ตอนที่ 10 เจ้าหลางน้อยนี่รู้ใจฉันจริงๆ
ตอนที่ 10 เจ้าหลางน้อยนี่รู้ใจฉันจริงๆ
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอพับหน้าต่างแชท QQ นั้นลง แล้วเปิดโปรแกรม Excel ขึ้นมาใหม่อย่างคล่องแคล่ว
บรรจงพิมพ์ชื่อไฟล์อย่างเป็นทางการว่า — [แผนการระดมทุนเบื้องต้นสำหรับโปรเจกต์ภาพยนตร์ <ฮวาเชียนกู่>]
ในฐานะนักลงทุน สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือการสำรวจคลังสมบัติของตัวเอง
เธอเริ่มพิมพ์รายการทรัพย์สินลงในตารางทีละบรรทัด
ราคาตลาดของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในประเทศ, ยอดเงินฝากโดยประมาณในบัญชีธนาคารหลายใบ, หุ้นและกองทุนที่ถือครองอยู่...
ตัวเลขแต่ละตัวถูกพิมพ์ลงไป รวมกันกลายเป็นยอดเงินจำนวนมหาศาล
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพิจารณาความมั่งคั่งของตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ใช่เพื่อเอาไปช้อปปิ้ง แต่เพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว
เรื่องนี้ ต้องเหยียบให้มิด ห้ามบอกแม่เด็ดขาด
เธอรู้ดีว่าถ้าแม่รู้เข้า จะต้องสั่งระงับแผนการนี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม โดยอ้างเหตุผลว่ามันไม่น่าเชื่อถือบ้างล่ะ หรือความเสี่ยงสูงเกินไปบ้างล่ะ
ครั้งนี้ เธอจะตัดสินใจด้วยตัวเอง
---
ทางด้านเจียงหลาง หลังจากที่ได้ระบายออกไปชุดใหญ่ก็รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาทันที
เขาเริ่มกลับมานั่งคิดทบทวนอย่างใจเย็น การหาเงินจากนิยายมาสะสมทุนน่ะทำได้ แต่มันใช้เวลานานเกินไปหน่อย
ลองทำงบประมาณโปรเจกต์ดูก่อนดีกว่า แล้วค่อยดูว่าจะมีลู่ทางอื่นอีกไหม
[งบประมาณเบื้องต้นโปรเจกต์ภาพยนตร์ <ฮวาเชียนกู่> V1.0]
[หัวข้อที่ 1: ต้นทุนนักแสดง]
[แนวคิดหลัก: ฝีมือการแสดง > ชื่อเสียง ในช่วงเริ่มต้นแบบนี้ ต้องทุ่มเงินไปกับการผลิตเท่านั้น เรื่องค่าตัวดาราเว่อร์ๆ ตัดทิ้งไปได้เลย]
[แผนงานเฉพาะ: พระเอก นางเอก และตัวประกอบสำคัญ ต้องจบสายการแสดงโดยตรง และต้องมีภาพลักษณ์ที่ตรงกับคาแรกเตอร์แบบ 100%
ไม่เน้นชื่อเสียง แต่เน้นความเหมือน
สามารถไปหาตามสถาบันอย่างเป่ยเตี้ยน (BFA) หรือ จงซี่ (CAD) เลือกเด็กที่ยังเรียนไม่จบหรือเพิ่งจบใหม่ๆ
พวกเขามีไฟ มีพลัง และที่สำคัญคือค่าตัวถูก แค่ให้โอกาสพวกเขาก็ซึ้งใจน้ำตาไหลพรากแล้ว]
[งบประมาณ: เหมาจ่ายค่าตัวนักแสดงทั้งหมด คุมงบให้อยู่ภายใน 1,000,000 หยวน]
---
ณ ลอสแอนเจลิส หลิวอี้เฟยเพิ่งจะประเมินเงินสดในมือเสร็จ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นข้อความที่ เจียงหลางโพสต์พอดี
“เอ๊ะ นายก็เริ่มทำงบประมาณแล้วเหรอเนี่ย ใจตรงกันเป๊ะเลยแฮะ”
หลังจากอ่านรายละเอียดงบประมาณค่าตัวนักแสดงของเจียงหลาง เธอก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ในตาราง Excel ของเธอ ตรงช่องหมายเหตุท้ายรายการต้นทุนนักแสดง เธอพิมพ์ข้อความลงไปว่า
"สมเหตุสมผล ส่วนตัวฉันเองจะแสดงให้ฟรี โดยใช้ระบบแบ่งเปอร์เซ็นต์จากรายได้แทน”
“งบ 1,000,000 หยวน เอาไว้จ่ายให้ตัวประกอบอื่นๆ และนักแสดงสมทบก็น่าจะเพียงพอแล้ว"
"วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ดาราเบอร์ใหญ่คนอื่นมาแย่งซีนหรือลดความสำคัญของนางเอกลง กลยุทธ์นี้ถูกต้องที่สุด!"
