บทที่ 50 คำลวง
บทที่ 50 คำลวง
"ฟู่ว..."
ในที่สุดผมก็เทเลพอร์ตกลับมาถึงฐานลับใต้ดินรวดเดียวจบ
ให้ตายสิ... ผมรู้สึกเหมือนจะวูบเลยแฮะ การพกคนอื่นมาด้วยพร้อมกันสองคนนี่มันกินพลังงานมหาศาลจริงๆ
ในขณะที่ผมยืนเซเพราะอาการหน้ามืด ลีฮายูลกับน้องชายของเธอก็พากันกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างตื่นตะลึง
สิ่งที่พวกเขาเห็นคือผนังห้องสีขาวสะอาดตาที่สว่างไสวไปด้วยไฟ LED
ผมเห็นมันจนชินตาเลยไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่นึกย้อนดูสิ สำหรับเด็กที่เพิ่งมาจากสลัม ที่นี่มันคงเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟเลยล่ะ
แน่นอนว่าคนน้อง... ชื่อ 'ลี ชายุน' ใช่ไหมนะ? ชายุนมองไปรอบๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย ส่วนพี่สาวอย่าง ลี ฮายูล ยังคงระแวดระวังและกอดน้องชายไว้แน่น
พอหายมึนหัวแล้ว ผมก็หันไปบอกพวกเขา
"อึก... จะตายเอาแฮะ เด็กๆ เลิกมองสำรวจได้แล้ว ตามฉันมา... อึ๊บ"
ผมเดินโซซัดโซเซนำไป โดยมีเด็กทั้งสองเดินตามหลังมาติดๆ
ฮายูลยังคงท่าทีระวังตัวอยู่ แต่ผมเดาว่าเธอคงตัดสินใจแล้วว่าจะยอมตามมาดูก่อน
ในขณะที่เรากำลังเดินไปตามทางเดินสีขาว ซออึนกับโซบินก็โผล่ออกมาพอดี
"พี่ดาอิน! อ๊ะ..."
ซออึนกำลังจะวิ่งเข้ามาหาผม แต่พอเห็นเด็กสองคนข้างหลังเธอก็ชะงักไปเล็กน้อย
เธอดูประหม่านิดหน่อยที่จู่ๆ ก็มีพี่น้องคู่หนึ่งโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว
"อ้อ ใช่ สองคนนี้กำลังลำบากน่ะ พี่เลยพามาด้วย แต่เอาเรื่องอื่นไว้ก่อนเถอะ พาพวกเขาไปอาบน้ำก่อนดีกว่า... หาเสื้อผ้าสะอาดๆ ให้เปลี่ยนด้วยนะ"
ซออึนดูจะสับสนกับคำสั่งสายฟ้าแลบของผมนิดหน่อย
แต่โชคดีที่ซูบินซึ่งอยู่ข้างหลังก้าวออกมาช่วย
"เดี๋ยวฉันนำทางให้เองค่ะ เด็กๆ ตามพี่มาทางนี้ได้ไหมจ๊ะ?"
ซูบินยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ใช่ครับ ในกลุ่มเราเนี่ยซูบินดูเป็นคนดีที่สุดแล้ว (แถมเอาเข้าจริง เธอก็ดูจะสวยที่สุดในกลุ่มเราด้วยหรือเปล่านะ...?)
พอซูบินเอ่ยชวนอย่างอ่อนโยน พี่น้องคู่นั้นก็ค่อยๆ เดินตามเธอไปอย่างเขียมอาย ก็นะ ทันทีที่ก้าวเข้ามาที่นี่ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตามพวกเราอยู่แล้ว
ถึงอย่างนั้น ลี ฮายูล ดูจะสบายใจที่ได้อยู่กับซูบินมากกว่าผมเยอะ
ในสายตาเธอ ผมมันก็แค่ไอ้โรคจิตชุดดำที่พกปืนฆ่าคนตาไม่กระพริบ... แถมซูบินก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันด้วย
แต่ดูเหมือนคนน้องจะไม่เป็นแบบนั้นแฮะ เจ้าเด็กนั่นหันมามองผมบ่อยมากระหว่างเดินไป ทำไมมันถึงปลื้มผมขนาดนั้นนะ? เดี๋ยวนี้เด็กประถมเขาชอบวายร้ายสไตล์นี้กันเหรอ?
