ตอนที่ 36 ฝูงหมาป่าล้อมกรอบ

ตอนที่ 36 ฝูงหมาป่าล้อมกรอบ

อันหรานคีบเขี้ยวหมาป่าที่เหลือความยาวแค่ 10 เซนติเมตรขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกพิศวง

แค่เจ้าสิ่งนี้เนี่ยนะ? ทั้งขาวเนียนมันวาวแต่ไม่แหลมคม จะไปขู่หมาป่ากลายพันธุ์ระดับสี่ลงมาได้ยังไง? เธอไม่อยากจะเชื่อ

ในสายตาเธอ เขี้ยวหมาป่าอันจิ๋วนี้ยังดูไม่น่าอุ่นใจเท่ามีดสั้นคมๆ สักเล่มเลย

พอนึกถึงมีดสั้น อันหรานก็ปิ๊งไอเดีย คว้ามีดดาบหัวตัดที่บิ่นงอของตัวเองขึ้นมา

ในเมื่อเขี้ยวหมาป่ายังเก็บเกี่ยวซ้ำเพื่อสกัดความบริสุทธิ์ได้ งั้นมีดเล่มนี้ก็น่าจะทำได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

คิดได้ดังนั้นก็ลองดู

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10 คุณได้รับมีดดาบเหล็กกล้าคุณภาพดีเยี่ยม 1 เล่ม]

อันหรานมองมีดดาบที่หดลงไปหนึ่งในสาม แต่คมกริบวาววับ แววตาของเธอเป็นประกายทันที

ทำได้จริงด้วยแฮะ?

เอาอีกที

[ติ๊ง! ใช้พลังกายใจ 1 แต้ม เก็บเกี่ยวสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10 คุณได้รับมีดดาบเหล็กกล้าคุณภาพชั้นเลิศ 1 เล่ม สามารถสร้างความเสียหาย 100% แก่เป้าหมายที่มีค่ากายภาพไม่เกิน 100]

อันหรานดีใจจนเนื้อเต้น กำมีดดาบขนาดเท่ามีดสั้นในมือแน่นเหมือนฝันไป

นี่เธอสามารถใช้บั๊กของทักษะเก็บเกี่ยวมาตีบวกอาวุธได้จริงๆ เหรอเนี่ย? แบบนี้รวยเละแน่!

เอ่อ...ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาฝันหวาน

อันหรานกระชับด้ามมีด ลองเหวี่ยงดูน้ำหนัก เตรียมออกไปจัดการหมาป่ายักษ์ตัวนั้น

หมาป่ายักษ์มีค่ากายภาพ 90 กว่าๆ ไม่น่าจะต้านทานมีดสั้นคุณภาพชั้นเลิศเล่มนี้ไหว

เธอพุ่งตัวออกจากห้องตะวันออกด้วยความเร็วสูงสุด แทงมีดเข้าที่ท้องน้อยอันอ่อนนุ่มของหมาป่ายักษ์ แล้วกระชากอย่างแรง

เสียงฉีกเนื้อดังขึ้น หนังหมาป่าที่เหนียวหนาถูกกรีดเป็นทางยาว เลือดพุ่งกระฉูด ไส้ไหลทะลักลงมากองกับพื้น

บรู๊ววว~~

หมาป่ายักษ์ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ดิ้นพล่านจนท่อนบนหลุดกระเด็นออกมาจากห้องตะวันตก

มันหันขวับมา จ้องอันหรานด้วยดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความอำมหิต อ้าปากกว้างหมายขย้ำ

อันหรานเร่งความเร็วถึงขีดสุด กระโดดลอยตัวขึ้นขี่คอหมาป่ายักษ์อย่างพิสดาร ปักมีดสั้นในมือลงกลางกะโหลกท้ายทอยของมันจนมิดด้าม

บรู๊ววว~ หมาป่ายักษ์ร้องลั่นอีกครั้ง สะบัดหัวอย่างบ้าคลั่งพยายามสลัดมนุษย์ให้หลุด

กรงเล็บหน้าอันมหึมายกขึ้นตะปบที่คอตัวเองอย่างแรง

อันหรานหลบไม่พ้น ขาขวาโดนกรงเล็บเกี่ยวเป็นแผลยาว เลือดสาดกระเซ็น

ความตึงเครียดทำให้เธอลืมเจ็บ พยายามดึงมีดสั้นออกแต่ดึงไม่ออก เธอจึงรีบควักเขาสัตว์อสูรหนามเหล็กออกมา แทงสวนลงไปที่กลางกะโหลกหมาป่าซ้ำอีกที

ด้วยพละกำลัง 30 กว่าแต้ม บวกกับความคมกริบของอาวุธคุณภาพชั้นเลิศ เขาแหลมทะลวงกะโหลกแข็งๆ ของหมาป่ายักษ์เข้าไปอย่างง่ายดาย

