บทที่ 84 เป้าหมายใหม่ของลั่วเซิน [ฟรี]

บทที่ 84 เป้าหมายใหม่ของลั่วเซิน [ฟรี]
ด้านล่างเวที เหล่านักข่าวต่างจดบันทึกกันมือระวิง
ความมั่นใจของบัคนั้นช่างมีอิทธิพลเหลือเกิน ชาวเมืองเริ่มส่งเสียงเชียร์ ความหวาดกลัวดูเหมือนจะถูกปัดเป่าออกไปจริงๆ
“ผู้กองจงเจริญ!”
“ฆ่าไอ้พวกสวะไอริชให้หมด!”
ท่ามกลางฝูงชนที่ส่งเสียงอึกทึก มีเพียงนายอำเภอทอมป์สันเท่านั้นที่มีสีหน้ากังวล
เขาเบียดตัวผ่านผู้คนเข้าไปหานักข่าวหนุ่มสองสามคน
“ฟังนะไอ้หนู”
ทอมป์สันกดเสียงต่ำ “อย่าไปเชื่อเรื่องไร้สาระพรรค์นั้นของมันเด็ดขาด”
“บัคมันไม่รู้อะไรเลย มันไม่เคยเห็นปีศาจพวกนั้น!”
“ไอ้ผู้กองนั่น มันจะพาพวกเราไปตายกันหมด!”
“อะไรนะครับ?”
นักข่าวหนุ่มชะงัก ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าคนคนนี้กำลังพูดเรื่องอะไร
“เชื่อฉันสิ!”
ทอมป์สันคว้าแขนนักข่าวคนนั้นไว้แน่น “เมื่อไหร่ก็ตาม! ฉันหมายถึงเมื่อไหร่ก็ตามที่เสียงปืนดังขึ้นในเมือง อย่าวิ่งตามฝูงชนไป! อย่าไปหาพวกกองกำลังอาสาสมัครเด็ดขาด!”
“ถึงตอนนั้น พวกนาย...”
เขาชี้ไปที่ยอดแหลมสูงตระหง่านใจกลางเมือง “ให้รีบเข้าไปหลบในโบสถ์ซานมาเทโอ ที่นั่นเป็นสิ่งก่อสร้างเดียวในเมืองที่ทำจากหิน และเพิ่งจะเสริมความแข็งแรงไปเมื่อฤดูใบไม้ผลินี้ ล็อคประตูให้แน่น ลงไปหลบในห้องใต้ดิน แล้วสวดภาวนาขอให้พระเจ้าคุ้มครองพวกนาย”
“คุณนายอำเภอ”
คนหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เขาจงใจเหลือบมองบัคที่ยืนทำท่าเหมือนชนะสงครามแล้วอยู่ไม่ไกล “พวกเราเชื่อในฝีมือของผู้กอง ปืนตั้งห้าร้อยกว่ากระบอก แถมยังมีแกตลิงอีก”
“นั่นสิ”
นักข่าวอีกคนก็พูดแซวขึ้นมา “คุณอย่าหนีเป็นคนแรกเหมือนคราวที่สตรอว์เบอร์รี่ทาวน์อีกล่ะคุณทอมป์สัน พวกเรายังหวังจะให้คุณพาไปถ่ายรูปเอ็กซ์คลูซีฟตอนพวกโจรโดนยิงหัวระเบิดอยู่นะ”
“ไอ้ขี้ขลาด!”
นักข่าวจากอีกสำนักหนึ่งพึมพำเบาๆ
ทอมป์สันหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างแรง
อุตส่าห์หวังดีมาเตือน ไอ้เวรพวกนี้ยังจะมาฉีกหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัลอีก!
ช่างแม่ง คนที่กำลังจะตาย อยากทำอะไรก็เชิญ!
“ไปตายซะ!”
เขากัดฟันพูดลอดไรฟัน แล้วหันหลังเดินเงียบๆ กลับเข้าไปในแถวฝึกซ้อม
......
