บทที่ 17: ห้องสมุดแห่งความทรงจำ และกุญแจที่ไขความลับแห่งโชคชะตา
แสงแดดจาง ๆ ของฤดูใบไม้ผลิในกรุงปารีสสาดส่องผ่านหน้าต่างทรงโค้งสูงของคฤหาสน์ Château de la Sérénité บรรยากาศยามเช้าหลังวันแห่งชัยชนะครั้งใหญ่เต็มไปด้วยความเงียบสงบแสนหวาน ริน ตื่นขึ้นมาบนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อละเอียด กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกลาเวนเดอร์และน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยจากคนข้างกายทำให้เธอไม่อยากจะลุกไปไหน
เธอมองไปยัง พิมพ์มาดา ที่ยังคงหลับไหลอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของประธานสาวที่มักจะเคร่งขรึมในยามทำงาน บัดนี้กลับดูอ่อนโยนและน่าเอ็นดูอย่างถึงที่สุด ขนตายาวงอนทอดเงาบนโหนกแก้มใส รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากบ่งบอกว่าเธอกำลังฝันดี รินเอื้อมมือไปลูบผมของพิมพ์มาดาเบา ๆ ด้วยความรักที่เอ่อล้น
[ติ๊ง! เช้าวันใหม่ที่แสนอบอุ่นในต่างแดน... พลังงานชีวิตโฮสต์เต็มเปี่ยม!]
[รางวัลการพักผ่อนที่มีคุณภาพ: 500,000 บาท และ 'หยดน้ำค้างแห่งปัญญา' (ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและมองเห็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ได้ดีขึ้น)]
รินยิ้มกับข้อความแจ้งเตือนที่คุ้นเคย เธอค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นเพื่อไม่ให้คนข้าง ๆ ตื่น ก่อนจะเดินไปยังระเบียงกว้างที่มองเห็นสวนสวยสไตล์ฝรั่งเศสที่ตกแต่งด้วยรูปปั้นหินอ่อนและน้ำพุ ลมเย็น ๆ พัดมาปะทะใบหน้าทำให้เธอรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
"ตื่นเช้าจังเลยนะคะริน" เสียงใส ๆ ของ นารา ดังมาจากระเบียงห้องข้าง ๆ ดาราสาวอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีชมพูอ่อนที่ดูน่ารัก เธอโบกมือให้รินด้วยรอยยิ้มกว้าง "เมื่อคืนนาราฝันว่าเราไปวิ่งเล่นในทุ่งดอกไม้กันด้วยค่ะ เป็นฝันที่ฟินที่สุดเลย"
"นั่นสินะคะ เมื่อวานนาราคงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว วันนี้เราพักผ่อนกันให้เต็มที่นะคะ" รินตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
ไม่นานนัก สมาชิกทุกคนก็มารวมตัวกันที่โต๊ะอาหารยาวในสวน หมอเกล จัดเตรียมอาหารเช้าที่เน้นสุขภาพอย่างโยเกิร์ตผลไม้สดและขนมปังโฮลวีตอบใหม่ ๆ ส่วน อาซึมิ ก็นั่งจิบชาเขียวคุณภาพเยี่ยมที่เธอนำมาจากญี่ปุ่นพลางเช็กข่าวสารทางเศรษฐกิจ
"คุณรินคะ... เรื่องโรงแรมในเครือ Elysian ที่เราได้มา" อาซึมิเอ่ยขึ้นพลางวางแท็บเล็ตลง "ฉันให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีโรงแรมแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า 'L'Hôtel des Étoiles' (โรงแรมแห่งหมู่ดาว) มีประวัติที่น่าสนใจมากค่ะ มันเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในเครือ และมีห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือหายากตั้งแต่สมัยยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา"
