บทที่ 5 ศาลเจ้าเล็กแต่ลมปีศาจแรง สระตื้นแต่เต่าเยอะ

บทที่ 5 ศาลเจ้าเล็กแต่ลมปีศาจแรง สระตื้นแต่เต่าเยอะ
เมื่อหวนนึกถึงสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ 18 บริษัทซึ่งถูกเขาทำเจ๊งต้องเผชิญ เจียงหยวนที่เดิมทีขี้ขลาดตาขาว กลับรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยถึงขั้นคันไม้คันมืออยากลองของขึ้นมา
แน่นอนว่าความตื่นเต้นนั้นอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเขามีทางหนีทีไล่
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็แค่เลิกเล่นเกมไปซะ จากทิศทางการมุ่งหน้าของมินิบอส ทั้ง 2 ตัว คาดว่าต่อให้ซ่อนในกระท่อมฟาง ก็คงไม่พ้นถูกเจอ ไหนๆ ก็ต้องปะทะกันอยู่แล้ว จะยอมทิ้งชีวิตเพียงเพื่อนิ้วทองคำ ที่สมจริงหน่อยและสามารถใช้บั๊ก เอาสินค้าเกษตรออกมาได้งั้นเหรอ
กลับไปหางานทำตามระเบียบดีกว่า ไม่แน่อาจมีบริษัทที่เล็งเห็นอานุภาพของสายลับหายนะทางธุรกิจ แล้วจ้างเขาไปเป็นสายลับด้วยเงินเดือนสูงลิ่วก็ได้
เมื่อตัดสินใจได้และมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เจียงหยวนก็นอนลงบนเตียง เพียงแค่กำหนดจิตเขาก็เข้าสู่เกมอีกครั้ง
แทบจะในทันทีที่เข้ามา เขาเอากระบองไม้พุทรา ในมือจิ้มลงพื้น ปล่อยสายตาให้ว่างเปล่าแล้วใช้ไม้เคาะพื้นเบาๆ งัดทักษะการแสดงระดับมืออาชีพสมัยอยู่ชมรมละครเวทีตอนเรียนมหาวิทยาลัยออกมา แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรเลย หันหลังแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปในป่าทึบ
ในขณะเดียวกันก็คิดในใจว่าถ้าตบตาไม่สำเร็จ อย่างมากก็เสี่ยงดวงฟาดไปสักไม้แล้วออกจากเกม จากนั้นค่อยเข้ามาฟาดอีกไม้ ดูว่าจะสามารถใช้บั๊กหยุดเวลา ได้ไหม
ถ้าใช้บั๊กไม่ได้จริงๆ และตบตาไม่สำเร็จก็คงต้องตัดใจทิ้งมันไป ยังไงก็เอาตัวไปตายง่ายๆ ไม่ได้ ถ้าเหมือนในการ์ตูนที่ตั้งค่าว่าตายในเกมแล้วคืนชีพไม่ได้ แถมยังพาลทำให้โลกความเป็นจริงม่องเท่ง ไปด้วย นั่นไม่จบเห่กันพอดีเหรอ
ตอนนี้หนีก็ไม่ได้ แถมไม่มีวิธีอื่น ลองดูสักตั้งก็ไม่เสียเงินนี่นา!
