้งวิ่ง ทั้งต่อรถสารพัดอย่าง แถมยังใช้เทเลพอร์ตตบท้ายจนในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย

ท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงเอะอะดังออกมาจากกระท่อมซอมซ่อที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว

“แฮก... แฮก...”

ผมหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบแนบหูฟังที่ประตู พวกมันไม่ได้วางเวรยามไว้เลยเหรอ? ก็นะ ใครมันจะบ้ามาแถวบ้านสลัมแบบนี้ตอนกลางคืนล่ะ ขนาดขโมยเห็นสภาพบ้านจะพังแหล่ไม่พังแหล่แบบนี้ยังเดินหนีเลยมั้ง

เอาเป็นว่า ผมได้ยินเสียงจากข้างใน

[ดะ-ได้โปรด ช่วยผมด้วย... ไว้ชีวิตผมเถอะ...]

อืม ดูเหมือนผมจะมาทันเวลาพอดี

โชคดีที่เด็กนั่นยังไม่ตาย ถ้าตายขึ้นมาล่ะก็เรื่องใหญ่แน่

สิ่งที่ผมต้องทำตอนนี้คือหาจังหวะเปิดตัวให้เท่ที่สุด

ผมไปยืนสแตนด์บายรอที่หน้าประตู

รออยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งพวกมันทำท่าจะลงมืออัดน้องชายของลีฮายูลจริงๆ

เอาล่ะ ได้เวลาละ

ผมหยิบระเบิดที่เตรียมมาออกมา

ระเบิดสไตล์อีโก้ เลเวล 4: ระเบิดข่มขวัญ

ตู้มมมมมมมมมมมม!

ประตูบ้านระเบิดกระจุยพร้อมเสียงกัมปนาท

แน่นอนว่าถ้าผมใช้ระเบิดปกติกับบ้านโทรมๆ แบบนี้ มันคงไม่ได้พังแค่ประตู แต่คงพังไปทั้งหลัง ผมเลยต้องเลือกใช้ระเบิดที่มีแรงอัดพอเหมาะพอควร

“เชี้ยอะไรวะนั่น!!!”

ผมได้ยินเสียงสบถดังลั่นมาจากข้างใน

หนอย ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืน กล้าดียังไงมาด่าผมตั้งแต่เจอกันครั้งแรก!

สงสัยเด็กพวกนี้ต้องได้รับการดัดนิสัยซะหน่อยละ

“ลูกพี่ เดี๋ยวผมออกไปดูเอง!”

เสียงสมุนคนหนึ่งตะโกนออกมา

หืม... เหยื่อรายแรกมาละ

ลาก่อนนะเพื่อน

“แกเป็นใครวะ!?”

น่าเสียดายที่นั่นคือคำพูดสุดท้ายของชีวิตมัน

ผมสอยมันร่วงด้วยกระสุนเจาะกะโหลกอย่างเงียบเชียบ กระสุนนัดเดียวดับวูบนี่แหละดีต่อสุขภาพที่สุดแล้ว... มั้งนะ?

“ฉิบหายแล้ว!!!”

“ชักปืนออกมา! ไอ้หนูน้อยโดนสอยร่วงไปแล้ว!”

เอาล่ะ จะเปิดฉากสู้กันเต็มตัวแล้วใช่ไหม?

งั้นก็เริ่มกันเลย

ผมใช้พลังจิตตัดสายไฟในบ้านให้ขาดก่อนเลย บรรยากาศน่ะเป็นเรื่องสำคัญ

...และอีกอย่าง นี่เป็นการต่อสู้ตอนกลางคืนครั้งแรกของผม ผมเลยอยากจัดเต็มความขรึมในที่มืดสักหน่อย ปกติผมไม่เคยออกไปไหนตอนกลางคืนเลยเพราะกลัว 'ชาโดว์ วอล์กเกอร์' แสงตอนกลางวันมันไม่ได้ฟีลหรอกครับ ต้องความมืดมิดยามค่ำคืนนี่แหละถึงจะดูน่าเกรงขาม

ผมตัดไฟฟ้าเรียบร้อย

ผมสัมผัสได้ถึงความลนลานของพวกมันจากข้างใน ไม่สิ ผม 'เห็น' เลยต่างหาก หน้ากากที่ผมใส่อยู่มันมีโหมดมองเห็นในที่มืดอยู่ด้วย พักหลังมานี้หน้ากากผมชักจะกลายเป็นอุปกรณ์ไฮเทคเข้าไปทุกที แต่ช่างเถอะ ผมคงคิดไปเองคนเดียว

เอาล่ะ ผมเดินเข้าไปข้างในเพื่อทำหน้าที่ 'ผู้ช่วยชีวิต' ทันทีที่เสียงฝีเท้าดังขึ้น เสียงสั่นๆ ก็ตะโกนสั่ง “ยิง!”

