บทที่ 11 วาสนา ช่างวิเศษเกินบรรยาย
บทที่ 11 วาสนา ช่างวิเศษเกินบรรยาย
‘ฟ้าดินเป็นพยาน เหล่าทวยเทพคุ้มครอง!’ หนวดของหัวหน้าหนูเพลิงสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น
มันคิดว่าข้ากำลังต้องการอาหารเพื่อเติมเต็มพละกำลังพอดี เจ้าตาบอดก็ดันโผล่มาที่นี่ แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามันต้องเป็นดาวนำโชคของข้าแน่ๆ
คงเป็นเพราะเจ้าตาบอดหูไวตาไว เห็นท่าไม่ดีเลยฉวยโอกาสหนีออกมา นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะวิ่งหนีตายในป่าอย่างไม่คิดชีวิต จนจับพลัดจับผลูมาชนเข้ากับเจ้าตาบอดที่มองไม่เห็นแยกแยะทิศเหนือทิศใต้ไม่ออกผู้นี้ มันส่งตัวเองมาถึงปากข้าขนาดนี้ น้ำใจอันเปี่ยมล้นนี้จะไม่รับไว้ได้อย่างไร?
วาสนาหนอ ช่างวิเศษเกินบรรยายจริงๆ!
“เอิ่ม... ท่านราชา?” เจียงหยวนเห็นเหยื่อในขณะเดียวกันก็เห็นแถบความคืบหน้าแสดงระดับความอันตรายสว่างวาบขึ้นในครรลองสายตา
ข้อมูลแม่นยำตัดสินใจง่ายมาก เจ้าหนูยักษ์มีใจอยากจะกลืนเขาลงไปในคำเดียวแต่ไร้ซึ่งความสามารถนั้น ดังนั้นระดับความอันตรายโดยรวมจึงไม่สูงนัก
บอสใหญ่ถูกตีจนเลือดโชกหนีมาได้ยังจัดอยู่ในประเภทมอนสเตอร์ป่า ตนเองในฐานะมือใหม่ที่เพิ่งเข้าเกม การฆ่าแล้วรูทไอเทมจากศพได้นี่มันลาภลอยหล่นทับชัดๆ!
ถึงกระนั้น เขาก็เข้าใจสัจธรรมที่ว่าระวังไว้ก่อนปลอดภัยกว่า ยิ่งเข้าใกล้การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สนุกจนได้เรื่อง
ดังนั้นเจียงหยวนจึงแสร้งทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่น กดเสียงต่ำถามว่า “ใช่ท่านราชาหรือไม่? ข้าได้กลิ่นกลิ่นอายราชันย์เฉพาะตัวของท่าน ที่เหมืองแร่วุ่นวายมาก ข้ารู้สึกไม่ดีเลยฉวยโอกาสหนีออกมา นึกไม่ถึงว่าจะได้พบท่านราชาที่นี่ ดีเหลือเกิน”
“ใช่แล้ว ดีจริงๆ นั่นแหละ” หัวหน้าหนูเพลิงถอนหายใจ มองมนุษย์หนุ่มเนื้อแน่นฉ่ำน้ำตรงหน้า น้ำลายในปากก็อดไหลออกมาไม่ได้
มันดูเหมือนจะได้ลิ้มรสรสชาติหวานล้ำของเลือดเนื้อสดใหม่ที่ระเบิดซ่านในปาก ยากจะจินตนาการว่าการใช้อาหารมื้อนี้ปลอบประโลมกระเพาะที่ว่างเปล่า ในยามตกอับเช่นนี้จะมีความสุขเพียงใด!
มันฝืนยันกายลุกขึ้นนั่ง พยายามทำเสียงให้ดูโอบอ้อมอารี “ไอ้พวกสารเลวพวกนั้นแย่งชิงเหมืองแร่ของพวกเราไป แต่ผ่านศึกครั้งนี้ข้าดูออกถึงความหูไวตาไวเฉลียวฉลาดและความสามารถในการทำงานที่ยอดเยี่ยมของเจ้า วางใจเถอะ ข้าเคยบอกว่าจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเลวร้ายก็ย่อมทำตามนั้น
มาเถิด เข้ามาข้างกายข้า
ข้าจะถ่ายทอดคัมภีร์เผาสวรรค์ให้เจ้า สอนเจ้าบำเพ็ญเพียรวิถีแห่งเต๋า รอให้เจ้าสร้างรากฐานสำเร็จจะต้องซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ถึงเวลานั้น เจ้าและข้าสองคนร่วมมือกันจะต้องกลับมาผงาดอีกครั้งแย่งชิงเหมืองแร่กลับคืนมา ถึงตอนนั้นเจ้าก็คือท่านรองราชาผู้มีบารมีน่าเกรงขาม!”
