สงสัยอย่างมีเหตุผลว่า ตัวเองหลงเข้ามาในรังโจรเข้าแล้ว!

มุมปากของ อาจารย์เฉิน มีประกายน้ำมันวาววับ เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ก้มหน้ามองดูบนแผงลอย พบว่าไม่ได้พกกระดาษทิชชู่มาด้วย จึงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ใช้แขนเสื้อชุดนักพรตที่กว้างขวางเช็ดปากไปลวกๆ

ปลายแขนเสื้อของชุดนักพรตเปื้อนคราบน้ำมันและน้ำจากเนื้อเป็นจุดๆ ทันที ความรู้สึกสง่างามที่เคยมีก็หายไปจนหมดสิ้นในพริบตา

หวังเสวี่ย ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม มองจนอ้าปากค้าง รู้สึกเพียงว่าตอนนี้เหมือนมีฝูงอีกาทั้งฝูงบินผ่านหัวเธอไปพร้อมกับเสียงร้อง กา กา~

นี่มันตัวตลกหรือปรมาจารย์ลัทธิเต๋ากันแน่? ดูซกมกแบบนี้จะน่าเชื่อถือได้ยังไง!

หวังเสวี่ย หันหลังเตรียมจะเดินจากไป ในวินาทีที่เธอก้าวขา อาจารย์เฉิน ก็วางโร่วเจียหมัวในมือลง แล้วยื่นมือออกไปร้องเรียก:

“แม่หนู อย่าเพิ่งไป!”

อาจารย์เฉิน หรี่ตาลง พิจารณา หวังเสวี่ย อย่างละเอียด เมื่อเห็นดวงตาของเธอที่บวมเป่งเหมือนลูกวอลนัทจากการร้องไห้ และถุงใต้ตาที่น่ากลัวนั่น ในใจก็มีแผนการขึ้นมาทันที

“แม่หนู อิ้นถัง(1)ของเจ้าหมองคล้ำ ย่อมต้องมีเรื่องเศร้ารุมเร้า…”

“หากข้าดูไม่ผิด เจ้าคงมาเพราะปัญหาความรักสินะ”

หวังเสวี่ย ได้ยินดังนั้น ฝีเท้าก็หยุดลงโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าปรากฏสีหน้าที่ประหลาดใจ เธอก็เพิ่งจะทะเลาะกับแฟนมานี่นา ไม่คิดเลยว่าตาเฒ่าคนนี้ดูเหมือนจะไม่น่าเชื่อถือ แต่คำพูดกลับแม่นยำไม่มีผิดเพี้ยน

ระหว่างที่เธอกำลังคิดอยู่ อาจารย์เฉิน ก็พูดต่อ:

“และเมื่อดูจากโหงวเฮ้งของเจ้า ข้าเห็นชัดว่าเจ้ากับคนรักมีความขัดแย้งเมื่อไม่นานนี้ นี่คือสัญญาณว่ากงล้อแห่งโชคชะตาติดขัดเล็กน้อย หากไม่รีบแก้ไข อาจสร้างปัญหามากมายในชีวิตเจ้า”

หวังเสวี่ย ยิ่งฟังก็ยิ่งตกใจ ตัวเองยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ! ตาเฒ่าคนนี้... ไม่สิ อาจารย์ท่านนี้ หรือว่าจะมีความสามารถจริงๆ? ถึงแม้ตอนกินของจะดูตะกละตะกลามไปหน่อย แต่ก็มีความสามารถจริงๆ อยู่กับตัว

อาจารย์เฉิน เห็นสีหน้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปของเธอ ก็หัวเราะเบาๆ ไม่รีบร้อน ส่วนที่เขาเดาได้นั้น ก็เป็นเพราะเห็นรอยสตรอว์เบอร์รีที่คอของ หวังเสวี่ย มองผ่านแว่นกันแดด สียังออกดำออกม่วงเลย เด็กสาวสมัยนี้ก็แบบนี้แหละ ใจร้อน ตอนนี้ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรขนาดนี้ ก็ต้องทะเลาะกันมาน่ะสิ? หรือไม่จริง?!

ในฐานะอาจารย์ทำนายดวงชะตา ไม่เพียงแต่ต้องมีทักษะการสังเกตที่เฉียบแหลม ตรรกะการอนุมานและจิตวิทยาก็ต้องรู้บ้างเล็กน้อย ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ฝ่ายตรงข้ามน่ะร้อนใจกว่าตัวเองเยอะ

เป็นไปตามคาด ภายใต้สายตาที่ใจเย็นของ อาจารย์เฉิน หวังเสวี่ย ก็ลนลานขึ้นมาทันที เธอประสานมือเข้าด้วยกัน ถามอย่างร้อนรน

“ท่านอาจารย์ แล้ว…หนูควรแก้ไขยังไงดีคะ?”

