บทที่ 19: พันธนาการที่ถูกทำลาย และรังไหมที่ถักทอด้วยความรัก
เสียงเครื่องยนต์เจ็ทส่วนตัว Gulfstream G700 ค่อย ๆ ลดระดับความสูงลงอย่างนุ่มนวล ผ่านกลุ่มเมฆสีขาวปุยที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายของประเทศไทย ทัศนียภาพเบื้องล่างเปลี่ยนจากทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ในยุโรปกลายเป็นพื้นที่สีเขียวสลับกับตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพมหานคร ริน นั่งอยู่บนเบาะหนังวัวแท้เกรดพรีเมียม สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่สงบลงอย่างประหลาด แม้ว่าปลายทางที่รออยู่จะเป็นการเผชิญหน้ากับอดีตที่ค้างคา
ตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงจากปารีส รินแทบไม่ได้ขยับตัวไปไหนไกลจาก พิมพ์มาดา ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พี่สาวคนเก่งกุมมือรินไว้ตลอดเวลา สัมผัสที่อุ่นซ่านและมั่นคงนั้นเป็นเหมือนสมอเรือที่ยึดรินไว้ไม่ให้ลอยเคว้งไปกับความกังวล ส่วน อาซึมิ ก็นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอคอยจัดการประสานงานผ่านแท็บเล็ตส่วนตัวด้วยสีหน้านิ่งเฉียบ ขณะที่ หมอเกล และ นารา คอยเตรียมเครื่องดื่มและอาหารว่างที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ให้ทุกคน
"ไม่ต้องกังวลนะคะริน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว" อาซึมิเอ่ยขึ้นพลางวางแท็บเล็ตลง "ทีมรักษาความปลอดภัยระดับแนวหน้าของตระกูลคิระประจำการอยู่ที่พิกัดเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่ใช่แค่การ์ดธรรมดา แต่คือผู้เชี่ยวชาญการแก้ไขสถานการณ์โดยไม่ใช้ความรุนแรงหากไม่จำเป็น"
รินพยักหน้า "ขอบคุณค่ะอาซึมิ รินไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ รินแค่ต้องการพา 'แม่นม' ออกมาและจบพันธนาการที่ไร้สาระนี่เสียที"
[ติ๊ง! ระบบ 'Perfect Life' เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด]
[รางวัลล่วงหน้าจากการตัดสินใจที่เด็ดขาด: 10,000,000 บาท และ 'ทักษะ: รัศมีผู้ปกครอง' (ทำให้ศัตรูรู้สึกยำเกรงและไม่อยากต่อต้านเมื่อสบตา)]
ทันทีที่ล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ของสนามบินส่วนตัว ขบวนรถลีมูซีนสีดำเงาวับสี่คันก็รอรับอยู่ที่หน้าอาคารผู้โดยสาร รินไม่ได้แวะพักที่คอนโดหรือโรงแรม เธอสั่งให้ขบวนรถมุ่งหน้าไปยังบ้านพักเก่าแก่ในจังหวัดสมุทรปราการทันที ภายในรถความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พิมพ์มาดาจะทำลายความเงียบนั้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
"รินคะ... ไม่ว่าข้างหน้าจะเจออะไร พี่จะเดินไปกับรินนะ"
รินหันไปมองพิมพ์มาดาแล้วยิ้มบาง ๆ "ค่ะพี่พิม รินไม่ได้สู้คนเดียวอีกแล้วนี่คะ"
เมื่อขบวนรถเลี้ยวเข้าสู่ซอยเงียบ ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่ดูร่มรื่นแต่กลับมีชายชุดดำสี่ห้าคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูรั้ว พวกเขามีท่าทางคุกคามและพยายามกดดันหญิงสูงวัยคนหนึ่งที่ยืนสั่นอยู่ในเขตบ้าน
รินก้าวลงจากรถเป็นคนแรก ท่วงท่าของเธอสง่างามและทรงพลังดุจนางพญา เสื้อโค้ทบางสีครีมพริ้วไหวตามแรงเดิน สายตาของเธอที่มองไปยังชายเหล่านั้นเต็มไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็นด้วยทักษะ 'รัศมีผู้ปกครอง' ที่เพิ่งได้รับมา
"พวกคุณมาทำอะไรที่นี่?" เสียงของรินไม่ได้ดังมาก แต่มันกลับก้องกังวานและเย็นเยียบจนชายชุดดำเหล่านั้นถึงกับชะงัก
