ตอนที่ 25 นกสาลิกาน้อยผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
ตอนที่ 25 นกสาลิกาน้อยผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
อันหรานไม่สนใจว่าเฉินข่ายจะไปทาบทามพวกเฉียนอี้ฟานยังไง เธอไม่รอแม้กระทั่งซันชี รีบวิ่งกลับไปที่ตึกหมายเลข 7 ทันที
คู่สามีภรรยาซ่งเริ่มกำจัดแมลงในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว เธอจึงเข้าไปสมทบด้วย คว้าปืนพ่นไฟมาฉีดพ่นอย่างเมามัน
แมลงน่าขยะแขยงพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นสัตว์กลายพันธุ์ระดับต้น ไม่มีค่าพอให้เก็บเกี่ยวด้วยซ้ำ
ตอนนั้นเอง ซันชีก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา พอเห็นอันหรานก็รีบเข้ามากระซิบกระซาบอย่างมีลับลมคมนัย "บอกอะไรให้นะ ไอ้พวกแซ่เฉียนยกโขยงไปอยู่กับทีมทหารรับจ้างเหยี่ยวล่าเหยื่อหมดแล้ว"
อันหรานไม่แปลกใจเลยสักนิด ก็แหงล่ะ บทละครฉากใหญ่ที่เธอแสดงไปเมื่อกี้ ก็เพื่อส่งพานถวายเฉียนอี้ฟานให้ถึงปากทีมเหยี่ยวล่าเหยื่ออยู่แล้ว
ในฝันครั้งก่อน เธอและผู้มีพลังพิเศษจำนวนมากถูกขังไว้ในห้องใต้ดินของคลับสาวหูแมว ได้ยินบทสนทนาของพวกนักวิจัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
พวกมันใช้เลือดของผู้มีพลังพิเศษมาสกัดเป็นยาวิวัฒนาการ แล้วเอาไปขายโก่งราคากับคนธรรมดาที่ยังไม่ตื่นรู้
และทีมทหารรับจ้างเหยี่ยวล่าเหยื่อ ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าขาประจำของพวกมัน
พูดง่ายๆ คือ ทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อทำธุรกิจสองทาง ทั้งส่งเลือดผู้มีพลังพิเศษให้พวกนักวิจัย แล้วก็รับซื้อยาวิวัฒนาการกลับมา
"เฮ้อ ถ้าฉันมีพลังพิเศษบ้างก็คงดี จะได้สมัครเข้าทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อกับเขาบ้าง" ซันชีบ่นอุบ สีหน้าดูห่อเหี่ยว
นั่นเป็นกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดในฐานทัพเชียวนะ ได้ยินว่าสวัสดิการดีมาก แถมยังพาครอบครัวไปอยู่ในเขตชั้นในได้ด้วย
อันหรานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบา "ทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อมีอะไรดีนักหนา? ต่อให้วันหลังเธอตื่นรู้ ก็อย่าได้หลงเข้าไปในที่แบบนั้นเด็ดขาด"
"ทำไมล่ะ?" ซันชีงงเป็นไก่ตาแตก เบิกตาโตมองอันหราน
อันหรานแค่นยิ้ม "เพราะเธอเป็นผู้หญิง พลังต่อสู้ก็มีจำกัด ค่าตัวอย่างเดียวของเธอคงมีแค่การเป็นถุงเลือดเท่านั้นแหละ"
ใจจริงอยากจะเล่าที่มาที่ไปของยาวิวัฒนาการพวกนั้นให้ซันชีฟัง
แต่สำหรับคนธรรมดาที่ยังไม่ตื่นรู้ พวกเขาไม่มีทางเข้าใจหรอก สิ่งเดียวที่พวกเขาสนใจคือจะทำยังไงให้ตัวเองตื่นรู้ได้เท่านั้น
"ถุงเลือดอะไร?" ซันชีถามด้วยความสงสัย
อันหรานตอบ "ก็ตรงตัวนั่นแหละ ถุงใส่เลือดสดๆ ไง"
ซันชีเกาหัวแกรกๆ ยังคงไม่เข้าใจความหมาย
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดครึ้มลง
มีคนตะโกนขึ้นมา "แย่แล้ว! ฝูงนกกลายพันธุ์บุก!"
