บทที่ 8 สมกับที่เป็นฉัน!

บทที่ 8 สมกับที่เป็นฉัน!
เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังก้องไปทั่วหุบเขา เหล่าปีศาจหนูและคนงานเหมืองต่างพากันหมอบราบกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
มีเพียงเจียงหยวนที่ยังคงตีมอนสเตอร์อย่างขยันขันแข็ง เขาต้องกำจัดค้างคาวโอ๊กที่บินวนเวียนอยู่รอบตัวคนให้หมดก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายที่อาจจะเพิ่มขึ้น อีกอย่างระดับความคุกคามของราชาหนูเพลิงลดลงต่ำสุดแล้ว ไม่ฉวยโอกาสนี้รีบตีมอนสเตอร์ดรอปเมือกจะให้ยืนบื้ออยู่ทำไม?
"มนุษย์กระจ้อยร่อยบังอาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
"เจ้าบอดนี่ไม่รู้เอายาเสน่ห์อะไรกรอกปากท่านราชา ถึงได้หันมาเล่นงานพวกเราแทน!"
"โชคดีจริง ๆ ที่เขาตีเจ้าสัตว์ประหลาดดูดเลือดนั่นตาย ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกัดตายแล้ว"
"หวังว่าจะไม่โดนตีโดยไร้สาเหตุอีกนะ หางหนูนั่นร้ายกาจจะตาย..."
…………
เจียงหยวนที่กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนได้รับสายตาหลากหลาย ทั้งหวาดระแวงและเลื่อมใส เมื่อเห็นว่าระดับความคุกคามของผู้คุมงานหนูเพลิงจำนวนมากที่มีต่อตนพุ่งสูงขึ้น เขาจึงตีค้างคาวโอ๊กตัวสุดท้ายที่คุกคามมนุษย์จนตาย เก็บเมือกได้อีกหนึ่งชิ้น แล้วกล่าวเสียงดังว่า "ท่านราชาโปรดระงับโทสะ ข้ามีข้อเสนอแนะเล็กน้อยที่นอกจากจะลงโทษพนักงานที่ขโมยของที่ตนเองเฝ้าดูแลได้แล้ว ยังช่วยเร่งความเร็วในการขุดเหมืองและเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกด้วย"
หัวหน้าหนูเพลิงที่กำลังเดือดดาลเตรียมจะลงโทษอย่างหนักได้ยินดังนั้นก็ปรายตามองเขา "โอ้? ลองว่ามาซิ"
"สหายร่วมงานทุกท่าน!" เจียงหยวนยันกายกับกระบองไม้พุทรา ยืนนิ่งทำสายตาว่างเปล่ากวาดมองไปรอบ ๆ กล่าวด้วยท่าทีจริงใจว่า "ข้าทำเพื่อทีมของพวกเราจากใจจริง ในเมื่อท่านราชาต้องการให้ขุดเหมือง เช่นนั้นพวกเราก็ต้องถือการขุดเหมืองเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรกและทำให้สำเร็จลุล่วง จึงจะไม่เป็นการทรยศต่อความคาดหวังและความไว้วางใจที่ท่านราชามีต่อเรา
การขุดเหมืองจะขาดคนงานที่ออกแรงไปได้อย่างไร?
ความเห็นแก่ตัวและการคิดเล็กคิดน้อยของสหายผู้คุมงานทั้งหลายขอให้วางลงก่อน ขอเพียงทำหน้าที่ของตนให้ดี ท่านราชาย่อมไม่ปฏิบัติต่อพวกเราอย่างเลวร้ายแน่นอน!
