บทที่ 11 บีบให้ข้าตบหน้าเจ้า? ก็ได้!

บทที่ 11 บีบให้ข้าตบหน้าเจ้า? ก็ได้!



ได้ยินบทสนทนาระหว่างเสิ่นหลางกับเถ้าแก่หลิน เถียนสิบสามที่ยืนอยู่ข้างๆ นอกจากจะตกตะลึงแล้ว ยังดีใจสุดขีด



แม้บิดาบุญธรรมเถียนเหิงจะรับปากเสิ่นหลาง แต่ลึกๆ แล้วไม่ได้คาดหวังอันใด แค่อยากวัดดวงดูเล่นๆ เพราะอย่างไรเขาก็รับปากตระกูลสวีว่าจะสังหารเสิ่นหลางภายในสามวันอยู่แล้ว



แต่ใครจะนึกว่าเสิ่นหลางทำได้จริงๆ บิดาบุญธรรมจะได้เงินหนึ่งพันเหรียญทองจริงๆ เถียนสิบสามผู้รับผิดชอบงานนี้ย่อมมีความดีความชอบมหาศาล!



"ร้ายกาจนัก ข้านับถือเจ้าแล้ว" เถียนสิบสามยกนิ้วโป้งให้เสิ่นหลาง



เสิ่นหลางเดินไปที่ครัวหลังบ้าน ปิดประตู แล้วเริ่มลงมือผสมสีย้อม



"เถ้าแก่หลิน รอข้าหนึ่งชั่วยาม" เสิ่นหลางตะโกนบอก



"ได้ ข้าจะไปเตรียมเหรียญทอง" หลินม่อรับคำ



...



กระบวนการผลิตสีย้อมสีเหลืองทองนี้ง่ายมาก ในหนังสือ "Silk" ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2001 มีอธิบายไว้อย่างละเอียด แม้แต่พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมหางโจวก็ยังมีคอร์สให้ทดลองทำ



อย่างแรก นำดอกไฮ่วหมี่มาต้มน้ำ เคี่ยวจนได้น้ำสีเหลือง กรองกากออก ก็จะได้สีย้อมสีเหลือง



จากนั้นเติมสารส้มลงไปเคี่ยวต่อ สีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสว่างไสว ดูหรูหราสง่างาม



ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เสิ่นหลางก็ได้สีย้อมสีเหลืองทองมาครึ่งชาม



สุดท้าย เสิ่นหลางเผาสารส้มและกากดอกไฮ่วหมี่ทิ้งจนเกลี้ยง ไม่เหลือร่องรอยใดๆ



...



เสิ่นหลางผลักประตูออกมา



หลินม่อเถ้าแก่ร้านจิ่นซิ่วเก๋อ และเถียนสิบสามรีบพุ่งเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง



เสิ่นหลางยื่นสีย้อมสีเหลืองทองครึ่งชามส่งให้



หลินม่อรับไปพลางมือไม้สั่น ตรวจดูสีย้อมใหม่อย่างละเอียดท่ามกลางแสงตะวัน



บัดซบ! มันจะไม่ให้เขาสั่นได้หรือ? นี่ไม่ใช่แค่สีย้อม แต่มันคือรากฐานความรุ่งโรจน์ของตระกูลหลิน!



"สีย้อมสีเหลืองทองนี้ไม่เพียงสีสวย แต่ยังติดทนทานมาก ย้อมแล้วแทบไม่ตกสี" เสิ่นหลางกล่าว "สองพันเหรียญทองของเถ้าแก่หลินเตรียมไว้แล้วหรือไม่?"



หลินม่อชี้ไปที่โต๊ะ บนนั้นมีหีบใบหนึ่งฝาเปิดอ้าอยู่ ข้างในอัดแน่นไปด้วยเหรียญทองจำนวนมาก



เหรียญทองแต่ละเหรียญหนักกว่าครึ่งตำลึง หนึ่งพันเหรียญทองหนักหลายสิบจิน



สองพันเหรียญทอง นับเป็นเงินก้อนโตมหาศาล หักส่วนที่ต้องจ่ายเถียนเหิงหนึ่งพันเหรียญทอง ยังเหลืออีกตั้งหนึ่งพันเหรียญทอง พอให้ครอบครัวสุขสบายไปทั้งชาติ



ในโลกปัจจุบัน เสิ่นหลางทำงานทั้งชีวิตยังหาเงินได้ไม่เท่านี้



"แล้วสูตรล่ะ?" หลินม่อทวงถาม



เสิ่นหลางยื่นกระดาษที่เขียนสูตรลับไว้ให้



หลินม่อคลี่ออกดู เห็นมีตัวอักษรแค่ไม่กี่สิบตัว ก็ชะงัก "ง่ายแค่นี้เองรึ?"



