บทที่ 1 ไม่มีเตียงว่างแล้ว เข้าพักห้องคู่รักชั่วคราว!
บทที่ 1 ไม่มีเตียงว่างแล้ว เข้าพักห้องคู่รักชั่วคราว!
"ผมชื่อห่าวเฉียงจ้วง ที่ชื่อนี้ก็เพราะตอนเกิดมาผมตัวใหญ่แข็งแรงมาก พ่อแม่ก็เลยตั้งชื่อนี้ให้ครับ!"
นี่คือคำประกาศแนะนำตัวของห่าวเฉียงจ้วง เวลาใครถามว่าทำไมถึงชื่อห่าวเฉียงจ้วง เขาก็มักจะตอบแบบนี้เสมอ
ชีวิตของเขาผ่านเรื่องราวสนุกๆ มามากมาย แต่ที่น่าสนใจที่สุดคงต้องเริ่มจากการเข้าโรงงานไปขันนอตเป็นครั้งแรก
ปีนั้นคือปี 2001!
"ไม่มีเตียงว่างแล้ว จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?"
ป้าหลิว ผู้ดูแลหอพัก เอานิ้วแตะน้ำลายแล้วเปิดพลิกสมุดลงทะเบียนไปมาซ้ำๆ
ตอนนี้เข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ห่าวเฉียงจ้วงดูแข็งแรงกำยำจริงๆ เขาสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ และแบกถุงผ้าลายดอกไว้บนบ่า
"ยังดีนะที่นายดวงดี" ป้าหลิวเงยหน้าขึ้นมามองห่าวเฉียงจ้วงด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดอย่างอารมณ์ดีว่า "ห้อง 301 ห้องพักคู่รัก เดิมทีมีคู่ผัวเมียอยู่สองคู่ แต่ย้ายออกไปคู่หนึ่ง ตอนนี้เลยเหลือเตียงว่างอยู่เตียงหนึ่ง ให้นายไปพักที่นั่นชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน"
"หา?" ห่าวเฉียงจ้วงมองป้าหลิวอย่างไม่อยากจะเชื่อ ป้าหลิวคนนี้อายุสี่สิบกว่าแล้ว แม้จะเข้าสู่วัยกลางคนแต่ก็ยังมีเสน่ห์แพรวพราวอยู่ไม่เบา
ต้องไปอยู่ร่วมห้องกับคู่สามีภรรยา ห่าวเฉียงจ้วงรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว!
ป้าหลิวเงยหน้าขึ้น พอเห็นสีหน้าของห่าวเฉียงจ้วงหม่นลง ก็อดถามไม่ได้ว่า "ทำไมล่ะ ไม่อยากไปเหรอ?"
ห่าวเฉียงจ้วงยิ้มเจื่อน "ขอเปลี่ยนห้องหน่อย...ไม่ได้เหรอครับ?"
ป้าหลิวยิ้มแบบมีเลศนัย "ก็ได้อยู่นะ แต่นายต้องมีเงินไปเช่าห้องอยู่ข้างนอกเอง"
พอได้ยินป้าหลิวพูดแบบนั้น ห่าวเฉียงจ้วงก็ล้วงกระเป๋าตามสัญชาตญาณ เขาเหลือเงินอยู่แค่ห้าหยวนแปดเหมา เขาไม่กล้าพูดอะไรต่อเลย กลัวว่าพูดมากไปจะถูกไล่ออกไปนอนข้างถนน แล้วจะเสียมากกว่าได้
ป้าหลิวแอบชำเลืองมองห่าวเฉียงจ้วงตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางคิดในใจ 'ไอ้หนุ่มนี่รูปร่างบึกบึนชะมัด ถ้าฉันไม่แก่ป่านนี้นะ จะเป็นฝ่ายรุกเองซะเลย'
จากนั้น ป้าหลิวก็เดินออกจากห้องดูแลหอพัก มุ่งหน้าไปทางบันได แล้วพาห่าวเฉียงจ้วงเดินขึ้นไปจนถึงห้องแรกบนชั้นสาม
มันเป็นห้องพักเล็กๆ ขนาดแค่แปดตารางเมตร มีเตียงวางอยู่สองเตียง พร้อมระเบียงและห้องน้ำในตัว
ฟังจากที่ป้าหลิวบอก คนที่พักอยู่ที่นี่คืออาจารย์ช่างของแผนกปั๊มขึ้นรูป ฝีมือเทคนิคเทพมากๆ
ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ ห่าวเฉียงจ้วงไม่มีทางถูกจัดให้มาพักที่นี่ได้หรอก เพราะระดับขั้นไม่ถึง
แต่ปีนี้บริษัทงานยุ่งมาก รับคนงานช่วงปิดเทอมฤดูหนาวเข้ามาเพียบ ตอนนี้หอพักเต็มหมดแล้ว ไม่มีที่ให้คนอยู่ จะฝืนจัดให้ห่าวเฉียงจ้วงไปนอนเบียดห้องอื่นก็ไม่ได้ เลยต้องให้มาอยู่ห้องพักคู่รักแบบนี้ไปก่อน
ป้าหลิวเดินนำเข้าไปก่อน แล้วส่งเสียงเรียกคนข้างใน "จางกั๋วเฉียง หลี่เหมย พวกเธออยู่ไหม?"