"นี่เรื่องของเจ้าหนี้กับลูกหนี้ครับคุณ อย่ามายุ่งดีกว่า" ชายร่างใหญ่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น แต่ขากลับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อรินเดินเข้าไปใกล้
อาซึมิก้าวลงจากรถตามมาพร้อมกับชายในชุดสูทนับสิบคนที่ปรากฏตัวออกมาจากเงามืดรอบ ๆ บริเวณนั้นอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ "เจ้าหนี้งั้นเหรอ? หนี้ที่เกิดจากการทำเอกสารปลอมและขูดรีดผู้สูงอายุเนี่ยนะ? ฉันว่าเราควรคุยกันด้วยตัวเลขในบัญชีมากกว่ากระบองในมือพวกคุณนะ"
รินหยิบเช็คเงินสดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เธอเขียนตัวเลขจำนวนหนึ่งที่มากพอจะซื้อที่ดินแถวนี้ได้ทั้งซอย แล้วส่งให้ชายคนนั้น "นี่คือค่า 'ความรำคาญ' ของฉัน เอาเงินนี่ไป แล้วบอกเจ้านายของคุณว่า... ตระกูลศิริวัฒนกุล กลับมาแล้ว และถ้าฉันเห็นใครมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกแม้แต่เซนติเมตรเดียว ฉันจะซื้อบริษัทพวกคุณแล้วยุบทิ้งให้หมดภายในคืนเดียว"
ชายชุดดำมองตัวเลขในเช็คตาค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นใครที่จ่ายเงินด้วยท่าทางเรียบเฉยแต่ดูน่าเกรงขามขนาดนี้มาก่อน ความโลภและความกลัวปะทะกันในใจ ก่อนที่พวกเขาจะรีบคว้าเช็คแล้วสลายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับนกกระจอกแตกรัง
รินถอนหายใจออกมาเบา ๆ ความเคร่งเครียดหายไปสิ้น เธอรีบเดินเข้าไปหาหญิงสูงวัยที่ยืนน้ำตาคลออยู่ที่ประตูรั้ว
"แม่นมคะ... รินกลับมาแล้วค่ะ"
แม่นม 'ม.' หรือ แม่นมมาลี มองดูหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา เธอจำเค้าโครงใบหน้าที่แสนงดงามของอดีตนายหญิงได้ในทันที "คุณหนู... คุณหนูศิรินทร์จริง ๆ ด้วย ฮือ ๆ แม่นมคิดว่าจะไม่ได้เจอคุณหนูอีกแล้วในชาตินี้"
รินโผเข้ากอดหญิงชราอย่างอบอุ่น สัมผัสที่คุ้นเคยในส่วนลึกของความทรงจำทำให้น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาซึม ๆ สาว ๆ ทั้งสี่คนยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง นาราสะอื้นเบา ๆ ขณะที่หมอเกลรีบเดินเข้าไปช่วยประคองแม่นมเข้าบ้าน
หลังจากการพบเจอที่แสนอบอุ่น รินตัดสินใจพาทุกคนกลับไปยังคฤหาสน์ 'ศิริวัฒนกุล' ใจกลางกรุงเทพฯ ที่เธอเพิ่งได้รับกรรมสิทธิ์คืนมาผ่านระบบ คฤหาสน์หินอ่อนสีขาวนวลสไตล์คลาสสิกที่ถูกโอบล้อมด้วยสวนปาล์มและสระบัวขนาดใหญ่ บรรยากาศภายในถูกทำความสะอาดและจัดเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อมราวกับรอคอยเจ้าของที่แท้จริงกลับมานานนับทศวรรษ
"สวยจังเลยค่ะคุณริน..." นาราพูดขณะเดินสำรวจห้องโถงกว้างที่ปูด้วยหินอ่อนนำเข้า "ที่นี่ดูอบอุ่นและมีเรื่องราวมากเลยนะคะ"
"ต่อจากนี้ไป ที่นี่จะเป็นบ้านของพวกเราค่ะ" รินกล่าวพลางจูงมือแม่นมมาลีให้นั่งลงบนโซฟานุ่ม "รินอยากให้แม่นมมาอยู่ด้วยกันที่นี่ ให้รินได้ดูแลแม่นมบ้างนะคะ"
"แม่นมไม่ต้องการอะไรเลยค่ะคุณหนู แค่เห็นคุณหนูมีเพื่อนที่ดีและมีความสุขขนาดนี้ แม่นมก็ตายตาหลับแล้วค่ะ" หญิงชรามองไปยังสาว ๆ รอบตัวรินด้วยสายตาเอ็นดู
เย็นวันนั้น คฤหาสน์ศิริวัฒนกุลกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รินสั่งให้เชฟส่วนตัวจัดเตรียมมื้อค่ำแสนพิเศษที่สวนริมน้ำหลังบ้าน โต๊ะอาหารยาวถูกประดับด้วยดอกมะลิและโคมไฟสีวอร์มไวท์ กลิ่นหอมของอาหารไทยดั้งเดิมอย่างแกงเขียวหวานเนื้อนุ่มและปลากะพงทอดน้ำปลาโชยอบอวล
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ทวงคืนนามสกุลที่ถูกลืม' สำเร็จอย่างงดงาม!]