หมาป่ายักษ์ชักกระตุกสองสามที ก่อนจะล้มตึงแน่นิ่งไป

อันหรานร่วงลงจากคอหมาป่า กระแทกทับแผลที่ขาขวาเข้าอย่างจัง

เธอร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บปวด ถึงรู้ตัวว่าขาข้างหนึ่งขยับไม่ได้แล้ว

พวกซันชีและจ้าวโส่วเสียงที่แอบดูอยู่ตรงประตู เห็นอันหรานล้มลงก็รีบวิ่งออกมา เอายาห้ามเลือดกรอกใส่ปากเธอทันที

และกำลังจะหามเธอเข้าห้อง แต่อันหรานห้ามไว้ "เดี๋ยวก่อน มีดฉันยังปักอยู่บนหัวหมาป่า"

"เดี๋ยวฉันไปเอามาให้" ซันชีข่มความกลัว ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้หัวหมาป่ายักษ์

เธอเหยียบหัวหมาป่าไว้ สองมือจับเขาสัตว์อสูรหนามเหล็ก ออกแรงดึงสุดชีวิต

มีดสั้นปักลึกมาก ต้องใช้แรงเยอะกว่าจะดึงออกมาได้

ตอนนี้ข้างนอกยังมีเสียงหมาป่าเห่าหอนอยู่ แต่เพราะซากหมาป่ายักษ์ขวางประตูไว้ พวกมันเลยเข้ามาไม่ได้ชั่วคราว

และไม่รู้ทำไม หมาป่าข้างนอกถึงไม่ยอมเขี่ยซากเพื่อน หรือเหยียบซากเข้ามาในบ้าน

พอหามอันหรานเข้ามาในห้องตะวันออก พี่สะใภ้ซ่งก็รีบมาดูแผลที่ขาให้

"แผลลึกมาก พรุ่งนี้คงเดินไม่ไหวแน่"

พี่สะใภ้ซ่งมองแผลด้วยความหวาดเสียว หยิบหน้ากากอนามัยมาสวม เปิดกล่องปฐมพยาบาล หยิบถุงมือสะอาดมาใส่

จากนั้นใช้กรรไกรตัดขากางเกงชุดป้องกัน ล้างแผล เย็บแผล ใส่ยา แล้วพันผ้าพันแผลให้อย่างคล่องแคล่ว

"ยังดีที่ไม่โดนกระดูก ไม่งั้นขาข้างนี้คงพิการ"

พี่สะใภ้ซ่งถอนหายใจ พูดเสียงเบา "ขาเจ็บหนักขนาดนี้ ต้องพักฟื้นอย่างน้อยเดือนสองเดือนถึงจะเดินได้ พอกลับถึงฐานแล้ว รีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลนะ ที่นั่นเครื่องมือครบกว่า"

อันหรานพยักหน้า "ขอบคุณพี่สะใภ้มากค่ะ"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก เธอเจ็บตัวเพราะช่วยพวกเรานะ พี่สิต้องขอบคุณเธอ" พี่สะใภ้ซ่งพูดเสียงอ่อนโยน

พอทำแผลเสร็จ คนจากห้องตะวันตกก็มาเคาะประตู ร้องห่มร้องไห้ขอให้พี่สะใภ้ซ่งช่วยเย็บแผลให้บ้าง

พี่สะใภ้ซ่งตอบอย่างจนใจ "เย็บแผลอย่างเดียวก็ไม่หายหรอก ยาพี่หมดแล้ว"

ผงยาแก้อักเสบเหลืออยู่นิดเดียว ต้องเก็บไว้เปลี่ยนยาให้อันหรานพรุ่งนี้ จะเอาไปให้คนไม่รู้จักได้ยังไง

พวกนั้นเห็นว่าไม่ได้ยา ก็ได้แต่ร้องไห้เดินกลับไป

พี่สะใภ้ซ่งถอนหายใจ บ่นพึมพำ "ได้ยินว่าห้องฝั่งโน้นตายไปตั้งสามคน โดนหมาป่าตบตายคาที่ บาดเจ็บอีกเพียบ"

อันหรานหลับตาฟัง รู้สึกเวียนหัวตึบๆ

แต่เสียงหมาป่าหอนข้างนอกยังดังเป็นระยะ เธออดกังวลไม่ได้ว่าพวกมันจะบุกเข้ามาอีก

สติของอันหรานค่อยๆ เลือนราง แล้วก็ดับวูบไป

พอตื่นขึ้นมาอีกที พบว่าตัวเองนอนอยู่บนรถเข็น คนลากรถเป็นชายร่างใหญ่ที่ไม่รู้จัก

ส่วนซันชีนั่งอยู่ข้างๆ กอดเขาสัตว์อสูรหนามเหล็กไว้แน่น สายตากวาดมองรอบข้างอย่างระแวดระวัง

