บทที่ 10 ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองกำไรมหาศาล

บทที่ 10 ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองกำไรมหาศาล
ถอยร่นออกไปซ่อนตัวอยู่ใน พุ่มไม้ ที่ห่างไกลพอจะหนีได้ทุกเมื่อ พลางมองไปยัง เหมืองแร่ สายตาของ เจียงหยวน กวาดผ่านท้องฟ้าล็อกเป้าไปที่เงาดำสายหนึ่ง หน้าต่างสายตาก็แสดงคำแนะนำจากระบบขึ้นมา
[อินทรีปีกน้ำแข็ง: มอนสเตอร์ระดับต่ำขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 4 ความเร็วในการบินสูง กรงเล็บคมกริบดุจใบมีด ปล่อยลูกศรขนนกน้ำแข็งได้ แพ้ทางไฟ สามารถฝึกให้เชื่องเป็นสัตว์ขี่ได้]
"เจ้านี่ฝึกให้เชื่องได้?" เขาผ่อนลมหายใจมองดูอยู่ไกลๆ รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย
อินทรีปีกน้ำแข็ง เหล่านั้นสยายปีกสีฟ้าน้ำแข็งร่อนลงมาอย่างเงียบเชียบ แต่ละตัวสูงเกือบ 3 เมตร ปีกที่กางออกพร้อมยิงลูกศรขนนกได้ทุกเมื่อนั้นเท่ระเบิด
พวกมันมีความใกล้เคียงกับรูปลักษณ์ดั้งเดิมของสัตว์อสูร ไม่เหมือนพวก หนูเพลิง ที่ยังใส่กางเกงแต่งตัวเลียนแบบมนุษย์ กรงเล็บที่ทั้งยาวและแข็งแกร่งย่างสามขุมด้วยกลิ่นอายกดดัน ถ้าจับมาเป็นสัตว์ขี่ ได้สักตัวต้องเจ๋งสุดๆ ไปเลย!
ในเวลานี้การต่อสู้ระยะสั้นใน เหมืองแร่ จบลงด้วยชัยชนะแบบขาดลอย
หัวหน้าหนูเพลิง แขนซ้ายขาดไปข้างหนึ่ง เห็นสถานการณ์ย่ำแย่จนกู้ไม่กลับ ดวงตาทั้งสองแดงก่ำแยกเขี้ยวแหลม หนวดสั่นระริก สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่เคยเป็นคู่มือข้าได้เลย แล้วทำไมถึง..."
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าก็แค่อาศัยเพลิงเผาสวรรค์ แย่งชิงเขาคุรุ ไปแล้วทำตัวกร่างไม่ใช่หรือ?" อวิ๋นโม่ หัวหน้าเผ่าอินทรีปีกน้ำแข็ง หัวเราะลั่นแหงนหน้ามองฟ้า กระชับผ้าคลุมที่โปร่งใสจนแทบมองไม่เห็นบนร่าง นัยน์ตาเรียวยาวเต็มไปด้วยแววเยาะหยัน "มี ของวิเศษ ที่ซื้อมาจากตลาด ด้วยราคาสูงลิบชิ้นนี้ต้านเพลิงเผาสวรรค์ ไว้ได้ ข้ายังต้องกลัวอะไรอีก?"
พอได้ยินศัตรูคู่อาฆาตโอหังลำพองใจเช่นนี้ หัวหน้าหนูเพลิง หน้าเขียวคล้ำทันที
คาดไม่ถึงว่า มัน จะชิงตัดหน้าได้ของวิเศษที่ต้านทาน เพลิงเผาสวรรค์ จาก ตลาด ไปก่อน ช่าง... เหลืออดจริงๆ!