การแสร้งเป็นคนตาบอดที่มีความบกพร่อง อย่างแรกคือลดแรงอาฆาตจากมนุษย์ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามลดความระมัดระวังลง อย่างที่สองคือสามารถวางอาวุธที่ถนัดมือไว้ในที่แจ้งโดยไม่ก่อให้เกิดความสงสัย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน บทจะลงมือก็หวดไม้ใส่ได้เลยแถมยังชิงจังหวะได้ก่อน
อีกอย่างคือในฐานะมือใหม่ ที่เพิ่งเข้าเกม เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับแดนรกร้างเลยสักนิด ไม่อยากปะทะกับมอนสเตอร์ตรงๆ
อีกฝ่ายต้องการจับกุมคนงานเหมือง แน่นอนว่าต้องเลือกคนหนุ่มฉกรรจ์ที่ร่างกายสมบูรณ์เป็นอันดับแรก พอเห็นว่าเป็นคนตาบอดอาจจะยอมปล่อยเขาไป ไม่เท่ากับรอดตัวหรอกเหรอ
ด้วยความคิดเข้าข้างตัวเอง เขาเดินพลางใช้หางตาแอบสังเกตหนูเพลิง ทั้ง 2 ตัว
“เอ๊ะ ดูเจ้านั่นสิ เป็นคนตาบอด พวกข้าสองพี่น้องหิวอยู่พอดี หึหึหึ...” วินาทีถัดมา หนูเพลิงหมายเลข 1 ที่ชูหางซึ่งทั้งหนาและยาวราวกับแส้เหล็กก็พบเป้าหมาย มันถูอุ้งเท้า ใช้ปลายหางสะกิดเพื่อน เลียริมฝีปากแล้วหัวเราะ “ยังไงเจ้าบอดก็ทำงานอะไรไม่ได้อยู่แล้ว พวกเรากินมันซะเถอะ!”
งานเข้าเวรจับคนงานเหมือง ลำบากไปหน่อยก็จริง แต่ก็คุ้มค่า
เพราะไม่มีการตรวจสอบ นานๆ ทีจะได้เจอพวกแก่ชราเจ็บป่วยพิการที่ใช้งานไม่ได้สักคนสองคนให้จับมากินเล่น รสชาตินั้นช่างวิเศษนัก!
จู่ๆ ในสายตาของเจียงหยวนก็มีแถบความคืบหน้าเด้งขึ้นมา แสดงระดับความอันตรายของปีศาจหนูหมายเลข 1 ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 0 สีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ แผ่กลิ่นอายกดดันออกมา
แย่แล้ว! เขาใจหายวาบและตอบสนองได้ทันที การแสร้งทำเป็นตาบอดช่วยลดแรงอาฆาตได้จริง แต่ก็หมายความว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงาน ไม่ใช่แรงงานชั้นดี และปีศาจ... กินคนใช่ไหม?
จู่ๆ เปลี่ยนสถานะจากคนงานเหมือง กลายเป็นอาหารจานโปรด ระดับความอันตรายของปีศาจหนูจะไม่พุ่งพรวดได้ยังไง!
ทำไงดี? จะออกจากเกมแล้วค่อยคิดแผนรับมือใหม่ดีไหม?
ยังไม่ทันที่เขาจะกดออก หนูหมายเลข 2 ที่แบกโซ่ตรวนไว้บนไหล่ก็ขยับจมูกที่ทั้งแหลมและยาวสองสามที ดวงตาเล็กๆ ที่ฉายแววเจ้าเล่ห์กลอกตามองบน แล้วแค่นเสียงเย็นชา “แค่นี้ก็ตะกละทนไม่ไหวแล้วรึ? วันนี้พวกเรารับผิดชอบจับกุมคนงานเหมือง โชคไม่ดีที่ไม่เจอหมู่บ้านเล็กๆ เลยสักแห่ง เดินวนมาจนป่านนี้กว่าจะเจอพวกมนุษย์สักคน เจ้าลองทายดูสิว่าถ้ากินมันเข้าไปแล้วกลับไปมือเปล่า ราชา จะลงโทษอย่างไร?”
“งะ... งั้นก็พากลับไป?”