และกระสุนก็พุ่งแหวกอากาศมาหาผมราวกับพายุ โอ้โห น่ากลัวจังเลย... แต่ทว่า

อย่าลืมนะว่าผมไม่ได้ใช้พลังจิตมาตั้งสามเดือน

ผมไม่ได้จะบอกว่าพลังมันเทพขึ้นเว่อร์วังอะไรหรอกนะ แต่แค่ปัดกระสุนพวกนี้ทิ้งน่ะ มันง่ายเหมือนปัดรำคาญยุงนั่นแหละ

ผมปัดกระสุนทิ้งอย่างเงียบเชียบ

กระสุนที่โดนดีดออกไปพุ่งไปฝังตามผนังบ้านจนฝุ่นตลบ

ผมยืนนิ่ง กลั้นหายใจ

หนึ่งในนั้นที่มองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วตัวเองท่ามกลางฝุ่นและความมืด พึมพำออกมาว่า

“จัดการมันได้ยัง?”

คิดว่าได้ไหมล่ะจ๊ะ?

ผมเลิกใช้พลังจิตตรึงหลอดไฟไว้ แล้วปล่อยให้มันกลับมาสว่างอีกครั้ง

สิ่งที่พวกมันเห็นหลังจากไฟติด... จ๊ะเอ๋! ผมเอง

“ยิงมันนน!”

พวกมันตะโกนลั่น

แต่คราวนี้ผมเป็นฝ่ายสอยพวกมันร่วงจนเกลี้ยงแทน

ในวินาทีสุดท้าย ไอ้คนที่ดูเหมือนหัวหน้าก็คว้าตัวน้องชายของลีฮายูลมาเป็นตัวประกันตามสูตร...

ผมก็แค่จัดการมันด้วยพลังจิตง่ายๆ

โธ่เอ๊ย นี่แกไม่เคยดูข่าวหรือไง? ไม่รู้เหรอว่าพลังของฉันคือพลังจิตน่ะ?

อืม... ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมยังไม่ดังพอเหรอเนี่ย? สงสัยต้องขยันทำงาน (ก่อการร้าย) ให้มากกว่านี้ซะแล้ว

เอาเป็นว่า ผมช่วยชีวิตน้องชายของลีฮายูลไว้ได้ทันท่วงที

และตอนนี้...

สภาพในบ้านเต็มไปด้วยเลือด ดูยังกับฉากในหนังจำพวกแนวเลือดสาดสยองขวัญ

ถ้าถ่ายคลิปนี้ไปขาย รับรองว่าเรต 20+ แน่นอน ไม่ว่าเด็กหรือสตรีมีครรภ์ก็ห้ามดูเด็ดขาด

และที่สำคัญ... สองพี่น้องนี่ก็ยังเป็นเยาวชนทั้งคู่ด้วยเนี่ยสิ

ลีฮายูลมองผมด้วยสายตาหวาดผวาขีดสุด ในสภาพที่มือ เท้า และปากถูกมัดแน่น

ก็นะ ดูเหมือนผมจะสร้างความประทับใจแรกพบที่เลวร้ายที่สุดไปซะแล้ว

เธอคงเห็นผมเป็นฆาตกรโรคจิตที่เพิ่งฆ่าคนตายต่อหน้าเธอไป 5 ศพแน่ๆ โธ่... ฉันแค่อยากมาช่วยนะโว้ย!!

ส่วนน้องชายที่ดูเหมือนเด็กประถมคนนั้น ถ้าเขาจะช็อกจนสลบไปก็ไม่แปลกหรอก... แต่เปล่าเลย เขาไม่ได้สลบ แต่เขากำลังจ้องผมด้วยดวงตาที่สั่นระริก ผมว่าเขาต้องกลัวผมจนฉี่ราดแน่ๆ ชิบหายละ... ความประทับใจแรกมันสำคัญที่สุดแท้ๆ

ทำยังไงดีล่ะ? หรือจะเนียนเข้าโหมดวายร้ายสายโหดไปเลยดี?

