ตอนที่ 26 ไม่เจียมตัว

ตอนที่ 26 ไม่เจียมตัว

"ไอ้นกตัวแสบ! แกจิกนาฬิกาฉันแตกทำไม!"

อันหรานปัดนกสาลิกาน้อยออกไป แล้วรีบก้มดูนาฬิกาข้อมือ

ยังดีที่แค่หน้าจอแตก ระบบการทำงานอื่นๆ ยังใช้การได้อยู่

เจ้านกสาลิกาน้อยเหมือนจะรู้ว่าตัวเองทำเรื่องเข้าแล้ว เลยยืนนิ่งปีกตก ทำตาแป๋วใส่

อันหรานเลิกสนใจมัน แล้วกดรับสาย

เสียงปลายสายเป็นผู้หญิงเสียงหวานที่ไม่คุ้นหู "สวัสดีค่ะ ฉันติดต่อจากทีมทหารรับจ้างเหยี่ยวล่าเหยื่อ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณอันหรานใช่ไหมคะ?"

อันหรานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ "ใช่"

"คืออย่างนี้นะคะ ทางทีมเรากำลังเปิดรับสมัครผู้ที่ตื่นรู้เข้าร่วมทีม สวัสดิการดีมาก พลังพิเศษของคุณตรงตามเกณฑ์ที่เราต้องการ ไม่ทราบว่าคุณอันหรานสนใจจะพิจารณาเข้าร่วมทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อไหมคะ?"

"ไม่สนใจค่ะ"

อันหรานปฏิเสธทันที "ถ้าไม่มีเรื่องอื่นแล้วขอวางสายนะคะ ฉันยุ่งอยู่"

พูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที

หญิงสาวปลายสายมองดูหน้าจอที่มืดดับไป แล้วหันไปมองเฉินข่ายอย่างจนปัญญา "หัวหน้าเฉิน เธอปฏิเสธค่ะ"

เฉินข่ายหรี่ตาลง นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ครู่หนึ่งก็พูดขึ้น "คุณพาคนไปหาเธอสักสองคน ไปคุยกันต่อหน้า แล้วถือโอกาสตรวจสอบระดับพลังของเธอด้วย”

“ถ้ายังไม่เจียมตัว ก็ส่งเธอออกไปล่อสัตว์กลายพันธุ์ซะ ยัยเด็กนั่นเร็วพอๆ กับพวกสายความเร็วระดับสอง น่าจะทำงานได้ดีกว่าพวกระดับต้นทั่วไป"

"รับทราบค่ะหัวหน้าเฉิน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้" หญิงสาวพยักหน้า แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป ปิดประตูตามหลังเบาๆ

"พี่ครับ เมื่อวานยอดคนเจ็บคนตายของกองพันเราสรุปมาหรือยัง?" เฉินข่ายหันไปถาม

ชายวัยกลางคนที่นั่งหลังโต๊ะทำงานเลื่อนเอกสารแผ่นหนึ่งมาให้ "ดูเอาเอง"

เฉินข่ายหยิบขึ้นมาดูแล้วขมวดคิ้ว "ตาย 31 สาหัส 23? ทำไมเยอะขนาดนี้?"

เฉินจงจุดบุหรี่สูบ แล้วพ่นควันออกมาจางๆ "กลุ่มทหารรับจ้างสายฟ้าฟาดตายเยอะกว่าเราอีก น่าจะ 50 กว่าคน"

"ขนาดนั้นเลย..." เฉินข่ายถามต่อ "แล้วพวกทีมอิสระกับชาวบ้านทั่วไปล่ะ?"

เฉินจงพ่นควันบุหรี่อีกรอบ "นอกจากทีมทหารรับจ้างสองกลุ่มใหญ่ รวมแล้วตายไป 392 คน บาดเจ็บไม่ได้นับ"

"ตายเยอะขนาดนั้นเลย?" เฉินข่ายรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย

เฉินจงแค่นเสียง "คนของพวกมันก็เยอะนี่หว่า กองพันเรามีแค่ 500 กว่าคน ตัดกลุ่มทหารรับจ้างสายฟ้าฟาดออกไป พวกทีมอิสระมีคนเยอะกว่าเราเป็นสิบเท่า แต่ตายแค่ 300 กว่าคน จะเรียกว่าเยอะได้ยังไง?"

