บทที่ 7 ยืมมือคนอื่นจัดการ
บทที่ 7 ยืมมือคนอื่นจัดการ
‘ฝีมือไม่เลว!’ หัวหน้าหนูเพลิงเห็นดังนั้นก็กล่าวชมเชยในใจ
มันไม่สัมผัสถึงคลื่นพลังวิญญาณใดๆ จากตัวอีกฝ่าย ไม้ในมือก็ดูธรรมดาสามัญ แต่กระบวนท่าฟังเสียงบอกตำแหน่งที่ตีเจ้าตัวเล็กที่ส่งเสียงหึ่งๆ จนตายได้อย่างแม่นยำนั้น ในหมู่มนุษย์ที่ต่ำต้อยอ่อนแอ คนตาบอดที่มีพลังต่อสู้ระดับนี้นับว่าไม่ธรรมดาเลย
เมื่อความแข็งแกร่งได้รับการยอมรับ ระดับความอันตรายของหัวหน้าหนูเพลิงก็ลดฮวบลง
เจียงหยวนหวดไม้ตีมอนสเตอร์ตัวเล็กตายไปอีกตัว เอียงศีรษะเล็กน้อยกล่าวเตือนว่า "สหายผู้นี้ หากเจ้ายังตีต่อไป คนงานเหมืองที่มีอยู่ไม่มากจะล้มตายไปเปล่าๆ ข้าฟังดูแล้วเขาก็ไม่ได้อู้งาน เพียงแต่ถูกเจ้าตัวเล็กพวกนี้รบกวนเท่านั้น หากต้องเสียคนงานเหมืองไปเพราะเรื่องแค่นี้คงไม่คุ้มค่า ทำให้การขุดเหมืองแร่ล่าช้าเสียเปล่าๆ"
ในเมื่อบอสยอมรับความสามารถในการทำงานของตนแล้ว การเอ่ยปากช่วยเหลือในเวลานี้ก็น่าจะมีน้ำหนักอยู่บ้าง บางทีอาจช่วยชีวิตคนได้สักคน
"ใช่ ข้าไม่ได้อู้งาน! อย่าตีอีกเลย!" ว่านหมิงชวนทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพียงแต่เห็นค้างคาวโอ๊กพุ่งเข้ามาจึงหลบตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกฟาดแส้ใส่โดยไม่ทันตั้งตัว ความเจ็บปวดแสบร้อนที่แผ่นหลังทำเอาเกือบสลบเหมือด
วิกฤตอยู่ตรงหน้าไม่ทันได้สนใจสิ่งอื่น ปฏิกิริยาตอบโต้ที่ได้จากการตรากตรำทำงานหนักในป่าเขามาแรมปีทำให้เขากลิ้งหลบแส้ได้หลายที จากนั้นก็อาศัยกองหินระเกะระกะหลบหลีกเพื่อไม่ให้ถูกตีจนตาย
แต่ต่อให้หลบอย่างไรก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว ขณะที่ถูกต้อนจนมุมและชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ได้ยินคนช่วยพูดจึงรีบเอ่ยปากแก้ตัว หวังว่าจะช่วงชิงโอกาสรอดชีวิตมาได้บ้าง
ถูกจับตัวมาเพียงไม่กี่วัน เรื่องที่เขาแอบสืบและเห็นกับตานั้นล้วนเป็นโศกนาฏกรรม
ต้นฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เหมืองแร่แห่งนี้ปรากฏขึ้นใกล้หมู่บ้านพร้อมกับการจุติของแดนรกร้าง เหล่าปีศาจหนูเริ่มออกล่าทาสขุดเหมืองทุกคืน หมู่บ้านเหอพ่านที่เขาอาศัยอยู่เป็นหมู่บ้านระดับ 2 มีรูปปั้นเจ้าแม่หนี่วาคุ้มครองจึงรอดพ้นจากการรบกวนมาตลอด แต่คนในหมู่บ้านเล็กๆ อื่นที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากเทพเจ้านั้นต้องประสบเคราะห์กรรม
ระหว่างการจับกุม ปีศาจหนูจะเลือกคนที่แข็งแรงฆ่ากินเนื้อ ต่อให้พามาขุดเหมืองก็จะจงใจคัดเลือกชายหนุ่มที่ร่างกายกำยำเลือดลมสมบูรณ์ แล้วจงใจหาเรื่องตีให้ปางตายเพื่อลากออกไปแบ่งกันกิน เพื่อรักษาชีวิตเขาจึงพยายามทำงานอย่างหนักไม่ให้ถูกจับผิด เพราะต้องมีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงจะมีโอกาสหนีพ้นกรงเล็บปีศาจ หากถูกเพ่งเล็งและทำร้ายก็คงใกล้ตายเต็มที
คิดไม่ถึงว่าต่อให้อดทนอดกลั้นถึงเพียงนี้ก็ยังถูกเลือก ในใจเขาทั้งร้อนรน ทั้งโกรธแค้น แต่กลับไม่มีความสามารถที่จะต่อกรกับปีศาจได้เลย