"ตื่นแล้วเหรอ? กินน้ำไหม?" ซันชีเห็นอันหรานรู้สึกตัวก็รีบเอากระติกน้ำจ่อปาก

อันหรานจิบไปสองสามอึก ความชุ่มชื้นช่วยบรรเทาอาการคอแห้งผากได้บ้าง

เธอยกมือแตะหน้าผาก ตัวร้อนจี๋

"เธอมีไข้" ซันชีเอาผ้าชุบน้ำเย็นโปะหน้าผากเธอ "เราไม่มียาลดไข้ ต้องใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวไปก่อน"

อันหรานอันหรานหลับตาลงเบาๆ เป็นเชิงตอบรับ จากนั้นก็กวาดตามองไปรอบด้าน เห็นซ่งต้าไห่กับภรรยา และคู่ของหนิงเหมยเดินขนาบข้างรถเข็นอยู่

รอบกายพวกเขามีผู้รอดชีวิตติดตามมาเป็นขบวนใหญ่ ทุกคนมีสีหน้าหวาดผวา รีบจ้ำอ้าวโดยไม่มีใครปริปากพูดแม้แต่คำเดียว

ด้วยความสงสัย อันหรานจึงพยายามชะโงกหน้ามองกลับไปด้านหลัง

ภาพที่เห็นทำเอาเธอแทบจะหายไข้ด้วยความตกใจสุดขีด

ห่างออกไปข้างหลังเพียง 10 กว่าเมตร มีฝูงหมาป่ากลายพันธุ์กว่าสิบตัวกำลังเดินตามมา

แต่ละตัวสูงกว่า 1 เมตร ลำตัวยาวถึง 2-3 เมตร พวกมันย่างสามขุมตามติดขบวนผู้อพยพมาอย่างไม่ลดละ

เธอถึงกับมองเห็นดวงตาสีทองอำมหิตคู่นั้นที่จ้องเขม็งมายังกลุ่มมนุษย์เบื้องหน้า น้ำลายยืดหยดติ๋งๆ จากมุมปากที่แยกเขี้ยวขาววับ

"พวกเรา...ออกมาได้ยังไง?" อันหรานถามเสียงแหบพร่า

ซันชีชี้ไปที่เขาสัตว์อสูรหนามเหล็กในอ้อมกอด "ดูเหมือนพวกหมาป่าจะกลัวหนามยาวอันนี้ พวกเราเลยใช้มันขู่เปิดทางออกมาได้"

อันหรานเหลือบมองไปด้านหลัง เห็นซ่งต้าไห่ จ้าวโส่วเสียง และผู้รอดชีวิตอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเดินรั้งท้าย คอยระวังหลังให้ ในมือกระชับมีดดาบแน่น ค่อยๆ เดินถอยหลังตามขบวนมา

อันหรานส่ายหน้าเบาๆ

ลำพังแค่คนเหล่านี้ ไม่มีทางต่อกรกับฝูงหมาป่าได้เลย

พวกหมาป่าทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์ มันจะตามติดเหยื่อไปเรื่อยๆ รอจนกว่าจะสบโอกาสเหมาะ แล้วค่อยเปิดฉากล่าสังหาร

ถ้ามีทหารรับจ้างผ่านมาสักกลุ่มก็คงดี พวกเขามีทั้งปืนและระเบิดมือ น่าจะพอไล่ฝูงหมาป่าพวกนี้ไปได้

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา อันหรานก็ตระหนักได้ว่า เธอไม่มีใครให้ขอความช่วยเหลือได้เลยสักคน

ช่างน่าสมเพชนักมีชีวิตมา 18 ปี กลับไม่มีเพื่อนแท้ที่ฝากผีฝากไข้ได้เลยแม้แต่คนเดียว

พอย้อนนึกถึงชีวิตอันสั้นของตัวเอง นอกจากเวลาเรียนหนังสือแล้ว ก็มีแต่การออกไปตระเวนเก็บของป่าหาเงิน ไม่เคยได้หยุดพักหายใจ

ญาติพี่น้องน่ะเหรอ? คนพวกนั้นถ้าไม่มีผลประโยชน์ก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นหรอก หน้าที่ของเธอในฐานะลูกหลาน ก็คงมีแค่เครื่องมือหาเงินเข้าบ้านเท่านั้น

อันหรานพ่นลมหายใจร้อนระอุออกมา นิ้วมือเลื่อนดูรายชื่อเพื่อนในหน้าจอสื่อสารอย่างเลื่อนลอย

ชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว

กู้เส้าชวน หัวหน้ากองพันที่ 5 กลุ่มทหารรับจ้างสายฟ้าฟาด

อันหรานไม่ลังเล กดส่งสัญญาณการติดต่อหาเขาทันที

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 36 ฝูงหมาป่าล้อมกรอบ

ตอนถัดไป