สิ้นเสียง ก็เห็น อาจารย์เฉิน เอียงตัวเล็กน้อย มองไปยังป้ายบนแผงลอย ‘ทำนายดวงชะตาไขข้อข้องใจ ครั้งละ 200’

หวังเสวี่ย เข้าใจในทันที เงินสองร้อยหยวนสำหรับนักศึกษาอย่างเธอ ถือว่าไม่น้อยเลยจริงๆ แต่แล้วมันจะทำไมล่ะ? อยู่ในวัยที่พร้อมจะอุทิศตนเพื่อความรัก อย่าว่าแต่สองร้อยเลย ต่อให้สองพันก็ต้องกัดฟันจ่าย

เมื่อเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีสองร้อยหยวนดังขึ้น อาจารย์เฉิน ก็หรี่ตาลง แล้วเอ่ยปากอย่างช้าๆ

“แม่หนู เส้นทางแห่งความรักย่อมเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่เจ้ามีใจศรัทธาถึงเพียงนี้ เช่นนั้น อาจารย์ผู้นี้ก็จะชี้แนะให้เจ้าสักเล็กน้อย”

“เจ้าจงดู เบื้องทิศบูรพานั้น เป็นทิศที่พลังมงคลสีม่วงมาเยือน บางสิ่งกำลังรอเจ้าอยู่ ไปที่แห่งนั้นอาจจะมีจุดเปลี่ยนแห่งความรักของเจ้าอยู่”

หวังเสวี่ย ฟังแล้วก็งงงัน นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!

“ทิศตะวันออก? ท่านอาจารย์คะ แล้วทิศตะวันออกนี่ต้องไปทำอะไรที่นั่นคะ?”

อาจารย์เฉิน ยิ้มอย่างลึกลับ ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วส่ายไปมา ตอบอย่างเนิบนาบ:

“ความลับสวรรค์มิอาจเปิดเผยได้ เจ้าลองไปด้วยใจจริง แล้วจะพบเอง แต่จงจำไว้ว่า จิตใจที่แน่วแน่ย่อมสมปรารถนา อย่าได้ล้มเลิกกลางคัน”

หวังเสวี่ย ยืนตะลึงอยู่กับที่ ใบหน้างงงวย นี่มันจะลึกลับเกินไปแล้ว! หรือว่าฉันจะโดนหลอกเข้าแล้ว? แต่ได้ยินมาว่า เงินค่าดูดวงก็มีกฎของมันอยู่ ถ้าขอคืนจะส่งผลร้ายต่อตัวเอง

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เอ่ยปากอย่างจนใจ

“ก็ได้ค่ะท่านอาจารย์ งั้นฉันจะไปดูทางทิศตะวันออกดูค่ะ หวังว่าจะเป็นอย่างที่ท่านว่านะคะ”

………………………

โร่วเจียหมัวสุดหรูหนึ่งชิ้นลงท้องไปแล้ว ซูเฉิน ยังรู้สึกว่าไม่สะใจพอ ของแบบนี้นะ หอมฟุ้งไปเลย! …ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมถึงมีคนทนต่อความอร่อยแล้วไม่ซื้อได้?!

ยังเหลือโร่วเจียหมัวอีกสองชิ้น เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่รอลูกค้าแล้ว ตัวเองซัดอีกสักชิ้นเป็นการคารวะ

ซูเฉิน เปิดฝา คีบเนื้อมาชิ้นหนึ่งแล้วสับให้ละเอียด ยัดเข้าไปในหมัว

ในตอนนั้นเอง “หอมจังเลย! เถ้าแก่คะ ขอโร่วเจียหมัวหนึ่งชิ้นคะ!” หวังเสวี่ย ถูกกลิ่นเนื้อหอมเข้มข้นนี้ดึงดูดเข้ามาโดยตรง

วินาทีต่อมา เธอกวาดตามองตัวเลขบนป้าย แล้วก็แทบช็อก

“หา?! เจ้าแป้งนี่ชิ้นละ…ห้าสิบหยวนเลยเหรอ?!”

เมื่อกี้หมอดูแค่พูดคำว่า ‘ทิศตะวันออก’ สองคำ ก็เก็บเงินเธอไปสองร้อยหยวนแล้ว ตอนนี้ดีเลย มาเจอหมัวชิ้นละห้าสิบหยวนอีก เธอแทบจะเชื่อแล้วว่า ตัวเองหลงเข้ามาในรังโจรจริงๆ!

ซูเฉิน ดูเหมือนจะเตรียมใจไว้แล้ว กัดโร่วเจียหมัวไปคำหนึ่ง แล้วพยักหน้า

ดวงตาของ หวังเสวี่ย เบิกกว้าง ที่แท้ก็ไม่คิดจะแสร้งทำเลยสินะ เถ้าแก่คนนี้ใจแข็งจริงๆ!

“เถ้าแก่ ขายแพงขนาดนี้ คุณยัดหมูเข้าไปทั้งตัวเลยรึเปล่าคะ?”