หวดแส้ไปหลายทีกลับพลาดเป้าเป็นส่วนใหญ่ ผู้คุมงานกำลังหัวเสีย
"เจ้าเป็นตัวอะไร ถึงได้กล้า..." มันตั้งใจจะจับผิดเพื่อตีเจ้าเด็กนี่ให้ปางตายจะได้มีข้ออ้างลากไปกินเนื้อ คิดไม่ถึงว่ามนุษย์กระจ้อยร่อยจะกล้าหลบหลีก ความโกรธเข้าครอบงำทำให้ปีศาจหนูที่สมองทึบแต่พละกำลังมหาศาลไม่ได้สังเกตเลยว่าหัวหน้ายืนมองด้วยสายตาเย็นชาอยู่ด้านหลังไม่ไกล
หันไปเห็นมนุษย์ต้อยต่ำคนหนึ่งไม่ตั้งใจขุดเหมืองแต่กลับกล้าพูดจาสามหาวใส่ตน ไฟโทสะก็ลุกโชนขึ้นทันที มันเงื้อหางหนูแส้เหล็กขึ้นเตรียมจะฟาด
เจียงหยวนกล่าวตักเตือนแต่ก็ไม่ละทิ้งงาน แสร้งทำเป็นใช้หูฟังแต่จริงๆ เล็งไปที่ค้างคาวโอ๊กที่บินว่อนอยู่ในกองแร่ เขาขยับตัวหลบแส้ของปีศาจหนูอย่างคล่องแคล่ว มือหวดกระบองลงไป -80 ตีมอนสเตอร์ตัวเล็กตายทันที
[เมือก +1]
ค้างคาวโอ๊กตกลงพื้นกลายเป็นน้ำเลือดแล้วหายวับไป ในที่สุดก็ได้ของรางวัลชิ้นแรกของคืนนี้
เห็นว่าระดับความคุกคามของผู้คุมงานพุ่งสูงถึงขีดอันตราย จำเป็นต้องยืมมือคนอื่นจัดการเพื่อป้องกันตัว เขาจึงขึ้นเสียงรายงานว่า "ท่านราชา คนงานเหมืองในทีมของพวกเรามีน้อยอยู่แล้ว หากไม่บริหารจัดการให้ดีแล้วล้มตายมากเกินไป สายพานการทำงานของทีมจะเดินต่อไม่ได้ เพื่อไม่ให้การขุดเหมืองล่าช้า หากคนงานเหมืองมีน้อยเกินไป เกรงว่าคงต้องรบกวนสหายผู้คุมงานเหล่านี้มาช่วยขุดเหมืองด้วย"
ในชีวิตการทำงานปกติ เจียงหยวนเกลียดเพื่อนร่วมงานตอแหลที่ชอบประจบสอพลอเจ้านายและเสียสละผลประโยชน์ของคนอื่นเพื่อเอาหน้าที่สุด
แต่ไม่ว่าบริษัทจะเล็กหรือใหญ่ก็มักจะมีตัวป่วนแบบนี้สักคนสองคน เจียงหยวนที่เคยทำงานประจำมาแล้ว 18 บริษัท ทำงานพาร์ทไทม์มาไม่ต่ำกว่า 80 หรือ 100 งาน ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนจึงคุ้นเคยกับลูกไม้ตื้นๆ เหล่านี้เป็นอย่างดี
แต่ตัวเขาไม่เหมือนตัวป่วนที่ชอบอู้งานแล้วเอาหน้าพวกนั้น นอกจากจะบุกตะลุยตีมอนสเตอร์ด้วยตัวเองแล้ว ยังพยายามปกป้องมนุษย์ที่ไร้ทางสู้ให้มากที่สุด
ข้อแรก สามารถตีมอนสเตอร์ได้อย่างเปิดเผยเพื่อเก็บสะสมเมือก
ข้อสอง ช่วยให้มนุษย์มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น อย่างน้อยก็ไม่บาดเจ็บล้มตายสาหัสเกินไป
ข้อสามและเป็นข้อที่สำคัญที่สุด คนอื่นยิ่งขยันทำงานเจ้านายยิ่งรวยบริษัทยิ่งเจริญ แต่เจียงหยวนค้นพบว่าตัวเองยิ่งขยันทำงาน เจ้านายยิ่งซวยบริษัทยิ่งเจ๊งเร็ว จนตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่ว่าขยันทำงาน บริษัทเจ๊งตกงาน อุตส่าห์หางานใหม่ได้ก็ยิ่งตั้งใจทำงาน แล้วบริษัทก็เจ๊งเร็วกว่าเดิม
เขาอยากลองดูว่าถ้าทุ่มเทหาผลประโยชน์ให้หัวหน้าหนูเพลิงอย่างเต็มที่ จะทำให้มันล่มจมเร็วขึ้นแล้วพาพวกพ้องหนีไปได้ไหม
"ระ...ราชา?" ผู้คุมงานใจหายวาบ หันไปเห็นราชายืนอยู่ข้างเหมืองแร่จริงๆ ก็รีบประสานมือแก้ตัวพัลวัน "มนุษย์ต่ำต้อยอ่อนแอแล้วยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย เจ้านี่อู้งานไม่ยอมทำงาน ข้าน้อยจึงเฆี่ยนตีเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู..."
