บทที่ 20: บันทึกวันวานที่ผลิบาน และไออุ่นในบ้านศิริวัฒนกุล
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองละมุนละไมลอดผ่านแมกไม้ใหญ่ในสวนหน้าคฤหาสน์ ศิริวัฒนกุล เงาของใบปาล์มพริ้วไหวไปตามแรงลมเฉื่อยที่หอบเอาความชุ่มชื่นจากสระบัวกว้างมาปะทะกับตัวตึกหินอ่อนสีขาว ท่ามกลางความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดสายพันธุ์พิเศษและกลิ่นแป้งขนมปังอบใหม่โชยออกมาจากห้องครัวกว้างขวางที่ถูกปรับปรุงให้ทันสมัยด้วยเครื่องครัวระดับโลก
ริน ในชุดผ้าฝ้ายสีครีมเนื้อนุ่มที่ดูเรียบง่ายแต่คัตติ้งเนี้ยบกริบ กำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์หินอ่อนขนาดใหญ่ เธอขยับกายอย่างคล่องแคล่วและมั่นคง ปลายนิ้วเรียวหยิบจับวัตถุดิบด้วยทักษะ 'เมนูอาหารเช้าจักรพรรดิ' ที่เพิ่งปลดล็อกมา บนเตาไฟฟ้ามีกระทะทองเหลืองที่บรรจุไข่ดาวน้ำทรงสวยเคียงคู่กับเบคอนรมควันไม้แอปเปิลที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
[ติ๊ง! โฮสต์เริ่มต้นวันใหม่ด้วยสภาวะจิตใจที่เปี่ยมสุข]
[รางวัล: 1,000,000 บาท และ 'หยาดน้ำทิพย์แห่งความสดชื่น' (ใส่ลงในอาหารจะช่วยให้ผู้ที่ทานรู้สึกสดใสและผิวพรรณดีขึ้นทันตา)]
รินยิ้มจาง ๆ ขณะที่หยดของเหลวใสบริสุทธิ์ลงในน้ำผลไม้สกัดเย็นห้าแก้วที่จัดเตรียมไว้ เธอไม่ได้ต้องการเงินมหาศาลเพื่อความร่ำรวยอีกต่อไปแล้ว แต่เธอต้องการพลังเหล่านี้เพื่อดูแล "คนสำคัญ" ที่กำลังทยอยเดินเข้ามาในห้องครัว
"หอมจังเลยค่ะคุณหนู... กลิ่นเหมือนตอนที่คุณท่านยังอยู่เลย" แม่นมมาลี เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ เธออยู่ในชุดผ้าไหมสีสุภาพที่รินสั่งตัดให้เป็นพิเศษ หญิงชรามองดูรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"วันนี้รินทำ 'ไข่กระทะทรงเครื่องสูตรพิเศษ' ให้แม่นมทานนะคะ มีกุนเชียงเกรดพรีเมียมจากเยาวราชที่อาซึมิช่วยหามาให้ด้วยค่ะ" รินประคองแม่นมให้นั่งลงที่เก้าอี้ไม้แกะสลักพลางวางจานอาหารตรงหน้า
"ขอบใจมากนะลูก... คุณหนูของนมเก่งที่สุดเลย"
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและหนักแน่นก็ดังมาจากโถงทางเดิน พิมพ์มาดา เดินเข้ามาในห้องครัวในชุดลำลองสไตล์สปอร์ตที่ดูทะมัดทะแมง ผมยาวสลวยถูกมัดรวบไว้เป็นหางม้าเผยให้เห็นใบหน้าสวยคมที่ดูผ่องใสกว่าทุกวัน เธอเดินตรงเข้าไปหารินแล้ววางมือบนเอวบางเบา ๆ ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนุ่มนวล
"อรุณสวัสดิ์ค่ะศิรินทร์... เมื่อคืนหลับสบายไหม?" พิมพ์มาดากระซิบถามที่ข้างหู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่และน้ำหอมจาง ๆ จากตัวรินทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
"หลับสบายมากค่ะพี่พิม เพราะรู้ว่าพี่พิมนอนอยู่ห้องข้าง ๆ ไงคะ" รินหันไปยิ้มหวานให้พลางส่งแก้วกาแฟลาเต้อาร์ตรูปหัวใจให้ประธานสาว
"ปากหวานอีกแล้วนะ..." พิมพ์มาดารับแก้วไปจิบ แววตาของเธอสั่นไหวด้วยความรักที่ยากจะปิดบัง
"อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน! ว้าว! อาหารเช้าวันนี้น่าทานจังเลย!" นารา วิ่งเข้ามาพร้อมกับ หมอเกล ดาราสาวอยู่ในชุดกระโปรงลายดอกไม้เล็ก ๆ ดูสดใสร่าเริง ส่วนคุณหมอสาวอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีขาวสะอาดตาที่ดูอบอุ่นและใจดี
"นาราอย่าวิ่งสิเดี๋ยวก็ล้มหรอก" หมอเกลเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงดุที่เจือไปด้วยความเอ็นดู
