บดขยี้หม่าเฉิง

ตอนที่ 12 บดขยี้หม่าเฉิง


" การประลองคู่ที่สาม เฟยหลิงเทียน ปะทะ หม่าเฉิง เริ่มได้ " เจ้าเมืองผ่ายมือเริ่มการประลองได้


เฟยหลิงเทียนปลดปล่อยเผยรัศมีสีแดงแห่งกายเนื้อแท้จริงขั้นห้าออกมา พื้นเวทีประลองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกิดรอยปริแตกบริเวณที่เฟยหลิงเทียนยืนอยู่จากนั้นได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างออกไปเรื่อยๆ


- ครืน ครืนนนนนน แกร๊กกกก -


พลังกายเนื้อรัศมีสีแดงเจิดจ้าครอบคลุมชายหนุ่ม แรงกดดันแผ่เป็นวงกว้าวโถมทับเข้าใส่หม่าเฉิงด้วยความรวดเร็ว พร้อมกันเฟยหลิงเทียนก็พลันเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน


- ฟุบ -


ท่าร่างว่องไวเหนือผู้ใดจะมองตามได้ทัน


- เปรี้ยง -


ความเร็วเฟยหลิงเทียนราวกับสายฟ้าฟาด หม่าเฉิงเห็นดังนั้นก็ปลดปล่อยรัศมีดำทมิฬอันตรายออกมาป้องกันทันควัน เขาตกเป็นฝ่ายตั้งรับแล้ว มิอาจมองหาร่างอีกฝ่ายเพื่อจู่โจมได้ ดังนั้นจึงได้ปลดปล่อยพลังกายเนื้อออกมาเต็มที่สิบส่วนสร้างเป็นโล่เต่าทมิฬขึ้นมาป้องกัน


หม่าเฉิงรู้สึกมีแรงกดดันมหาศาลบดขยี้อัดอากาศจนแหลกทะลายจู่โจมมาจากข้างลำตัว พริบตานั้นเขาพลันหันโล่มาป้องกันไว้ ทว่าก็ต้องเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ


- ตู้ม -


โล่เต่าทมิฬแหลกละเอียดคามือ หม่าเฉิงโดนหมัดของเฟยหลิงเทียนอัดเข้าสีข้างเข้าไปเต็มๆ สีหน้าของเขาในขณะนี้บิดเบี้ยวเห่ยเก รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส ร่างใหญ่ปลิวกระเด็นออกไปไกลด้วยความเร็วสู ทว่าก็ยังไม่ตกเวทีประลอง เขาล่อนลงไถลไปตามพื้น


- อั่กก พรู๊ดดดด -


หม่าเฉิงกระอักเลือดพรั่งพรูออกมาราวกับสายฝน สายตามองหาร่างของเฟยหลิงเทียน ทว่าก็หาไม่เจอแม้แต่เงาร่าง เฟยหลิงเทียนช่างมีท่าร่างการเคลื่อนไหวเหนือชั้น แม้แต่เขาเองก็มิอาจที่จะหาร่องรอยของชายหนุ่มพบ ฉะนั้นหม่าเฉิงจึงระเบิดพลังกายเนื้อ รวบรวมพลังรัศมีดำทมิฬชกหมัดสาดซัดออกไปรอบด้าน


" หมัดเต่าทมิฬ "


- บูม บูม บูม -


เฟยหลิงเทียนเห็นหม่าเฉิงต่อยหมัดสีดำออกไปทั่วทุกทิศทุกทางราวกับกำลังอารวาด ก็พลันเคลื่อนที่ย่างก้าวไร้เงาด้วยความเร็วที่สูงขึ้นไปอีกขั้น ทำให้แม้แต่หมัดอันทรงพลังของหม่าเฉิงที่สาดซัดไปมั่วทั่วทิศก็มิอาจแตะแม้แต่ชายเสื้อของชายหนุ่มได้เลย


- ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ -


ท่าเท้าว่องไวหลบหลีกมหาหมัดของหม่าเฉิงได้ทุกหมัด จากนั้นเฟยหลิงเทียนพลันมองเห็นช่องโหว่ จึงชกหมัดสุดยอดกายเนื้อออกไปอย่างเต็มแรง คลื่นพลังรัศมีสีแดงลุกโชนราวกับเปลวเพลิง มันทรงพลังร้ายกาจจนฉีกกระชากอากาศเป็นริ้วๆทะลวงเข้าหาร่างของหม่าเฉิง