“เจ้าโง่! มนุษย์ไม่ได้งอกออกมาจากดินนะ ตรงนี้มีคนตาบอดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านอยู่คนหนึ่ง แสดงว่าแถวนี้ต้องมีหมู่บ้าน พอดีเลยที่มันตาบอดมองไม่เห็นอะไร หลอกถามที่ตั้งหมู่บ้าน พวกแก่ชราเจ็บป่วยพิการเหล่านั้นก็มีให้พวกเราเลือกกินได้ตามใจชอบไม่ใช่รึไง? ที่ออกมาเข้าเวรข้างนอกก็เพื่อรอตักตวงผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ พวกนี้นี่แหละ”
หนูเพลิง ทั้ง 2 ตัวกระซิบกระซาบพลางเดินดุ่มๆ เข้ามา ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายลดลงเรื่อยๆ เจียงหยวนพบว่าปีศาจหนูอีกตัวที่มีระดับความอันตรายต่ำกว่าซุบซิบกับอีกตัวสองสามประโยค ระดับความอันตรายของตัวหลังก็ลดลงเล็กน้อย จิตสังหารไม่รุนแรง วิกฤตคลี่คลายชั่วคราว
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ได้แต่ลอบถอนหายใจโล่งอก พบว่าแผ่นหลังเปียกชุ่มไปหมดแล้ว จึงทำได้เพียงแสร้งมองไม่เห็นต่อไปเพื่อลดความระมัดระวังของอีกฝ่าย
“พ่อหนุ่ม ขอถามหน่อยว่าแถวนี้มีหมู่บ้านบ้างไหม?” หนูยักษ์หมายเลข 2 ใบหน้าดุร้าย บนเขี้ยวแหลมที่เหลืองอ๋อยและยื่นออกมายังมีเศษเนื้อติดอยู่ หางที่เหมือนแส้เหล็กแกว่งไปมาอย่างคล่องแคล่วพร้อมจู่โจมทุกเมื่อ แต่เสียงที่บีบออกมาจากลำคอกลับอ่อนโยนสุดๆ
หากไม่ใช่ว่าเจียงหยวนมองเห็นกับตา คงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนอัธยาศัยดีมาถามทางจริงๆ
“หมู่บ้าน?” เขาลังเล ครุ่นคิดว่าควรจะชี้มั่วๆ สักทิศเพื่อหลอกพวกมันไป แล้วตัวเองจะได้หนีเอาตัวรอดดีไหมนะ?
[ติ๊ดๆๆ! อันตราย! อันตราย!]
เจียงหยวนเพิ่งจะยกแขนขึ้น ทัศนวิสัยทั้งหมดก็กะพริบเป็นสีแดงเลือดที่กดดันถึงขีดสุด เสียงเตือนของระบบดังขึ้นข้างหู ใบหน้าของหนูยักษ์ทั้งสองตัวเผยสีหน้าโลภมากด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด เห็นได้ชัดว่าขอแค่เขาชี้ทางก็เป็นอันจบเห่ทันที!
เขาได้สติขึ้นมาทันที ภารกิจของฝ่ายตรงข้ามคือจับกุมคนงานเหมือง
หากให้ข้อมูลว่ามีหมู่บ้านอยู่แถวนี้แก่พวกมัน ในฐานะ คนตาบอด เขาก็จะกลายเป็นหมากที่ใช้แล้วทิ้ง วิธีเดียวที่จะผ่านพ้นวิกฤตตรงหน้าไปได้คือทำให้พวกมันรู้สึกว่าเขามีประโยชน์ สามารถนำไปเป็นคนงานขุดแร่ได้ มิฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกปีศาจจับกิน!
“แถวนี้น่ะรึ...” เจียงหยวนคิดสะระตะจนเข้าใจถ่องแท้ แล้วหอบหายใจเฮือกใหญ่ก่อนตอบกลับไป “ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย ข้าถูกมหาปุโรหิต เนรเทศมาที่นี่ อย่าว่าแต่หมู่บ้านเลย สองวันนี้พวกท่านทั้งสองเป็นคนเป็นๆ กลุ่มแรกที่ข้าเจอเสียด้วยซ้ำ”
[วิกฤตคลี่คลาย]
สีแดงเลือดและเสียงเตือนหายไป ปีศาจหนูทั้ง 2 ตัวผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด หางที่ชูชันตกลู่ลงไป
“พ่อหนุ่ม ตาเจ้ามองเห็นรึ?” หนูยักษ์หมายเลข 2 โบกกรงเล็บตรงหน้าเขา เมื่อเห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองก็ถามด้วยความสงสัย “แล้วรู้ได้ยังไงว่าพวกข้ามี 2 คน?”
