แค่ซื้อขาหมู ก็ดันเจอนักแสดงรุ่นเก๋าเข้าให้
เขาเปิดฝาหม้อขาหมู กลิ่นหอมกลมกล่อมของเนื้อ กลิ่นหอมสดชื่นของพริกไทยเสฉวนเขียว กลิ่นเผ็ดร้อนของพริก กลิ่นหอมชาของพริกฮวาเจียว และกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลกรวด กลิ่นหอมหลายชนิดผสมผสานเข้าด้วยกัน ลอยฟุ้งขึ้นมาพร้อมกับไอน้ำที่ค่อยๆ กระจายออกไป
จากที่ไกลๆ มีเสียงกระดิ่งใสๆ ของจักรยานสาธารณะดังมา ยิ่งเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมก็ยิ่งเข้มข้น
ในขณะเดียวกัน บนเก้าอี้พับก็มีคนนั่งเต็มไปหมด กำลังกินขาหมูจนปากมันเยิ้ม ไขมันที่ชุ่มฉ่ำไหลออกมาจากมุมปากของพวกเขา หยดน้ำมันก็เป็นประกายระยิบระยับ หน้าร้าน ยังมีคุณตาและยามกำลังต่อคิวอยู่
เมื่อเห็นภาพนี้ ได้กลิ่นหอมแบบนี้ ใครเลยจะเดินต่อไปไหว?!
ผู้คนต่างจับกลุ่มกันสองสามคน แล้วเดินเข้ามาต่อคิวอย่างเงียบๆ
“เถ้าแก่ ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่หรอก เอาแค่พอเป็นพิธี ตักรสชาติดั้งเดิมให้ผมสองชิ้นก็พอ”
“ฉันตอนนี้กินหนึ่งชิ้น เย็นๆ กินอีกสองชิ้น ดึกๆ อีกหนึ่ง…พรุ่งนี้เช้าไม่ค่อยมีอะไรน่ากิน กินอีกหนึ่งก็พอ เถ้าแก่ เอารสหม่าล่าสองชิ้น กับรสพริกไทยเสฉวนเขียวสามชิ้นเลย!”
“……”
มีคนในแถวเริ่มคำนวณกันแล้ว
ในตอนนี้ โจว ซูเจิน ที่อยู่ใต้ร่มไม้ ในปากของเธอกำลังอมขาหมูรสชาติดั้งเดิมชิ้นสุดท้ายที่เด้งดึ๋งอยู่ ไม่ยอมกลืนลงไป เมื่อได้ยินคนข้างๆ ที่ต่อคิวอยู่เอ่ยปากทีก็สั่งขาหมูหลายชิ้น ใบหน้าแก่ๆ ของเธอก็ถึงกับงง
คนพวกนี้เป็นอะไรกัน? อายุยังน้อยจะกินเยอะขนาดนั้นไปทำไม? ไม่เหมือนคนแก่อย่างพวกเราที่ต้องเสริมคอลลาเจน บำรุงข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูก
เมื่อเห็นว่ามีคนทยอยเดินมาที่ร้านขาหมูของ ซูเฉิน เรื่อยๆ ในใจของ โจว ซูเจิน ก็ร้อนรนขึ้นมา ตอนนี้ถ้าเธออยากจะซื้ออีก ก็ทำได้แค่ไปต่อคิวเท่านั้น
ก็ได้แต่รีบกินขาหมูในปากให้หมดอย่างรวดเร็ว จากนั้น ก็เอี้ยวตัว กระชับร่มกันแดดในมือ แล้วแหวกคนที่ขวางทางอยู่ข้างหน้าไม่หยุด
“ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย!”
ด้วยลีลาที่ดุร้ายราวกับแม่เสือของ โจว ซูเจิน ในที่สุดเธอก็สามารถแซงหน้าเด็กสาวสองสามคนไปยืนต่อคิวได้สำเร็จ
เธอยิ้มอย่างมีชัย ‘หึๆ’ ความเร็วในการต่อคิวรับไข่ไก่ฟรีหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตตลอดหลายปีมานี้ …ไม่ได้มาเล่นๆ นะจ๊ะ~
เมื่อมองดูแถวที่ค่อยๆ ขยับไปข้างหน้า มองดูพวกเขาถือขาหมูจากไปอย่างพึงพอใจ ในใจของ โจว ซูเจิน ก็ยิ่งคาดหวังให้ถึงคิวของตัวเองเร็วๆ
ในตอนนี้ คนที่ต่อคิวอยู่ข้างหน้าเธอยังคงบ่นพึมพำ
“ตายละ…พวกแรกๆ ซื้อทีละเยอะๆ เดี๋ยวพอถึงคิวเราจะไม่หมดก่อนเหรอ?”