รินพยักหน้า ความสนใจของเธอถูกจุดประกายขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงการแจ้งเตือนของระบบเมื่อคืน "โรงแรมแห่งหมู่ดาวงั้นเหรอ... รินรู้สึกว่าที่นั่นมีบางอย่างรอเราอยู่ค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้น หลังมื้อเช้าเราไปที่นั่นกันไหมคะ?" พิมพ์มาดาที่เพิ่งเดินตามออกมาสมทบเอ่ยถาม เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูสีน้ำเงินเข้มที่ดูทรงพลัง "ในฐานะเจ้าของใหม่ เราควรไปแสดงตัวและตรวจสอบสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าที่สุดของเรา"
ขบวนรถลีมูซีนเคลื่อนตัวเข้าสู่ย่านประวัติศาสตร์ของปารีส จนมาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารหินแกะสลักสีนวลที่ดูโอ่อ่าและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง L'Hôtel des Étoiles ตั้งตระหง่านอยู่หัวมุมถนนที่ปูด้วยหิน ทันทีที่รินก้าวลงจากรถ พนักงานทุกคนในชุดยูนิฟอร์มสีแดงเลือดนกขลิบทองก็ยืนเรียงแถวต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง
"ยินดีต้อนรับครับ/ค่ะ ท่านประธานศิรินทร์!" เสียงทักทายดังขึ้นอย่างนอบน้อม
รินพยักหน้ารับด้วยท่าทางสง่างาม เธอเดินนำสาว ๆ เข้าสู่โถงล็อบบี้ที่ตกแต่งด้วยภาพเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่และโคมไฟระย้าโบราณ รัศมีของเจ้าของคนใหม่ที่แผ่ออกมาจากตัวรินทำให้พนักงานทุกคนต่างรู้สึกเกรงใจและยกย่องอย่างแท้จริง
"ผม ฌอง ผู้จัดการทั่วไปของที่นี่ครับ" ชายวัยกลางคนชาวฝรั่งเศสในท่าทางมาดเนี๊ยบเดินเข้ามาโค้งคำนับ "เราได้รับแจ้งเรื่องการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว และพร้อมรับคำบัญชาจากท่านประธานครับ"
"ขอบคุณค่ะคุณฌอง รินอยากจะไปดูห้องสมุดใต้ดินของที่นี่หน่อยค่ะ ได้ยินมาว่าที่นั่นเก็บรักษาหนังสือล้ำค่าไว้มากมาย" รินตอบด้วยภาษาฝรั่งเศสที่สำเนียงเป๊ะจนพนักงานแถวนั้นทึ่งไปตาม ๆ กัน
ฌองทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย "ห้องสมุดใต้ดิน... โอเทล แซงก์แตส (โรงแรมแห่งหมู่ดาว) มีห้องสมุดที่สวยงามในชั้น 3 ครับ แต่ห้องสมุดใต้ดินนั้น... มันถูกปิดตายมาเกือบศตวรรษแล้วครับท่านประธาน มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของตระกูลเจ้าของเดิม"
"แต่ตอนนี้รินคือเจ้าของแล้วใช่ไหมคะ?" รินถามด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยอำนาจ
"แน่นอนครับท่าน! ถ้าอย่างนั้นเชิญตามผมมาครับ"
ฌองพาทั้งกลุ่มเดินผ่านทางเดินลับหลังเคาน์เตอร์ ลงสู่บันไดหินที่วนลึกลงไปใต้ดิน บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความหรูหราทันสมัย กลายเป็นความขรึมขลังและเย็นเยียบ แสงไฟจากหลอดไฟสีส้มสลัวกระทบกับผนังหินที่เริ่มมีตะไคร่น้ำบาง ๆ จนกระทั่งมาถึงประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่มีลวดลายสลักเป็นรูปกลุ่มดาวและกุญแจที่ซับซ้อน
"ที่นี่ครับ... แต่เราไม่มีกุญแจที่จะเปิดมันได้ กุญแจดอกนั้นหายสาบสูญไปพร้อมกับทายาทรุ่นสุดท้ายของเจ้าของเดิมครับ" ฌองพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย
รินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เธอหลับตาลงและใช้ทักษะ 'หยดน้ำค้างแห่งปัญญา' ประสาทสัมผัสของเธอเฉียบคมขึ้นทันที ในความเงียบสงบนั้น เธอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาของระบบในหัว
[ติ๊ง! ตรวจพบ 'กลไกแห่งโชคชะตา'...]
