บทที่ 6 หากท่านไม่รังเกียจ
บทที่ 6 หากท่านไม่รังเกียจ
“เข้าไปพบท่านราชา จำไว้ว่าให้หูไวตาไวหน่อย ไม่อย่างนั้นเจ้าตายแน่!” ปีศาจหนู หมายเลข 2 ดึงกระบองไม้พุทรา ลากเจียงหยวนเข้าไปที่หน้าถ้ำขนาดใหญ่ด้านข้างลานหิน พลางกระซิบเตือนข้างหูเสียงเย็นเยียบ
มันกังวลว่าตนเองจะถูกลงโทษ แต่ก็จนปัญญาที่จับคนงานเหมือง คนอื่นไม่ได้จริงๆ จึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่เจ้าบอดนี่ อย่างน้อยเขาก็อายุน้อย รูปร่างสูงใหญ่ หากฉลาดหน่อยสามารถพูดจาหว่านล้อมให้ท่านราชา พอใจได้ ภารกิจคืนนี้ก็น่าจะตบตา ผ่านไปได้
เจียงหยวนพยักหน้า พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ตัวเองดูขี้ขลาดจนเกินไป
“เรียนท่านราชา พวกเราจับคนหนุ่มฉกรรจ์กลับมาได้คนหนึ่ง!” ทันทีที่เข้าถ้ำ ปีศาจหนู ก็รีบเสนอหน้าเอาความดีความชอบ “แถวนี้รกร้างว่างเปล่าเหลือเกิน ไม่มีหมู่บ้านอื่นเลย กว่าจะหาเจ้าหนุ่มผู้ถูกเนรเทศ คนนี้เจอ ก็เสียเวลาไปเกือบครึ่งค่อนวัน”
【หัวหน้าหนูเพลิง : มอนสเตอร์ระดับสร้างรากฐาน ขั้นต่ำ ชอบกินคน บำเพ็ญเพียรคัมภีร์เผาสวรรค์ ถนัดการพ่นเปลวเพลิงเผาสวรรค์】
หัวหน้าหนูเพลิง ที่มีขนาดตัวมหึมาและแรงกดดันมหาศาลนั่งอยู่บนบัลลังก์หินในถ้ำ อุ้งเท้าทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟร้อนระอุ กำลังถูไถหินก้อนหนึ่งที่แผ่แสงเรืองรองจางๆ
ในตะกร้าไม้ไผ่ข้างเท้ามีหินวิญญาณดิบขนาดต่างๆ วางอยู่ไม่กี่ก้อน พวกคนงานเหมือง ที่จับมาได้ทำงานชักช้าอืดอาด คืนหนึ่งขุดหินดิบ ได้ไม่กี่ก้อน ขืนเป็นแบบนี้ อีกนานแค่ไหนกว่ามันจะรวบรวมหินวิญญาณ ได้มากพอที่จะไปซื้ออาวุธถนัดมือที่ตลาด
“หือ? จับกลับมาได้แค่คนเดียว?” มันไม่พอใจอย่างยิ่ง หยุดการกระทำที่กำลังใช้ไฟเผาเพื่อสกัดหินวิญญาณ ลง
หนวดที่แข็งเหมือนเข็มเหล็กกระตุกเบาๆ เงยหน้ามองทาสที่เพิ่งจับมาใหม่ สังเกตเห็นแววตาที่ผิดปกติอย่างชัดเจนของอีกฝ่าย หัวหน้าหนูเพลิง แค่นเสียงเย็น “แถมยังเป็นคนตาบอด! ข้าจะเอาพวกเจ้าไว้ทำซากอะไร?!”