- เปรี้ยง -


- ตู้มมมมมม -


หมัดเต่าทมิฬแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เศษพลังปลิงว่อน พลังหมัดสุดยอดกายเนื้อของเฟยหลิงเทียนยังไม่ลดทอนพลังลง พุ่งอัดกระแทกยังร่างหม่าเฉิงเข้าไปเต็มๆอีกครั้ง โดยที่หม่าเฉิงมิอาจที่จะหลบหลีกได้เลย หมัดของเฟยหลิงเทียนช่างรุนแรงร้ายกาจ


- แกร๊กกก กร๊ากกกกกกกก -


เสียงกระดูกแตกดังสนั่น


" ม่ายยยยย "


หม่าเฉิงสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ถุงมืออาวุธระดับแท้จริงของเขาแหลกเป็นชิ้นๆ ทันใดนั้นแรงอัดกระแทกจากหมัดของเฟยหลิงเทียนก็บดขยี้เนื้อตัวของหม่าเฉิงอย่างโหดร้าย หมัดเฟยหลิงเทียนต่อยเข้าเป้าไปเต็ม ขยี้แผงอกแกร่งหม่าเฉิงจนแหลก


- ตู้มมม -


ฝุ่นควันกระจายเต็มเวทีประลอง เมื่อกลุ่มควันจางลง แลเห็นหม่าเฉิงนอนแน่นิ่งในหลุมกว้างบนเวทีประลองด้วยสภาพยับเยิน รอยแตกปริร้าวตั้งแต่กลางอกขยายออกไปทั่วร่าง โลหิตแดงชุ่มทั่วทั้งตัว สภาพไม่ต่างจากหลงมู่ที่โดนหม่าเฉิงอัดน่วมก่อนหน้า ทว่าดูเหมือนหม่าเฉิงจะโดนหนักกว่าหลงมู่มากโข กระดูกทั่วร่างน่าจะแหลกเละไม่มีชิ้นดี โลหิตท่วมตัวไหลนองเต็มพื้น ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงเต็มไปหมด ทว่าน่าตกใจที่เขายังไม่หมดสติ ยังหอบหายใจอกกระเพื่อมขึ้นลง สมกับเป็นผู้ฝึกฝนกายเนื้ออย่างแท้จริง


เฟยหลิงเทียนปรากฎตัวข้างกายหม่าเฉิง ใช้เท้ากระทืบหน้าอกหม่าเฉิงเหยียบขยี้อย่างแรงไร้ความปราณีใดๆ


" อ๊ากกกก "


หม่าเฉิงกรีดร้องความความเจ็บปวด


" ข้าบอกแล้วว่าจะกระทืบเจ้าให้จมใต้ฝ่าเท้า " เฟยหลิงเทียนเผยสายตาเย็นเยียบ


" ม่ายยย อย่า.... " ในใจหม่าเฉิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาโกรธแค้น เกลียดชังตนเอง เหตุใดเขาถึงได้ไปยั่วยุให้ปีศาจหนุ่มคนนี้ตื่นขึ้นมา? เวลาที่หม่าเฉิงสบตากับเฟยหลิงเทียนราวกับเขาได้ตกลงไปในหล่มน้ำแข็งอันหนาวเหน็บก็มิปาน


" ถ้านี่ไม่ใช่การประลอง เจ้าตายไปแล้ว "


จากนั้นเฟยหลิงเทียนก็กระทืบเข้าที่ใบหน้าหม่าเฉิงอย่างแรงทำให้เขาสลบไปทันที จากนั้นชายหนุ่มก็แตะร่างอันใหญ่โตปลิวตกเวทีโดยไม่หันไปมอง


เจ้าเมืองเห็นหม่าเฉิงสลบไปก็ประกาศผลการประลอง ทั้งๆที่ตนเองยังตกตะลึง รู้สึกตื่นเต้นเนื้อตัวสั่น ช่างเป็นการประลองต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม


" การประลองคู่ที่สาม เฟยหลิงเทียนเป็นฝ่ายชนะ "


" เฮ "


" ฮือฮา !!! "


" ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจชะมัด "


