ตอนที่ 37 เป็นหนี้ก้อนโต

ตอนที่ 37 เป็นหนี้ก้อนโต

ต้องรออยู่พักใหญ่กว่าอีกฝ่ายจะรับสาย

เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังมาจากปลายสาย "มีอะไร?"

อันหรานพิมพ์ตอบกลับรัวเร็ว "หัวหน้ากู้ ช่วยด้วย! มีฝูงหมาป่ากลายพันธุ์ตามล่าพวกเราอยู่ เดี๋ยวฉันส่งวิดีโอให้ดู"

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถาม "ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?"

อันหรานดีใจ รีบส่งพิกัดตำแหน่งของตัวเองไปให้ พร้อมแถมรูปถ่ายฝูงหมาป่าที่กำลังไล่กวดกลุ่มผู้อพยพไปด้วย

แต่กู้เส้าชวนกลับพูดว่า "ผมจะพาคนไปช่วย แต่ค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือครั้งนี้คุณต้องเป็นคนออกนะ"

"ได้ๆๆ! รีบมาช่วยเถอะ!" นาทีนี้อันหรานไม่กล้าถามหรอกว่าค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ชีวิตสำคัญกว่าเงินทองเป็นไหนๆ

"โอเค อีกหนึ่งชั่วโมงถึง คุณดูแลตัวเองให้ดีก่อน อย่าให้พวกเราไปเสียเที่ยวล่ะ" พูดจบเขาก็วางสาย

อันหราน: "......"

นี่คนหรือเปล่าเนี่ย? อะไรคือไปเสียเที่ยว?

แต่กู้เส้าชวนก็พูดถูก ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเธอรอดไปได้ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็ถือว่าบุญรักษาแล้ว

ซันชีที่อยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนาด้วย ดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย "พี่! อันหรานจ้างทหารรับจ้างมาช่วยแล้ว! เขาบอกว่าอีกชั่วโมงจะมาถึง!"

"จริงเหรอ?" พี่สะใภ้ซ่งพนมมือท่วมหัว น้ำตาแห่งความปิติไหลพราก "ดีเหลือเกิน รอดตายแล้วพวกเรา!"

พระเจ้ารู้ดีว่าเธอหวาดกลัวแค่ไหนตลอดทางที่ผ่านมา แค่ไม่กี่สิบนาทีแต่รู้สึกยาวนานเหมือนเป็นศตวรรษ

ชายร่างใหญ่ที่ลากรถเข็นก็ได้ยินเหมือนกัน พอรู้ว่าจะมีทหารรับจ้างมาช่วย เขาก็สาวเท้าเร็วขึ้น นึกดีใจที่ตอนแรกไม่ปฏิเสธที่จะช่วยลากรถเข็นให้เด็กสาวคนนี้

จริงๆ ในกลุ่มนี้ก็มีคนรู้จักทหารรับจ้างอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครจ้างไหวหรือไม่ก็ติดต่อไม่ได้

คำตอบที่ได้เหมือนกันหมดคือ มีคนขอความช่วยเหลือเยอะเกินไป รถไม่พอ ไม่มีเวลามาดูแล

ไม่นึกว่าโชคชะตาจะพลิกผัน มีทหารรับจ้างยอมมาช่วยจริงๆ ทุกคนเลยดีใจกันยกใหญ่

ขบวนผู้อพยพเร่งฝีเท้าขึ้น ทุกคนเริ่มมีความหวัง

ที่น่าแปลกคือ ตลอดทางไม่เจอผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่น หรือรถคันอื่นเลย

ไม่รู้ว่าเพราะคนอื่นเห็นท่าไม่ดีเลยอ้อมไปทางอื่น หรือคนที่อยู่ข้างหน้าวิ่งเร็วกว่าพวกเธอไปไกลแล้ว

ทุกคนต่างก้มมองนาฬิกาข้อมือ ภาวนาให้เวลาผ่านไปเร็วๆ

ขณะที่ทุกคนกำลังมีความหวัง จู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

หมาป่ากลายพันธุ์ตัวมหึมากระโจนออกมาจากซากปรักหักพังข้างทาง ตะปบใส่เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่อยู่หน้าสุดของขบวน

เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้ร้องสักแอะ หัวก็ถูกหมาป่ายักษ์กัดจนแหลกละเอียด

ผู้คนกรีดร้องแตกฮือ วิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง

แต่ใครจะหนีพ้นหมาป่ากลายพันธุ์ที่มีความเร็วเกิน 60 แต้มได้?