หัวหน้าหนูเพลิงมองดูเด็กหนุ่มที่ถูกตีจนบาดเจ็บและซ่อนตัวตัวสั่นงันงกอยู่ในกองแร่ด้วยสายตาเย็นชา มันโบกกรงเล็บเป็นสัญญาณให้หุบปาก แล้วหันไปมองหลินชุนซีที่อายุน้อยกว่าซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ถามว่า "เจ้าบอกข้ามาสิ เจ้าหนูนั่นอู้งานหรือไม่? พูดความจริง!"
ความสูงของมันอย่างน้อยก็ 1.9 เมตร ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นขนดกหนาและกล้ามเนื้อกำยำ ท่อนล่างสวมเกราะและสนับเข่า กรงเล็บมีเปลวไฟลุกโชน หางหนูแส้เหล็กขนาดมหึมาส่ายไปมา ให้แรงกดดันมหาศาล
"มะ...ไม่... ไม่มีใครกล้าอู้งาน!" หลินชุนซีหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ส่ายมือปฏิเสธเสียงสั่น
ว่านหมิงชวนมองเจียงหยวนที่ช่วยพูดให้อย่างซาบซึ้งใจ ขมวดคิ้วกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่แผ่นหลังแล้วแก้ต่างว่า "พวกข้าทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่เคยอู้งาน! แต่พวกข้ากลัวค้างคาวโอ๊ก ถูกกัดแล้วจะโดนดูดเลือดจนแห้งตาย แต่พอหลบหลีกก็จะถูกผู้คุมงานใส่ร้ายว่าอู้งานแล้วเฆี่ยนตี มีแรงงานชั้นดีถูกตีตายไปตั้งเยอะแล้ว!"
เจียงหยวนลอบยินดีในใจ ดีจริงที่ในกลุ่มคนงานเหมืองยังมีคนฉลาดกล้าต่อต้าน กลัวที่สุดคือเจอพวกโง่เง่าขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะพูดเรียกร้องเพื่อตัวเอง ต่อให้เขาจะยุยงส่งเสริมแค่ไหน ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทีมดีๆ คอยช่วย ผลลัพธ์ก็คงไม่ดีเท่าไหร่
เป็นดังคาด การรับลูกรับส่งกันช่วยยืนยันความจริงทำให้สีหน้าของหัวหน้าหนูเพลิงมืดครึ้มลงทันที
เขายังคงใช้กระบองไม้พุทราตีมอนสเตอร์ตัวเล็กไม่หยุดพร้อมกับแอบยุยงส่งเสริมเนียนๆ "ท่านราชา ข้าเพิ่งมาใหม่ไม่รู้รายละเอียดการจัดการทีม ขอถามหน่อยเถิด คนงานเหมืองที่ถูกตีจนบาดเจ็บสาหัสทำงานไม่ได้ หรือกระทั่งถูกตีตายไปเลย พวกนั้นถูกจัดการอย่างไรหรือ?"
"จะจัดการอย่างไรได้อีก?" หัวหน้าหนูเพลิงหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วตอบสนองทันควัน มันสะบัดหางเกิดเสียงฝ่าสายลม ฟาดผู้คุมงานหนูเพลิงตนนั้นกระเด็นไปไกล 3 เมตร "หึ ข้าก็ว่าทำไมจับคนมาตั้งเยอะแต่ขุดหินดิบได้ไม่กี่ก้อน ที่แท้พวกเจ้าก็เห็นคนงานเหมืองเป็นเสบียงสำรอง เลือกกินกันตามใจชอบสินะ?"
มันจับคนมาเป็นแรงงานก็เพื่อขุดแร่ แต่ขี้เกียจใส่ใจพวกแมลงตัวเล็กๆ ที่อ่อนแอต่ำต้อย จึงบอกลูกน้องว่าถ้าไม่ทำงานให้ดีก็ตีให้หนัก พวกที่บาดเจ็บสาหัสหรือตาย มันจะคัดเลือกแล้วลากออกไปเป็นรางวัลให้ลูกน้อง
เมื่อก่อนคิดมาตลอดว่ามนุษย์ชอบอู้งานแถมยังเปราะบาง อัตราการตายถึงได้สูง คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นลูกน้องที่อาศัยช่องโหว่หาข้ออ้าง จงใจตีให้ตายเพื่อสนองความอยากของปากท้องตัวเอง!
พอรู้ว่าคนที่มาขัดขาตนกับอาวุธถนัดมือที่หมายตามานานดันเป็นลูกน้องตัวเอง ไฟโทสะในใจหัวหน้าหนูเพลิงก็ปะทุขึ้นมา "ต่อหน้าข้ายังกล้าเล่นตุกติก ส่งพวกเจ้าออกไปจับคนก็จับไม่ได้สักที หรือว่าแอบกินกันไปหมดแล้วกลับมาหลอกข้า?"