อันหรานเงยหน้ามอง ก็เห็นฝูงนกกลายพันธุ์บินว่อนมาจากเส้นขอบฟ้า มืดฟ้ามัวดินจนบดบังแสงอาทิตย์ยามเย็นไปจนหมดสิ้น
"พระเจ้าช่วย! ทำไมเยอะขนาดนี้?" ผู้คนต่างพากันตื่นตะลึง
"รีบเข้าตึกเร็ว!" ซ่งต้าไห่ตะโกนลั่น ลากน้องสาวกับอันหรานวิ่งหนี โดยมีภรรยาวิ่งตามมาติดๆ
ไม่นาน ฝูงนกก็โฉบลงมา แต่เป้าหมายของพวกมันกลับเป็นแมลงบนพื้น
ผู้รอดชีวิตทั้งหลายยืนอ้าปากค้าง
"ที่แท้มันมากินแมลงเหรอเนี่ย สาธุ! สวรรค์ทรงโปรด ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้อยู่อีกเหรอ?"
"เร็วเข้า! แจ้งไปทางป้อมยามบนกำแพง อย่าเพิ่งยิงพวกมัน"
"ใช่ๆ! ห้ามยิงเด็ดขาด ปล่อยให้พวกมันจัดการไอ้แมลงน่ารังเกียจพวกนี้ให้หมด"
อันหรานกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้นสี่ ยืนมองเหตุการณ์จากหน้าต่าง
ทั่วน่านฟ้าและพื้นดินของค่ายพักแรมเต็มไปด้วยนกกลายพันธุ์ บินว่อนไปมาจนดูเหมือนฝูงยุงยักษ์
พอมันบินผ่านหน้าต่าง อันหรานถึงได้เห็นชัดๆ ว่าส่วนใหญ่เป็นนกกระจิบกลายพันธุ์ระดับสองหรือสาม ตัวยาวไม่ถึงเมตร
มีนกสาลิกากลายพันธุ์กับนกชนิดอื่นที่ตัวใหญ่กว่าเมตรปะปนอยู่บ้าง แต่จุดร่วมเดียวกันคือพวกมันกินแมลงพิษ
อันหรานมองเพลิน มือก็คว้าเนื้อหั่นเต๋าเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
เมื่อกี้ใช้ทักษะไปเยอะ พลังกายใจพร่องไปพอสมควร ต้องรีบเติมให้เต็ม เผื่อจะได้เก็บเกี่ยวนกกลายพันธุ์สักตัวสองตัว
"จิ๊บๆ! จิ๊บๆ!"
นกสาลิกากลายพันธุ์ตัวย่อมๆ บินมาเกาะที่ขอบหน้าต่าง เอียงคอมองอันหรานผ่านมุ้งลวดเหล็ก
แวบแรกอันหรานคิดจะใช้ทักษะเก็บเกี่ยวทันที
แต่นกพวกนี้เจ้าคิดเจ้าแค้น แถมจำหน้าแม่น ถ้าตีตัวลูก ตัวพ่อตัวแม่ต้องยกโขยงมาถล่มแน่ แบบนั้นคงไม่ต้องผุดต้องเกิด
แต่ใช้ทักษะส่องดูข้อมูลคงไม่เป็นไรมั้ง
[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์การสำรวจ +10 ข้อมูลเป้าหมาย: นกสาลิกากลายพันธุ์ระดับ 2, อายุกระดูก 4 เดือน, กายภาพ 22, พละกำลัง 16, ความว่องไว 23, พลังกายใจ 25, ทักษะ: เสียงกรีดร้องวิญญาณ LV2, สร้างความเสียหายทางจิต 6-15 แต้ม, รัศมี 5 เมตร, นาน 3 วินาที, ใช้พลังกายใจ 8 แต้มต่อครั้ง]
อันหรานถึงกับหน้าชา
แค่นกสาลิการะดับสอง ค่าสถานะรวมยังสูงกว่าเธออีก แถมยังมีทักษะโจมตีทางจิตด้วย
โชคดีที่ไม่ได้ใช้ทักษะเก็บเกี่ยว ไม่งั้นถ้าไปกระตุกหนวดเสือ (หรือหนวดนก) เข้า เธอคงจบเห่แน่
อันหรานถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ พยายามอยู่ห่างจากนกอันตรายตัวนี้
แต่เจ้านกข้างนอกกลับไม่ยอม บินชนมุ้งลวดเหล็กปังๆ เหมือนพยายามจะพังเข้ามา
อันหรานตกใจ รีบหันหลังวิ่งหนี
แต่ช้าไป มุ้งลวดเหล็กกับกระจกหน้าต่างแตกกระจาย ร่างสีดำทมึนพุ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ไล่ตามอันหรานมาติดๆ