โฮ่ ยังจะมาขายฝันตรงนี้อีกเหรอ?
เจียงหยวนต่อให้โง่แค่ไหนก็มองสถานการณ์ปัจจุบันออก เจ้าหนูยักษ์นี่คิดจะหลอกล่อเขาให้เข้าไปในระยะโจมตีเพื่อจัดการในกระบวนท่าเดียวแล้วเริ่มมื้ออาหาร แต่เขายังคงแสร้งทำสีหน้าดีใจอย่างเชื่อสนิทใจ ก้าวเท้าเข้าไปสองก้าวใหญ่ๆ ยืนอยู่ด้านนอกระยะโจมตีของหนูยักษ์พอดี แต่เป็นระยะโจมตีของกระบองไม้พุทรา
สาเหตุที่ไม่พุ่งเข้าไปตีเลย ก็เพราะเจียงหยวนรักตัวกลัวตาย
เขาไม่อยากบุ่มบ่ามเข้าไปโดยที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้ ถึงยังไงเจ้านี่แม้แขนซ้ายจะขาดและมีลูกศรขนนกปักอยู่บนตัวแต่มันพ่นไฟปล่อยสกิลระยะไกลได้
เว้นแต่ว่าเจ้าหนูยักษ์จะยอมเผาผลาญหลอดเลือดเพื่อใช้ท่าไม้ตายระเบิดลูกไฟมั่วซั่ว มิฉะนั้นตามสถานการณ์ที่สังเกตเห็น ระยะพ่นไฟของมันไม่เกิน 2 เมตร พอดีกับกระบองไม้พุทราที่เป็นอาวุธยาวมีความยาว 2.2 เมตร ความได้เปรียบระลอกนี้อยู่ที่ข้า
“เข้ามาอีกหน่อย พี่น้องอย่างเราไม่ต้องมากพิธี คัมภีร์เผาสวรรค์ของข้าเป็นความลับที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีศัตรูตัวฉกาจกำลังค้นหาร่องรอยของข้า พวกเราต้องถ่ายทอดวิชาอย่างเงียบเชียบ” หัวหน้าหนูเพลิงมองดูเจ้าตาบอดเดินเข้ามาอย่างไม่สงสัย เลือดทั่วร่างพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น รอคอยให้อาหารเลิศรสเข้าปากเพื่ออิ่มหนำสำราญ
แต่เขากลับยืนทำความเคารพอยู่อย่างนอบน้อมห่างออกไป 2 เมตรไม่กล้าเข้ามา ทำให้มันรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก
หนีตายจากกรงเล็บอินทรีมาได้ ตัวเองบาดเจ็บหนักเกินไปจนพ่นไฟไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องให้เจ้าตาบอดเอาหัวมาส่งที่กรงเล็บอันคมกริบดุจมีด ถึงจะได้กินอาหารมื้ออร่อยและเปี่ยมโภชนาการ
เห็นเจ้าหนูยักษ์ออกแรงโบกอุ้งเท้าขวา คำนวณระยะโจมตีทางกายภาพแถมยังใช้วิธีบำเพ็ญเพียรมาล่อลวงให้ตนเข้าไป เจียงหยวนก็วางใจได้สนิท สรุปคือเจ้านี่หลอดเลือดต่ำเกินไปจนพ่นไฟไม่ออกสินะ งั้นจะรออะไรอีก?
แน่นอนว่าต้องจัดชุดวิชาไม้เท้าจากฟากฟ้าที่ทำเอามึนงงและปวดกบาลให้มันสักชุดสิ!
“80! 80!” เหวี่ยงกระบองพร้อมตะโกนคำขวัญ เจียงหยวนฟาดกระบองใส่หัวมันเปรี้ยงเดียว เจ้าหนูยักษ์ก็มึนงงไปชั่วขณะจริงๆ จากนั้นก็โกรธจัด “จะ... เจ้ากล้า...”
