เริ่มบรรยาย

เมื่อหลินฟานมองดูท่าทางที่ตลกๆของทั้งสามคน หลินฟานก็ถึงกับต้องหัวเราะออกมา


“พี่ฟาน พี่พาพวกเราไปที่รถปากานีเฟิงเซินหน่อยสิ!” ซงหยี่พูดอย่างกังวลใจ


"ไปสิ" หลินฟานพูด


หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็เดินตรงไปยังที่จอดรถ


ซึ่งที่จอดรถมีรถจอดอยู่หลายคัน ไล่ตั้งแต่ บิ๊กจี, ลัมโบร์กินี่...แล้วถัดไปก็เป็น ปากานีเฟิงเซิน


ในตอนนี้มือของหลินฟานได้ไปกดโดนสวิตช์โดยไม่ตั้งใจ


และทันใดนั้น ประตูที่เหมือนกับปีกนกนางนวลคู่หนึ่งก็ได้กางปีกออกมาอย่างช้าๆ บวกกับดีไซน์ของรถที่เพรียวบางและเฉียบคม ราวกับว่าเป็นเทพเจ้าบนท้องฟ้า!


สวยสง่าสมชื่อ ปากานีเฟิงเซิน!


ซงหยี่,หม่าจงและเจิ้งจินเป่าต่างก็อ้าปากค้าง ใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น


"รูปทรงสวยทั้งด้านนอกและด้านใน... เชี่ยเอ้ย! เจ๋งไปเลย!" ซงหยี่ครุ่นคิดเกี่ยวกับคำนั้นอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ


เจิ้งจินเป่ารีบขึ้นไปนั่งบนรถ จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วพูดว่า "เพื่อน ๆ ในเว่ยป๋อ ของฉันทุกคน! พวกคุณต้องการเห็นรถซุปเปอร์สปอร์ตมูลค่า 90 ล้านหยวนหรือเปล่า? วันนี้แหละ...พวกคุณจะได้เห็นแน่นอน!"


ตอนนี้หม่าจงได้ทำการลูบไปที่รถปากานีเฟิงเซินเบา ๆ ราวกับว่าเขากำลังสัมผัสสิ่งที่สวยงามที่สุดในโลก และใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน


หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก ทั้งสามคนก็ลงมาจากปากานีเฟิงเซินอย่างไม่เต็มใจนัก


เจิ้งจินเป่าอดไม่ได้ที่จะถามออกมา "พี่ฟาน พี่มีลัมโบร์กินี่และบิ๊กจีให้ขับอยู่แล้วหนิ ทำไมพี่ถึงยังซื้อรถมาเพิ่มอีกล่ะ?"


หลินฟานกล่าวตอบอย่างสบายๆ "ฉันแค่อยากขับมัน"


“แต่พี่ก็มีรถอยู่แล้วตั้งสองคันนะ?” เจิ้งจินเป่าพูด


เมื่อได้ยินอย่างนั้น หลินฟานก็ยิ้มและพูดออกมา "แล้วทำไมนายถึงต้องซื้อเสื้อผ้าหลายๆตัวล่ะ? นายไม่ได้ซื้อมาเพื่อใส่มันงั้นหรอ?"


การซื้อรถกับการซื้อเสื้อผ้ามันเหมือนกันที่ใหนเล่า?!


จากนั้นเจิ้งจินเป่า,ซงหยี่ และหม่าจง ต่างก็ตะโกนออกมาพร้อมกันอีกครั้ง "พี่ฟาน ฉันขอคุกเข่าให้พี่!"


…………


เพียงชั่วพริบตา วันเสาร์ก็มาถึง


วันนี้มีแสงแดดที่แสนจะอบอุ่น


หลินฟานยังคงนอนอยู่บนเตียง และเขาก็นอนหลับลึกกว่าทุกที


เขาไม่รู้ว่าที่มหาวิทยาลัยเจียงเป่ยตอนนี้ ได้มีการตกแต่งสุดแสนจะอลังการ


ประตูของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันมากมาย


และภายในมหาวิทยาลัย ก็มีการแขวนป้ายขนาดใหญ่อยู่หลายจุด


"ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยเจียงเป่ย"


"ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยเจียงเป่ย เพื่อฟังการบรรยายปริศนาของโจว"


…………


ในตอนเช้า อาจารย์และอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยเจียงเป่ยจำนวนมากได้มายืนรออยู่ที่หน้าประตู พวกเขาคอยต้อนรับนักวิชาการและอาจารย์จากทั้งในและต่างประเทศไปที่หอประชุม


บรรยากาศของมหาวิทยาลัยเจียงเป่ยนั้นคึกคักเป็นอย่างมาก!