" สมน้ำหน้า เจ้าหม่าเฉิง มันชอบไร้ยางอายดีนัก โดนแบบนี้ซะบ้าง "


" คนโหดร้ายต้องเจอกับคนโหดร้ายยิ่งกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า "


" นายน้อยเฟยแข็งแกร่งทรงพลังนัก !!! "


ผู้ชมต่างพูดคุยสนทนากันอย่างสนุกสนานครื้นเครง


' หม่าคัง ' ประมุขตระกูลหม่าที่ชมการประลองอยู่ พลันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น การที่มีคนใจกล้าทำร้ายบุตรชายของมันจนบาดเจ็บสาหัสเยี่ยงนี้ เป็นการไม่ไว้หน้าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหม่าเลยซักนิด เขาไม่สนใจว่ากำลังอยู่ที่สนามประลองต่อสู้อันใดหรือมีคนจับตาอยู่มากมายเท่าไหร่ หม่าคังโมโหจนหน้ามืดพุ่งทะยานเข้าหาเฟยหลิงเทียนที่ยังยืนอยู่กลางเวทีประลองด้วยความเร็วน่าหวาดหวั่น


หม่าคังปลดปล่อยแรงกดดันของกายเนื้อปฐพีขั้นที่เก้าออกมา หวังว่าจะใช้แรงกดดันอันท่วมท้นบดขยี้เฟยหลิงเทียนเป็นเนื้อบด


" ระวัง !!! "


ผู้ชมต่างส่งเสียงกรีดร้องออกมา เมื่อพวกเขาเห็นว่าหม่าคังหน้ามืดจนเสียสติไปแล้ว เสียงร้องตื่นตระหนกได้เตือนให้เฟยหลิงเทียนได้รับรู้ถึงสถานการณ์อันเลวร้าย ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลหนักหน่วงที่ปกคลุมทั่วร่าง ทว่าช่วงเวลานั้นเองเฟยหลิงเทียนพลันเห็นเงาร่างของคนผู้หนึ่งมาปรากฏเบื้องหน้าของตนเองขวางทางหม่าคังเอาไว้ มันได้ลดทอนแรงกดดันอันหนักหน่วง ช่วยให้ชายหนุ่มหายใจได้สะดวก


" หม่าคัง เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดจะทำร้ายบุตรชายข้า รนหาที่ตาย !!! "


- ฟุบ -


เฟยอู่จี้ที่จับตาดูหม่าคังมาโดยตลอด เมื่อเห็นหม่าคังเคลื่อนไหว เขาก็เคลื่อนไหวทันที ไปปรากฏเบื้องหน้าของเฟยหลิงเทียน ขัดขวางหม่าคังที่ลงมืออย่างเหี้ยมโหดได้ทันท่วงที เฟยอู่จี้รับแรงกดดันจากหม่าคังได้อย่างง่ายดาย


" นี่เป็นการประลองของผู้เยาว์ อาวุโสอย่างเจ้ากล้ามายุ่งเกี่ยวได้อย่างไร? " เฟยอู่จี้กล่าวด้วยใบหน้าเย็นชา


" หึ สวะอย่างเจ้ายังกล้าขวางทางข้า? ดี ... งั้นก็ตายไปพร้อมกันซะ " หม่าคังตวาดลั่น


" หมัดเต่าทมิฬ "


- ครืน -


หมัดของหม่าคังพุ่งเข้าหาเฟยอู่จี้ด้วยพลังทำลายล้างรุนแรง เมื่อเข้าใกล้ตัวเฟยอู่จี้พลังหมัดสีดำทมิฬของหม่าคังเหมือนกับจมหายไปในมหาสมุทร


" อะไรกัน !!! " หม่าคังตกใจผงะ เหตุใดพลังหมัดของมันถึงหายไปเมื่อเข้าใกล้เฟยอู่จี้?