เสิ่นหลางตอบ "ใช่ ง่ายแค่นี้แหละ"



หลินม่อว่า "ต้นทุนก็ไม่สูง"



เสิ่นหลางกล่าว "ใช่ ต่ำมาก เรื่องราวในโลกนี้ส่วนใหญ่ พอรู้เคล็ดลับแล้วย่อมง่ายนิดเดียว เถ้าแก่หลินคงไม่คิดว่าเสียดายเงินสองพันเหรียญทองแลกกับอักษรไม่กี่สิบตัวนี้หรอกนะ?"



"ไม่เลย คุ้มค่ามาก คุ้มค่าสุดๆ" หลินม่อยิ้มกว้าง



เสิ่นหลางเสนอ "เถ้าแก่หลินไปลองทำตามสูตรดูได้เลย ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วยามกว่าๆ ท่านก็จะผสมสีย้อมสีเหลืองทองนี้ได้เอง รอท่านทำสำเร็จแล้วข้าค่อยรับเงินไป"



แน่นอนหลินม่อไม่ยอมให้บ่าวไพร่ทำ เขาเตรียมวัสดุเอง เข้าไปทดลองสูตรของเสิ่นหลางในครัวหลังบ้านด้วยตัวเอง



เพียงครึ่งชั่วยาม หลินม่อก็ทำสีย้อมสีเหลืองทองสำเร็จ แถมยังดูดีกว่าของเสิ่นหลางเสียอีก



"สำเร็จ! ตระกูลหลินของข้ารวยแน่คราวนี้!" หลินม่อหัวเราะร่า



เสิ่นหลางกล่าว "งั้นก็ขอแสดงความยินดีกับเถ้าแก่หลินล่วงหน้า ขอให้เอาชนะตระกูลสวีและขึ้นแทนที่ได้ในเร็ววัน ข้าขอลา!"



เขากอดหีบใส่เงินสองพันเหรียญทองเตรียมจะจากไป



"ช้าก่อน!" ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยพลันดังขึ้นจากด้านนอก



จากนั้น เงาร่างสองสายก็เดินเข้ามา



คนหนึ่งคืออดีตพ่อตา เจ้าเรือนตระกูลสวี อีกคนคืออดีตภรรยา สวีเชียนเชียน



เสิ่นหลางขนลุกซู่ทันที



เจ้าเรือนสวีจ้องเสิ่นหลาง พูดเสียงเย็น "เสิ่นหลาง ข้าไล่เจ้าออกจากบ้าน เจ้าจะแค้นเคืองข้าก็ไม่ว่า แต่เจ้าไม่ควรขโมยสูตรสีย้อมใหม่ที่เราคิดค้นขึ้นมา นี่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของตระกูลสวีเชียวนะ การทำแบบนี้นอกจากจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ ยังลบหลู่เบื้องสูง มีโทษสถานใดเจ้ารู้หรือไม่?"



หลินม่อเถ้าแก่ร้านจิ่นซิ่วเก๋อทำหน้าตกใจ "เจ้าเรือนสวี สูตรนี้เสิ่นหลางขโมยมาหรือ?"



เจ้าเรือนสวีกล่าว "ชื่อเสียงในอดีตของเสิ่นหลางผู้นี้ พี่น้องหลินคงเคยได้ยิน โง่เง่าเต่าตุ่น กินแล้วก็นอน ขยะดีๆ นี่เอง คนอย่างมันจะมีปัญญาคิดค้นสูตรสีย้อมสีเหลืองทองได้รึ? สูตรนี้ตระกูลสวีของข้าทุ่มเทแรงกายแรงใจและทรัพย์สินมหาศาลคิดค้นขึ้น ผลคือเจ้าโจรนี่ดันขโมยไป ข้าไล่มันออกจากตระกูลก็เพราะมันขโมยของ แถมยังลวนลามสาวใช้ในบ้าน คนเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้ ข้าไม่เคยพบเคยเห็น ไม่นึกเลยว่ามันจะมาหลอกพี่หลินถึงที่นี่"



สวีเชียนเชียนพูดเสียงหวาน "ถ้าข้าเดาไม่ผิด เขาคงแอบค้นลิ้นชักข้า เห็นสูตรนี้เข้าเลยแอบจดจำมา เสิ่นหลาง ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดตระกูลสวี แต่เจ้าไม่น่าทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้เลยนะ"



หลินม่อเถ้าแก่ร้านจิ่นซิ่วเก๋อโค้งคำนับ "ขออภัยเจ้าเรือนสวี ข้าเกือบหลงกลเจ้าโจรนี่เสียแล้ว! ข้ายังสงสัยอยู่เลยว่าเสิ่นหลางที่โง่เขลาเบาปัญญา จะมีสูตรวิเศษแบบนี้ได้อย่างไร ที่แท้ก็ขโมยมานี่เอง ข้าจะแจ้งทางการ ให้มาจับเจ้าโจรนี่เดี๋ยวนี้!"