ข้าพูดเช่นนี้ย่อมต้องก่อให้เกิดความไม่พอใจและการแก้แค้น แต่ขอให้ลองตรึกตรองดู ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของทีม ภายใต้การนำอันชาญฉลาดของท่านราชา หากพวกเรายิ่งขยันทำงาน ทีมก็จะยิ่งได้รับผลประโยชน์มากขึ้นมิใช่หรือ? เมื่อผลกำไรมากขึ้น สวัสดิการของพนักงานจึงจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย! ข้ากล้าพูดความจริงโดยไม่กลัวจะล่วงเกินใครก็เพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของทุกคน
ผู้ที่จงใจหาข้ออ้างฆ่าแกงคนงานเหมืองเพื่อสนองความอยากของปากท้อง อย่ารอให้ท่านราชาตรวจสอบพบทีละรายเลย รีบก้าวออกมาสารภาพผิดแล้วเข้าร่วมทีมขุดเหมืองเพื่อทำคุณไถ่โทษเถิด รู้ผิดแล้วแก้ไขนับเป็นเรื่องประเสริฐยิ่ง"
หัวหน้าหนูเพลิงพยักหน้าเล็กน้อย "ทำคุณไถ่โทษก็นับเป็นวิธีหนึ่ง ผู้ที่ก้าวออกมาช่วยขุดเหมืองเสียแต่ตอนนี้ ข้าจะไม่เอาความ แต่หากข้าตรวจสอบพบเองเมื่อไหร่..."
กรงเล็บที่มีเปลวไฟลุกท่วมของมันกำแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ กวาดสายตาเย็นชาไปทั่วเหมืองแร่ ปลดปล่อยแรงกดดันแห่งราชาหนูออกมาอย่างเต็มที่
เจ้าพวกตัวเล็กที่ยังห่างไกลจากขอบเขตสร้างรากฐาน บังอาจมาหลอกข้า? หากไม่ลงโทษเสียบ้างเกรงว่าจะถูกมองเป็นคนโง่ให้ปั่นหัวเล่น แล้วความน่าเกรงขามของราชาจะอยู่ที่ใด? วันหน้าจะปกครองบริวารได้อย่างไร?
ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว นอกจากผู้คุมงานที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้ว ยังมีผู้คุมงานหนูเพลิงที่มีชนักติดหลังค่อย ๆ ขยับตัวก้าวออกมาอีกสามตน
"ดีมาก เจ้าทำได้ไม่เลวเลยจริง ๆ" หัวหน้าหนูเพลิงเดินมาตบไหล่เจียงหยวน พร้อมกับขายฝันว่า "ทีนี้ทำให้ข้าดูหน่อยสิว่าความร่วมมือแบบสายพานการทำงานของทีมที่เจ้าว่าคืออะไร หากทำได้ดี ข้าจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเลวร้ายแน่นอน!"
มันต้องการหินวิญญาณ ต้องการหินวิญญาณจำนวนมากเพื่อไปซื้ออาวุธคู่ใจที่สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ได้มหาศาล ขอเพียงได้อาวุธชิ้นนั้นมา ทั่วทั้งเขาคุรุแถบนี้ก็ไม่มีปีศาจตนใดเทียบเทียมได้ จะได้รับสมัครลูกน้องเพิ่มแล้วตั้งตนเป็นเจ้าเขา
นั่นจะสง่าผ่าเผยเพียงใดกันนะ!
แต่ทว่าทั้งที่ค้นพบเหมืองแร่ที่อุดมไปด้วยแร่หินวิญญาณแห่งนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แถมยังจับมนุษย์มาเป็นคนงานเหมืองได้ตั้งมากมาย แต่กลับขุดหินดิบออกมาได้ไม่เท่าไหร่เสียที
จนกระทั่งคืนนี้ได้มาเจอกับเจ้าบอดถึงได้รู้ต้นสายปลายเหตุ หัวหน้าหนูเพลิงแทบรอไม่ไหวที่จะให้เขาปรับเปลี่ยนทีมอะไรนั่น เพื่อที่จะได้ขุดหินดิบออกมาให้ได้มากและเร็วยิ่งขึ้น!