“ใช่สิ ซื้อไปทำไมเยอะแยะ!”
เมื่อเห็นว่ามีคนเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี โจว ซูเจิน ก็เห็นด้วยในใจอย่างเงียบๆ การแย่งชิงของก็เป็นแบบนี้แหละ ตัวเองจะแย่งมาเท่าไหร่ก็ได้ แต่พอเห็นคนอื่นเริ่มแย่งบ้างก็ร้อนใจ
เธอเขย่งปลายเท้าไม่หยุด พยายามชะเง้อมองไปข้างหน้า …แย่แล้ว แย่แล้ว ครั้งนี้ลูกสะใภ้ฉันจะอดกินไหมเนี่ย?
โจว ซูเจิน บ่นพึมพำในใจไม่หยุด หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่สามารถสงบลงได้เลย
ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่ ซูเฉิน กำลังชั่งน้ำหนัก เขาก็เงยหน้าขึ้นมองแถว แล้วพูดเสียงดังว่า:
“ท่านที่อยู่ด้านหลังไม่ต้องต่อแล้วนะครับ ขาหมูเหลือแค่ 5 ชิ้นสุดท้ายแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงไล่แขก คนที่ต่อคิวอยู่ นอกจากคนที่เพิ่งมาถึง คนอื่นๆ ก็ยังไม่ยอมตัดใจ ยังไม่ได้กินขาหมูเลย จะยอมจากไปได้ยังไง?! เผื่อว่าคนข้างหน้าเอาแค่คนละชิ้นล่ะ แบบนั้นตัวเองก็ยังมีหวังน่ะสิ
ชั่วขณะหนึ่ง แถวจึงแทบไม่ขยับเลย ทุกคนต่างก็มีความหวังลมๆ แล้งๆ อยู่ในใจ
ทว่า… ไม่คิดเลยว่าชายร่างใหญ่หัวล้านที่อยู่หน้าสุดของแถว จะไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งไปเลยห้าชิ้น
ซื้อไปหมดเลยเหรอ???
เมื่อข่าวร้ายมาถึง ลูกค้าที่อยู่ข้างหลังทั้งแถวยืนช็อก สีหน้าต่างซีดเผือด บางคนถึงกับร้องลั่น ไอ้เด็กเปรต! บางคนสีหน้าเปลี่ยนไป บางคนก็ร้องโหยหวนออกมา
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ชายร่างใหญ่ ในใจเต็มไปด้วยความเจ็บใจ
ทำยังไงดี? อยากพุ่งไปแย่งจริงๆ!
มีบางคนเปลี่ยนแผน กรูกันไปที่เคาน์เตอร์จ่ายของ
“เฮ้ เถ้าแก่ แน่ใจนะว่าไม่มีเหลือแล้ว?”
“ลองเขี่ยๆ ดูสิในหม้อ เผื่อมีซ่อนอยู่สักชิ้น!”
“ใช่ๆๆ ลองควานดูอีกที ทุกมุมในหม้อเลยเถอะ!”
ซูเฉิน ได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก หรือว่าจะให้พวกคุณขึ้นมาควานหากันเองเลยดี?
เขาจึงกระแอม แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า:
“หมดจริงๆ ครับ วันนี้ปิดร้านแล้ว เจอกันพรุ่งนี้นะครับ!”