[เงื่อนไขการเปิด: ต้องใช้พลังงานจากโฮสต์ที่มีค่าความสุขมหาศาล และสัมผัสจากผู้ที่ถูกเลือก]
รินยื่นมือไปแตะที่ใจกลางของรูปสลักกลุ่มดาว วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อไม้ ความร้อนสายหนึ่งพุ่งวาบออกจากร่างกายของเธอเข้าไปในประตู แสงสีทองเรืองรองออกมาจากรอยสลักก่อนที่เสียงกลไกที่ไม่ได้ทำงานมานับร้อยปีจะดังขึ้น แกร๊ก...
ประตูค่อย ๆ เปิดออกเองอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นห้องสมุดขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาคาร หนังสือหนังแท้เก่าแก่เรียงรายเต็มชั้นวางตั้งแต่พื้นจรดเพดาน กลิ่นกระดาษเก่าและน้ำหอมโบราณอบอวลไปทั่ว แสงจากตะเกียงน้ำมันที่ถูกจุดขึ้นเองด้วยกลไกอัตโนมัติทำให้ห้องนี้ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
"เป็นไปไม่ได้..." ฌองอุทานด้วยความตกใจ "ท่านเปิดมันได้!"
พิมพ์มาดา, อาซึมิ, หมอเกล และนารา ต่างเดินตามรินเข้าไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ พิมพ์มาดาเดินเข้าไปลูบสันหนังสือที่ทำจากหนังชั้นดี "ศิรินทร์... ที่นี่มันคือขุมทรัพย์ทางปัญญาชัด ๆ มูลค่าของหนังสือเหล่านี้ประเมินไม่ได้เลยนะ"
หมอเกลหยิบหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการแพทย์โบราณขึ้นมาดู "แม้แต่บันทึกการรักษาที่หายสาบสูญไปยังอยู่ที่นี่... รินคะ ที่นี่คือสวรรค์ของนักวิชาการเลยล่ะ"
แต่รินไม่ได้หยุดอยู่ที่ชั้นหนังสือธรรมดา เธอเดินลึกเข้าไปจนถึงโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง บนโต๊ะนั้นมีกล่องไม้ประดับมุกกล่องหนึ่งวางอยู่ มันดูเด่นสง่าและไม่มีฝุ่นเกาะเลยแม้แต่นิดเดียว
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ความลับโบราณ' บรรลุผล!]
[รายละเอียด: คุณได้ค้นพบบันทึกของผู้ครอบครองระบบ 'Perfect Life' ในอดีต]
[รางวัล: ปลดล็อก 'ระบบการจัดการมรดกข้ามกาลเวลา' และ ข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโฮสต์!]
รินเปิดกล่องไม้ใบนั้นออก ภายในมีสมุดบันทึกที่ทำจากหนังแกะและเหรียญทองโบราณที่มีตราสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในระบบของเธอ เธอหยิบบันทึกขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความสงสัย พิมพ์มาดาเดินเข้ามาประชิดข้างกายและโอบไหล่รินไว้
"มีอะไรเหรอศิรินทร์? ดูเธอตกใจจัง"
"พี่พิมคะ... ดูนี่สิ" รินชี้ไปที่ข้อความในบรรทัดแรกของบันทึก
'แด่ผู้ที่มาถึงในภายหน้า... ระบบ Perfect Life ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมอบความร่ำรวย แต่มันคือเครื่องมือเพื่อใช้พิสูจน์ว่า 'ความรัก' และ 'การเกื้อกูล' คืออำนาจที่แท้จริงที่สามารถขับเคลื่อนโลกใบนี้ได้ หากคุณอ่านบันทึกนี้อยู่ แสดงว่าคุณได้พบกับหัวใจที่ยิ่งใหญ่แล้ว'
พิมพ์มาดาอ่านข้อความนั้นแล้วมองหน้าหน้าของริน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง "ศิรินทร์... มันหมายความว่าสิ่งที่เธอทำให้พวกเรามาตลอด ทั้งความใส่ใจ ความอบอุ่น และการปกป้อง... คือสิ่งที่ทำให้เธอได้รับรางวัลเหล่านี้งั้นเหรอ?"