เฉินข่ายถึงบางอ้อ ตบโต๊ะผางด่ากราด "ไอ้พวกสวะ! ถ้าไม่ใช่เพราะทีมเราคอยคุ้มกัน พวกมันจะมีชีวิตรอดมาได้เหรอ? แม่งผลาญทรัพยากรค่ายไปจนหมด ไสหัวออกไปเป็นอาหารสัตว์ให้หมดซะก็ดี!"

"พอได้แล้ว! เดี๋ยวโต๊ะพังหมด"

เฉินจงเห็นน้องชายเริ่มของขึ้น ก็โบกมืออย่างรำคาญ "มีเวลามานั่งโมโหตรงนี้ สู้พาคนไปค้นห้องพวกนั้นดีกว่า ทีมอิสระใช้ทรัพยากรไปตั้งเยอะแต่ไม่มีปัญญาปกป้องค่าย สู้ยึดกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ดีกว่า"

"ได้! ผมจะไปค้นเดี๋ยวนี้แหละ! แม่งเอ๊ย! คนเจ็บของเราไม่มียารักษา แต่ไอ้พวกเวรนั่นกลับกวาดของดีๆ ไปซุกไว้ คราวนี้แหละฉันจะจัดระเบียบค่าย 98 ให้เข็ด!"

เฉินข่ายพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป

"เดี๋ยวก่อน" เฉินจงเรียก

"มีอะไรอีกครับ?" เฉินข่ายหันกลับมา

เฉินจงสั่ง "จัดคนกลุ่มหนึ่งออกไปล่านอกค่าย เอาซากสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงกลับมา แล้วให้ไอ้หนุ่มหน้าใหม่นั่นชำระล้างซะ"

เฉินข่ายตบหน้าผากตัวเอง หัวเราะชอบใจ "เกือบลืมไปเลย เดี๋ยวผมไปจัดการให้"

แล้วเขาก็เปิดประตูออกไป

ตึก 7 ชั้น 4 ห้อง 59

อันหรานกำลังชูนาฬิกาข้อมือบ่นใส่นกสาลิกาน้อย "เจ้าตัวแสบ! ทำของฉันพังจะชดใช้ยังไง? ไปเรียกพี่น้องแกมาให้ฉันจับซะดีๆ"

นกสาลิกาน้อยคอตก ทำท่าสำนึกผิด

พอเห็นมนุษย์บ่นไม่หยุด มันเลยเอาปีกสองข้างมาปิดหัวตัวเองซะเลย

อันหรานเห็นท่าทางตลกๆ ของมัน ก็เริ่มลดการป้องกันลงบ้าง

"จะหลบทำไม ไม่ไปหาญาติพี่น้องแกหรือไง?"

เธอลองเอามือลูบขนหลังของมัน เจ้าตัวเล็กก็ไม่หลบเหมือนคราวก่อน

อันหรานเลยจับมันมาวางตรงหน้า เอามือขยี้หัวมันเล่น เริ่มมีความคิดอยากเลี้ยงมันไว้เป็นสัตว์เลี้ยง

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

นกสาลิกาน้อยร้อง "จิ๊บๆ!" ด้วยความตกใจ กระโดดแผล็บไปเกาะที่ขอบหน้าต่าง

อันหรานก้มมองนิ้วตัวเอง โดนขนแหลมคมของมันบาดจนเลือดซิบ

"ใครน่ะ?" เธอตะโกนถามด้วยความหงุดหงิด แล้วเดินไปกระชากประตูเปิด

หน้าห้องมีทหารรับจ้างในชุดเต็มยศยืนอยู่สามคน ผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งกับผู้ชายอีกสองคน

เธอไม่รู้จักใครเลยสักคน

อันหรานขมวดคิ้ว "มีธุระอะไร?"