เพียงชั่วพริบตา ก็มีคนตกเป็นเหยื่อหมาป่าเพิ่มอีกสองคน

ที่เลวร้ายที่สุดคือ ฝูงหมาป่าที่ตามมาข้างหลังก็พุ่งเข้ามาสมทบ ไล่ล่ากัดกินผู้คนอย่างบ้าคลั่ง

อันหรานตกใจสุดขีด รีบคว้าเขาสัตว์อสูรหนามเหล็กจากมือซันชี หันปลายแหลมไปทางหมาป่าที่อยู่ใกล้ๆ

ถ้าตัวไหนพุ่งเข้ามา เธอจะแทงสวนให้ทะลุหัว

คู่สามีภรรยาหนิงเหมยกับคู่สามีภรรยาซ่งต้าไห่รีบเข้ามารวมกลุ่ม ยืนหันหลังชนกัน เอาตัวบังรถเข็นไว้ตรงกลาง

ดูเหมือนหมาป่าจะเกรงกลัวเขาแหลมนั่นจริงๆ มันไม่กล้าเข้ามาใกล้ ได้แต่ส่งเสียงขู่คำราม

ผู้รอดชีวิตที่หนีรอดจากคมเขี้ยวหมาป่ามาได้ เห็นกลุ่มของอันหรานปลอดภัย ก็รีบวิ่งเข้ามารวมตัวข้างรถเข็น ตัวสั่นงันงก

ทุกคนยืนเบียดเสียดกัน จ้องมองฝูงหมาป่าที่ล้อมกรอบอยู่อย่างหวาดระแวง

เวลาผ่านไปทีละวินาที แต่กู้เส้าชวนและทีมของเขายังไม่โผล่มา

ตอนนี้ตัวอันหรานร้อนจี๋ สมองเริ่มเบลอเพราะพิษไข้ มือที่จับเขาแหลมเริ่มสั่นจนแทบจะถือไม่อยู่

"อันหราน ดื่มน้ำหน่อยสิ"

ซันชีสังเกตเห็นอาการผิดปกติของอันหราน รีบเอากระติกน้ำจ่อปากเธอด้วยความร้อนรน

อันหรานอ้าปากรับน้ำเย็นๆ เข้าไป รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย

เธอยกนาฬิกาขึ้นดู ใกล้จะครบชั่วโมงแล้ว แต่บนถนนยังว่างเปล่า ไร้เงารถสักคัน

อันหรานเริ่มสิ้นหวัง

ทันใดนั้น มีคนตะโกนขึ้น "ดูนั่น! โดรน! โดรนบินมาแล้ว! ทหารรับจ้างมาแล้วใช่ไหม?"

อันหรานเงยหน้ามอง เห็นโดรนลำหนึ่งบินมาจากขอบฟ้า ข้างหน้าโดรนมีนกตัวหนึ่งบินนำมาด้วยความเร็วสูง พุ่งตรงมาทางเธอ

"เจ้านกสาลิกาน้อย! แกไปหาเรื่องโดรนอีกแล้วเหรอ?"

เธออ้าแขนรับนกน้อยที่พุ่งเข้ามา

เจ้านกน้อยพุ่งเข้าชนอกเธอดังตุบ ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ จ๊าบๆ ไม่หยุด

"กรี๊ดดด! รถหุ้มเกราะมาแล้ว! หนึ่ง สอง สาม... ห้าคัน! รถหุ้มเกราะห้าคัน! พวกรอดแล้ว..."