เจ้าเรือนสวีจ้องเสิ่นหลางด้วยสายตาอำมหิต "บอกความจริงมา สูตรสีย้อมสีเหลืองทองนี้เจ้าขโมยมาจากตระกูลสวีใช่หรือไม่? เจ้ามีโอกาสพูดแค่ครั้งเดียว!"



สวีเชียนเชียนพูดเสียงอ่อนโยน "เสิ่นหลาง ถ้าเจ้ายอมรับผิด เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อน เรื่องขโมยของทางบ้านเราจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าเจ้ายังดื้อดึง ท่านพ่อคงต้องโกรธเป็นแน่"



ขนทั่วร่างเสิ่นหลางลุกชัน ผ่านไปหลายอึดใจกว่ารูขุมขนจะคลายตัว



สถานการณ์เช่นนี้ เขาใช่ว่าจะไม่เคยคาดคิด แต่พอเกิดขึ้นจริงก็ยังอดนึกประหลาดใจไม่ได้



ตระกูลหลินเป็นคู่แข่งกับตระกูลสวีมาตลอด ศัตรูของศัตรูคือมิตร มิหนำซ้ำสูตรใหม่ที่เสิ่นหลางมอบให้ตระกูลหลิน ยังเพียงพอจะเล่นงานตระกูลสวีจนกระอักเลือด



แล้วทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?



เสิ่นหลางรีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว หันไปพูดกับหลินม่อ "เถ้าแก่หลิน ข้าขอคุยส่วนตัวหน่อยได้หรือไม่?"



หลินม่อพยักหน้า "ได้สิ"



จากนั้น หลินม่อกับเสิ่นหลางก็เดินไปที่หลังบ้าน



เสิ่นหลางถามตรงประเด็น "เจ้าเป็นคนเรียกเจ้าเรือนสวีกับสวีเชียนเชียนมาใช่ไหม?"



"ใช่!" หลินม่อตอบ



เสิ่นหลางถาม "ทำไม?"



หลินม่อตอบ "ข้ารู้ว่าสูตรนี้จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้ธุรกิจตระกูลสวี แต่ข้าก็ยังเลือกที่จะแจ้งให้เจ้าเรือนสวีมา เพื่อจะได้กล่าวหาเจ้ากลับ"



เสิ่นหลางไม่ถามว่าทำไมอีก แต่รอฟังคำอธิบาย



หลินม่อพูดเรียบๆ "เสิ่นหลาง สำหรับคนธรรมดาอย่างเจ้า มีเงินก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับพวกข้า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด อำนาจและพลังต่างหากที่สำคัญ หากไร้อำนาจและพลัง มีเงินเท่าไหร่ก็รักษาไว้ไม่ได้ เป็นได้แค่หมูอ้วนรอวันถูกเชือด"



เสิ่นหลางแย้ง "ถ้าตระกูลหลินได้เป็นผู้ส่งผ้าไหมเข้าวังหลวง ก็ย่อมมีอำนาจตามมามิใช่หรือ"



"ไม่ อำนาจแบบนั้นมันไม่แน่นอน" หลินม่อกล่าว "บุตรชายข้าเรียนอยู่ที่สำนักยุทธ์เทียนหนาน ผลการเรียนดีเยี่ยม กำลังจะสอบขุนนางฝ่ายบู๊ ผลสอบของเขาและตำแหน่งขุนนางที่จะได้รับในอนาคต สำคัญกว่าเงินที่ตระกูลหลินจะหาได้มากมายนัก เจ้าคงรู้จักคู่หมั้นใหม่ของสวีเชียนเชียน คุณชายจางจิ้นใช่หรือไม่?"



คู่หมั้นใหม่? เร็วขนาดนี้เชียว!



ตระกูลสวีเพิ่งไล่เสิ่นหลางออกมา ก็ให้สวีเชียนเชียนหมั้นกับจางจิ้นทันทีเลยรึ?