มันโกรธ โกรธที่ตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบแท้ๆ แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถเพราะของวิเศษ ชิ้นเดียว
มันแค้น แค้นที่ลูกน้องมีวิสัยทัศน์สั้นเขินดั่งหนู ทั้งที่ยึดครองความได้เปรียบทั้งเวลา สถานที่ และผู้คน มี คนงานเหมืองมากมายขนาดนั้น แต่กลับขโมยของที่ตนเองเฝ้าดูแล ผลาญชีวิต แรงงานชั้นดี จนการขุดแร่ไม่คืบหน้า ทำให้ตนสะสม หินวิญญาณ ไม่พอซื้อ อาวุธ
มันเคือง เคืองสวรรค์ไม่ยุติธรรม!
เหตุใดถึงเพิ่งส่งเจ้าบอดอัจฉริยะนั่นมาให้ในคืนนี้?
หากมาเร็วกว่านี้สักวันสองวัน มีคนผู้นั้นคอยช่วยบริหาร มี แรงงานชั้นดีขุดแร่มากขึ้น ตนคงซื้ออาวุธ ที่หมายตาแล้วบุกไปกวาดล้างศัตรูคู่อาฆาตอย่าง อินทรีปีกน้ำแข็ง ไปนานแล้ว มันจะมีปัญญาเอาของวิเศษมาแย่งชิงเหมืองหินวิญญาณ ของข้าได้อย่างไร!
อวิ๋นโม่ สะใจที่ได้เหยียดหยามผู้แพ้จนพอใจ อารมณ์เบิกบานอย่างยิ่ง
ทั่วรัศมีสิบกว่าลี้รอบเขาคุรุ ผู้ที่มีความสามารถพอฟัดพอเหวี่ยงจะยึดครองอาณาเขตนี้ในยามค่ำคืนได้ มีเพียงตนกับเจ้าหนูเพลิงคู่แค้นเท่านั้น
แม้ตนจะมีร่างกายมหึมา บินได้และปล่อยศรน้ำแข็งได้ แต่อนิจจาเคล็ดวิชาที่อีกฝ่ายฝึกฝนดันแพ้ทางกันพอดี แม้พลังจะสูสีกันแต่พอปะทะกันทีไรก็ถูก เพลิงเผาสวรรค์ กดดันจนสู้เจ้าหนูเหม็นนั่นไม่ได้ทุกที
เพื่อลบจุดอ่อนนี้ มันต้องสรรหาวิธีสารพัด
โชคดีที่ประจวบเหมาะกับตลาดจัดงานประมูลพอดีมีของวิเศษระดับต่ำธาตุน้ำแข็งชิ้นนี้ออกมาขาย เพื่อให้ได้มันมา ในมือมีหินวิญญาณไม่พอจนต้องไปหยิบยืมมามากมายแต่ผลลัพธ์ก็น่าปลาบปลื้มยินดียิ่งนัก
ดูสิ ฆ่าล้างแก๊งหนูเหม็นแล้วยึดครองสายแร่หินวิญญาณ ที่พวกมันแย่งไปจากมือตนกลับมาเงียบๆ ขอแค่ถอนเขี้ยวเล็บทำลายตบะลูกน้องของมัน แล้วจับมาเป็น ทาสขุดแร่ อีกไม่นานตนที่ยึดครองพื้นที่ได้อย่างมั่นคงก็จะใช้หนี้หมด อาศัยการขุดสายแร่หินวิญญาณสะสมทรัพย์สินก้าวกระโดดขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองอาณาเขตที่แท้จริงที่ไม่ต้องหลบซ่อนแม้ในเวลากลางวัน!
"เจ้าแพ้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว จงนอนตายตาหลับเสียเถิด!"