เมื่อมีคนเข้ามาในหอประชุมมากขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของคณบดีหูชวนก็กว้างขึ้น


แต่เมื่อเขาพบว่าหลินฟานยังมาไม่ถึง เขาก็เป็นกังวลขึ้นมาในทันที!


เพราะการบรรยายกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่กลับไม่รู้ว่าตอนนี้ผู้บรรยายไปอยู่ที่ไหน ?!


หูชวนรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรไปที่เบอร์ของหลินฟานทันที


แต่ไม่มีใครรับสายเลย


ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ


เพราะก่อนเข้านอนทุกๆวัน หลินฟานมักจะตั้งโทรศัพท์ให้เป็นโหมดเงียบเอาไว้


สาเหตุมาจากที่ธนาคารจะทำการส่งข้อความแจ้งเตือนเข้ามาในทุกๆเที่ยงคืน


ซึ่งมันรบกวนการนอนหลับของเขาเป็นอย่างมาก


หลินฟานไม่รับโทรศัพท์?



หูชวนจึงตัดสินใจที่จะไปตามหลินฟานถึงที่หอพัก


แต่ว่าเมื่อคืนนี้หลินฟานไม่ได้กลับมานอนที่ห้องของตัวเอง


เรื่องนี้ทำให้หูชวนเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเดิม


การบรรยายใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วด้วย คนในหอประชุมก็หนาแน่นขึ้นเป็นอย่างมาก


หูชวนหันมองไปรอบๆอย่างกังวล


และทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็มีเสียงเรียกเข้า


หลังจากเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา หูชวนก็รีบกดรับสายอย่างไม่ลังเล


“หลินฟาน นายอยู่ใหน การบรรยายกำลังจะเริ่มแล้วนะ! รีบมาที่หอประชุมเร็วๆเลย!”


เมื่อได้ยินสิ่งที่หูชวนพูด หลินฟานก็หาวก่อนจะตอบกลับไป " กำลังจะเริ่มแล้วหรอ? โอเค ผมจะรับไปที่นั้นในเร็วๆนี้"


หลังจากกดวางสาย เขาก็เดินออกไปอย่างไม่รีบร้อนอะไร


ซึ่งในตอนนี้ การบรรยายได้เริ่มไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว


แม้ว่าจะมีคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยขึ้นไปพูดคุยกันบนเวทีเพื่อถ่วงเวลาอยู่


แต่เห็นได้ชัดว่าเริ่มมีบางคนร้อนใจ


“เกิดอะไรขึ้น ทำไมยังไม่เริ่มสักที?” ศาสตราจารย์แลนน็อตต์ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวดขมวดคิ้ว


"นี่ก็เลยเวลามามากแล้วนะ...เริ่มการบรรยายปริศนาของโจวสักทีเถอะ" ศาสตราจารย์บาร์เน็ตตันพูดอย่างไม่พอใจ


เจฟฟรีย์เองก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “พวกเราเดินทางมาไกลขนาดนี้แล้ว รอต่ออีกสักหน่อยเถอะนะ และฉันก็ได้รู้ภาษาจีนมาบางคำด้วย อย่างเช่นคำว่า ถึงจะรีบแค่ไหนก็ไม่สามารถกินเต้าหูร้อนๆได้”


"คำนี้มีความหมายว่ายังไงงั้นหรอ?" แลนซ์น็อตถาม


"มันหมายความว่า การรอคอยคือสิ่งที่ดีที่สุด ยังไงล่ะ" เจฟฟรีย์กล่าว


จากนั้น ยามาโมโตะจูโร ผู้ที่บังเอิญนั่งอยู่ข้างๆก็กล่าวว่า "ฉันไม่เข้าใจเลยว่าพวกคุณจะมาฟังบรรยายที่นี่กันทำไม"


“แต่ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะว่าฉันอยู่ที่จีนพอดี เลยแวะมาฟังเพียงเท่านั้น”


“ปริศนาของโจว เป็นเพียงตัวเลขอย่างง่ายของจำนวนเฉพาะ ถ้าพวกคุณอยากรู้เกี่ยวกับจำนวนเฉพาะมากกว่านี้จริงๆ คุณควรจะไปฟังบรรยายที่ประเทศญี่ปุ่นของเราสิ!”