หญิงสาวหน้าสวยยิ้มหวานแนะนำตัว "พวกเรามาจากทีมทหารรับจ้างเหยี่ยวล่าเหยื่อค่ะ ฉันชื่อหลิวหรูอวี้ ส่วนสองท่านนี้เป็นเพื่อนร่วมทีม เราอยากจะขอคุยกับคุณหน่อยค่ะ"

อันหรานกวาดตามองทั้งสามคน รู้สึกเหมือนมีใครแอบมองอยู่

แต่หน้าประตูก็มีแค่สามคนนี้ ไม่มีคนอื่นอีก

"เข้ามาสิ" จะให้ยืนคุยหน้าห้องก็กระไรอยู่ อีกอย่างเธอไม่อยากมีปัญหากับทีมเหยี่ยวล่าเหยื่อจนเกินไป อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเขาต้องการอะไร

"ขอบคุณค่ะ" น้ำเสียงของหญิงสาวนุ่มนวลชวนฟัง ยากที่จะรู้สึกไม่ดีด้วย

อันหรานเดินนำเข้าห้อง

โชคดีที่เมื่อกี้เธอเอาเป้กับถุงนอนออกมาจากถุงสัตว์อสูรแล้ว ไม่งั้นห้องโล่งๆ คงน่าสงสัยพิลึก

ในห้องมีเก้าอี้ไม้แค่ตัวเดียว อันหรานเลยผายมือเชิญแขกนั่ง

ส่วนใครจะนั่งก็เรื่องของพวกเขา

สุดท้ายหลิวหรูอวี้ก็นั่งลง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "คืออย่างนี้นะคะ เราอยากทราบความคิดเห็นจริงๆ ของคุณ บางเรื่องคุยผ่านโทรศัพท์อาจไม่ชัดเจน มาคุยกันต่อหน้าน่าจะเข้าใจง่ายกว่า"

อันหรานไม่ตอบ แต่รินน้ำใส่ชามสามใบยื่นให้ทั้งสามคน แล้วถือโอกาสใช้เนตรสำรวจส่องดู

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์การสำรวจ +10 ข้อมูลเป้าหมาย: หลิวหรูอวี้, อายุกระดูก 25 ปี, กายภาพ 18, พละกำลัง 15, ความว่องไว 12, พลังกายใจ 20, ผู้มีพลังพิเศษธาตุน้ำระดับ 2]

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์การสำรวจ +10 ข้อมูลเป้าหมาย: จางเฟิง, อายุกระดูก 28 ปี, กายภาพ 20, พละกำลัง 20, ความว่องไว 22, พลังกายใจ 18, ผู้มีพลังพิเศษสายความเร็วระดับ 2]

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์การสำรวจ +10 ข้อมูลเป้าหมาย: เฝิงอี้, อายุกระดูก 25 ปี, กายภาพ 18, พละกำลัง 15, ความว่องไว 13, พลังกายใจ 25, ผู้มีพลังพิเศษสายตรวจสอบระดับ 2 (สามารถตรวจสอบเป้าหมายที่มีระดับไม่สูงกว่าตนเกิน 2 ระดับได้)]

เวรเอ๊ย! ไอ้หนุ่มตัวผอมนี่เป็นนักตรวจสอบระดับ 2 นี่เอง

มิน่าล่ะถึงรู้สึกแปลกๆ เหมือนโดนส่อง ที่แท้ไอ้หมอนี่ก็แอบใช้ทักษะใส่เธอนี่เอง

ในเมื่อแกไม่ซื่อ ฉันก็ไม่เซ่อ

ไอ้พวกหน้าไหว้หลังหลอก มาดูกันว่าใครจะเจ็บกว่ากัน!

อันหรานขยับเข้าไปใกล้เฝิงอี้ ยื่นชามน้ำให้พรางยิ้มหวาน "เชิญดื่มน้ำค่ะ"

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +50 คุณได้รับค่าพลังกายใจ 2 แต้ม]

เฝิงอี้กำลังจะยกมือปฏิเสธ จู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดวูบ เหมือนโดนคลื่นพลังจิตกระแทกใส่หัว

เขายกมือกุมขมับโดยสัญชาตญาณ มองอันหรานด้วยสายตาหวาดระแวง "เธอทำอะไรฉัน?"

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 26 ไม่เจียมตัว

ตอนถัดไป