ราชาหนูผู้ยิ่งใหญ่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด? ถึงกับถูกมนุษย์กระจอกๆ ตีเอาได้ มันโกรธจนแทบระเบิด ฝืนยันกายขึ้นมาหมายจะแลกด้วยชีวิตลากเจ้าตาบอดไปเป็นเพื่อนร่วมตายก่อนตาย
ทว่าโบนัสอาวุธ -80 เป็นสิ่งที่มันคิดไม่ถึงจริงๆ หากเผชิญหน้ากับบอสเลือดเต็ม พลังโจมตีแค่นี้ของเจียงหยวนคงไม่ไหวแน่ แต่ในสถานะเลือดโชก ฟาดไปทีเดียวเห็นผลทันตา
เจียงหยวนมองเห็นชัดเจนการเคลื่อนไหวก็ว่องไว ฟาดลงไปติดต่อกันอีกไม่กี่ที เจ้าหนูยักษ์ก็อ่อนแอจนแม้แต่จะด่าทอก็ทำไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงใช้สายตาเคียดแค้นจ้องมอง เจ้าตาบอด ขณะโดนกระบองฟาด จนกระทั่งวินาทีก่อนตายมันก็ยังคิดไม่ตก มนุษย์กระจอกๆ ที่ไม่มีพลังปราณแม้แต่น้อยนิด ทำไมถึงใช้ไม้กระบองท้าทายสัตว์อสูรแล้วตีตัวเองจนหมอบได้จริงๆ?
[ความสำเร็จ: สังหารปีศาจขอบเขตสร้างรากฐานตัวแรก รางวัล: หินวิญญาณ X2,000]
[หนังหนูเพลิงชั้นเลิศ +1]
[กรงเล็บหนูเพลิงชั้นเลิศ +3]
[ถุงมิติเลเวล 1 +1]
พร้อมกับค่าประสบการณ์ที่พุ่งพรวดขึ้นมา เจียงหยวนพบว่าร่างกายของตนมีแสงสีทองวาบผ่าน ทักษะการต่อสู้เลื่อนเป็นเลเวล 1 อย่างเป็นทางการ!
ได้ยินเพียงเสียงกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บเบาๆ เขาสัมผัสได้ถึงพละกำลังสายหนึ่งที่เอ่อล้นจากภายในสู่ภายนอกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
หน้าต่างสถานะส่วนตัวแสดงว่ามีโบนัสอาวุธ ตอนนี้พลังโจมตีรวมของตนคือ 110 หมายความว่าครั้งหน้าเหวี่ยงกระบองตีมอนสเตอร์จะตะโกนว่าแปดสิบไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนเป็นทัวร์ลงแทน
ถุงมิติชำรุดที่ผูกมัดอยู่มีทั้งหมด 20 ช่อง หักเครื่องมือที่จำเป็นออกไปแล้ว ของที่ริบได้จากศัตรูที่เก็บเกี่ยวมาได้เกือบจะเต็มทุกช่อง
เจียงหยวนน้ำลายสออยากได้ถุงมิติของเจ้าหนูยักษ์ที่เห็นชัดว่าเกรดดีกว่าใบนั้น น่าเสียดายที่ระบบแจ้งว่าไม่สามารถใช้งานได้ ทำได้เพียงนำไปขายแลกเงินที่ตลาดเคลื่อนที่ อีกอย่างในถุงมิติมีของอยู่ไม่น้อย ต้องรอ 12 ชั่วโมงให้ระบบตัดสินว่าเป็นของไม่มีเจ้าของก่อนถึงจะเปิดเอาของได้
เขารีบกลับไปที่กระท่อมฟางเพื่อสร้างกล่องเก็บของย้ายวัสดุอุปกรณ์ และถือโอกาสรับภารกิจต่อไป เห็นว่าหลังจากตีหัวหน้าหนูเพลิงตายและเก็บของที่ริบได้จากศัตรูอัตโนมัติแล้ว ศพของมันก็กลายเป็นเลือดเหลวหายไป จึงวางใจมองแผนที่ปรับทิศทางกลับบ้านตัวเอง
“พี่ชาย!” เดินออกมาได้ไม่ไกล เจียงหยวนก็ได้ยินเสียงเรียกเบาๆ
หลินชุนซีกับแม่และคนในหมู่บ้านเดียวกันอีกไม่กี่คนซ่อนตัวอยู่ในโพรงต้นไม้ใหญ่ เห็นเงาร่างที่เฝ้าคะนึงหามุดออกมาจากป่าทึบ เธอร้อนใจอย่างยิ่งกดเสียงต่ำร้องเรียก “พวกเราอยู่ทางนี้ รีบมาหลบด้วยกันเร็ว! ตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ บนทุ่งร้างอาจมีสัตว์อสูรโผล่ออกมาจับเหยื่อได้ทุกเมื่อ อันตรายมาก!”