"ก็มันหิวนี่คะคุณหมอเกล ฝีมือคุณรินน่ะอันดับหนึ่งในใจนาราอยู่แล้ว" นารานั่งลงข้างแม่นมมาลีแล้วเริ่มคุยจ้อเรื่องแผนการในวันนี้ทันที
คนสุดท้ายที่ก้าวเข้ามาคือ อาซึมิ เธออยู่ในชุดยูกาตะผ้าฝ้ายร่วมสมัยสีน้ำเงินครามที่ดูโฉบเฉี่ยวสไตล์ญี่ปุ่นทายาทมหาเศรษฐีสาวมองดูบรรยากาศในห้องครัวแล้วหัวเราะเบา ๆ "สมกับเป็นบ้านศิริวัฒนกุลจริง ๆ ค่ะ อบอุ่นจนฉันไม่อยากกลับโตเกียวเลย"
มื้อเช้าดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเปี่ยมไปด้วยบทสนทนาที่ไร้ความกดดัน รินมองดูสาว ๆ ทั้งสี่คนพูดคุยหยอกล้อกับแม่นมมาลีด้วยความรู้สึก 'ฟิน' อย่างบอกไม่ถูก นี่คือ Slice of Life ที่เธอใฝ่ฝันถึงมาตลอด ความมั่งคั่งที่เธอมีถูกเปลี่ยนเป็นความสะดวกสบายและความสุขที่สัมผัสได้จริง
"วันนี้รินมีแผนจะจัดสวนใหม่นะคะ" รินเอ่ยขึ้นเมื่อทุกคนเริ่มอิ่ม "สวนทางปีกซ้ายรินอยากปลูกดอกกุหลาบอังกฤษหลาย ๆ สายพันธุ์ให้นารา ส่วนพื้นที่ริมสระบัว รินอยากจัดเป็นศาลาพักผ่อนแบบเซนให้อาซึมิค่ะ"
"แล้วของพี่ล่ะ?" พิมพ์มาดาถามพลางเลิกคิ้วมอง
"ของพี่พิม... รินเตรียมเรือนกระจกสำหรับปลูกกล้วยไม้หายากไว้ให้ค่ะ รินรู้ว่าพี่พิมชอบความสงบและการดูแลสิ่งที่บอบบาง" รินตอบพลางกุมมือพิมพ์มาดาไว้ใต้โต๊ะ
"ส่วนเกล... รินเตรียมพื้นที่สำหรับสวนสมุนไพรและเตียงนวดนอกสถานที่ไว้ให้ในโซนป่าไม้เล็ก ๆ หลังบ้านนะคะ"
หมอเกล ยิ้มกว้าง "ขอบคุณมากนะคะริน รู้ใจเกลที่สุดเลย"
[ติ๊ง! โฮสต์ได้รับความรักและความจงรักภักดีจากสมาชิกฮาเร็มเพิ่มขึ้นมหาศาล]
[รางวัล: ปลดล็อก 'ระบบการจัดการบ้านอัจฉริยะ' (สามารถควบคุมอุณหภูมิ แสงสว่าง และความปลอดภัยได้เพียงแค่ความคิด) และ เงินสด 2,000,000 บาท]
ช่วงสายของวัน ขบวนรถหรูของรินมุ่งหน้าไปยัง 'The Eden Nursery' แหล่งรวมพันธุ์ไม้ที่หายากและแพงที่สุดในประเทศ ทันทีที่ขบวนรถลีมูซีนจอดสนิทหน้าเรือนกระจกขนาดใหญ่ เจ้าของร้านและพนักงานนับสิบคนก็รีบออกมาต้อนรับด้วยความนอบน้อมสูงสุด
"ยินดีต้อนรับครับคุณศิรินทร์ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน!" เจ้าของร้านโน้มตัวทำความเคารพ "วันนี้ทางร้านเราปิดโซนส่วนตัวไว้เพื่อพวกคุณโดยเฉพาะครับ พันธุ์ไม้หายากจากทุกมุมโลกถูกจัดเตรียมไว้ให้เลือกชมแล้วครับ"
รินเดินนำสาว ๆ เข้าไปในโซนพิเศษที่มีเพียงลูกค้าระดับ VVIP เท่านั้นที่จะเข้าถึงได้ เธอเดินเลือกต้นกุหลาบ 'Juliet' ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก และต้นบอนไซอายุนับร้อยปีจากญี่ปุ่นอย่างใจเย็น โดยไม่แม้แต่จะมองป้ายราคา
"ต้นนี้สวยจังเลยค่ะคุณริน" นาราชี้ไปที่ต้นกุหลาบสีพีชละมุนตา
"จัดไปให้นารา 20 ต้นค่ะ" รินบอกพนักงานด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ราวกับสั่งอาหารตามสั่ง "ส่วนต้นบอนไซสนดำนั่น ส่งไปที่ศาลาริมน้ำของอาซึมินะคะ"
"ศิรินทร์... พี่ว่าเราซื้อเยอะไปหรือเปล่า?" พิมพ์มาดาถามพลางมองดูยอดบิลที่พุ่งทะยานไปหลายล้านบาทภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
"ไม่เยอะหรอกค่ะพี่พิม เงินพวกนี้รินมีไว้เพื่อสร้างรอยยิ้มให้พวกพี่นะคะ ถ้าพวกพี่ชอบ... รินก็ถือว่าคุ้มค่าที่สุดแล้ว" รินหันไปกระซิบข้างหูพี่สาวคนเก่ง "และคืนนี้... รินมีของขวัญพิเศษรอพี่พิมอยู่ที่ห้องนอนด้วยนะ"