[รางวัล: ปลดล็อก 'ระบบนิเวศแห่งความสุข' (บ้านทุกหลังของโฮสต์จะมีบรรยากาศที่ช่วยเยียวยาจิตใจโดยอัตโนมัติ)]
[ความสัมพันธ์ฮาเร็มเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง: ทุกคนรู้สึกถึงความหมายของคำว่า 'ครอบครัว']
"รินคะ... วันนี้พี่ภูมิใจในตัวรินมากเลยนะ" พิมพ์มาดาพูดขึ้นขณะที่พวกเธอนั่งจิบน้ำอัญชันมะนาวด้วยกัน "รินจัดการทุกอย่างได้นุ่มนวลและมีระดับมาก พี่ดีใจที่รินไม่ได้ปล่อยให้ความโกรธนำทาง"
"เพราะรินรู้ว่ารินมีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องรักษาไว้ไงคะ" รินตอบพลางหันไปมองสาว ๆ ที่กำลังคุยเล่นกับแม่นมมาลีอย่างสนุกสนาน "เงินและอำนาจมีไว้เพื่อสร้างความสงบสุขค่ะ ไม่ใช่เพื่อสร้างสงคราม"
อาซึมิหัวเราะเสียงใส "พูดได้ดีค่ะคุณริน! ฉันว่าเราควรฉลองให้กับการเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงนี้นะคะ พรุ่งนี้ฉันกะว่าจะชวนทุกคนไปเดินเลือกซื้อต้นไม้มาปลูกเพิ่มในสวนนี้ด้วยกัน ดีไหมคะ?"
"ดีค่ะ! นาราอยากได้ดอกกุหลาบเยอะ ๆ เลย!" นารารีบยกมือสนับสนุน
หมอเกลพยักหน้าเห็นด้วย "การทำสวนก็เป็นการบำบัดอย่างหนึ่งนะคะ เกลว่าเราจัดโซนสมุนไพรไว้ทำชาดื่มกันเองก็น่าจะดีค่ะ"
รินมองดูภาพความวุ่นวายที่แสนหวานนี้แล้วรู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกเติมเต็มจนล้น ชีวิตที่เคยโดดเดี่ยวในห้องเช่าแคบ ๆ กลายเป็นความทรงจำที่ไกลโพ้น ตอนนี้เธอมีทั้งบ้านที่มีประวัติศาสตร์ มีแม่นมที่รักเธอเหมือนลูก และมีสาว ๆ ที่พร้อมจะเดินเคียงข้างเธอไปทุกที่
ค่ำคืนนั้น หลังจากส่งแม่นมพักผ่อนและส่งสาว ๆ เข้าห้องนอนในปีกต่าง ๆ ของคฤหาสน์ รินเดินออกมานั่งที่ระเบียงห้องนอนใหญ่เพียงลำพัง แสงจันทร์สะท้อนกับผิวน้ำในสระบัวดูเงียบสงบ ลมพัดมาเบา ๆ หอบเอากลิ่นหอมของดอกราตรีมาแตะจมูก
ความรู้สึก 'ฟิน' ที่ลึกซึ้งแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มันไม่ใช่ความตื่นเต้นจากการชนะประมูล แต่มันคือความอิ่มเอมใจที่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและได้เห็นรอยยิ้มของคนรอบข้าง
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบสภาวะ 'จิตใจสมบูรณ์แบบ']
[รางวัลพิเศษ: ปรับปรุงรูปลักษณ์และผิวพรรณของโฮสต์ให้เปล่งปลั่งถาวร และเงินสด 5,000,000 บาท เป็นของขวัญวันเข้าบ้าน]
รินยิ้มและปิดหน้าต่างระบบลง เธอไม่ต้องการภารกิจเคร่งเครียดอะไรอีกแล้ว สิ่งที่เธอต้องการคือการตื่นมาในตอนเช้า ทำอาหารเช้าให้สาว ๆ ทาน พาแม่นมเดินเล่นในสวน และใช้เงินที่เธอมีสร้างความทรงจำที่งดงามในทุก ๆ วัน
ความสัมพันธ์ของพวกเธอจะค่อย ๆ เติบโตไปอย่างมั่นคง เหมือนกับต้นไม้ใหญ่ในคฤหาสน์หลังนี้ที่รากหยั่งลึกและกิ่งก้านแผ่ขยายให้ร่มเงาแก่ผู้ที่เข้ามาพักพิง
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: กลับสู่โหมด Slice of Life อย่างเต็มตัว! กิจกรรมการทำสวนและตกแต่งคฤหาสน์ร่วมกันของสาว ๆ โมเมนต์ทำอาหารในครัวที่แสนวุ่นวายแต่ฟินกระจาย และการใช้ชีวิตแบบ 'เศรษฐีนีสายชิลล์' ที่จะทำให้ทุกคนต้องอิจฉา)