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เติมประโยคต่อท้ายไปว่า
"มีแม่นางฟ้าอย่างฉันคนเดียวก็แบกบารมีหนังได้ทั้งเรื่องแล้ว คนอื่นจะมีหรือไม่มีก็ได้ เจ้าหลางน้อยนี่รู้ใจฉันจริงๆ"
เธอยิ้มกริ่มอย่างพอใจในวิสัยทัศน์ของเจียงหลาง และเริ่มวางแผนส่วนของเธอต่อ
ผ่านไปไม่นาน ข้อความของเจียงหลางก็เด้งขึ้นมาอีก
[หัวข้อที่ 2: ต้นทุนเสื้อผ้า หน้า ผม และอุปกรณ์ประกอบฉาก]
[แนวคิดหลัก: งานฝีมือ > ชื่อแบรนด์ เงินต้องใช้ไปกับคุณภาพเนื้อสัมผัสไม่ใช่ใช้ไปกับยี่ห้อ]
[แผนงานเฉพาะ: ชุดของตัวเอกห้ามใช้ผ้าชีฟองกากๆ สไตล์สตูดิโอถ่ายรูปแต่งงานเด็ดขาด ต้องไปเดินเลือกผ้าเองที่ตลาดผ้า
หาเนื้อผ้าที่มีน้ำหนัก ทิ้งตัวสวย และดูหรูหราเวลาออกกล้อง จากนั้นจ้างช่างตัดเย็บที่ไว้ใจได้ทำให้โดยเฉพาะ
ส่วนอุปกรณ์ประกอบฉาก อย่างเช่น กระดิ่งกงหลิงของฮวาเชียนกู่หรือกระบี่ต้วนเนี่ยนของไป๋จื่อฮวา ถ้าไม่มีเงินเปิดแม่พิมพ์โรงงาน ก็วาดแบบเองแล้วไปจ้างโรงงานเล็กๆ แถวพานเจียหยวน ใช้แผ่นทองแดงตอกด้วยมือออกมา
สรุปคือ เน้นความรู้สึกหรูหราแบบงานแฮนด์เมดสั่งทำที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก]
[ผลงานชิ้นแรกต้องพิถีพิถันสุดชีวิต ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องประหยัดต้นทุน แต่ต้องเก็บรายละเอียดให้เนี้ยบที่สุด]
หลิวอี้เฟยอ่านจบแล้วดวงตาเป็นประกายวาววับ
เธอถ่ายหนังโบราณมานับไม่ถ้วน เธอรู้ดีว่าพวกชุดและอุปกรณ์ประกอบฉากที่ผลิตออกมาจากสายพานโรงงานแบบโหลๆ ของกองถ่ายทั่วไปมันมีสภาพยังไง
เจียงหลางถึงขั้นจะไปเลือกผ้าเองที่ตลาด? จะจ้างคนทำอุปกรณ์ประกอบฉากด้วยมือ?
นี่ไม่ใช่ความขี้เหนียว แต่นี่คือการไล่ตามศิลปะขั้นสูงสุดต่างหาก!
เธอรีบเพิ่มหัวข้อ "ข้อได้เปรียบของโปรเจกต์" ลงในตารางของเธอทันที แล้วเขียนกำกับว่า
"ผู้กำกับมีรสนิยมทางศิลปะสูงมาก ยืนหยัดที่จะใช้อุปกรณ์ประกอบฉากและชุดแบบสั่งทำพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากสินค้าโหลในท้องตลาด ช่วยยกระดับคุณภาพของภาพยนตร์ได้อย่างมหาศาล"
ในหัวของเธอเริ่มเห็นภาพตัวเองสวมชุดที่ออกแบบมาเพื่อเธอคนเดียว ยืนสะบัดชายผ้าอย่างสง่างามต่อหน้ากล้องแล้ว
เจียงหลางคนนี้ถึงปากจะเสียไปหน่อย แต่เรื่องความเป็นมืออาชีพนี่บอกเลยว่ามีของจริงๆ
เธอตัดสินใจหยุดมือตัวเองชั่วคราว เพื่อรอดูงบประมาณหัวข้อถัดไปจากเขา
[หัวข้อที่ 3: ต้นทุนสถานที่ถ่ายทำ]
[แนวคิดหลัก: สถานที่จริง > เซตฉาก ใช้ทัศนียภาพทางธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว และใช้ภาษากล้องช่วยเลี่ยงจุดที่จะหลุด]
[แผนงานเฉพาะ: ตำหนักเจวี๋ยฉิงและเขาเซียนฉางหลิว ห้ามไปถ่ายที่เหิงเตี้ยนเด็ดขาด ที่นั่นน่ะถ่ายจนเกร่อคนดูจำได้หมดแล้ว
ไปหาพวกกำแพงเมืองจีนร้างที่คนไม่ค่อยไป หรือวัดเต๋าตามป่าลึกแถบชานเมืองปักกิ่ง จ่ายค่าสถานที่นิดหน่อยพอเป็นพิธี ภาพที่ได้จะดูขรึม ขลัง และมีความเป็นจริงที่ทรงพลัง
งานเลี้ยงรวมเหล่าเซียน? หาโฮมสเตย์สวยๆ สักที่เหมาปิดร้านถ่าย แล้วค่อยใช้ CG ลบเสาไฟฟ้าออกตอนตัดต่อ
ประหยัดเงิน แถมยังดูสมจริงกว่าไปสร้างฉากปลอมๆ ขึ้นมาเป็นร้อยเท่า]
เห็นข้อความนี้ หลิวอี้เฟยถึงกับยอมสยบให้โดยดุษฎี
เธอถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างถูกใจ
เธอเบื่อที่สุดคือการต้องไปถ่ายหนังในโรงถ่ายที่หน้าตาเหมือนกันไปหมด เดินไปทางไหนก็รู้สึกคุ้นตาจนน่ารำคาญ
เจียงหลางกลับคิดจะใช้กำแพงเมืองจีนร้างกับวัดเต๋าจริงๆ มาถ่ายหนังเทพเซียน ความคิดนี้มันอัจฉริยะชัดๆ!