สิ้นคำปีกคู่ยักษ์ก็สะบัดออก ปล่อยลูกศรน้ำแข็งสีฟ้าพุ่งระดมใส่ หัวหน้าหนูเพลิง
อีกฝ่ายหรี่ตาหนูลง ในช่วงเวลาวิกฤต เปลวเพลิงสีส้มก็ลุกโชนขึ้นจากฝ่าเท้าห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ พร้อมกับระเบิดออกกลายเป็นลูกไฟนับสิบลูกกระจายตัวออกไป เสียงระเบิดตูมตามดังกึกก้องจนหูอื้อตาลาย เหมืองแร่ทั้งแห่งกลายเป็นทะเลเพลิงในพริบตา
ขณะที่ปล่อยท่าไม้ตายที่สะสมพลังไว้นาน หัวหน้าหนูเพลิง ก็ลากสังขารที่มีลูกศรน้ำแข็งปักคาอยู่ เหยียบเปลวเพลิงหนีไปอย่างรวดเร็ว!
"ตาม! รีบไปตามจับหนูเหม็นนั่นมาให้ข้า!" อวิ๋นโม่ คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะยังมีแรงเหลือ ตะโกนสั่งการอย่างฉุนเฉียวพลางปัดป้องลูกไฟที่พุ่งเข้ามา
เจียงหยวนชำเลืองมองแผนที่ลัดเลาะไปตามหน้าผาอ้อมเหมืองแร่ ไล่ตามไปทางทิศที่ หัวหน้าหนูเพลิง หนีไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อครู่เขาเห็นชัดเจนเจ้าหนูยักษ์ยอมแลกหลอดเลือดเพื่อปล่อยท่าไม้ตาย ตอนนี้ หลอดเลือดของมันเหลือแค่ขีดเดียวแถมยังบาดเจ็บสาหัส ถ้าเก็บตกตัวนี้ได้ ก็จะอัปเป็น เลเวล 1 ไม่เสียแรงที่เหนื่อยล้ามาทั้งคืน
รุ่งสางกำลังจะมาเยือน ป่ารกร้างเขียวชอุ่มถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีน้ำเงินเข้ม สัตว์หากินกลางคืนส่วนใหญ่หลบซ่อนตัวกันหมดแล้ว ป่าเขาจึงยิ่งดูเงียบสงัด
"แฮ่ก! แฮ่ก!"
เหนือศีรษะมีอินทรีปีกน้ำแข็งบินวนเวียนเป็นระยะ หัวหน้าหนูเพลิง ที่เผาผลาญพลังชีวิตแลกกับการโจมตีเพื่อสร้างโอกาสหนี ซ่อนตัวอยู่ใน พุ่มไม้ แม้แต่จะหายใจแรงยังต้องระมัดระวัง
มันบาดเจ็บหนักมาก ร่างกายแทบขยับไม่ได้ แต่ขอแค่กัดฟันอดทนอีกนิด รอให้แดนรกร้างลอยตัวขึ้นสูงพ้นจากดินแดนกันดาร ปราณวิญญาณในอากาศเข้มข้นขึ้น พวกอินทรีปีกน้ำแข็ง ก็ต้องยอมจำนนหลบซ่อนตัว ถึงตอนนั้นมันค่อยกำหนดลมหายใจดูดซับปราณวิญญาณฟื้นฟูร่างกายช้าๆ
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีไม่สาย ความอัปยศในคืนนี้ วันหน้าข้าจะเอาคืนเป็นเท่าทวีคูณแน่นอน!