เอาเถอะ หลังจากฝากเด็กๆ ไว้แล้ว ผมก็เดินตรงไปที่แคปซูลฟื้นฟูร่างกาย
ตอนสู้ใช้พลังจิตมันก็ไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่หรอก แต่ไอ้ตอนเทเลพอร์ตสามคนรวดเนี่ยมันเกินขีดจำกัดไปนิด...
"พี่... หมวกใบนั้น ในที่สุดพี่ก็ใส่มันจนได้นะ!"
ในขณะที่ผมกำลังเดินโซเซ ซออึนก็เดินตามมาคุยข้างๆ
"อ้อ... อื้ม ใบนี้แหละ"
ผมเอามือลูบหมวกทรงสูงสีดำบนหัว
"เป็นไง? ดูมีออร่าขึ้นไหม? พี่ว่าจะใส่มันถาวรเลยล่ะ"
"เอ่อ... เฮ้อออ เอาที่พี่สบายใจเลยค่ะ"
ไอ้เสียงถอนหายใจยาวเหยียดนั่นมันหมายความว่าไงกันน่ะ?
สรุปคือผมพาตัวเองเข้าไปนอนในแคปซูลฟื้นฟูได้สำเร็จ
พอเครื่องเริ่มทำงาน ผมก็เริ่มรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง
ในระหว่างที่ผมนอนพัก ซออึนก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ
"แล้วพี่น้องคู่นั้น... พี่จะเอายังไงกับพวกเขาต่อคะ?"
"อืออ... พวกเขาน่ะเหรอ?"
เดิมทีแผนคือค่อยๆ ตีสนิทแล้วค่อยดึงเข้าพวก แต่สถานการณ์มันดันบีบบังคับจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ก็นะ...
"ดูเหมือนน้องชายเขาจะชอบพี่มากเลยล่ะ เพราะงั้นเดี๋ยวทุกอย่างก็คงเข้าที่เข้าทางเอง"
"จริงเหรอคะ? สุดยอดเลยแฮะ เจ้าเด็กนั่นเป็นสมาชิกสมาพันธ์แมงโกอะไรของพี่ด้วยหรือเปล่าเนี่ย?"
"พี่ก็ว่างั้นแหละ ไม่นึกเลยว่าไอ้สิ่งที่พี่ทำมาตลอด (การเป็นยูทูบเบอร์) มันจะให้ผลลัพธ์กลับมาแบบนี้"
"ฮ่าๆ... หนูว่าพี่คงเป็นขวัญใจเด็กประถมแล้วล่ะมั้งคะ"
"ก็เป็นไปได้นะ... เออ แล้วเรื่องติดตั้งเครื่องเทเลพอร์ตเสร็จหรือยัง?"
"เสร็จตั้งแต่วันก่อนแล้วค่ะ พี่แน่ใจนะว่าจะย้ายที่อยู่จริงๆ?"
"อื้ม กบดานอยู่ในรูใต้ดินมาสามเดือน พี่เพิ่งรู้ซึ้งว่ามันไม่ใช่ที่ที่คนควรอยู่ คนเรามันต้องได้โดนแสงแดดบ้างสิ"
"ฮือ... แต่หนูชอบที่นี่นะ"
"ตอนนี้เรามีเครื่องเทเลพอร์ตแล้ว ต่อให้ไปอยู่บนดิน มันก็เหมือนอยู่ใกล้ห้องใต้นี้แค่เอื้อมนั่นแหละ ไม่ต้องกังวลไปหรอก"
หลังจากคุยสัพเพเหระกันครู่หนึ่ง ประตูห้องก็เปิดออก
ซูบินเดินนำเข้ามา ตามด้วยพี่น้องคู่นั้นที่เดินกล้าๆ กลัวๆ เข้ามาข้างใน
ดูเหมือนพวกเขาจะอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
โอ้โห พอขัดสีฉวีวรรณแล้วดูเป็นคนละคนเลยแฮะ
เมื่อกี้ยังดูมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นดินอยู่เลย แต่พออาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วดูดีขึ้นเยอะ โดยเฉพาะลี ฮายูล เธอสวยเหมือนที่วาดไว้ในการ์ตูเป๊ะเลย โลกนี้เขามีฟิลเตอร์เสริมความงามให้พวกตัวละครวายร้ายด้วยหรือไงนะ?