" เจ้าสิเป็นสวะ "


เฟยอู่จี้กล่าวด้วยความเย้ยหยัน พลางปลดปล่อยพลังลมปราณขอบเขตนภาขั้นที่หนึ่งออกมาเล็กน้อย


- ครืน ครืน ครืน -


คลื่นลมโหมกระหน่ำ ปราณนภาแผ่ปกคลุมทั่วฟ้า พลังมหาศาลกดทับหนักหน่วง สีหน้าของผู้คนทั้งหลายต่างตื่นตระหนกเผยความหวาดหวั่น


" กล้ามากที่คิดจะทำร้ายบุตรชายของข้า "


" เป็นไปไม่ได้ !!! " ร่างกายอันใหญ่โตของหม่าคังสั่นสะท้าน สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว


' มันทะลวงเข้าสู่ระดับนภาตั้งแต่เมื่อใดกัน? นี่ข้าไปหาเรื่องสัตว์ประหลาดนี้ได้อย่างไร? จบสิ้นแล้ว !!! '


" นี่เป็นการประลองรุ่นเยาว์ รุ่นเยาว์ฆ่ากันเองไม่ได้ แต่ข้าฆ่าเจ้าได้ " หลังจากเฟยอู่จี้กล่าวจบ กำลังยื่นมือเข้าหาหม่าคัง ทันใดพลันมีเสียงดังก้องมาจากทิศทางที่นั่งอันทรงเกียรติเป็นผู้อาวุโสของสำนักเต่าทมิฬ


" อย่าฆ่าเขาเลย ท่านเฟย ได้โปรดเห็นแก่หน้าของข้าด้วย " หลินเหอเอ่ยขอร้อง พร้อมป้องมือคารวะให้กับเฟยอู่จี้ เพื่อให้เห็นแก่หน้าเขาและสำนักเต่าทมิฬ เพราะยังไงสำนักเต่าทมิฬกับตระกูลหม่าก็มีความสัมพันธ์อันดี ดังนั้นหลินเหอจะให้ปล่อยเฟยอู่จี้ฆ่าหม่าคังได้อย่างไร?


" ได้ ท่านติดหนี้ข้าครั้งหนึ่ง ท่านหลินเหอ "


" นา.ย ...ท่านนน ... เฟย ข้า ...." หม่าคังกล่าวด้วยเสียงสั่นตะกุกตะกัก เรือนกายใหญ่โตสั่นระริก แต่เขายังกล่าวไม่จบ เฟยอู่จี้ก็ฟาดฝ่ามือโจมตีเข้ามาแล้ว




- ฝ่ามือคลื่นวายุ -




เฟยอู๋จี้ฟาดฝ่ามือออกไปเบาๆ คลื่นวายุพุ่งเข้าหาหม่าคังอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทัน บดทำลายพลังบ่มเพาะของเขาแหลกละเอียด


" ม่ายยยย " หม่าคังร้องโหยหวน ร่างใหญ่กระเด็นปลิวลอยออกไปติดกำแพงอัฒจันทร์ จากนั้นก็ตาเหลือกถลนสลบไปทันที


ทั่วทั้งสนามประลองเงียบกริบ จากนั้นผู้คนของตระกูลหม่าก็วิ่งแจ้นพาทั้งหม่าคังและหม่าเฉิงกลับตระกูลด้วยความหวาดกลัว


บรรดาผู้ชมต่างพูดคุยวิพากย์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนานครึกครื้น


" ตระกูลหม่าทั้งพ่อทั้งลูกนั่นรนหาที่เอง "


" สมน้ำหน้า "


" หม่าคัง ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก ไร้ยางอายทั้งพ่อทั้งลูก "


" ไม่สมกับเป็นผู้นำตระกูลใหญ่ นี่เป็นการประลองของรุ่นเยาว์ อาวุโสจะไปยุ่งเกี่ยวได้อย่างไรกัน "


" หลงมู่บาดเจ็บสาหัส ประมุขตระกูลหลงยังไม่เข้าไปโจมตีหม่าเฉิงเพื่อแก้แค้นเลย "


" ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก "


" เฮ้อ " หลินเหอถอนหายใจพลางนั่งลงกับที่


' ชางเฟิง ' เจ้าเมืองหมอกม่วงที่ไม่ได้ไปหยุดหม่าคังนั้นเป็นเพราะเขาเห็นว่าเฟยอู่จี้ได้เคลื่อนไหวด้วยตนเอง ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้เฟยอู่จี้เป็นคนจัดการ


จากนั้นชางเฟิงก็ให้พักการประลองเป็นเวลาอีกครึ่งชั่วยาม จึงจะเริ่มการประลองในคู่ที่สี่ต่อไป


............................

ตอนก่อน

จบบทที่ บดขยี้หม่าเฉิง

ตอนถัดไป