เจียงหยวนลังเลอยู่ 1 วินาทีก่อนจะหันหลังตรงไปยังโพรงต้นไม้ใหญ่ โอกาสหาได้ยากเขาต้องรีบทำความเข้าใจภูมิประเทศและวัฒนธรรมของเกมแดนรกร้าง มิฉะนั้นหากไม่รู้อะไรเลยอาศัยแค่คลำทางเองคงต้องเดินอ้อมโลกแน่
ว่านหมิงชวนที่ได้รับบาดเจ็บก็อยู่ในกลุ่มด้วย เดิมทีกำลังหลับตาพักผ่อนพอเห็นเขาเดินมา ใบหน้าหล่อเหลาก็เผยรอยยิ้มออกมา “ขอบคุณสหายที่เอ่ยปากช่วยชีวิตข้าไว้ มิฉะนั้นคงถูกเจ้าหนูเหม็นเน่านั่นฆ่าตายไปแล้วจริงๆ!”
ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็รีบกล่าวขอบคุณเช่นกัน
“พ่อหนุ่ม ขอบใจนะที่ช่วยพวกเราไว้”
“ใช่ๆ ตอนนั้นข้ากลัวจนขาอ่อนไปหมด โชคดีที่พ่อหนุ่มดึงข้าขึ้นมาไม่งั้นคงโดนเหยียบตายไปแล้ว”
“แถมยังชี้ทิศทางให้พวกเราอีก ทุกคนถึงรอดตายมาได้...”
............
ในโพรงต้นไม้ซ่อนคนแก่หนุ่มสาวไว้ 8 คนและยังมีที่ว่าง หลังจากขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเว้นที่ให้เจียงหยวนแล้ว ทุกคนต่างพยายามขดตัวเข้าไปในโพรงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบร่องรอย
หลินชุนซีแอบชำเลืองมองมารดา คิดในใจว่าทุกคนติดหนี้บุญคุณพี่ชาย เขาคงจะย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างราบรื่น ครั้งนี้แม่คงไม่สงสัยว่าเขาเป็นคนเลวแล้วล่ะมั้ง?
เจียงหยวนได้ยินว่าพวกคนงานเหมืองล้วนหนีรอดมาได้ หลังจากออกจากพื้นที่บึงโคลนก็แยกย้ายกันหาที่ซ่อนตัว ขอแค่ทนจนฟ้าสว่างแดนรกร้างทะยานขึ้นก็จะปลอดภัยก็วางใจลง
“อย่าให้พูดเลย แต่ก่อนพวกเรารู้แค่ว่ายามค่ำคืนการจุติของแดนรกร้างต้องซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านห้ามออกไปไหน ใครจะไปรู้ว่าข้างนอกจะอันตรายขนาดนี้!”
พอพ่อหนุ่มถามว่าถูกจับไปเป็นคนงานเหมืองได้อย่างไร ผู้ใหญ่บ้านวัยเกิน 50 ปีที่ร่างกายยังแข็งแรงลูบเคราดกดำถอนหายใจ “ก็โทษที่พวกเราดวงซวย
ไม่กี่วันก่อน จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาในหมู่บ้าน รูปร่างผอมดำหน้าตาเจ้าเล่ห์ เข้ามาในหมู่บ้านก็โวยวายปากก็ร้องตะโกนคำอย่าง ‘เติมเงิน’ ‘นิ้วทองคำ’ ‘ฮาเร็ม’ อะไรทำนองนี้ที่ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วก็ควักเหรียญทองออกมากำหนึ่งให้พวกเราจัดที่พักหาหญิงสาวบริสุทธิ์หน้าตาดีมาปรนนิบัติเขานอน
ท่าทางบ้าๆ บอๆ กะล่อนปลิ้นปล้อนดูแล้วไม่ใช่คนดี
พวกเราจะไล่เขาออกไป นึกไม่ถึงว่าเขาไม่รู้เอาขวานออกมาจากไหน ตะโกนว่าขนาด NPC ยังกล้าแข็งข้อจะฆ่าพวกเราให้หมดแล้วยึดหมู่บ้าน ดุร้ายมาก!
ระหว่างยื้อยุดกันที่ลานกว้าง เขาถึงกับฟันรูปปั้นเจ้าแม่หนี่วาที่ปกป้องความปลอดภัยของหมู่บ้านเราจนเกิดรอยร้าว
พวกเราร่วมแรงร่วมใจกันตีเจ้านั่นจนตายแล้วโยนออกไป นึกไม่ถึงว่าเขาทำลายรูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา ตอนการจุติของแดนรกร้างเกราะป้องกันที่รูปปั้นมอบให้จึงอ่อนแอมาก ยังไม่ทันที่พวกเราจะหาวิธีซ่อมแซม ก็ถูกพวกปีศาจหนูพบเข้าแล้วบุกฝ่าเกราะป้องกันเข้ามาจับคน...”