ในสวนแอปเปิลของลั่วเซิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายแห่งฤดูเก็บเกี่ยว
สวนผลไม้ขนาดกว่าหนึ่งพันแปดร้อยเอเคอร์เข้าสู่ฤดูกาลเก็บผลผลิต
คนงานชาวจีนที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อนภายใต้การนำของผู้ดูแล
แอปเปิลที่บรรจุลังเรียงรายอย่างเป็นระเบียบลังแล้วลังเล่า ถูกขนขึ้นรถม้า ลำเลียงมุ่งหน้าลงใต้ไปยังท่าเรือซอซาลิโต
แต่ปัญหาก็เกิดขึ้น
อาเซิน ผู้ดูแล ส่งข่าวกลับมาจากซอซาลิโต
“เจ้านาย สินค้าของเราติดค้างอยู่ที่นั่นครับ”
“ผู้จัดการท่าเรือบอกว่าธุรกิจเรือข้ามฟากยุ่งมาก ใบสั่งงานของเราต้องรอคิวอีกครึ่งเดือนถึงจะขนไปซานฟรานซิสโกได้”
ครึ่งเดือน?
ลั่วเซินรู้ดีว่าราคารับซื้อในตลาดผลไม้ฝั่งซานฟรานซิสโกเปลี่ยนไปทุกวัน
แอปเปิลพวกนี้ยิ่งกองอยู่ที่ท่าเรือนานไปอีกหนึ่งวัน ก็เท่ากับโยนเหรียญอีเกิลทิ้งลงทะเลไปเปล่าๆ
“ธุรกิจยุ่ง?”
ลั่วเซินแค่นหัวเราะ
นี่มันก็แค่การรีดไถแบบซึ่งหน้าที่สุดในศตวรรษที่ 19 เท่านั้นเอง
“งั้นก็ให้มันไปสามสิบเหรียญอีเกิล”
ยี่สิบนาทีต่อมา ข่าวใหม่ก็ส่งกลับมา
“เจ้านาย เรียบร้อยครับ! ไอ้หมูตอนผิวขาวนั่นรับเงินไปแล้ว สินค้าของเราจะได้ไปกับเรือข้ามฟากเที่ยวแรกของพรุ่งนี้”
แม้จะเป็นเรื่องแทรกซ้อนที่เล็กน้อยจนแทบไม่น่าใส่ใจ แต่มันกลับจุดประกายความคิดใหม่ให้กับลั่วเซิน
ดูเหมือนเขาจะมองข้ามจุดที่สำคัญมากๆ ไปจุดหนึ่ง
ท่าเรือซอซาลิโตในปี 1878 มันไม่ใช่แค่ท่าเรือธรรมดา
แต่มันคือราชาแห่งเงินสดที่แท้จริง เป็นคอหอยของแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ
สินค้าจากโซโนมา นาปา หรือแม้แต่โรงเลื่อยไม้ทางตอนเหนือที่ไกลออกไป ไม่ว่าจะเป็นไม้ซุง ไวน์ แอปเปิล ข้าวสาลี หากต้องการเข้าสู่ซานฟรานซิสโกซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคและศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในชายฝั่งตะวันตก ล้วนต้องผ่านที่นี่
แม้แต่เจ้าปลาหมึกยักษ์อย่างบริษัทรถไฟแปซิฟิกใต้ รางรถไฟที่พวกมันวางมาถึงมารินเคาน์ตี้ ก็ยังต้องอาศัยเรือข้ามฟากที่นี่เพื่อขนตู้รถไฟข้ามช่องแคบโกลเดนเกต!
ใครที่ควบคุมท่าเรือซอซาลิโตได้ ก็เท่ากับกุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ
พอนึกถึงจุดนี้ ลั่วเซินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
เดี๋ยวนะ เขานึกออกแล้ว!
ตอนนี้คือปี 1878
บริษัทรถไฟแปซิฟิกใต้ยังไม่ได้ยื่นหนวดของมันเข้ามาถึงท่าเรือแห่งนี้
ท่าเรือแห่งนี้ รวมถึงเส้นทางรถไฟที่เชื่อมมันเข้ากับพื้นที่ตอนในของแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ ตอนนี้เป็นของบริษัทอื่น!
บริษัทที่มีชื่อว่า บริษัทรถไฟชายฝั่งแปซิฟิกเหนือ (North Pacific Coast Railroad - NPC)!