ไหน ๆ ก็ถูกหนูยักษ์ที่ยักยอกของหลวงเกลียดขี้หน้าไปหลายตัวแล้ว เจียงหยวนก็ไม่รังเกียจที่จะเพิ่มความเกลียดชังขึ้นอีกสักหน่อย อีกอย่างอุตส่าห์แบกรับแรงกดดันมหาศาลจนผ่านสัมภาษณ์งานได้งานง่าย ๆ จากพวกปีศาจมาทั้งที จะไม่ฉวยโอกาสทำความดีสักหน่อยเชียวหรือ
เขาอาศัยบารมีของราชาหนูที่ยืนคุมเชิงอยู่ อ้างเหตุผลว่าคนงานเหมืองบาดเจ็บจำนวนมากเรี่ยวแรงไม่พอ จัดการสั่งให้พวกปีศาจหนูยักษ์ที่ทำความผิดรับผิดชอบหน้าที่ขุดแร่ก้อนใหญ่ที่กินแรงที่สุด
ส่วนมนุษย์คนอื่น ๆ ให้แบ่งงานกันทำ นำหินที่ขุดลงมาจากภูเขาเป็นก้อนใหญ่มาทุบย่อยให้เล็กลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเศษหิน
เหล่าผู้คุมงานที่เดิมทีคอยป้วนเปี้ยนอยู่ในกลุ่มคนงานเหมืองเพื่อหาเหยื่อมากินเล่นถูกสั่งให้ถอนกำลังออกไปทั้งหมด ให้ไปยืนอยู่ที่ขอบเหมืองแร่ ข้อแรกเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้กว้างขวางพอสำหรับการทำงานแบบสายพาน ข้อสองเพื่อจัดให้พวกมันยืนห่างกันหลายเมตร ห้ามกระซิบกระซาบ ให้ยืนยามอย่างสงบเสงี่ยม คอยตรวจสอบซึ่งกันและกันว่ามีใครเจอหินดิบแล้วแอบซุกซ่อนไว้หรือไม่ และป้องกันคนงานเหมืองหลบหนี หากไม่มีคำสั่งห้ามเข้ามาวุ่นวายกับการขุดเหมืองโดยเด็ดขาด
หลังจากเจียงหยวนปรับเปลี่ยนระบบ แม้จะยังขุดหินดิบไม่ได้ในทันที แต่สภาพโดยรวมของเหมืองแร่ก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่วุ่นวายสับสน เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและกองหินระเกะระกะอย่างสิ้นเชิง
ทุกคนและทุกตัวต่างทำหน้าที่ของตนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมืองแร่ดูมีสภาพเหมือนสถานที่ทำงานที่ควรจะเป็นขึ้นมาทันตา
เสียงขุดแร่โป๊กเป๊กดังขึ้นไม่ขาดสาย เขาเดินวนเวียนรอบเหมืองแร่คอยสังหารค้างคาวโอ๊กที่เกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง พอว่างก็แอบหยิบจอบพัง ๆ ของตัวเองออกมาจากถุงมิติชำรุด ช่วยพวกคนแก่ชราเจ็บป่วยพิการทุบหินเพื่อลดภาระของพวกเขา พร้อมกับนำเข้าสินค้าเข้าถุงมิติไปไม่น้อย
ยังไงเสียก็นี่เป็นเกมแนวบุกเบิกทำฟาร์ม ตามประสบการณ์ของเจียงหยวน หินและไม้ถือเป็นวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน วันข้างหน้าต้องใช้ในการอัปเกรดบ้านอย่างแน่นอน มีโอกาสก็ต้องสะสมไว้เยอะ ๆ
เหมืองแร่เปลี่ยนจากความโกลาหลมาเป็นความคึกคักอย่างยิ่ง หัวหน้าหนูเพลิงเห็นแล้วก็พึงพอใจมาก
"ท่านราชา ขุดเจอหินดิบหนึ่งก้อน!"
"ตรงนี้ก็มีหนึ่งก้อน!"
"ข้าก็ขุดเจอหินดิบแล้ว!"
หัวหน้าหนูเพลิงลงมาคุมงานด้วยตัวเอง ลูกน้องที่ทำความผิดพวกนั้นจึงเร่งสร้างผลงาน ทุบหินลงมาจากภูเขาเหมืองแร่เสียงดังโครมครามอย่างบ้าคลั่ง พวกมันเป็นปีศาจอยู่แล้ว แถมแต่ละตัวยังรูปร่างกำยำล่ำสันพละกำลังมหาศาล แข็งแกร่งกว่ามนุษย์คนงานเหมืองตั้งไม่รู้กี่เท่า ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงรายงานข่าวดีดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
หินดิบขนาดต่าง ๆ ที่เปล่งแสงเรืองรองจาง ๆ ถูกกองรวมไว้ในตะกร้า ผลลัพธ์ในเวลาสั้น ๆ เพียงสองชั่วยามกลับมากกว่าผลรวมของหลายวันที่ผ่านมาเสียอีก ทำเอาราชาหนูตบต้นขาฉาดใหญ่ด้วยความตื่นเต้น เอ่ยปากชมไม่หยุดว่าเจ้าบอดเป็นคนเก่งที่หาได้ยาก รู้จักบริหารจัดการทีม
เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วงตีห้า หลังจากง่วนอยู่ทั้งคืน ในถุงมิติมีหินกว่า 999+ ก้อน และเก็บเมือกได้เกือบสี่สิบชิ้น เจียงหยวนเริ่มคิดสงสัยในใจ
ตอนกลางคืนแดนรกร้างจุติลงมา พวกปีศาจหนูออกมาเพ่นพ่าน แล้วพอฟ้าสว่างแดนรกร้างจะหายไปไหม? พวกปีศาจหนูจะไปอยู่ที่ไหน? ถ้าเขายืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนี้ จะถูกแดนรกร้างพาตัวไปด้วยหรือเปล่า? แล้วตอนกลางวันแดนรกร้างหายไปไหน?