“วัตถุดิบที่ผมใช้ล้วนเป็นของชั้นเลิศ ปริมาณก็เยอะมาก ราคาสูงหน่อยก็เป็นเรื่องปกติครับ”

“คุณดูที่อยู่ในมือผมสิ มือเดียวยังถือไม่ไหวเลย”

ซูเฉิน อธิบายไปสองสามประโยค ก็ตั้งใจกินโร่วเจียหมัวในมือต่อ

“งะ-งั้นเอาชิ้นหนึ่งคะ!”

ไม่ใช่เพราะอะไรเลย แต่เพราะไม่ได้กินอะไรมาทั้งคืน หวังเสวี่ย หิวจริงๆ บวกกับร้านขายของกินเล่นแถวนี้ ก็มีแค่ร้านของเขาที่หอมที่สุด

‘กร๊อบ!’ คำแรกที่กัดเข้าไป ดวงตาของ หวังเสวี่ย ก็เบิกโพลงทันที

เปลือกหมัวนี่ไม่แข็งเลย กรอบนอกนุ่มใน แถมยังมีความเหนียวในระดับหนึ่ง ไม่ได้กัดแล้วแตกเป็นผง เนื้อในก็นุ่มอร่อย มีความฟูและอ่อนนุ่มหลังจากการหมัก น้ำล่าจือที่แสนอร่อยแทรกซึมเข้าไปในเนื้อหมัว กลิ่นหอมของหมัวกับความกรอบของเนื้อ สามารถกระตุ้นต่อมรับรสได้ทุกส่วน

อื้มๆๆ อร่อยเกินไปแล้ว ประทับใจสุดๆ!

อร่อยจนวิญญาณแทบจะลอยขึ้นไปบนฟ้า แล้วกระพือปีกเล็กๆ เลยทีเดียว ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตาเฒ่าหมอดูก่อนหน้านี้จะอยากกินจนทำท่าทางน่าเกลียดขนาดนั้น ตัวเธอเองก็ไม่เคยได้กินของดีๆ แบบนี้เหมือนกัน!

ไม่รอช้า หวังเสวี่ย รีบสั่งเพิ่มทันที “เถ้าแก่ ขออีกสองชิ้นคะ!” แป้งใหญ่ขนาดนี้ อาหาว กินชิ้นหนึ่งก็น่าจะพอแล้ว!

“รอสักครู่นะครับ แป้งต้องอบอีกสามนาที”

หวังเสวี่ย มือกินแป้ง อีกมือก็รีบจ่ายเงิน วันนี้ใช้เงินไปทีเดียวสามร้อยห้าสิบหยวน เดี๋ยวค่อยไปขอ ‘เสด็จพ่อ’ ที่บ้านสนับสนุน ‘กระสุน’ เพิ่มหน่อย

“น้องชาย ขอโร่วเจียหมัวอีกสี่ชิ้นนะ สองร้อยหยวนสแกนไปแล้ว”

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ หวังเสวี่ย ก็เงยหน้าขึ้นมาจากโร่วเจียหมัว ดีเลย! ตาเฒ่าคนนี้นี่มันใจป้ำจริงๆ! ที่แท้ เอาเงินของฉันไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแบบนี้ไม่เสียดายเลยสินะ!

…………………………

มาทีเดียวอีกหกออเดอร์ ซูเฉิน เลยเปิดฝาถังเก็บความร้อนออกโดยตรง กลิ่นหอมผสมผสานที่เข้มข้นจนยั่วน้ำลายก็พวยพุ่งออกมา แผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทางอย่างเกรี้ยกราว

นักแสวงบุญหลายคนก็ได้กลิ่นนี้เช่นกัน ในเมื่อยังไม่เปิดประตู มีนักแสวงบุญโยนกระเป๋าลงบนพื้นเพื่อจองที่ ตัวเองก็เดินไปยังร้านของ ซูเฉิน

มีบัณฑิตเฒ่าคนหนึ่งที่กำลังต่อคิวอยู่ เห็นคนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ วิ่งไปกินโร่วเจียหมัว ก็รีบตะโกนเสียงดัง

“นี่พวกท่านมาไหว้พระ ไม่รู้จักกฎเกณฑ์เลยรึไง?”

“ก่อนไหว้พระห้ามกินเนื้อสัตว์ห้ามแตะต้องของมัน ทำไมถึงมากินเนื้อตรงหน้าวัดได้เล่า! กินแล้วค่อยเข้าไปถือว่าผิดข้อห้ามนะ!”

………………………….

(1)[อิ้นถัง (印堂) – เป็นจุดที่อยู่ระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง ในศาสตร์โหงวเฮ้งของจีนถือเป็นจุดสำคัญที่บ่งบอกถึงโชคชะตาและสุขภาพ]

ตอนก่อน

จบบทที่ สงสัยอย่างมีเหตุผลว่า ตัวเองหลงเข้ามาในรังโจรเข้าแล้ว!

ตอนถัดไป