กว่าบริษัทนี้จะถูกสองยักษ์ใหญ่อย่างเซาเทิร์นแปซิฟิกและซานตาเฟ่จับมือกันเข้าซื้อกิจการ ก็ต้องรอไปอีกสามสิบปีข้างหน้าคือปี 1907
และตอนนี้ ประธานและผู้กุมอำนาจสำคัญของบริษัทนี้ คือบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์แคลิฟอร์เนีย มิลตัน สโลคัม ลาธาม
นี่เป็นตาแก่ที่น่าสนใจมากทีเดียว
เขาเคยเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้จะอยู่ในตำแหน่งสั้นจนน่าขำ และเขาก็เคยเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ
แต่ในปีนี้ สถานะหลักของเขาคือนายธนาคารระดับท็อปของซานฟรานซิสโก
ประธานธนาคารลอนดอนและซานฟรานซิสโก
สถานะนี้หมายความว่าเขาสามารถขับเคลื่อนเงินทุนมหาศาลจากยุโรปได้
เขาเป็นตัวแทนของกลุ่มทุนเก่าและขั้วอำนาจทางการเมืองที่หยั่งรากลึกในซานฟรานซิสโก
เขาไม่เหมือนกับกลุ่ม ‘สี่ผู้ยิ่งใหญ่’ แห่งบริษัทรถไฟแปซิฟิกใต้อย่างสแตนฟอร์ดหรือฮันติงตันพวกนั้น
พวกนั้นเป็นเศรษฐีใหม่จากธุรกิจรถไฟที่สร้างตัวขึ้นมาจากศูนย์ เติบโตอย่างป่าเถื่อนด้วยการเหยียบย่ำซากศพของแรงงานจีนและที่ดินที่รัฐบาลประเคนให้
แต่ลาธามเหมือนนักการเมืองและนักการเงินที่นั่งอยู่ในสำนักงานย่านการเงินมากกว่า
สิ่งที่นายธนาคารให้ความสำคัญที่สุดคืออะไร?
คือความสามารถในการทำกำไรของบริษัท งบดุล และราคาหุ้น!
ลั่วเซินจับจุดสำคัญนี้ได้ทันที
ลาธามไม่มีทางลงมาคลุกคลีกับรายละเอียดสกปรกของธุรกิจรถไฟเหมือนพวกสี่ผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน
เขาไม่สนใจหรอกว่าแก๊งไหนจะเป็นคนขนสินค้าที่ท่าเรือซอซาลิโต และไม่สนว่าใต้หมอนรองรางรถไฟจะมีศพฝังอยู่กี่ศพ
ขอแค่กำไรไม่ขาดสาย ขอแค่ราคาหุ้นพุ่งขึ้น!
สำนักงานใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการและฐานซ่อมบำรุงรถไฟของบริษัท NPC ตั้งอยู่ที่ซอซาลิโต
แต่สำนักงานใหญ่ฝ่ายการเงินและการตัดสินใจ อยู่ที่ย่านการเงินในซานฟรานซิสโกอย่างไม่ต้องสงสัย ภายในห้องทำงานหรูหราของประธานธนาคารลาธาม
ลั่วเซินหวนนึกถึงข้อมูลของบริษัท NPC มุมปากค่อยๆ ยกยิ้มอย่างน่ากลัว!
ช่างเป็นเหยื่อที่สมบูรณ์แบบอะไรอย่างนี้!
บริษัทรถไฟชายฝั่งแปซิฟิกเหนือ (NPC)
บริษัทนี้ขดตัวอยู่ในพื้นที่แคบยาวของซานฟรานซิสโก มารินเคาน์ตี้ และโซโนมาเคาน์ตี้ เหมือนราชาท้องถิ่นที่พอใจกับสถานะปัจจุบัน
ถ้าจะบอกว่าบริษัทรถไฟแปซิฟิกใต้ (SP) คือเสือเขี้ยวดาบบนแผนที่แคลิฟอร์เนีย งั้น NPC ก็เป็นได้อย่างมากแค่หมาป่าโคโยตี้ที่หากินอยู่ตามป่าเขาอันทุรกันดาร!
เสือเขี้ยวดาบในปี 1878 ตัวนี้กำลังยุ่งอยู่กับการล่าเหยื่อที่ยิ่งใหญ่กว่า
เจ้านายทั้งสี่ของมันกำลังทุ่มเทพลังและเงินทุนทั้งหมดไปกับทะเลทรายอันกว้างใหญ่ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียและแอริโซนา
พวกมันต้องการสร้างทางรถไฟข้ามทวีปสายที่สองของอเมริกาขึ้นบนดินแดนรกร้างแห่งนั้น
นั่นถึงจะเป็นภารกิจยิ่งใหญ่ที่สะเทือนแผนที่จักรวรรดิได้อย่างแท้จริง
ส่วนมารินเคาน์ตี้ ดินแดนบ้านนอกที่เต็มไปด้วยภูเขา เฉอะแฉะ และกำไรน้อยนิดนี่น่ะเหรอ?