"รินคิดว่าใช่ค่ะพี่พิม" รินปิดบันทึกลงแล้วหันไปสบตากับสาว ๆ ทุกคนที่เดินเข้ามาล้อมรอบเธอ "รินไม่เคยคิดเลยว่าเงินหรือระบบจะสำคัญเท่ากับการที่มีพวกพี่อยู่ข้าง ๆ ความมั่งคั่งที่แท้จริงของริน... คือความสุขของทุกคนค่ะ"
อาซึมิยิ้มกว้างพลางตบไหล่ริน "ยินดีด้วยนะคะคุณริน ตอนนี้คุณไม่ใช่แค่เศรษฐีใหม่แล้ว แต่คุณคือ 'ทายาทแห่งปัญญา' ที่โลกนี้เฝ้ารอ... และแน่นอน ฉันจะช่วยคุณใช้มรดกนี้สร้างอาณาจักรที่ไม่มีใครเทียบได้เลย"
[ติ๊ง! สมาชิกในฮาเร็มได้รับรู้ถึง 'หัวใจ' ของโฮสต์... ความผูกพันเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุด!]
[รางวัลพิเศษจากการค้นพบมรดก: 10,000,000 บาท และ 'ทักษะ: ผู้ควบคุมโชคชะตา' (ทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจและชีวิตของโฮสต์แม่นยำ 100%)]
ค่ำคืนนั้น หลังจากการสำรวจที่น่าตื่นเต้น รินพาสาว ๆ กลับมาฉลองกันที่ห้องสวีทชั้นบนสุดของโรงแรมแห่งหมู่ดาว เธอสั่งอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลิน 3 ดาวมาเสิร์ฟภายในห้อง บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความละมุนของความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามทุกกำแพง
รินเดินออกไปรับลมที่ระเบียง พิมพ์มาดาเดินตามออกมาพร้อมผ้าคลุมไหล่ เธอนำมันมาคลุมให้รินและสวมกอดจากด้านหลัง
"ปารีสคืนนี้สวยจังเลยนะศิรินทร์" พิมพ์มาดากระซิบที่ข้างหู
"สวยเพราะมีพี่พิมอยู่ข้าง ๆ ไงคะ" รินเอียงหน้าไปหอมแก้มพี่สาวคนเก่ง
"ขอบคุณนะ... ที่ให้พี่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่สมบูรณ์แบบของเธอ"
ในวินาทีนั้น รินรู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอพองโตจนแทบจะระเบิดออก เธอไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของปารีส และความลับของระบบที่ถูกคลี่คลาย เธอรู้ว่าก้าวต่อไปของเธอในยุโรปและทั่วโลก จะไม่ใช่การต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไป
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับความหวานซึ้ง ระบบก็เด้งแจ้งเตือนสุดท้ายของวัน... แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ภารกิจ
[แจ้งเตือน: ตรวจพบพัสดุลึกลับที่ส่งมาจาก 'ประเทศไทย' จ่าหน้าถึงโฮสต์ศิรินทร์... เนื้อหาภายในเกี่ยวข้องกับ 'ความจริงเรื่องครอบครัว' ของคุณที่แทบไม่มีใครรู้!]
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย "ประเทศไทยงั้นเหรอ? ครอบครัวของฉัน..."
ความสุขที่ปารีสอาจจะต้องเจอกับบททดสอบใหม่ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาเธอในไม่ช้า และรินรู้ดีว่าเธอต้องเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับมันด้วยความมั่งคั่งและอำนาจที่เธอมีในมือ
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: ความจริงเรื่องครอบครัวของรินที่ถูกปกปิดไว้กำลังจะถูกเปิดเผย! ใครส่งพัสดุนี้มา? และการตัดสินใจของรินที่จะปกป้องความลับนี้จากสาว ๆ หรือจะเลือกที่จะเปิดเผยทุกอย่างด้วยความจริงใจ?)