ผู้รอดชีวิตร้องไห้ด้วยความดีใจ

พอกองคาราวานรถเข้ามาใกล้ เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหว

ฝูงหมาป่าที่ล้อมรถเข็นไว้อย่างน่ากลัว เริ่มถอยร่นด้วยความหวาดกลัว แววตาอำมหิตฉายแววลังเล

อันหรานฝืนลืมตาดูภาพตรงหน้า พอเห็นว่าปลอดภัยแล้ว ความกลัวทั้งหมดก็มลายหายไป สติขาดผึง สลบเหมือดคาที่

เธอตื่นขึ้นมาอีกที พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยสีขาวสะอาด

ที่ข้อมือมีสายน้ำเกลือเจาะอยู่

ข้างเตียงมีซันชีฟุบหลับอยู่ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะหัวเตียง

อันหรานไม่ปลุกซันชี แต่มองออกไปนอกหน้าต่าง

ที่ขอบหน้าต่างมีนกสาลิกาน้อยเกาะอยู่ กระโดดไปมาเงียบๆ ไม่ส่งเสียงร้อง

"เจ้าสาลิกาน้อย ตามมาถึงนี่เลยเหรอ"

อันหรานยิ้ม เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าคาดเอวบนโต๊ะ ล้วงเอาถุงสัตว์อสูรใบจิ๋วออกมา

แค่นึกในใจ เนื้อหั่นเต๋าก็ปรากฏบนฝ่ามือ เธอยื่นไปหานกน้อย "มานี่สิ ให้รางวัล"

เจ้านกบินวูบมาเกาะหัวเตียง จิกกินเนื้อจากมือเธออย่างรวดเร็ว

เสียงกุกกักทำให้ซันชีตื่น รีบเด้งตัวขึ้นมา "อันหราน ตื่นตอนไหนเนี่ย ทำไมไม่เรียกฉัน?"

เธอเอามืออังหน้าผากอันหราน แล้วยิ้มกว้าง "เอ๊ะ ไข้ลดแล้วนี่"

แล้วรีบกดนาฬิกาโทรหาพี่สะใภ้ "พี่สะใภ้ อันหรานฟื้นแล้ว ไข้ลดแล้วด้วย ต้มข้าวต้มมาให้หน่อยสิ"

ปลายสายรับคำ แล้ววางสายไป

อันหรานถาม "หลังจากฉันสลบไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ใครมาช่วยพวกเรา?"

ซันชีตอบเสียงแจ๋ว "กลุ่มทหารรับจ้างสายฟ้าฟาดไง หัวหน้ากู้มาเองเลยนะ ยิงหมาป่าตายไปตั้งหลายตัว ได้ยินว่าเป็นระดับสามทั้งนั้น"

แล้วเธอก็ทำท่าตบหน้าอกปลอบขวัญตัวเอง "เมื่อวานน่ากลัวชะมัด นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว เฮ้อ ต้องขอบคุณเธอจริงๆ นะอันหราน ไม่งั้นพวกเราคงตายกันหมด"

อันหรานยิ้มนิดๆ ถามต่อ "แล้วหัวหน้ากู้พูดอะไรบ้างไหม? เขาพูดถึงเรื่องแต้มหรือเปล่า?"

ซันชีส่ายหน้างงๆ "ไม่นะ หัวหน้ากู้พาเธอมาส่งโรงพยาบาลแล้วก็ไปเลย บอกให้พวกเราดูแลเธอให้ดี ส่วนค่ารักษาไม่ต้องห่วง"

หรือว่ากู้เส้าชวนจะไม่เอาค่าช่วยเหลือแล้ว?

อันหรานกำลังคิดเข้าข้างตัวเอง เสียงแจ้งเตือนจากนาฬิกาก็ดังขึ้น

เปิดดูปุ๊บ เป็นภาพแคปหน้าจอที่กู้เส้าชวนส่งมา

พอขยายภาพดู อันหรานถึงกับหน้าชา

มันคือใบแจ้งหนี้รายการยาวเหยียด

"ค่าพลังงานรถหุ้มเกราะ: 35,000 แต้ม, ค่าพลังงานปืน: 58,000 แต้ม, ค่าจ้างทหารรับจ้าง 20 นาย: 20 x 2,000 = 40,000 แต้ม..."

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 37 เป็นหนี้ก้อนโต

ตอนถัดไป