เสือเขี้ยวดาบไม่ได้อยู่ในสายตาเลย
เจ้าของ NPC มิลตัน ลาธาม กับสี่ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง SP มีข้อตกลงที่รู้กันเงียบๆ
มันคือสมดุลของการต่างคนต่างอยู่
NPC พอใจกับการผูกขาดการขนส่งไม้ ผลิตภัณฑ์นม และสินค้าเกษตรในอ่าวตอนเหนือ มันไม่มีเจตนาและไม่มีกำลังพอที่จะไปท้าทายธุรกิจข้ามทวีปอันมหึมาของ SP
ส่วน SP ก็ยินดีที่จะปล่อยให้นายธนาคารผู้มีหน้ามีตาในวงการการเงินและการเมืองซานฟรานซิสโกอย่างลาธาม ต้องออกแรงพัฒนาพื้นที่ที่ถูกกั้นด้วยภูเขาและป่าไม้เรดวูดเหล่านั้นไป
บริษัทรถไฟแปซิฟิกใต้ไม่สนใจ
แต่เขา ลั่วเซิน สนใจ!
ท่าเรือและย่านสถานีรถไฟซอซาลิโต ไม่ได้เป็นแค่คอหอยของแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ หรือแค่ราชาแห่งเงินสดเท่านั้น
แต่มันจะเป็นรากฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับจักรวรรดิในอนาคตของลั่วเซิน
มันมีโรงซ่อมบำรุงและโกดังสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถดัดแปลงให้เป็นฐานส่งกำลังบำรุงและคลังแสงของบริษัทรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์ได้ทันที
มันควบคุมเรือข้ามฟากทุกเที่ยวที่ไปกลับซานฟรานซิสโก ซึ่งหมายความว่า ลั่วเซินสามารถส่งสินค้าที่ผลิตได้จากที่ดินหลายหมื่นเอเคอร์ของเขาขึ้นสู่โต๊ะอาหารในซานฟรานซิสโกด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดและความเร็วสูงสุด เพื่อเปลี่ยนเป็นเหรียญอีเกิลลังแล้วลังเล่าได้อย่างง่ายดาย!
ที่สำคัญกว่านั้น คือเรือ
ในงบดุลของบริษัท NPC ไม่ได้มีแค่เรือข้ามฟากพลังไอน้ำที่วิ่งในอ่าวเท่านั้น
เพื่อรองรับธุรกิจขนส่งไม้เรดวูดขนาดใหญ่ มันยังมีเรือขนส่งสินค้าเดินสมุทรอีกสองลำ ถึงจะเก่าแต่ก็แข็งแรงทนทานอย่างแน่นอน
นี่ต่างหากคือสิ่งที่ลั่วเซินต้องการจริงๆ!
ช่องทางลำเลียงคนที่เขาเชื่อมต่อจากต้าชิงมาสู่อเมริกาเหนือ กำลังต้องการยานพาหนะแบบนี้พอดี
ถ้ามีเรือเป็นของตัวเอง เขาก็สามารถตัดคนกลาง ตัดบริษัทเดินเรือและพวกนายหน้าหน้าเลือดออกไป แล้วขนแรงงานจีนนับพันนับหมื่นคนมายังอาณาเขตของเขาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพโดยตรง
ขนส่งสินค้า ขนส่งคน
ถ้าคุมซอซาลิโตได้ ก็เท่ากับลั่วเซินมีจุดเชื่อมต่อเส้นเลือดดำที่สามารถเติมเลือดได้ไม่จำกัดบนทวีปอเมริกาเหนือ
“มิลตัน สโลคัม ลาธาม...”
ลั่วเซินพึมพำ
นายธนาคาร นักการเมือง
คนประเภทนี้ เขาจะไม่เลี้ยงกองทัพส่วนตัวไว้ในถิ่นของตัวเองเหมือนพวกเศรษฐีรถไฟ
เขาพึ่งพากำแพงที่สร้างขึ้นจากกฎหมาย ระเบียบ และเงินตรามากกว่า
และสิ่งที่ลั่วเซินถนัดที่สุด ก็คือการใช้ความรุนแรงที่ป่าเถื่อนที่สุด ทุบทำลายกำแพงอารยธรรมแบบนี้ให้แหลก
“ต้องหาวิธี”
แววตาของลั่วเซินลึกล้ำขึ้น
“ต้องงัดเอาเนื้อก้อนโตชิ้นนี้ ออกมาจากปากจิ้งจอกเฒ่าตัวนั้นให้ได้!”