เตียงฝั่งซ้ายถูกปิดล้อมไว้ด้วยผ้าม่าน พอผ้าม่านถูกรูดออก ก็มีหัวคนโผล่ออกมา
เป็นผู้ชายวัยกลางคน เขามองป้าหลิวผู้ดูแลหอพักด้วยสายตารำคาญเล็กน้อย แล้วพูดว่า "เข้ากะดึกอยู่นะ! หลิวเจี่ย มีธุระอะไรหรือเปล่า?"
ป้าหลิวดึงตัวห่าวเฉียงจ้วงออกมาข้างหน้า แล้วบอกว่า "หอพักบริษัทเต็มหมดแล้ว เลยจะให้ห่าวเฉียงจ้วงมาพักห้องพวกเธอชั่วคราว ไว้มีเตียงว่างเมื่อไหร่ค่อยย้ายออกไป"
จางกั๋วเฉียงพูดอย่างรำคาญใจว่า "พี่จะจัดยังไงก็แล้วแต่เลย ผมง่วงมาก ขอนอนก่อน"
ป้าหลิวหันไปมองเตียงว่างฝั่งตรงข้ามจางกั๋วเฉียง แล้วหันมาพูดว่า "เฉียงจ้วง นายก็นอนตรงนั้นแหละ อยู่กับจางกั๋วเฉียงก็ดีๆ ล่ะ อย่าก่อเรื่อง"
คำพูดของป้าหลิวเหมือนจะมีความหมายแฝง ฟังดูเหมือนเตือนห่าวเฉียงจ้วง แต่ก็เหมือนตั้งใจพูดให้จางกั๋วเฉียงฟังด้วย
ห่าวเฉียงจ้วงอาจจะไม่รู้เหตุผลลึกๆ แต่ป้าหลิวรู้ดี!
พนักงานที่ถูกจัดให้มาพักห้องนี้ ไม่ว่าจะเป็นคู่ผัวเมียหรือคนโสด โดนหมอนี่หาวิธีบีบให้ออกไปหมดแล้วหลายต่อหลายรุ่น
ห่าวเฉียงจ้วงพยักหน้ารับ แล้วเดินไปที่เตียงอย่างว่าง่าย เอาของไปวางไว้เตียงบน ทำความสะอาดแผ่นไม้ปูเตียง แล้วจัดการปูที่นอนให้เรียบร้อย
ตอนนั้นเองป้าหลิวก็เดินเข้ามา ดึงผ้าม่านจากเตียงชั้นบนของจางกั๋วเฉียงส่งให้ห่าวเฉียงจ้วง แล้วพูดว่า "เอาผ้าม่านนี่ไปแขวนซะ จะได้ไม่อึดอัดกัน"
ห่าวเฉียงจ้วงรับมาแขวนอย่างงงๆ พอนั่งลงบนเตียงแล้วลองอยู่ข้างในสักพัก ก็รู้สึกเหมือนเป็นพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ แสงสว่างจากข้างนอกถูกบังไว้หมด
ป้าหลิวผู้ดูแลหอพักปรายตามองไปทางเตียงจางกั๋วเฉียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาบอกห่าวเฉียงจ้วงอีกครั้ง "เฉียงจ้วงเอ๊ย! ไม่มีอะไรแล้ว ป้าไปก่อนนะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปหาป้าที่ห้องดูแลหอพักได้เลย"
"เดี๋ยวก่อนครับ ป้าหลิว" ห่าวเฉียงจ้วงรีบเปิดผ้าม่านออก เรียกป้าหลิวไว้ แล้วยื่นลิปสติกแท่งหนึ่งให้เธอ
พอเห็นลิปสติก ป้าหลิวถึงกับชะงัก ลิปสติกแท่งนี้ราคาตั้งร้อยกว่าหยวน ในสมัยนั้นไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ!