【ติ๊ดๆๆ! อันตราย! อันตราย!】
สีแดงกะพริบแจ้งเตือนจากระบบถี่รัว แรงกดดันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนหัวใจเต้นกระหน่ำ หายใจแทบไม่ออก ชั่ววูบหนึ่งเจียงหยวนอยากจะกดออกจากเกมเลิกเล่นไปซะเดี๋ยวนี้
แค่ทำภารกิจช่วงมือใหม่ก็ต้องมากระโดดไปมาระหว่างบอสฝูงใหญ่ ถึงจะบอกว่าอยากรวยต้องเสี่ยง แต่ความยากดูจะโหดหินเกินไปหน่อย
แต่พอนึกถึงมนุษย์ที่ถูกจับเป็นทาสเมื่อครู่ เขาก็อดเวทนาไม่ได้ จึงตัดสินใจรวบรวมความกล้า ใช้ไหวพริบฝ่าแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัด ตะโกนออกไปเสียงดังฟังชัด “ท่านราชา โปรดระงับโทสะ แม้ดวงตาข้าจะมองไม่เห็น แต่หูข้าดีเลิศ
เมื่อครู่ตอนเดินผ่านลานหิน ข้าฟังออกเลยว่าเจ้าพวกโง่เง่านั่นทำงานไม่เป็นเลยสักนิด ทำให้ความคืบหน้าในการขุดล่าช้าไปเปล่าๆ
เร่ร่อนมาครึ่งค่อนชีวิต เจ็บใจนักที่ไม่เคยพบนายดี หากท่านไม่รังเกียจ ข้าขอติดตามรับใช้! ขอเพียงท่านราชา เมตตาอนุญาตให้ข้าเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีม ข้าจะทุ่มเทสุดกำลังช่วยปรับปรุงการทำงานร่วมกันของทีม เพื่อขุดแร่ถวายท่านราชา ให้ได้มากกว่าเดิม!”
นับตั้งแต่หัวหน้าหนูเพลิง สำเร็จการสร้างรากฐาน และรวบรวมลูกน้องมายึดครองเหมืองแร่ ตั้งตัวเป็นราชา มันยังไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนกล้าตะเบ็งเสียงใส่หน้าแบบนี้มาก่อน จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้
พวกสิ่งที่อ่อนแอและต่ำต้อยต้องตัวสั่นงันงก ร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตสิ ถึงจะช่วยเสริมบารมีของราชาหนู แต่นี่กล้ายืดอกพูดเสียงดังใส่ข้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึ?
แต่พอคิดอีกที คงเพราะตาบอดมองไม่เห็นความน่าเกรงขามของมันเลยไม่รู้จักกลัว ใจจริงอยากจะจับกินคำเดียวให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ยังโลภอยากได้หินดิบ เพิ่ม ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หัวหน้าหนูเพลิง ก็ลดจิตสังหารลงเล็กน้อย “ไหนลองว่ามาซิ ทีมอะไร ร่วมมืออะไร อย่ามาเล่นลิ้นใช้คำยากของพวกมนุษย์กับข้า แค่บอกมาว่าเจ้ามีวิธีไหนทำให้เจ้าพวกโง่นั่นทำงานคล่องแคล่วขึ้น!”
เดิมพันด้วยชีวิต เจียงหยวนเกร็งประสาทสัมผัสพร้อมออกจากเกมทุกเมื่อ แต่คาดไม่ถึงว่าแถบความคืบหน้าที่พุ่งไปโซนอันตรายสูงสุดจะลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่ายังมีทางรอด
ผ่านการสัมภาษณ์งานมานับครั้งไม่ถ้วน แค่มองความวุ่นวายข้างนอกปราดเดียวก็รู้ว่าหนูยักษ์พวกนี้ไม่มีความรู้เรื่องการบริหารเลยสักนิด การตอบคำถามสัมภาษณ์แบบนี้ต้องจี้ไปที่จุดที่เจ้านายสนใจที่สุด
เขาตั้งสติแล้วตอบกลับไป “การเป็นทีมต้องมีการแบ่งงานกันทำที่ชัดเจน จึงจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้
ข้อแรก ข้าหูดีและยังหนุ่มแน่นแข็งแรง สามารถดูแลความเรียบร้อยในเหมืองแร่ ตีเจ้าพวกตัวเล็กที่บินว่อนส่งเสียงน่ารำคาญให้ตาย พอพวกมันไม่มารบกวนการขุดแร่ คนงานเหมือง ก็จะมีสมาธิกับงานที่รับผิดชอบ