ดึงความคิดกลับมา
เหยื่อในซานฟรานซิสโกต้องใช้ความอดทนสักหน่อย
ส่วนไอ้พวกตัวตลกกระโดดไปมาที่ซานราฟาเอล วันตายของพวกมันมาถึงแล้ว
กองกำลังชั้นยอดสามร้อยนายของพินเคอร์ตันถอนตัวออกจากมารินเคาน์ตี้ไปอย่างหัวซุกหัวซุนแล้ว
ตอนนี้ในเมืองเล็กๆ นั่น เหลือแค่เจ้าโง่บัค กับกองกำลังอาสาสมัครที่รวมตัวกันแบบขอไปทีอีกสี่ร้อยกว่าคน
ไม่คณามือ!
ส่วนตำรวจสองเคาน์ตี้อีกแปดสิบกว่าคนที่บัคภูมิใจนักหนาและจับยัดเข้ามาร่วมรบด้วยน่ะเหรอ?
ลั่วเซินแทบจะหลุดขำ
ในบรรดานายอำเภอทอมป์สันและลูกน้องผู้ซื่อสัตย์เหล่านั้น เกินครึ่ง หรือสี่สิบกว่าคน ล้วนเป็นมือสังหารพลีชีพของลั่วเซิน
พวกเขาเปรียบเสมือนยาพิษเรื้อรังที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างของบัค
แต่ลั่วเซินยังไม่คิดจะใช้งานพวกเขาตอนนี้
ปล่อยให้พวกเขาแสดงเป็นไอ้ขี้แพ้ตาขาวต่อไป รอจังหวะสำคัญค่อยสร้างปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ให้บัคจากภายใน แค่นั้นก็พอแล้ว
การแสดงของจริง อยู่ที่อื่นต่างหาก
ใจกลางเมืองซานราฟาเอล ในบ้านร้างหลังหนึ่งที่ห่างจากกองบัญชาการของบัคไม่ถึงหนึ่งพันหลา
ปืนไรเฟิลคานเหวี่ยงวินเชสเตอร์หกสิบกระบอก และกระสุนกองพะเนิน สงบนิ่งอยู่ภายใต้ผ้าใบกันน้ำในห้องใต้ดิน
รอเพียงเสียงระฆังเที่ยงคืนดังขึ้น เจ้านายคนใหม่ของพวกมันก็จะปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า!
ความมืดมิดปกคลุมเหนือเมืองซานราฟาเอลอีกครั้ง
หมอกลอยขึ้นจากอ่าว เริ่มปกคลุมไปทั่วท้องถนน
“ตื่นตัวกันหน่อยโว้ย!”
บัคสวมเสื้อคลุมผ้าขนสัตว์หนา กำลังเดินตรวจแนวป้องกันรอบนอกเมืองด้วยตัวเอง
ไอ้สวะเดนนิส เคียร์นีย์เน่าตายคาคุกใต้ดินไปแล้ว
ตามสันดานหมาบ้าของแก๊งโจรไอริชพวกนั้น คืนนี้พวกมันน่าจะบุกมาแน่!
แก้แค้นเหรอ? เข้ามาเลย!
เขาวางตาข่ายฟ้าฟ้องดินไว้หมดแล้ว! ปืนกว่าสี่ร้อยกระบอกในมือ แถมยังมีปืนกลแกตลิงกระบอกนั้น กำลังกระหายเลือดเต็มที!
เขาจะทำให้ไอ้พวกลูกผสมนั่นได้เข้าใจว่า แมลงเม่าบินเข้ากองไฟมันเป็นยังไง!
เวลาไหลผ่านไปทีละวินาที
เสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงคืนครั้งสุดท้ายยังไม่ทันจางหายไปในสายหมอก
“บรู๊วววว!”
เสียงหมาป่าหอนโหยหวน ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากทางทิศเหนือของเมือง!
“ปัง! ปัง ปัง ปัง ปัง!”
ทันใดนั้น เสียงปืนอันบ้าคลั่งก็ระเบิดขึ้นพร้อมกันจากทิศเหนือและทิศตะวันออก!
ฟินเนียนและจอนนี่นำกองโจรเจ็ดสิบสองคน เปิดฉากโจมตีอย่างดุเดือดที่สุดตั้งแต่เริ่ม!
“ข้าศึกบุก!”
“ยิง! ยิงสิวะ!”
แนวป้องกันกองกำลังอาสาสมัครหน้ากองบัญชาการของบัคถึงกับมึนงงไปเลย!