ยังไม่ทันที่เขาจะขบคิดจนเข้าใจ หัวหน้าหนูเพลิงที่กำลังลูบคลำหินดิบอย่างมีความสุขพลันชะงัก สีหน้าเคร่งขรึมลุกขึ้นทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่น จากนั้นก็คำรามลั่น "สมควรตาย! ทำไมต้องมาเป็นเวลานี้ด้วย!"
มันลุกขึ้นกวาดหินดิบในตะกร้าทั้งหมดใส่ถุงมิติที่ห้อยอยู่ข้างเอว แล้วตะโกนสั่งการ "ไอ้นกโง่พวกนั้นมาขัดขวางเรื่องดี ๆ ของข้าอีกแล้ว วันนี้ต้องสั่งสอนให้พวกมันรู้ฤทธิ์ ฟังคำสั่งข้า ตั้งค่ายกล!"
สิ้นเสียงสั่งการ เหล่าหนูเพลิงที่เดิมทีกำลังขุดแร่หรือยืนยามอยู่ก็เคลื่อนไหวทันที คบเพลิงที่ลุกโชนสั่นไหว บรรยากาศในอากาศเจือไปด้วยความตึงเครียดและร้อนรน
"เจ้าบอด เจ้าพาคนงานเหมืองเข้าไปหลบในถ้ำก่อน การต่อสู้ระหว่างสัตว์อสูร มนุษย์อ่อนแออย่างพวกเจ้าหลบไปจะดีกว่า จะได้ไม่โชคร้ายโดนลูกหลงตายไม่เหลือซาก" หากเป็นเวลาปกติ ราชาหนูคงไม่สนความเป็นความตายของทาสเหล่านี้
แต่วันนี้เพิ่งจะได้คนเก่งอย่างเจ้าบอดมา ช่วยจัดระเบียบทีมจนประสิทธิภาพการขุดแร่เพิ่มขึ้นตั้งเยอะ มันไม่อยากเสียคนงานไปในเวลาสำคัญจนทำให้แผนการขุดแร่ล่าช้า
ไอ้นกโง่ฝูงนั้นที่จ้องจะฮุบภูเขาเหมืองแร่มานานไม่ได้น่ากลัวอะไร ราชาหนูไม่รังเกียจที่จะมอบความคุ้มครองให้ทาสที่มีประโยชน์สักหน่อย
มันส่งสายตาให้หนูเพลิงคนสนิทสองตัวเข้าไปต้อนคนงานเหมืองให้เข้าไปในถ้ำ
‘คืนเดียวก็ทำเจ๊งเลยเหรอ? สมกับที่เป็นฉันจริง ๆ!’ เจียงหยวนรับคำส่งเดชในขณะที่ใจลอบยินดี
เขาแสร้งทำเป็นว่าคนเยอะเสียงดังฟังทิศทางไม่ถูก จึงค่อย ๆ คลำทาง ขยับเข้าไปใกล้หนูยักษ์ที่เฝ้ายามเพื่อสังเกตแถบเลือด พร้อมกับครุ่นคิดว่าสกิลพรสวรรค์ของตัวเองถูกบัฟให้แกร่งขึ้นในเกมแดนรกร้างหรือเปล่านะ

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 8 สมกับที่เป็นฉัน!

ตอนถัดไป