มืออันหรานเพิ่งจะแตะลูกบิดประตู ก็รู้สึกหนักอึ้งที่หัวไหล่เหมือนมีอะไรมากดทับ
หน้าเธอซีดเผือด ค่อยๆ หันคอแข็งๆ ไปมอง
เจ้านกสาลิกาเกาะหนึบอยู่บนไหล่ ร้องจิ๊บๆ ไม่หยุด ปีกตบหัวเธอป้าบๆ ดวงตาสีดำขลับจ้องเป๋งไปที่เนื้อในมือเธอ
อันหรานพยายามสงบสติอารมณ์ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วค่อยๆ ยกมือที่มีเนื้อหั่นเต๋าขึ้นไปใกล้ๆ ไหล่
เจ้านกสาลิกาจิกกินเนื้ออย่างรวดเร็ว แล้วก็เอียงคอมองสบตากับมนุษย์ ความหมายในแววตานั้นชัดเจนจนไม่ต้องเดา
ช่วยไม่ได้ อันหรานจำใจต้องหยิบเนื้อออกมาอีกกำมือหนึ่ง ยื่นไปตรงหน้ามัน
เจ้านกน้อยกินอย่างพอใจ จะงอยปากแหลมคมจิกเนื้อได้อย่างแม่นยำ โดยไม่โดนฝ่ามืออันบอบบางของมนุษย์แม้แต่นิดเดียว
อันหรานเริ่มครุ่นคิด พอเจ้านกกินหมดอีกรอบแต่ยังไม่ยอมไป เธอเลยหยิบเนื้อใส่ชามไปวางไว้ที่ขอบหน้าต่าง
"รีบกินซะ กินอิ่มแล้วก็ไปได้แล้ว อย่ากลับมาอีกนะ"
แต่ดูเหมือนจะไม่สมหวังดั่งใจ เจ้านกสาลิกากินไปแค่ครึ่งเดียวก็หยุด แต่ดันไม่ยอมไปไหน กระโดดโลดเต้นเล่นไปทั่วห้องอย่างสบายใจเฉิบ
เจ้าตัวเล็กนี่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ ความตายมาจ่อคอหอยแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
อันหรานบ่นในใจ เดินไปที่หน้าต่าง เตรียมจะหาของมาอุดรูรั่วแล้วค่อยจัดการมัน
โชคดีที่กระจกแตกไปแค่บานเดียว กว้างยาวแค่ 60 เซนติเมตร ไม่งั้นคงหาอะไรมาปิดไม่มิดแน่
"จิ๊บๆ!" เจ้านกสาลิกากระโดดตามมา เกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่างที่แตก เอียงคอมองอันหราน แววตาเริ่มฉายแววระแวดระวัง
อันหรานสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมารอบตัว จึงหยุดชะงักทันที ค่อยๆ วางถังแก๊สในมือลง แล้วยิ้มแห้งๆ "หน้าต่างมันลมเข้า เดี๋ยวแมลงจะบินเข้ามาน่ะ"
เจ้านกสาลิกาดูท่าจะไม่ไว้ใจเธอแล้ว แต่ก็ยังไม่โจมตี ได้แต่เดินวนเวียนไปมาบนขอบหน้าต่าง ไม่ยอมจากไปไหน
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อันหรานเลิกสนใจมัน ทิ้งตัวลงนอนเล่นนาฬิกาข้อมืออยู่บนเตียงไม้ ไม่แม้แต่จะปรายตามองเจ้านกอีก
บนหน้าจอเต็มไปด้วยกระทู้และคลิปวิดีโอเกี่ยวกับหายนะแมลงและสัตว์ร้าย พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดดูเหมือนจะเป็นฐานชิงเชวี่ย
ทางฐานทัพถึงกับส่งโดรนขึ้นบินพ่นยาฆ่าแมลง หวังจะกำจัดฝูงแมลงที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
แต่นั่นก็เหมือนเอาน้ำแก้วเดียวไปราดกองไฟ แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย
จังหวะนั้นเอง เสียงเรียกเข้าจากนาฬิกาก็ดังขึ้น ยังไม่ทันที่อันหรานจะกดรับ เจ้านกสาลิกาก็พุ่งเข้าใส่ ใช้ปากจิกเข้าที่นาฬิกาเต็มแรง
เสียงดัง *กร๊อบ!* หน้าจอนาฬิกาแตกละเอียด
. . .