จะบอกว่าไม่กลัวก็คงโกหก อยู่ใกล้แค่อื้อม เขาไม่เพียงมองเห็นใบหน้าดุร้ายของหนูยักษ์ที่สูงเท่าคน แต่ยังได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นสาบเฉพาะตัวของสัตว์ตระกูลหนูอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะดูภาพยนตร์หรือเล่นเกม ก็เห็นปีศาจรูปร่างคล้ายมนุษย์แบบนี้มาไม่น้อย แต่พอมายืนอยู่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่พ่นใส่ร่าง มองเห็นกรงเล็บคมกริบที่พร้อมจะปลิดชีพตนได้ทุกเมื่อกวาดผ่านตรงหน้า ทั้งภาพที่เห็นและจิตใจล้วนได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แต่สู้ก็ไม่ไหวหนีก็ไม่รอด ทางเลือกเดียวคือเข้าร่วมชั่วคราว
“ตาข้าแม้จะมองไม่เห็นแต่หูดีมาก ไม่อย่างนั้นถูกเนรเทศมาในที่รกร้างไร้ผู้คนแบบนี้ คงอดน้ำอดตายไปนานแล้ว” เขาแสร้งทำสายตาเหม่อลอย พยายามไม่มองปีศาจหนูที่น่ากลัว ใช้กระบองไม้พุทรา ในมือเคาะพื้นแล้วตอบว่า “ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกท่าน มี 2 คน”
“ที่แท้ก็ผู้ถูกเนรเทศ” หนูยักษ์หมายเลข 2 คว้ากระบองไม้พุทรา ของเขาไว้อย่างหมดความอดทนเล็กน้อย “วันนี้เจ้าโชคดี ตามพวกข้าไปซะ พอไปถึงที่นั่นก็ทำตัวให้ว่านอนสอนง่ายหน่อย หากเข้าตาท่านราชา มีลาภยศสรรเสริญให้เจ้าเสพสุขถมเถไป ไม่แน่ว่าถ้าท่านราชา อารมณ์ดีอาจประทานเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรให้เจ้า ถึงเวลานั้นถ้าสำเร็จการสร้างรากฐาน ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ เจ้าก็จะกลับมามองเห็นได้”
เจียงหยวนได้ฟังก็คิดในใจว่า เอาล่ะสิ แม้แต่มอนสเตอร์ป่าในเกมยังรู้จักขายฝัน เลย
วิกฤตอยู่ตรงหน้าต้องงัดการแสดงออกมาสู้ เขาแสร้งทำสีหน้าดีใจราวกับได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝัน “ขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยชี้ทาง ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด!”
ปีศาจหนูทั้ง 2 ตัวสบตากันเผยรอยยิ้มเยาะหยัน เจ้าโง่ที่เชื่อทุกอย่างที่ฟังแบบนี้ ไม่ต้องลงแส้และไม่ต้องใช้โซ่ล่าม แค่หลอกล่อไม่กี่คำก็เดินตามมาต้อยๆ ช่างประหยัดแรงดีแท้
เมื่อก่อนเจอพวกมนุษย์ที่ขัดขืนสุดชีวิตก็น่าโมโห ลงมือเบาก็ไม่ได้เรื่อง ลงมือหนักก็พิการหรือตายง่าย พากลับไปก็โดนราชา ด่าเปิง
“เสียดายที่เป็นคนตาบอด หวังว่าวันนี้ท่านราชา จะอารมณ์ดีหรือไม่เจ้าบอดนี่ก็อย่าเป็นตัวถ่วง ส่งงานเสร็จจะได้ไปหาไอ้ตัวที่ดูอ่อนแอแบ่งเนื้อกินสักสองสามคำ...” ปีศาจหนูหมายเลข 2 คิดพลางพาเจียงหยวนเดินอ้อมบึงน้ำแห่งหนึ่งเข้าสู่เหมืองแร่
ได้ยินเสียงสกัดหินดังตึงตังโครมครามสับสนอลหม่านมาแต่ไกล เป็นครั้งคราวจะมีเสียงหวดแส้ คำด่าทอ และเสียงโหยหวนอย่างน่าเวทนาของมนุษย์แทรกเข้ามา
เจียงหยวนเดินตามปีศาจหนูทั้ง 2 ตัวเลี้ยวเข้าไปในหุบเขา ก็เห็นลานหินที่มีแสงไฟสว่างไสว
[เหมืองแร่ที่สามารถผลิตแร่หินวิญญาณดิบ หินดิบสามารถนำไปแปรรูปเป็นหินวิญญาณ ได้ที่โรงหลอม ]
คอนเซปต์ของหินวิญญาณ เขาคุ้นเคยดีที่สุด มันคือสกุลเงินสากลในโลกบำเพ็ญเพียร ดังนั้นคนงานเหมือง ที่พวกปีศาจหนูจับมาก็คือการช่วยพวกมันขุดเงินนั่นเอง!