"เสียดายเหมืองหินวิญญาณกับคนงานเหมืองตั้งมากมาย..." พอนึกถึงเรื่องนี้มันก็ปวดใจ อุตส่าห์ได้คนตาบอดฉลาดเฉลียวมาช่วยงาน เพิ่งจะลิ้มรสความหวานชื่นก็ถูกทำลายเรื่องดีๆ
ตอนนี้เหมืองก็ไม่มีแล้ว ลูกน้องก็ตายเกลี้ยง แม้แต่มนุษย์ที่จับมาได้พวกนั้นก็คงแปรพักตร์ไปรับใช้เจ้านายใหม่กันหมดแล้ว
ถ้าได้เจอมนุษย์พลัดหลงสักคนก็คงดี จะได้บำรุงร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น มันนอนแผ่อยู่ในพุ่มไม้ สัมผัสถึงความว่างเปล่าที่เกิดจากลูกศรน้ำแข็งในร่างที่ดึงเอาความร้อนและพละกำลังออกไป พลางภาวนาในใจขอให้มีมนุษย์อ่อนแอสักคนมาให้ กินมื้อพิเศษ
เพราะตอนนี้มันอ่อนแอถึงขีดสุด นอกจากมนุษย์ที่ไร้ทางสู้และมีเลือดลมสมบูรณ์รสเลิศแล้ว มันก็ไม่มีปัญญาไปล่าเหยื่ออื่นได้
"สวรรค์โปรดเมตตา ประทานของกินให้ข้าสักคำเถอะ ต่อให้เป็นเด็กที่เนื้อน้อยหน่อยก็ได้ ขอแค่ได้อิ่มสักมื้อ ข้าจะมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ฟื้นฟูพลังกลับมา ทวงคืนอำนาจ ได้เร็วขึ้น!"
หรี่ตามองท้องฟ้าแอบดูว่ายังมีเงาของ อินทรีปีกน้ำแข็งหรือไม่ หัวหน้าหนูเพลิง พลางฝันหวาน
"แซ่ก แซ่ก แซ่ก!" พุ่มไม้ ส่งเสียงเสียดสีต่อเนื่อง ราวกับมีสัตว์ตัวเล็กๆ กำลังมุ่งหน้ามาทางที่มันซ่อนตัวอยู่ หัวใจของมันกระตุกวูบทันที
แย่แล้ว!
จะเป็นอินทรีปีกน้ำแข็ง ที่ไล่ล่าตามมาหรือเปล่า?
ฟ้าใกล้สว่างแล้ว อาจจะเป็นปีศาจอื่นที่ออกมาหากินแต่เช้าตรู่ก็ได้
หัวหน้าหนูเพลิง ตัวสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ มันอ่อนแอเกินไป แม้แต่ปีศาจ แมลงตัวเล็กๆ ที่ปกติมันดูแคลนที่สุดก็สามารถปลิดชีพมันได้!
หน้าของมันซีดเผือดนอนนิ่งอยู่ใน พุ่มไม้ ดวงตาหนูเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจ้องมอง พุ่มไม้ ที่สั่นไหวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
"เถาวันพวกนี้คืออะไรเนี่ย พันแข้งพันขาชะมัด" เจียงหยวน บ่นพึมพำเสียงเบา ออกแรงฉีกกระชากกิ่งก้านที่พันขาตัวเองออก ใช้ กระบองไม้พุทรา แหวกกิ่งใบอันหนาทึบ ในที่สุดก็มองเห็นหัวหน้าหนูเพลิง ที่นอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ไม่ไกล
เขาเกือบจะคลาดกันแล้ว โชคดีที่คลำทางจนพบว่า แผนที่ มีฟังก์ชันระบุตำแหน่งเป้าหมายจึงล็อกเป้า หัวหน้าหนูเพลิงไว้ในรายการสนทนา ไม่ว่าจะซ่อนตัวมิดชิดแค่ไหน ก็ยังเห็นจุดแสงกะพริบบอกตำแหน่งของมันบน แผนที่
หลบหลีกอินทรีปีกน้ำแข็งไปพลาง คืบคลานเข้าหาเป้าหมายท่ามกลางแสงรุ่งอรุณ เมื่อ เจียงหยวน ปรากฏตัวขึ้นในภาพลักษณ์คนตาบอดเพื่อลดความระมัดระวังของอีกฝ่าย ดวงตาเล็กๆ ของ หัวหน้าหนูเพลิง ก็เปล่งประกายยินดีปรีดาอย่างบ้าคลั่งทันที!
‘เยี่ยมไปเลย!’ หนึ่งคนหนึ่งหนูอุทานในใจพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองกำไรมหาศาล

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 10 ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองกำไรมหาศาล

ตอนถัดไป