ในขณะที่ผมกำลังลังเลอยู่นั้น...เด็กชายตรงหน้าก็โพล่งออกมา

“มะ...แมงโกสติก...?”

พูดตรงๆ สมองผมค้างไปวูบหนึ่งเลยตอนได้ยินคำนั้น

หะ?

ผมกะว่าน้องจะพูดว่า "ช่วยผมด้วย" หรือ "อย่าฆ่าผมเลย" แต่ไหงกลายเป็นชื่อฉายาสุดรั่วนั่นล่ะ?

พอกลับไปมองเด็กชายอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นเพราะความกลัว แต่มันเป็นประกายวิบวับเลยต่างหาก!

โอเค ผมซึ้งละ

ความพยายามเป็นยูทูบเบอร์ของผมมันไม่ได้สูญเปล่าจริงๆ ด้วย!

กลับมาสู่ปัจจุบัน

ผมช่วยแก้มัดให้ลีฮายูลและน้องชายของเธอ

ฮายูลดูเหมือนพยายามจะขัดขืนหรือระแวงผมสุดๆ แต่น้องชายของเธอเร็วกว่า

“มะ-แมงโกสติกครับ! ผะ-ผะ-ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของพี่เลยนะ!”

น้องจ้องผมด้วยดวงตาเป็นประกายยิ่งกว่าเดิม

โอ๊ย... หยุดทีเถอะ

เห็นสายตาใสซื่อของเด็กแบบนี้แล้วผมรู้สึกผิดบาปยังไงก็ไม่รู้!

เบื้องหลังผมนี่กองเลือดท่วมห้องเลยนะไอ้หนู! ทำไมนายยังดูร่าเริงสดใสได้ขนาดนี้เนี่ย? ฮายูล... เธอเลี้ยงน้องมายังไงเนี่ย?

พี่สาวอย่างลีฮายูลรีบดึงตัวน้องชายมาไว้ข้างหลังด้วยท่าทางระแวดระวังเต็มที่

เฮ้... ใจเย็นนะน้องสาว น้องชายเธอเขาเข้าลัทธิผมไปเรียบร้อยแล้วล่ะ

“พี่มาช่วยพวกเราเหรอครับ?”

เจ้าเด็กน้อยถามด้วยสายตาคาดหวัง

มันก็ใช่แหละ แต่ถ้าผมตอบว่า "ใช่จ้ะ" ตรงนี้ บรรยากาศมันจะดูพิลึกเกินไปหน่อย

“อแฮ่ม... เอ่อ... เปล่าหรอก ความจริงฉันตามมาจับพี่สาวนาย เพราะยัยนี่ขโมยกระเป๋าตังค์ฉันไปน่ะ”

หน้าลีฮายูลถอดสีทันที

ผมรีบพูดต่อ

“แต่พอมาถึง ดันเจอไอ้พวกอันธพาลมาซ่าแถวนี้ ฉันไม่ค่อยชอบขี้หน้าพวกแบบนั้นเท่าไหร่ เข้าใจใช่ไหม?”

เจ้าหนูน้อยพยักหน้าหงึกๆ รัวๆ เหมือนพัดลมโคจรเข้าใจครับ! เข้าใจสุดๆ! (นี่แกเข้าใจจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย? ขนาดฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองพูดอะไรอยู่)

“ก็นะ... เรื่องมันก็เป็นอย่างที่เห็น...”

ผมกวาดสายตามองรอบห้องแล้วถอนหายใจ

จากนั้นผมก็ยักไหล่แล้วพูดต่อ

“เด็กๆ พวกเธอต้องตามฉันมาได้แล้ว นี่มันดึกมากแล้ว แถมเสียงปืนก็ดังสนิท ถ้าใครมาเห็นสภาพศพพวกนี้เข้า เราจะเดือดร้อนกันหมด”

ลีฮายูลยอมเปิดปากพูดเป็นครั้งแรก

“พวกเราจะเชื่อใจและตามคุณไปได้ยังไง?”