อำนาจการยิงของฝ่ายตรงข้าม รุนแรงจนไร้เหตุผลสิ้นดี!
กระสุนปืนฉีกกระชากกระสอบทรายอย่างเกรี้ยวกราด กดดันจนพวกเขาโงหัวไม่ขึ้น!
“ต้านไว้! ต้านไว้ให้หมด!”
บัคชักปืนลูกโม่ ยิงเจาะกะโหลกทหารอาสาสมัครที่พยายามจะหนีไปคนหนึ่ง
“แกตลิง! ยิง! ฉีกไอ้พวกลูกหมานั่นให้เป็นชิ้นๆ!”
“ทูมๆๆๆๆ!”
ปืนกลแกตลิงของค่ายอาสาสมัครเริ่มคำรามในที่สุด ลิ้นไฟพ่นออกมาในความมืดกดดันการบุกทางด้านหน้าไว้ได้ชั่วคราว
“เวรเอ๊ย!”
บัคเพิ่งจะโล่งอกได้ไม่ทันไร แนวป้องกันฝั่งตะวันตกกลับเกิดความวุ่นวายขึ้น!
“ผู้กอง! ตำรวจฝั่งตะวันตกมีปัญหาครับ!”
“บ้าเอ๊ย!”
บัคตะโกนลั่น “ไอ้พวกขยะนั่นมันเป็นอะไรอีก?”
“ปืนพวกเขาขัดลำกล้องครับ! แถมยังมีหลายคน... จู่ๆ ก็ลื่นล้มหน้าคะมำซะงั้น! แนวป้องกันกำลังจะแตกแล้วครับ!”
“ทอมป์สัน!”
บัคตะโกนไปทางนั้น “คุมคนของแกให้ดี! ถ้าทำเสียเรื่องอีก พ่อจะยิงทิ้งให้หมด!”
ทอมป์สันวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “ต้านไม่อยู่แล้ว! ไฟพวกมันแรงเกินไป!”
ขณะที่บัคกำลังโกรธจนควันออกหูเพราะไอ้พวกไม่ได้เรื่องพวกนี้ และเตรียมจะนำกำลังไปอุดรอยรั่วทางฝั่งตะวันตกด้วยตัวเอง
“ทูมๆๆๆๆ!”
เสียงกราดยิงของปืนกลแกตลิงที่บ้าคลั่งกว่าฝั่งเขา ดังสนั่นขึ้นจากค่ายโจรทางทิศตะวันออก!
บัคเห็นกับตาว่าแนวป้องกันกระสอบทรายที่เขาวางไว้ทางทิศตะวันออก พร้อมกับทหารอาสาสมัครด้านหลังอีกห้าหกคน ถูกยิงจนกลายเป็นเศษเนื้อกองหนึ่งภายในเวลาแค่สามวินาที!
“ไม่! เป็นไปไม่ได้!”
“ทำไมพวกมันถึงมีแกตลิงด้วยวะ?”
......
ในขณะที่แนวป้องกันรอบนอกของเมืองกำลังถูกฉีกกระชากจนโอนเอนเจียนจะพังมิพังแหล่
ใจกลางเมืองซานราฟาเอล ในบ้านร้างหลังนั้น
ร่างสูงใหญ่หกสิบร่างปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
จากนั้นพวกเขาก็ลงไปที่ห้องใต้ดิน หยิบปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์ที่เตรียมไว้แล้วขึ้นมา บรรจุกระสุนสีทองอร่ามเข้าสู่รังเพลิงทีละนัด
หลังจากตรวจสอบอุปกรณ์เรียบร้อย ก็ทยอยเดินเรียงกันออกมา หายวับไปในตรอกหลังบ้านที่ปกคลุมด้วยหมอกหนา
......
“ต้านไว้! ต้านไว้ให้ได้โว้ย!”
บัคตอนนี้แทบจะเป็นบ้าไปแล้ว
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าอำนาจการยิงของฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้!
ปืนกลแกตลิงกระบอกนั้นยังคงเก็บเกี่ยวชีวิตลูกน้องของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
“พลปืนกล!”
บัคหลบอยู่หลังกำแพงพังๆ ตะโกนสั่งไปยังตำแหน่งปืนกลแกตลิงของตัวเอง “กดดันมัน! ยิงกดดันไอ้ปืนกลทางทิศตะวันออกนั่นให้ได้!”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 84 เป้าหมายใหม่ของลั่วเซิน [ฟรี]

ตอนถัดไป