ข้อสอง กำหนดสายพานการทำงานที่เหมาะสม ไม่ใช่เฮโลกันไปกระจุกอยู่ที่เดียว ต่างคนต่างเกะกะถ่วงความเจริญ
ให้คนหนุ่มฉกรรจ์รับผิดชอบสกัดหินก้อนใหญ่จากภูเขา คนที่แรงน้อยลงมาหน่อยขนย้ายหินไปไว้ในที่ที่ไม่ขวางทางขุดเจาะ ส่วนพวกแก่ชราเจ็บป่วยพิการ รับหน้าที่ย่อยหินก้อนใหญ่เพื่อหาแร่
ทำแบบนี้ แร่ที่แทรกตามร่องหินจะถูกค้นพบทันที แร่ที่ฝังในเนื้อหินก็จะไม่ถูกมองข้าม งานขุดเจาะจะรวดเร็วและละเอียดรอบคอบ คนงานเหมือง มีข้าคอยคุ้มกันก็จะมีสมาธิทำงาน ผู้คุมงาน ก็ประหยัดแรงไม่ต้องคอยหวดแส้ ช่วยลดการบาดเจ็บล้มตาย ต่อให้ยังหาคนงานใหม่มาเพิ่มไม่ได้ในตอนนี้ ก็จะไม่กระทบต่อการขุดแร่ถวายท่านราชา”
มีเหตุมีผลเป็นขั้นเป็นตอน หัวหน้าหนูเพลิง ฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงัก ระดับความอันตรายลดลงไปอีกนิดหน่อย
“พูดได้ดี ส่วนจะทำได้จริงไหมต้องดูที่ผลงาน ที่นี่ไม่เลี้ยงคนว่างงาน!” มันใช้เปลวเพลิงเผาสวรรค์ ม้วนหินดิบ ลุกจากบัลลังก์เดินลงมา “ไป ให้ข้าดูฝีมือเจ้าหน่อย”
ลานหิน ที่สว่างไสวด้วยคบเพลิงเต็มไปด้วยความโกลาหล ร่างกายของทุกคนล้วนมีบาดแผลไม่มากก็น้อย บ้างถูกเฆี่ยนตี บ้างถูกหินบาดกระแทก บ้างก็เป็นแผลจากการถูกค้างคาวโอ๊ก กัด
หลินชุนซี ขดตัวอยู่ในกองหินระเกะระกะ แขนผอมแห้งเหวี่ยงอีเตอร์ที่หนักอึ้งไม่กี่ที หินก้อนยักษ์ยังไม่ทันแตก ตัวเธอก็หมดแรงเสียแล้ว
เธอหวาดกลัวหนูยักษ์เหล่านั้นจับใจ หากถูกจับได้ว่าไม่ตั้งใจทำงาน หางที่ฟาดลงมาทีเดียวแทบจะทำกระดูกหัก!
ยิ่งกลัวพวกค้างคาวโอ๊ก ที่บินว่อนส่งเสียงหึ่งๆ โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ปากที่ทั้งแหลมและเล็กของพวกมัน พอกัดลงมาทีเดียวจะรู้สึกได้เลยว่าเลือดถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้พักฟื้นดีๆ ร่างกายจะอ่อนแอสุดขีด
เมื่อคืนวาน เธอเห็นกับตาว่าพี่ชายคนหนึ่งถูกค้างคาวโอ๊ก 5 ถึง 6 ตัวรุมเกาะ เพราะกลัวโดนแส้ฟาดจึงไม่กล้าหลบ สุดท้ายถูกดูดเลือดจนแห้งตายทั้งเป็น!
จากนั้นปีศาจหนู ไม่กี่ตัวก็ลากศพเขาไปแบ่งกันกิน ภาพนั้นทำให้หลินชุนซี ไม่กล้านึกถึงอีก
ดวงตาเธอคลอด้วยน้ำตา แขนทั้งสองข้างชาหนึบขณะทุบหิน แววตาหวาดผวาจ้องมองค้างคาวโอ๊ก ที่บินโฉบเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ตอนที่ปีศาจหนู บุกเข้ามาจับคนในหมู่บ้าน พ่อและพวกลุงน้าอาที่เป็นชายฉกรรจ์พยายามต่อสู้ขัดขืน แต่พวกเขาก็ถูกเปลวไฟที่พ่นออกมาเผาทั้งเป็นจนตาย ในความโกลาหลน้องชายวิ่งพลัดหลงจนถูกจับไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไร
แม่ที่ถูกจับมาด้วยกันตอนแรกก็คอยปกป้องเธอ สองแม่ลูกยังพอช่วยดูแลกันได้ แต่เมื่อครู่แม่ถูกหนูยักษ์ไล่ไปสกัดหินที่อีกฟากของเหมืองแร่ หลินชุนซี มองฝ่าฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย ไม่เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยของแม่ ความสิ้นหวังในใจยิ่งทวีความรุนแรง ค้างคาวโอ๊ก 2 ตัวกำลังบินพุ่งตรงมาที่เธอแล้ว!