แน่นอน เธอระแวงผมสุดขีด

ผมเข้าใจนะว่าทำไมฮายูลถึงเป็นแบบนี้ เธอโดนผู้อำนวยการใจโฉดนั่นทำร้ายความเชื่อใจจนป่นปี้ไปแล้ว แถมอยู่ดีๆ จะให้ตามฆาตกรที่เพิ่งฆ่าคนโชว์ 5 ศพไปเนี่ยนะ? มันแปลกสิถ้าเธอเดินตามไปง่ายๆ

ก็นะ ในเมื่อเธอพูดแบบนั้น ผมก็ไม่มีอะไรจะเถียง

ผมจะขู่บังคับให้ตามมาก็ได้ แต่มันคงไม่ดีต่อการสร้างสายสัมพันธ์ระยะยาวเท่าไหร่

นี่แหละคือเหตุผลที่ผมพยายามจะใช้วิธี 'กระเป๋าตังค์' ค่อยๆ ตีสนิทตั้งแต่แรก

ถ้าไม่มีตัวแปรอื่น แผนนี้คงจะยากสุดๆ...

แต่ทว่า ผมมีตัวแปรที่โครตจะเป็นบวกอยู่ตรงนี้คนหนึ่ง!

“พี่ฮายูล พูดอะไรแบบนั้นน่ะ!? อีโกสติกเป็นคนที่วิเศษสุดๆ ไปเลยนะ!”

น้องชายของเธอโพล่งออกมาขัดจังหวะ

เขารีบสาธยายให้พี่สาวฟังทันทีว่าผมยิ่งใหญ่และสุดยอดขนาดไหน

ผมว่าที่น้องพูดมา 80% คือการใส่ไข่และมโนไปเองล้วนๆ แต่ในเมื่อมันกำลังไปได้สวย ผมก็นิ่งฟังเงียบๆ ละกัน (ถึงจะรู้สึกเขินๆ เวลาโดนชมต่อหน้าแบบนี้ก็เถอะ)

หลังจากน้องชายบรรยายสรรพคุณผมจนจบ

ลีฮายูลก็เริ่มลังเล

“ชายุน... ถึงอย่างนั้น เราจะเชื่อใจคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าจริงๆ ได้ยังไงล่ะ?”

“ผมไม่ได้เพิ่งเห็นเขาครั้งแรกนะ! พี่แมงโกสติกน่ะ! เอ๊ย อีโกสติกน่ะ เขาคือฮีโร่ตัวจริงเลยนะ!”

ไม่ใช่โว้ยน้อง... พี่ไม่ใช่ฮีโร่

เอาเถอะ ไม่ว่าจะคิดยังไง ผมว่าน้องชายของลีฮายูลนี่แหละคือสมาชิกระดับ VIP ของสมาพันธ์แมงโกแน่นอน...

และนี่คือโอกาสทอง...!

โดยเฉพาะลีฮายูล เธอเป็นพวกแพ้ทางน้องชายตัวเองสุดๆ

ดูหน้าเธอตอนนี้สิ เมื่อกี้ยังทำท่าขัดขืนแข็งกร้าวอยู่เลย พอเจอน้องชายอ้อน (บวกอวยผม) เข้าไป เธอเริ่มทำสีหน้าลำบากใจและอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนไปเร็วจริงๆ!

จังหวะที่น้องชายกำลังกบฏใส่พี่สาวแบบนี้แหละ คือโอกาสที่ดีที่สุดของผม

“ตามมาเถอะเด็กๆ อีก 5 นาที 'ชาโดว์ วอล์กเกอร์' หรือไม่ก็ตำรวจคงแห่กันมาที่นี่แล้วล่ะ”

“ใช่ครับพี่ฮายูล! เร็วเข้า รีบตามอีโกสติกไปเถอะ!”

พอผมอ้างเรื่องตำรวจประกอบกับแรงหนุนจากน้องชาย ในที่สุดเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

“...ถ้าคุณทำอะไรพวกเราล่ะก็ ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่...”

ผมรีบสวนกลับทันที

“ฉันจะไปทำอะไรพวกเธอได้ล่ะ? ไม่ทำอะไรหรอกน่า ตามมาเถอะ... มาสิ ยื่นมือมา”

พอยื่นมือออกไป น้องชายเธอก็รีบคว้าหมับเป็นคนแรก

พอเห็นน้องชายนำร่องไปแล้ว เธอเลยต้องจำยอมยื่นมือที่สั่นเทามาจับมือผม

เยี่ยม

และแล้ว ผมก็ใช้พลังเทเลพอร์ตพาทุกคนกลับไปยังฐานลับใต้ดินพร้อมกัน

โอเค...ทีนี้ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามแผนการใหญ่ของผมซะที...!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 49 ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

ตอนถัดไป