จริงๆ แล้วลิปสติกแท่งนี้เป็นของเด็กสาวคนหนึ่งที่ทำตกไว้ข้างทาง ห่าวเฉียงจ้วงเก็บได้ กะจะเอาไปคืน แต่คนเยอะแยะหาตัวไม่เจอ เก็บไว้กับตัวก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร
ลิปสติกยังอยู่ในแพ็คเกจเดิม ป้าหลิวตาถึงอยู่แล้ว เกิดมาเคยเห็นแต่ในห้างสรรพสินค้าหรูๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสใกล้ชิดขนาดนี้
ห่าวเฉียงจ้วงไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก แค่คิดว่าของพรรค์นี้อยู่กับตัวก็ไร้ค่า สู้เอามาทำความดีความชอบน่าจะดีกว่า
กินของเขาปากก็อ่อน รับของเขามือก็อ่อน ป้าหลิวเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อห่าวเฉียงจ้วงทันที เธอยิ้มกว้างและพูดว่า "เฉียงจ้วง ป้ารับไว้แล้วกันนะ วันหน้าถ้ามีเรื่องดีๆ อะไร ป้าจะนึกถึงนายเป็นคนแรกเลย"
ห่าวเฉียงจ้วงเกาหัว ยิ้มแป้นให้ป้าหลิว "ป้าหลิวเกรงใจไปแล้วครับ หวังว่าวันข้างหน้าป้าจะช่วยดูแลผมด้วยนะครับ"
หลังจากป้าหลิวออกไป ห่าวเฉียงจ้วงก็รูดม่านปิด แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงตัวเอง
เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เขารู้สึกเพลียมากจนเผลอหลับไปในที่สุด
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน ในช่วงสะลึมสะลือ เขาแว่วได้ยินเสียงคนคุยกัน
"กั๋วเฉียง เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็ปลุกไอ้หนุ่มฝั่งตรงข้ามตื่นหรอก ไปทำงานเดี๋ยวก็เอาไปพูดมั่วซั่ว"
"เบาทำบ้าอะไรล่ะ! ฉันตั้งใจจะให้มันได้ยิน ได้เห็น แต่จับต้องไม่ได้ สัมผัสไม่ได้นี่แหละ"
"ทำแบบนี้มันน่าอายออกนะ!"
"กลัวอะไรล่ะ? ถ้ามันทนไม่ได้ ก็ไสหัวไปสิ!"
จังหวะนั้นเอง ประตูหอพักก็ถูกเคาะรัวๆ "อาจารย์จาง! อาจารย์จาง! แย่แล้วครับ ชิ้นงานที่ปั๊มออกมาขนาดไม่ได้มาตรฐาน ในโรงงานวุ่นวายไปหมดแล้ว ถ้าพี่ไม่รีบไปจัดการ คนของแผนกควบคุมคุณภาพจะโทรหาผู้จัดการแล้วนะครับ"
ตอนแรกจางกั๋วเฉียงยังทำเป็นไม่สนใจ แต่พอได้ยินว่าคนของแผนกควบคุมคุณภาพจะโทรหาผู้จัดการ เขาก็นั่งไม่ติด รีบผลักหลี่เหมยออก แล้วพูดทิ้งท้ายว่า "ทำเสร็จแล้วเดี๋ยวกลับมา" ก่อนจะพุ่งพรวดออกจากห้อง ปิดประตู แล้ววิ่งไปที่โรงงานทันที
ส่วนหลี่เหมยตอนนี้รู้สึกอึดอัดใจสุดๆ อุตส่าห์นอนอยู่ดีๆ จางกั๋วเฉียงกลับมากลางดึกก็ปลุกเธอขึ้นมา พอเรื่องยังไม่ทันเสร็จ เขาก็ใส่กางเกงวิ่งหนีไปซะงั้น
จางกั๋วเฉียงไปแล้ว หลี่เหมยก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ "ฉันเพิ่งจะมีอารมณ์แท้ๆ..."
เพิ่งพูดจบ เธอก็นึกขึ้นได้ว่า เตียงฝั่งตรงข้ามยังมีคนนอนอยู่นี่นา
อันที่จริง ห่าวเฉียงจ้วงตื่นตั้งนานแล้ว เขามุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มไม่กล้าส่งเสียง พอได้ยินหลี่เหมยพูดแบบนั้น หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาทันที หูแดงเถือกไปหมด
แต่โชคร้าย ท้องของห่าวเฉียงจ้วงดันไม่รักดี ร้องจ๊อกๆ ออกมาเสียงดังลั่น
หลี่เหมยที่อยู่เตียงตรงข้าม รู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนบรรยายไม่ถูก รีบลนลานดึงม่านปิด แล้วมุดตัวเข้าไปซุกในผ้าห่มทันที