ถ้าหลบก็จะโดนแส้ พอเจ็บจนทำงานไม่ได้ก็จะถูกลากไปกิน ถ้าไม่หลบ โดนกัดไม่กี่ทีก็คงใกล้ตาย ร่างกายอ่อนแอก็ถูกจับกินอยู่ดี!
ตั้งแต่ถูกจับมาขุดแร่ เธอเห็นคนมากมายต้องตายด้วยสองวิธีนี้
ตอนนี้ไม่มีแม่อยู่ข้างกายคอยบังให้ ต้องเผชิญหน้ากับความตายที่ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง หลินชุนซี รู้สึกเพียงหัวใจเต้นโครมคราม ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“หึ่ง หึ่ง หึ่ง...”
ค้างคาวโอ๊ก ตัวใหญ่พาเอากลิ่นอายแห่งความตายเข้ามาใกล้ หลินชุนซี ขยับตัวจะหลบตามสัญชาตญาณ แต่กลับได้ยินเสียงแส้ฟาดดังสนั่นข้างหู ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของว่านหมิงชวน คนหมู่บ้านเดียวกัน
“ไอ้ตัวขี้เกียจ กล้าไม่เห็นคำสั่งท่านราชา อยู่ในสายตา ตีให้ตายไอ้ตัวขี้เกียจ!” ปีศาจหนูผู้คุมงาน เล็งเด็กหนุ่มวัย 17 ถึง 18 ปีคนนี้มานานแล้ว ผิวสีแทนกล้ามเนื้อสวยงาม เห็นปุ๊บก็รู้ว่าเลือดลมสูบฉีดเนื้อแน่นเคี้ยวเพลินน่าอร่อย
แต่ไอ้เด็กนี่ดันมีแรงเยอะ ก้มหน้าก้มตาทำงานจนหาข้อผิดพลาดไม่ได้ มันเลยไม่มีโอกาสหวดแส้หนักๆ ให้ปางตาย แล้วค่อยไปรายงานเบื้องบนเพื่อลากไปแบ่งกันกิน
อุตส่าห์เจอจังหวะที่มันหยุดอีเตอร์ในมือเพื่อหลบไอ้ตัวเล็กที่ส่งเสียงน่ารำคาญ ผู้คุมงาน จึงสะบัดหางเฆี่ยนตีอย่างตื่นเต้น หวังว่าจะได้กินเนื้อมันเร็วๆ นี้
หลินชุนซี ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของว่านหมิงชวน เห็นหางที่ฟาดหินจนเกิดรอยร้าวก็ยิ่งกลัวจนไม่กล้าขยับ ได้แต่เบิกตามองค้างคาวโอ๊ก บินมาถึงตัว ปากแหลมเล็กขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว!
‘แม่จ๋า อย่าเสียใจนะ ต้องอยู่ให้ได้นะ!’ แววตาเธอเหม่อลอย แทบจะหยุดหายใจ
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย สมองของเด็กสาวผู้สิ้นหวังขาวโพลนไปหมด จ้องมองปากแหลมคมที่พุ่งเข้ามาอย่างตะลึงงัน
ทันใดนั้น กระบองด้ามหนึ่งก็พาดผ่านสายตา มันมาด้วยความรวดเร็วรุนแรงจนเกิดลมพัดผมที่ยุ่งเหยิงให้ปลิวไสว เสียงหวีดหวิวแห่งความตายหยุดลงกะทันหัน ปีศาจดูดเลือดที่น่ากลัวถูกไม้ฟาดร่วงลงพื้นต่อหน้าต่อตา!
มีคนมาช่วยพวกเราแล้ว!
หลินชุนซี รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ดีใจจนแทบคลั่ง มือยังคงทุบหินอย่างเครื่องจักรขณะเงยหน้ามองขึ้นไป เห็นเพียงเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับว่านหมิงชวน ถือกระบองยืนตัวตรงอย่างสงบนิ่ง วินาทีถัดมาแค่ขยับมือฟาดไม้ ค้างคาวโอ๊ก อีกตัวก็ถูกจัดการอย่างหมดจด
ตัวเธอทั้งดำทั้งผอม เนื้อตัวมอมแมมนั่งยองๆ อยู่ในกองหิน มองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าขาวสะอาดหมดจดไร้ความรู้สึกของอีกฝ่าย ภายใต้แสงไฟที่สาดส่อง ราวกับว่าทั่วทั้งร่างของเขากำลังเปล่งแสง!