หลินม่อกล่าวต่อ "ตระกูลจางมีตระกูลจู้หนุนหลัง เจ้าคงรู้นะว่าตระกูลจู้ยิ่งใหญ่แค่ไหนในแคว้นนี้"



ตระกูลจู้ ขุนนางชั้นสูงระดับแนวหน้าของแคว้นเยว่ เป็นตระกูลเดิมของฮูหยินเจ้าแคว้น จู้หรงผู้เป็นผู้นำตระกูลยังดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ผู้สำเร็จราชการมณฑลเทียนหนาน อำนาจล้นฟ้า



ทว่าการที่จางจิ้นแต่งงานกับสวีเชียนเชียนบุตรีคฤหบดี นอกจากความงามแล้ว คงเล็งทรัพย์สินตระกูลสวีด้วยกระมัง



หลินม่อพูดอีก "บิดาของจางจิ้นเพิ่งรับตำแหน่งเจ้าเมืองเขตนู่เจียง จางจิ้นเองก็วรยุทธ์สูงส่ง เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพรักษาเมืองเสวียนอู่ ถ้าข้าใช้สูตรใหม่แย่งธุรกิจตระกูลสวี ก็เท่ากับล่วงเกินตระกูลจางซึ่งเป็นขุนนางใหม่อนาคตไกล แล้วบุตรชายข้าจะเป็นอย่างไร?"



เสิ่นหลางถาม "งั้นเจ้าก็แค่ไม่ต้องซื้อสูตรข้า ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ ทำไมต้องหักหลังข้าด้วย?"



หลินม่อหัวเราะ "เจ้ามันก็แค่เบี้ยตัวเล็กๆ ไม่มีค่าอะไรเลย ค่าเดียวของเจ้าคือความแค้นที่ข้ากับตระกูลสวีมีต่อเจ้า ข้าหักหลังเจ้าเพื่อแลกกับบุญคุณจากตระกูลสวี มีแต่ได้กับได้ แถมตอนนี้สูตรใหม่อยู่ในมือข้าแล้ว ข้าจะเอาไปแบ่งปันกับตระกูลสวี ทำการค้าด้วยกันก็ได้"



เสิ่นหลางสรุป "เดิมทีตระกูลสวีไม่เห็นข้าในสายตา เห็นเป็นแค่มดปลวก ความแค้นยังไม่มากพอ แต่พอข้าเอาสูตรใหม่มาขายเจ้าหวังทำลายธุรกิจตระกูลสวี ความแค้นเลยพุ่งทะยานสินะ"



"ถูกต้อง" หลินม่อตอบ "ดังนั้นบุญคุณที่ตระกูลสวีติดค้างข้าก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น อนาคตบุตรชายข้าก็จะยิ่งมั่นคง"



"เถ้าแก่หลินอำมหิตนัก ข้าเข้าใจแล้ว" เสิ่นหลางกล่าว แล้วเดินกลับออกไป



...



กลับมาที่โถงใหญ่



นักบู๊ตระกูลหลินและตระกูลสวีตีวงล้อมเสิ่นหลางไว้แน่นหนา



ส่วนเถียนสิบสามยืนหลับตาพิงเสาอยู่ข้างๆ ราวกับหลับไปแล้ว



นอกจากนี้ ขุนนางเมืองเสวียนอู่หลายคนยังมาถึง



หนึ่งในนั้นเป็นขุนนางหนุ่ม ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาลักษณ์ฝ่ายตุลาการ(จู่ปู้) ผู้ดูแลงานด้านคดีความ เสิ่นหลางจ้องมองเขาเขม็ง รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคนผู้นี้



สวีเชียนเชียนพูดเสียงหวาน "เสิ่นหลาง บอกใต้เท้าทั้งหลายไปสิว่าสูตรสีย้อมใหม่นี้เจ้าขโมยมา เพราะเจ็บแค้นที่ถูกข้าทิ้งเลยทำเรื่องแบบนี้ ถ้าเจ้ารับสารภาพตอนนี้ พวกเราจะไม่เอาเรื่อง ถือว่าเจ้าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ถ้ายังดื้อด้าน ก็อย่าหาว่าตระกูลสวีไร้น้ำใจ!"



เผชิญสถานการณ์ตรงหน้า เสิ่นหลางชั่งใจอย่างละเอียด สายตามองไปที่เจ้าหน้าที่หนุ่มผู้นั้นอีกครั้ง พลางค้นความทรงจำในสมอง



ใช่แล้ว น่าจะมั่นใจได้หกถึงเจ็ดส่วน



"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..." เสิ่นหลางระเบิดเสียงหัวเราะออกมา



เดิมทีเขากะจะเล่นงานตระกูลสวีในที่ลับ ไม่นึกว่าจะต้องมาแตกหักกันซึ่งหน้าแบบนี้



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 11 บีบให้ข้าตบหน้าเจ้า? ก็ได้!

ตอนถัดไป