พูดจบ ซูเฉิน ก็ปิดเตาอย่างคล่องแคล่ว
ในตอนนี้ สายตาของ โจว ซูเจิน ยังคงจับจ้องอยู่ที่ขาหมูหนักอึ้งในมือของชายร่างใหญ่ มองดูเขาเดินกร่างๆ ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ แล้วส่งเสียงดังกระหึ่ม เจตจำนงที่เหลืออยู่ของ โจว ซูเจิน ก็พังทลายลงในทันที
ตอนนี้ เธอมีความคิดที่จะหน้าด้านวิ่งขึ้นไปที่ร้าน กอดขา ซูเฉิน แล้วขอร้องให้เขาขายขาหมูให้เธออีกสักชิ้น
ปวดใจ ปวดใจเหลือเกิน! โจว ซูเจิน ร้องโหยหวนในใจไม่หยุด
บนเก้าอี้ด้านซ้ายมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ กำลังแทะขาหมูราวกับไม่มีใครอยู่ ปากก็เคี้ยวจ๊อบแจ๊บ ข้างๆ ยังมีขาหมูที่ยังไม่เปิดอีกกล่องหนึ่งวางอยู่ เหมือนกำลังอวดของที่ได้มา ทำเอา โจว ซูเจิน ตาร้อนผ่าวไปหมด
อิจฉาชะมัด! นี่มันโชคดีแท้ๆ ยังมีเหลืออีกหนึ่งกล่องที่ยังไม่ได้กิน! หันกลับมามองตัวเอง…แก่แล้วแท้ๆ ยังจะมาตะกละอยากกินอีก คราวนี้กลับบ้านไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ย?!
โจว ซูเจิน อยากจะตบปากตัวเองสักฉาดจริงๆ! ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย เธอเดินเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแฉ่ง แล้วตีสนิท
“โอ๊ย หนูเอ๊ย ดูหนูสิ มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นคนสวยใจดี”
“ป้าขอบอกตรงๆ เลยนะจ๊ะ ลูกสะใภ้ป้ากำลังท้องอยู่ กำลังอยากกินขาหมูเนี่ย ถ้าป้าซื้อกลับไปไม่ได้ เธอก็ไม่แตะข้าวเลยนะ”
“หนูจะช่วยทำบุญทำทาน ขายขาหมูกล่องนี้ให้ป้าหน่อยได้ไหมจ๊ะ! ไว้พอหนูท้องบ้างวันหน้าก็จะมีคนมาช่วยหนูแบบนี้เหมือนกัน!”
แต่หญิงสาวคนนั้นไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ชายตามองก็ยังไม่มอง
โจว ซูเจิน ไม่ยอมแพ้ หันไปหาอีกคนหนึ่ง
“พ่อหนุ่ม หน้าตาหล่อขนาดนี้ต้องใจบุญแน่ๆ”
“การเป็นแม่สามีอย่างป้านี่มันลำบากนะจ๊ะ ป้าก็แค่อยากได้ให้ลูกสะใภ้สักกล่องเท่านั้นเอง”
“ถ้าเธอให้ป้านะ ป้าช่วยหาคู่ให้นะเอ้า!”
ชายหนุ่มหน้าแดงแล้วยิ้ม แต่ก็ยังไม่ตกลง
หลังจากพยายามอยู่พักหนึ่ง ก็ทำเอาคุณนายโจวถึงกับเซ็งสุดขีด นี่มันคนประเภทไหนกัน ไม่มีใครมีน้ำใจเลยรึไง!
ดูท่าจะต้องใช้ไม้ตายเสียแล้ว…
วินาทีต่อมา โจว ซูเจิน ก็เอนตัวพิงโต๊ะอีกตัวหนึ่งอย่างแรง จากนั้น ก็ดึงทิชชู่ออกจากกล่อง แล้วก็เริ่มการแสดงด้วยการร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง
“โอ๊ย ทำไมชีวิตชั้นมันถึงได้ลำบากอย่างนี้นะ!”
ตอนแรกๆ โจว ซูเจิน ก็แค่ร้องคร่ำครวญ แต่เพราะเป็นนักแสดงรุ่นเก๋า น้ำตาก็ไหลพรากออกมาราวกับสั่งได้ดั่งใจทันที พอเห็นทุกคนหันมาสนใจ เธอก็เริ่มร่ายบทเศร้าเต็มอารมณ์
“ผัวป้าป่วยโรคกระเพาะ หมอบอกอาการไม่ค่อยจะดี ต้องผ่าตัดด่วน อาจไม่มีโอกาสได้กินอะไรดีๆ อีกแล้ว”
“แต่เขาก็ยังละเมออยากกินขาหมูสักครั้ง… ถ้าป้าซื้อกลับไปให้ไม่ได้ ป้าจะทำใจได้ยังไงล่ะ แล้ว…แล้วจะมีหน้าไปสู้เขาได้อย่างไรกัน ฮืออออ…”
โจว ซูเจิน ร้องไห้ฟูมฟาย เสียใจแทบขาดใจ ทั้งกระทืบเท้า ทั้งทุบหน้าอก สมบทบาทสุดๆ…