“เพราะว่าศาสตราจารย์ทานากะของเรา ได้ไขสมมติฐานของรีมันน์ได้แล้ว!”


หลังจากที่ยามาโมโตะ จูโระพูดจบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม และความภาคภูมิใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา


เจฟฟรีย์และคนอื่นๆที่นั่งฟังอยู่ข้างๆก็ยิ้มตอบอย่างสุภาพแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป


ไขข้อสมมติฐานของรีมันน์ได้แล้วหรอ?


นายขี้โม้เกินไปแล้ว!


ในตอนแรก ศาสตราจารย์ทานากะได้อ้างว่าเขาได้แก้ไขข้อสมมติฐานของรีมันน์ได้แล้ว และทำการเผยแพร่ความคิดของเขาลงบนอินเทอร์เน็ต


แน่นอนว่ามีนักคณิตศาสตร์หลายคนเข้าไปทำการวิจัยเกี่ยวกับความคิดของทานากะทันที


และในไม่ช้า นักคณิตศาสตร์หลายคนก็พบปัญหาเกี่ยวกับมัน


แต่ทานากะก็ยังคงปากแข็ง เขายังอ้างว่านักคณิตศาสตร์คนอื่นๆตรวจผิดกันเอง!



ในตอนนี้ หูชวนรู้ว่าหลายคนไม่พอใจอย่างมาก และพวกเขาก็กำลังเดินไปมา


"ตึก!"


ณ เวลานี้ ในที่สุด หลินฟานก็มาถึง


หูชวนพูดอย่างตื่นเต้น "หลินฟาน รีบมานี่เร็ว"


ก่อนจะพูดขึ้นต่อ "นายได้เตรียมตัวมาหรือเปล่า"


เตรียมตัว?


ก็แค่มาเขียนคำตอบโดยละเอียดเกี่ยวกับปริศนาของโจวไม่ใช่หรอ?


จะต้องเตรียมตัวอะไรกันอีก?


หลินฟานพูดอย่างสบายๆ “ผมพร้อมแล้ว”


“ดี งั้นก็รีบขึ้นไป” หูชวนพูด


คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่กำลังพูดอยู่บนเวทีอยู่ก็สังเกตเห็นว่าหลินฟานมาถึงแล้ว


เขาจึงยิ้มก่อนจะพูด " เรื่องที่ฉันพูดขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะหัวข้อการบรรยายในวันนี้คือการไขปริศนาของโจว!"


“ต่อไป ขอเชิญให้หลินฟานที่ตอบปริศนาของโจวได้ ขึ้นมายังบนเวที!”

.

เมื่อเห็นสิ่งนี้ นักคณิตศาสตร์ด้านล่างต่างก็พากันขมวดคิ้ว


“เขาคือหลินฟาน ?”


“พระเจ้า! ยังเด็กอยู่เลยไม่ใช่หรอ ล้อเล่นกันอยู่หรือเปล่า?”


…………


ก่อนที่นักคณิตศาสตร์หลายคนจะมาที่งานบรรยาย พวกเขารู้แค่ว่าคนที่แก้ปริศนาของโจวได้เป็นคนจีนเพียงเท่านั้น


ในความคิดของพวกเขาตอนนั้น ชาวจีนคนนี้จะต้องมีอายุอย่างน้อยสี่สิบหรือห้าสิบปีอย่างแน่นอน


แต่อย่างไรก็ตาม นักคณิตศาสตร์หลายคนไม่ได้คิดว่าเขาจะอายุน้อยขนาดนี้

ตอนก่อน

จบบทที่ เริ่มบรรยาย

ตอนถัดไป