เอาล่ะ ทั้งสองคนเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผม
ผมขยิบตาเป็นสัญญาณให้ซออึนกับซูบินออกไปก่อน ทั้งคู่รู้ใจผมดีจึงค่อยๆ เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ในห้องโถงกว้าง ตอนนี้เหลือเพียงผมและสองพี่น้อง
"เด็กๆ... ลากเก้าอี้ตรงนั้นมานั่งสิ"
ในขณะที่ผมยังนอนพักอยู่ในแคปซูล ทั้งคู่ก็ค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้
อืม... จะเริ่มจากตรงไหนดีนะ?
ในระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะพูดยังไง ลี ฮายูล ก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อน
"คุณช่วยพวกเราทำไม?"
เธอถามโพล่งออกมา ผมมองสบตาเธอและเห็นแต่ความไม่ไว้ใจเต็มไปหมด อย่างที่ในการ์ตูนบอกไว้จริงๆ เธอไม่มีใครให้พึ่งพานอกจากน้องชาย
ผมเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดออกมา
"ฉันเคยมีน้องชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเธอ"
เธอขมวดคิ้วให้กับเรื่องราวที่ไม่คาดคิด
ผมพูดต่อ...
ฉันเคยมีน้องชาย แต่เขาถูกวายร้ายฆ่าตาย
ครั้งนี้ฉันตามรอยคนที่ขโมยกระเป๋าเงินฉันมาจนเจอพวกเธอ
พอเห็นพวกอันธพาลกำลังทำร้ายพวกเธอ ฉันเลยนึกถึงน้องชายที่ตายไปในสถานการณ์คล้ายๆ กัน ฉันก็เลยพุ่งเข้าไปช่วย
พูดไปผมก็แอบกลั้นหายใจไป...
บอกไว้ก่อนนะ ทั้งหมดนี่โกหกทั้งเพครับ! ผมไม่มีน้องชายที่ไหนทั้งนั้น
แต่เพื่อจะทำลายกำแพงในใจของเธอ ผมจำเป็นต้องสร้างเรื่องขึ้นมา
"ลี ฮายูล, ลี ชายุน... ฉันสืบประวัติพวกเธอระหว่างที่พวกเธออาบน้ำแล้วนะ ลี ฮายูล เธอฆ่าผู้อำนวยการสถานรับเลี้ยงเด็กแล้วหนีออกมาใช่ไหม?"
เธอสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินคำนั้น
ใช่ ผมรู้ว่าเธอต้องตกใจ
"ก็นะ ฉันไม่ได้จะตำหนิเธอหรอก ยัยผู้อำนวยการนั่นก็เป็นผู้หญิงเสียสติคนหนึ่ง ฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำร้ายพวกเธอขนาดนั้นด้วย"
ผมต้องแกล้งทำเป็น 'ไม่รู้' ว่าเธอมีพลังฮีลขั้นเทพ
ถ้าเธอรู้ว่าผมช่วยเธอเพราะหวังผลประโยชน์จากพลังนั่น ด้วยนิสัยของเธอ เธอไม่มีทางยอมอยู่ด้วยแน่ๆ
ผมเริ่มปรับโทนเสียงให้ดูอบอุ่นขึ้นแล้วมองไปที่พวกเขา
"ฉันช่วยพวกเธอได้"
"ด้วยพลังของฉัน ฉันสามารถสร้างหลักฐานปลอมให้เหมือนว่าพวกเธอแค่หนีออกมาเฉยๆ ได้ เธอไม่ได้ฆ่าใครหรอก แค่หนีออกมาเมื่อมีโอกาสเท่านั้น ฉันมีอิทธิพลพอที่จะทำเรื่องแบบนั้น"
"และฉันจะให้ที่อยู่กับเงินแก่พวกเธอ พวกเธอได้เรียนหนังสือไหม? ฉันจะส่งให้เรียนด้วย"
"พวกเธอแค่ใช้ชีวิตเล่นสนุกไปวันๆ ก็พอ"
"ฉันจะซัพพอร์ตพวกเธอเอง"
ผมยื่นข้อเสนอที่แสนใจดีให้ทันที
ตอนนี้คนน้อง (ชายุน) แทบจะกระโดดไชโยโห่ร้องให้พี่แมงโกสติกของเขาแล้ว...