คำพูดของรินทำให้พิมพ์มาดาหน้าแดงวาบและนิ่งเงียบไปทันที อาซึมิที่เห็นเหตุการณ์ก็แอบยิ้มล้อเลียน
บ่ายวันนั้น คฤหาสน์ศิริวัฒนกุลเต็มไปด้วยความคึกคัก ทีมจัดสวนมืออาชีพทำงานร่วมกับสาว ๆ อย่างสนุกสนาน นาราและหมอเกลช่วยกันเลือกตำแหน่งปลูกดอกไม้ ส่วนอาซึมิก็ให้คำแนะนำเรื่องการวางหินแบบเซน รินและพิมพ์มาดายืนมองภาพนั้นจากระเบียงชั้นสองพร้อมจิบแชมเปญชั้นเลิศ
"พิมไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะมาถึงจุดนี้ได้" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางพิงศีรษะลงบนไหล่ของริน "จากที่เคยสู้รบในสมรภูมิธุรกิจทุกวัน ตอนนี้พิมกลับรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่มีคนคอยดูแล"
"รินสัญญาค่ะพี่พิม... ว่ารินจะดูแลพี่พิมแบบนี้ตลอดไป พี่ไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวอีกแล้วนะ" รินกอดตอบด้วยความอบอุ่น
[ติ๊ง! ภารกิจ 'สร้างรังไหมแห่งรัก' บรรลุผล!]
[รางวัลพิเศษ: 'น้ำหอมแห่งความสิเน่หา' (ช่วยให้ผู้ที่อยู่ใกล้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขลึกซึ้ง) และ กรรมสิทธิ์เกาะส่วนตัวในทะเลอันดามัน]
ค่ำคืนนั้น หลังจากการทำงานในสวนที่แสนสนุก จบลงด้วยมื้อค่ำที่แม่นมมาลีเป็นคนปรุงอาหารพื้นบ้านรสเลิศให้ทุกคนทาน สาว ๆ ทั้งห้าคนมานั่งรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่หน้าเตาผิงจำลองที่ดูหรูหรา รินนั่งอยู่กลางโซฟาตัวยาว โดยมีพิมพ์มาดาซบไหล่ซ้าย และอาซึมิพิงไหล่ขวา นารานั่งอยู่ที่พรมข้างเท้าของริน ส่วนหมอเกลนั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับคอยดูแลนวดไหล่ให้ทุกคน
เสียงหัวเราะและบทสนทนาเบา ๆ ดำเนินไปท่ามกลางความสงบสุข รินรู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ ชีวิตที่ "รวยไว" และ "เพียบพร้อม" นี้ ไม่ได้มีค่าเพราะตัวเลขในบัญชี แต่มันมีค่าเพราะเธอสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดให้กับคนที่เธอรักได้
"ศิรินทร์..." อาซึมิเอ่ยขึ้นเบา ๆ ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ "ขอบคุณนะคะที่ทำให้ฉันรู้ว่า... ความมั่งคั่งที่แท้จริง หน้าตาเป็นยังไง"
รินยิ้มและจูบที่หน้าผากของอาซึมิและพิมพ์มาดาเบา ๆ "ฝันดีนะทุกคน... พรุ่งนี้รินจะพาทุกคนไปพักผ่อนที่เกาะส่วนตัวของเรานะคะ"
ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นแน่นแฟ้นและมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด รินหลับตาลงพร้อมกับความมั่นใจว่า ต่อจากนี้ไป ชีวิตของพวกเธอจะมีเพียงความสุข ความฟิน และความละมุนละไมในทุก ๆ วัน
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ระบบก็ส่งสัญญาณแจ้งเตือนสีเขียวอ่อนที่ดูนุ่มนวลขึ้นมา...
[แจ้งเตือน: ตรวจพบ 'โปรเจกต์การกุศลระดับโลก' ที่ต้องการผู้นำที่มีหัวใจทองคำ... รางวัลคือการสร้างเมืองแห่งความฝันที่คุณสามารถออกแบบได้เอง!]
รินยิ้มในความมืด... "เมืองแห่งความฝันงั้นเหรอ? สงสัยครอบครัวของรินคงจะต้องใหญ่ขึ้นและอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมแน่ ๆ เลย"
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: การเดินทางสู่เกาะส่วนตัวที่แสนโรแมนติก กิจกรรมทางน้ำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และการเริ่มต้นโปรเจกต์ 'เมืองแห่งความฝัน' ที่รินจะเปลี่ยนโลกใบนี้ด้วยความรวยและความเมตตาในแบบฉบับของเธอ)