กวาดสายตามองไปคร่าวๆ มีมนุษย์ประมาณ 40 ถึง 50 คนกำลังสกัดหิน มีทั้งชายหญิงคนแก่เด็กปะปนกันไป น่าจะเป็นหมู่บ้านดวงซวยสักแห่งที่ถูกกวาดต้อนมาแบบยกครัว นอกจากนี้ยังมีปีศาจหนูรูปร่างกำยำดุร้ายระดับกลั่นลมปราณ อีก 7 ถึง 8 ตัว แกว่งหางปะปนอยู่ในฝูงคนทำหน้าที่เป็นผู้คุมงาน
ด้วยประสบการณ์การหางานอันโชกโชนของเจียงหยวน มองปราดเดียวก็ดูออกว่าแก๊งปีศาจหนูพวกนี้เป็นคณะลิเกเฉพาะกิจ ที่ตั้งขึ้นมาชั่วคราว มิน่าล่ะถึงต้องเที่ยวไล่จับคนมาขุดเหมือง ที่แท้ก็เอาคนเป็นๆ มาใช้แล้วทิ้ง
ภายในเหมืองมีค้างคาวโอ๊ก บินส่งเสียงหึ่งๆ เข้ามาลอบดูดเลือดเป็นระยะ พวกคนแก่คนเจ็บไร้เรี่ยวแรงไม่มีเครื่องมือที่ถนัดมือ ไม่มีแรงป้องกันตัวทำได้แค่หลบหลีก ทว่าพวกปีศาจหนูผู้คุมงาน ที่อู้งาน ขี้เกียจไล่ตะเพิดสัตว์ตัวจ้อยที่ไม่มีพิษสงสำหรับพวกมัน แต่กลับใช้หางต่างแส้ฟาดใส่มนุษย์ที่พยายามหลบหลีกการถูกกัดอย่างโหดเหี้ยม ด่าทอว่าพวกเขามัวแต่อู้งาน ไม่ยอมทำงาน
เสียงกรีดร้องที่ได้ยินนอกจากมาจากการถูกเฆี่ยนตีแล้ว ยังมาจากความเจ็บปวดทรมานที่ถูกค้างคาวโอ๊ก กัด คนงานเหมือง ที่เสื้อผ้าขาดวิ่นร่างกายผอมโซจนเห็นกระดูกกลุ่มนี้มองแล้วน่าเวทนา และเขาเองก็กำลังจะเข้าร่วมขบวนการกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้
หากเป็นโลกความเป็นจริงแล้วมาเจอบริษัทเฮงซวยเล็กๆ ประเภทศาลเจ้าเล็กแต่ลมปีศาจแรง สระตื้นแต่เต่าเยอะ แบบนี้ ใช้เวลาไม่ถึง 3 วันเขาก็ทำให้มันเจ๊งได้ แต่ตอนนี้อยู่ในเกมแดนรกร้าง พรสวรรค์ติดตัว จะยังมีผลอยู่ไหมนะ?
เจียงหยวนไม่มั่นใจในตัวเองจึงอดหวั่นใจไม่ได้

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 5 ศาลเจ้าเล็กแต่ลมปีศาจแรง สระตื้นแต่เต่าเยอะ

ตอนถัดไป