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ความคิดของลี ฮายูล สำคัญกว่า
และเป็นไปตามคาด เธอยังคงมองผมด้วยสายตาเคลือบแคลง
"...ทำไมคุณถึงยอมทำเพื่อเราขนาดนี้? เราเพิ่งเจอกันวันนี้ครั้งแรกนะ มันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด"
เธอถามสวนกลับมาอย่างไม่ลดละ
แต่สวนทางกับน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ร่างกายของเธอกลับสั่นเทาเล็กน้อย ก็นะ มันคงไม่ง่ายหรอกที่จะพูดแบบนั้นต่อหน้าคนที่เพิ่งฆ่าคนโชว์ด้วยการสะบัดมือ
ผมยิ้มเศร้าๆ ให้เธอ (แกล้งทำน่ะ)
"ฉันบอกไปแล้วไง... เห็นพวกเธอแล้วฉันนึกถึงน้องชาย"
"คิดซะว่าเธอถูกลอตเตอรี่ที่บังเอิญเก็บได้จากข้างทางก็แล้วกัน"
ถึงผมจะพูดแบบนั้น เธอก็ยังไม่เลิกสงสัย แต่เธอก็ยอมเดินออกไปเมื่อผมบอกให้ไปพักผ่อน
ซูบินมารับทั้งสองคนไปที่ห้องว่างและจัดที่หลับที่นอนให้
ซูบินดูแลเด็กได้ดีกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก ทั้งทำอาหาร ทำความสะอาด และเอาใจใส่เด็กๆ ดูยังไงเธอก็คือมือโปรด้านงานแม่บ้านชัดๆ
เอาล่ะ หลังจากจัดการส่งพวกเด็กๆ เข้านอนได้สำเร็จ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่
"ที่นี่แหละที่พวกเธอจะอยู่"
เช้าวันต่อมา สองพี่น้องเดินตามผมออกมาและอ้าปากค้าง
เมื่อเช้าเรากินมื้อเช้าที่แสนอึดอัดด้วยกัน จากนั้นผมก็บอกให้พวกเขาตามมา เราขึ้นมาจากฐานลับและเดินออกจากบ้านธรรมดาๆ หลังหนึ่ง
แต่ที่นี่คือที่ที่ผมย้ายมาด้วยเครื่องเทเลพอร์ตสุดไฮเทค
มันคือคฤหาสน์ 3 ชั้นที่ใหญ่โตราวกับวัง ตั้งอยู่ในหุบเขาลึกที่ไม่มีใครเข้าถึง
"นี่... นี่มัน..."
ลี ฮายูล ที่เคยระแวงผมเมื่อวาน ตอนนี้ตาโตและจ้องมองผมด้วยความไม่อยากจะเชื่อในความอลังการของมัน
"แน่นอนว่าพวกเธอไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว พวกเราทุกคนก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน ฉันอยู่ชั้นสาม ส่วนพวกเธอสองคน ฉันยกห้องชั้นสองให้สองห้องเลย อยู่กันตามสบายนะ"
ผมยิ้มให้ ในขณะที่พวกเขายังอ้าปากค้างไม่หุบ
"ฉันบอกแล้วใช่ไหม? ว่าฉันมีเงินเยอะ"
โชว์รวยไปหนึ่งแมตช์..