เธอรีบพิมพ์เสริมในช่องข้อได้เปรียบของโปรเจกต์อย่างไว
"วิสัยทัศน์ในการเลือกสถานที่ของผู้กำกับแปลกใหม่มาก เน้นความสมจริงของการถ่ายทำในสถานที่จริง หลีกเลี่ยงปัญหาฉากซ้ำซากจำเจ และสร้างสไตล์ทางสายตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว"
เธอมองแผนการระดมทุนของตัวเองด้วยความอิ่มเอมใจ รู้สึกว่าโปรเจกต์นี้อนาคตสดใสสุดๆ
มีทั้งพรสวรรค์และความเป็นมืออาชีพของเจียงหลาง บวกกับการที่เธอเป็นนางเอกแบกเรื่องไว้เอง ถ้าโปรเจกต์นี้ไม่ปังก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
เธอเอนหลังพิงโซฟา รอคอยงบประมาณหัวข้อสุดท้าย ซึ่งเป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุด... นั่นคือเอฟเฟกต์
ด้วยทัศนคติที่เป็นมืออาชีพขนาดนี้ งบประมาณเอฟเฟกต์ที่เขาคิดไว้คงผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี และน่าจะเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลแต่การันตีคุณภาพได้แน่ๆ
เจียงหลางบิดขี้เกียจ พลางกระดกน้ำเปล่าเข้าปากอึกใหญ่
งบประมาณหัวข้อก่อนหน้านี้มันก็แค่การเตรียมตัวพื้นฐาน
แต่สิ่งที่จะทำให้โปรเจกต์ของเขาโดดเด่นออกมา และสามารถตบเกรียนวงการหนังยุคนี้ได้ คือหัวข้อสุดท้ายนี้ต่างหาก
เขาพิมพ์แผนการที่เขาคิดว่าเจ๋งที่สุดลงไปบนคีย์บอร์ดด้วยความภาคภูมิใจ
[หัวข้อที่ 4: ต้นทุนเอฟเฟกต์]
หลิวอี้เฟยตื่นตัวขึ้นมาทันที จุดชี้เป็นชี้ตายมาถึงแล้ว
[แนวคิดหลัก: คุณภาพต้องเทพ แต่ต้องใช้เงินให้ฉลาด
ด้วยเทคโนโลยีพิเศษของผม (ระบบโรงงานปาฏิหาริย์) รับรองว่าภาพที่ได้จะเหนือชั้นยิ่งกว่าฮอลลีวูด แต่คุมต้นทุนได้ในราคาถูกเหมือนได้เปล่า]
[งบประมาณ: อสูรเฮิงจี, การขี่กระบี่บิน, การต่อสู้ด้วยวิชาเซียน...
ฉากเอฟเฟกต์หลักทั้งหมด ค่าใช้จ่ายรวมจะอยู่ที่ประมาณ 800,000 - 1,000,000 หยวน]
พิมพ์จบ เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ราวกับมองเห็นภาพวันที่หนังเข้าฉายแล้วผู้ชมต่างพากันอ้าปากค้างกับเอฟเฟกต์ระดับเทพนั่น
เขาพิมพ์บทสรุปทิ้งท้ายไว้ว่า
[สรุปยอดรวม: นักแสดง 1,000,000 หยวน, เสื้อผ้า/พร็อพ/สถานที่และจิปาถะ 2,000,000 หยวน, เอฟเฟกต์ 1,000,000 หยวน
ถ้ายอมตัดงบตัดต่อและโปรโมตออกไปก่อน ต้นทุนการถ่ายทำสามารถคุมให้อยู่ที่ประมาณ 4,000,000 หยวน
ภาพยนตร์แนวเทพเซียนระดับมาสเตอร์พีซที่มาพร้อมเอฟเฟกต์ระดับโลก... เตรียมแจ้งเกิดได้เลย!]
. . .