สรุปคือพวกเราย้ายเข้าไปข้างใน ผมแนะนำห้องต่างๆ ให้พวกเขา ห้องพักสองห้องที่มีตู้เย็นและเตียงนอนครบครัน ทุกอย่างถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างดี
ผมพยายามดันพวกเด็กๆ ที่ยังดูเกร็งๆ ให้เข้าไปในห้อง พวกเขาก็เริ่มปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณเด็ก ผมบอกพวกเขาว่าจัดการเรื่องต่างๆ ให้หมดแล้ว และสัปดาห์หน้าพวกเขาสามารถเริ่มไปโรงเรียนได้เลย ทำเอาทั้งสองคนถึงกับอึ้งกิมกี่
เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ลี ฮายูล ดูจะลดความประหม่าลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนคนน้องเราสนิทกันเร็วมากเพราะผมยอมตอบคำถามทุกอย่างที่เขาอยากรู้ เขาปลื้มผมจริงๆ แฮะ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นสมาชิกสมาพันธ์แมงโกตัวจริงเสียงจริง...
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ผมคงจะดึงตัวลี ฮายูล มาเข้าพวกได้สำเร็จใช่ไหมนะ? ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่ยอมบอกเรื่องพลังของตัวเองก็เถอะ แต่ถ้าวันหนึ่งผมพลาดท่าปางตายขึ้นมา เธอคงไม่นิ่งดูดายและช่วยผมด้วยพลังฮีลของเธอแน่ๆ
ฟู่วว... ก็นะ ตอนที่พวกอันธพาลบุกเข้าไปตอนแรกผมคิดว่าแผนพังซะแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะไปได้สวย ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ
เฮ้อ หมดแรงแฮะ
แต่เดี๋ยวนะ เหมือนผมจะลืมอะไรบางอย่างไป...
อะไรนะ?
[หัวข้อ] อีโกสติกยังไม่ตายใช่ไหม?
คือมันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ นี่มันเกือบ 4 เดือนแล้วนะ เขาหายไปไหน? กลับมาเถอะ กลับมา กลับมา กลับมา
= ความคิดเห็น =
[อีโกสติกหายไป 4 เดือนแล้ว ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ในช่วง 4 เดือนที่หนาวเหน็บที่สุดในโลก]
[120 วันแล้วที่เขาไม่ปรากฏตัว? มันเป็นไปไม่ได้หรอก เดี๋ยวก็โผล่หัวมาสักวันหนึ่งแหละ]
[เชี้ย หรืออีโกสติกจะเกษียณไปแล้วจริงๆ?]
ㄴ [บ้าน่า!]
ㄴ [ไม่มีทางหรอก ไอ้เวร]
ㄴ [แต่การที่วายร้ายเลิกก่อเรื่องมันก็ดีไม่ใช่เหรอ? ทำไมพวกแกต้องเศร้าที่วายร้ายไม่มาถล่มเมืองด้วยเนี่ย?]
ㄴ [?]
ㄴ [?]
ㄴ [กำลังตรวจสอบ...]
ㄴ [แกมันพวกแฟนคลับสตาร์ดัสใช่ไหม?]
ㄴ [ไอ้พวกติ่งสตาร์ดัสเอ๊ย]
"ฮารุ ทำไมเธอเคาะแก้วน้ำรัวขนาดนั้นล่ะ? ช่วงนี้เธอดูรุกลี้รุกลนนะ"
"อ๊ะ... ขอโทษค่ะ"
ภายในคาเฟ่แห่งหนึ่ง
สตาร์ดัส หรือ ชิน ฮารุ หยุดเคาะแก้วน้ำโดยที่เธอไม่รู้ตัว
เกือบสี่เดือนแล้วที่ไอ้อีโกสติกนั่นเงียบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
สตาร์ดัสเริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทีละนิด ในขณะที่เธอเฝ้ารอด้วยความตั้งใจที่จะกระชากหน้ากาก เปิดเผยความลับ และแผนการของเขาออกมาให้ได้...
แต่ประเด็นคือ ไอ้หมอนั่นต้องโผล่ออกมาสิเธอถึงจะสืบอะไรได้!
‘ปกติ... มันถึงเวลาที่เขาควรจะโผล่มาได้แล้วนี่นา...’
วันนี้เธอก็ยังคงต้องใช้เวลาในแต่ละวันที่แสนไร้ความหมาย เพื่อเฝ้ารอวายร้ายที่ยังไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเสียที