เยว่หลาน ปะทะ เฟยหลิงเทียน (1)
ตอนที่ 13 เยว่หลาน ปะทะ เฟยหลิงเทียน (1)
ตอนนี้การประลองรอบสุดท้ายเหลือผู้เข้าประลองเพียงสี่คนเท่านั้น เฟยหลิงเทียนและม่อเส้าเฟินชนะไปคนละหนึ่งครั้ง ส่วนไป๋อวิ๋นกับเยว่หลานยังไม่ได้ขึ้นประลอง มีคู่ต่อสู้ลดลงไปสองคนความกดดันของทั้งคู่จึงมีมากขึ้น มีแต่ต้องชนะเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้อันดับหนึ่ง
เยว่หลานจับได้หมายเลขสี่ หญิงสาวเดินขึ้นเวทีประลองพลางมองไปยังคู่ต่อสู้ที่หลงเหลืออยู่เพียงแค่สามคน ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเฟยหลิงเทียน นางแย้มยิ้มงดงามสดใสจ้องมองไปยังชายหนุ่ม
" ข้าขอท้าประลองนายน้อยเฟยหลิงเทียน " เยว่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลได้ยินแล้วไพเราะน่าฟัง
" ฮือฮา !!! "
" เหตุใดคุณหนูเยว่ถึงท้าประลองนายน้อยเฟย? ข้าคิดว่าในผู้เยาว์ทั้งสี่ นายน้อยเฟยน่าจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดนะ ถึงข้าจะยังไม่ได้เห็นความสามารถของไป๋อวิ๋นก็เถอะ "
" ให้ข้าเดา คุณหนูเยว่น่าจะอยากต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งที่สุด ถึงจะแพ้ก็แพ้อย่างไม่อับอายใคร แพ้อย่างสมศักดิ์ศรี "
" คุณหนูเยว่ช่างลึกล้ำ "
เหล่าผู้ชมพากันวิเคราะห์สถานการณ์กันไปต่างๆนาๆ เมื่อเฟยหลิงเทียนชายหนุ่มชุดขาวผู้ราวกับเทพเซียนขึ้นไปบนเวทีประลอง เขาพลันเผยรอยยิ้มให้เยว่หลานเพื่อเป็นการทักทาย แต่รอยยิ้มเช่นนั้นกลับเสมือนเป็นการจู่โจมเยว่หลานอย่างหนักหน่วง ดวงหน้าหญิงสาวแดงระเรื่อ เผยความงดงามเอียงอายขัดเขิน หัวใจเต้นรัวเร็ว ไม่เฉพาะเยว่หลานเท่านั้น รอยยิ้มนั้นได้กระชากใจของบรรดาหญิงสาวทั้งหลายที่นั่งชมอยู่บนอฒจันทร์กันถ้วนทั่วเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มบางส่วนถึงกับรู้สึกหวั่นไหวใบหน้าขึ้นสี เป้ากางเกงของพวกเขาถึงกับโป่งนูนขึ้นมา
" นี่ข้าเป็นอะไร? "
" หน้าเจ้าแดงไม่ใช่หรือนั่น หรือว่าเจ้า...เจ้า. " ชายหนุ่นผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ข้างกาย พลันมองไปที่ส่วนที่นูนขึ้นมา เขาเริ่มขยับถอยห่างทันที รู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่าง
" อ่า ข้า..ไม่ได้เป็นเช่นที่เจ้าคิด "
" ม่ายยยย "
" รอยยิ้มนั่นช่างหน้ากลัวเหลือเกิน ส่งผลแม้กระทั่งผู้ชาย "
เหล่าหญิงสาวที่เห็นชายหนุ่มบางส่วนหน้าแดงถึงกับแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา
" เจ้าพวกนั้นเป็นพวกชายรักชายเหรอ!? "
" ยี้ !!! น่าขยะแขยง "
" อย่าเข้าใกล้ท่านเฟยของข้านะ "
" อย่ามองคุณชายเฟยหลิงเทียนของข้าด้วยสีหน้าอันน่ารังเกียจเช่นนั้นนะ "
ที่นั่งอัฒจันทร์ผู้ชมเริ่มวุ่นวายขึ้นมาทันที กลุ่มตระกูลเฟยและตระกูลเซี่ยที่นั่งดูอยู่ก็ยิ้มออกมาอย่างกระอักกระอ่วน
" รอยยิ้มของเจ้าเด็กนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ " เซี่ยชุนเฉิงกล่าวพลางถอนหายใจ
" พี่ใหญ่หลิงเทียนช่างร้ายกาจ ฮิฮิๆ " เซี่ยหนิงเอ๋อหัวเราะขบขัน
" ฉานเอ๋อร์ เจ้าต้องควบคุมคู่หมั้นตัวน้อยของเจ้าให้ดีนะ ไม่งั้นจะต้องโดนบรรดาหญิงสาวเหล่านั้นหรือพวกชายรักชายฉุดไป แม่ไม่รู้ด้วยนะ " เซี่ยฮวาหยอกล้อบุตรสาว
เซี่ยเยว่ฉานเขินอายใบหน้าขึ้นสี ด้วยความหึงหวงนางพลันจับจ้องมองเฟยหลิงเทียนอย่างไม่คลาดสายตา
" ฮ่าฮ่าฮ่า " เหล่าบรรดากลุ่มคนของตระกูลเฟยและตระกูลเซี่ยเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่หัวเราะเฮฮา พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
เฟยหลิงเทียนที่อยู่บนเวทีประลองไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของตนเองได้ทำให้ผู้ชมปั่นป่วนวุ่นวายและเกิดเหล่าชายรักชายปรากฏขึ้นมา
ชางเฟิงเจ้าเมืองหมอกม่วงและเหล่าอาวุโสของสี่สำนักใหญ่ ต่างแสดงสีหน้าเห่ยเกทันทีที่เห็นเหล่าชายรักชายเกิดขึ้นมา
หลินเหอผู้อาวุโสสำนักเต่าทมิฬร่างกายสั่นสะท้าน ครุ่นคิดในใจอย่างเสียวทวารไม่รู้ว่ากล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งสวยงามของตนได้ดึงดูดความสนใจของเหล่าชายรักชายขึ้นมาหรือไม่?
ชางเฟิงกระแอมไอ ประกาศเริ่มการประลองทันที ไม่งั้นได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆอีกเป็นแน่
" เอาล่ะ การประลองคู่ที่สี่เริ่มได้ "
" นายน้อยเฟย ข้าขอให้ท่านสู้กับข้าด้วยพลังที่แท้จริงได้หรือไม่? " เยว่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
" หากเจ้าต้องการ เช่นนั้นก็ย่อมได้ " เฟยหลิงเทียนตอบสนองความต้องการของเยว่หลานทันที ฉับพลันรัศมีพลังสุดยอดของกายเนื้อขั้นห้าก็ระเบิดออกมาจากร่างของเฟยหลิงเทียนเต็มสิบส่วน พลังสุดยอดกายเนื้อหนักหน่วงแผ่ออกกระแทกกระทั้นบรรยากาศพื้นเวทีประลองจนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
- ครืนนนนน -
พื้นปฐพีสั่นสะเทือนหวั่นไหว อากาศบิดเบี้ยวผันผวนรุนแรง แรงกดดันที่ปลดปล่อยจากร่างชายหนุ่มหล่อเหลาได้ทำให้เวทีประลองแตกร้าว เป็นรอยยาวราวกับใยแมงมุม
ม่อเส้าเฟินที่จับตามองการประลองอยู่ตลอดพลันดวงตาเปล่งประกาย รู้สึกเลือดเดือดพล่าน ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชน เขาไม่คิดว่าในรุ่นเดียวกัน จะยังมีคนที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับเขาโผล่ออกมาให้เห็น ช่างน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง
เยว่หลานถูกแรงกดดันทำให้กระเด็นถอยออกไปด้านหลังหลายก้าวย่าง
' นายน้อยเฟย ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก !!! สงสัยคงต้องเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมาซะแล้ว ' เยว่หลานเผยรอยยิ้มที่งดงามออกมา
" นั่นมันรัศมีพลังกายเนื้อ !!! ช่างทรงพลังร้ายกาจนัก !!! "
" ขณะนี้นายน้อยเฟยได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างแท้จริงแล้ว พวกเราถึงสามารถสัมผัสรับรู้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนายน้อยเฟยได้ "
" กายเนื้อแท้จริงขั้นห้า !!! "
" สูงกว่าหม่าเฉิงขั้นหนึ่ง มิน่าถึงได้เอาชนะหม่าเฉิงได้อย่างง่ายดาย และกายเนื้อของคุณชายเฟยดูเหมือนมิใช่กายเนื้อธรรมดาอีกด้วย ... ทว่าเป็นสุดยอดกายเนื้อ !!! "
" สุดยอดกายเนื้อ คืออะไร? "
" สุดยอดกายเนื้อคือ กายเนื้อที่ผ่านการหลอมกลั่นด้วยทักษะวิชาพิเศษบางอย่างหรือมีโชควาสนาช่วยยกระดับขึ้นมา จากกายเนื้อธรรมดาเป็นสุดยอดกายเนื้อ และยังมีขั้นที่สูงกว่าสุดยอดกายเนื้ออีก เป็นกายเนื้อที่เป็นดั่งตำนานซึ่งก็คือ ' กายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ ' ขั้นที่เหนือกว่านี้มีอีกหรือไม่? ข้าก็ไม่รู้ ข้อมูลที่ข้ารู้มีเพียงแค่นี้ " ชายผู้หนึ่งกล่าวตอบด้วยความภาคภูมิใจ
" โอ้ววววววว การฝึกกายเนื้อน่าสนใจถึงเพียงนี้เลยหรือ? มีทั้งสุดยอดกายเนื้อ และยังมีกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์อีก? "
" ฮือฮา !!! "
" ขั้นตำนานกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ !!! " ดวงตาของเหล่าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความหลงใหลใฝ่ฝัน
" มีวิธีทำให้ไปถึงขั้นกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ได้บ้างไหม? "
" ไม่อาจทราบได้ ข้าไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ "
" ช่างน่าเสียดาย "
" เจ้าว่าในทวีปเมฆาสวรรค์ของเรา มีคนที่ไปถึงขั้นกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์หรือไม่? "
" ขั้นสุดยอดกายเนื้อว่ามีน้อยแล้ว เจ้าว่าจะมีขั้นกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์อีกหรือ? "
" นั่นก็ไม่แน่ ทวีปเมฆาสวรรค์กว้างใหญ่ไพศาล อาจจะมีขั้นกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ "
" นั่นมัน ... ก็จริง "
" แต่ว่าผู้ฝึกตนกายเนื้อแข็งแกร่งขนาดนี้เชียว? ข้าอยากจะฝึกฝนกายเนื้อบ้าง " ชายหนุ่มผู้หนึ่งกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
" อย่างเจ้าจะทนการฝึกฝนกายเนื้อที่ยากลำบากได้เหรอ? " ชายด้านข้างกล่าวด้วยความดูถูก
" เจ้าอย่าดูถูกความพยายามของข้า " ชายหนุ่มกล่าวด้วยความโกรธ
เหล่าผู้ชมต่างพูดคุยถกเถียงกันไปมา
บนเวทีประลองเยว่หลานมองไปยังเฟยหลิงเทียนที่สำแดงพลังที่แท้จริงออกมาให้ได้เห็นแล้ว ก็พลันเผยรอยยิ้มปลดผนึกพลังที่แท้จริงของตนออกมาบ้าง
- บูม -
พลังลมปราณแท้จริง ขั้นที่สี่
- บูม -
พลังลมปราณแท้จริง ขั้นที่ห้า
- บูม -
พลังลมปราณแท้จริง ขั้นที่หก
พลังลมปราณของเยว่หลานเพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ ทะยานขึ้นไปแตะขอบเขตลมปราณแท้จริงขั้นที่หก นางจึงสามารถต้านทานแรงกดดันหนักหน่วงที่มาจากเฟยหลิงเทียนได้
เหล่าผู้ชมที่นั่งดูการประลองอยู่ถึงตกตะลึงในทันที เจ้าเมืองชางเฟิง ผู้อาวุโสสูงสุด แม้แต่ประมุขจากอีกสองตระกูลใหญ่ต่างก็อ้าปากตาค้าง ไม่นึกว่าหญิงสาวที่มีอายุเพียงสิบหกปี จะมีผนึกลมปราณซ่อนเร้นตัวตนได้ลึกล้ำถึงเพียงนี้ แม้แต่พวกเขาก็ยังมองไม่ออก หญิงสาวถึงกับบรรลุขอบเขต ลมปราณแท้จริงขั้นที่หก !!!
ไป๋อวิ๋นสีหน้าบิดเบี้ยวเขียวคล้ำลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตะลึง เขากำหมัดแน่นอย่างไม่อาจยอมรับได้ที่เยว่หลานมีพลังลมปราณมากกว่าตน? นี่หมายความว่านางมีพรสวรรค์และแข็งแกร่งกว่ามากกว่าเขา? ทั้งๆที่เยว่หลานอายุน้อยกว่าเขาซะอีก มันจะเป็นไปได้อย่างไร !!!
" ฮือฮา !!! "
" อะไรน่ะ !!! "
" ลมปราณเพิ่มขึ้น? "
" นางผนึกลมปราณมาโดยตลอด แอบซ่อนเร้นพลังแท้จริงได้ลึกยิ่งนัก "
" อายุสิบหกปี ลมปราณแท้จริง ขั้นที่หก !!! "
" คุณหนูเยว่หลาน มีพรสวรรค์ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก "
" นี่แสดงว่าคุณหนูเยว่หลานแข็งแกร่งกว่าไป๋อวิ๋น? "
" บัดซบ !!! ข้าพนันข้างไป๋อวิ๋นตั้งเยอะ ม่ายยยย นะ ... เหรียญทองสุดรักของข้า " ชายหนุ่มผู้หนึ่งกรีดร้องโอดโอยด้วยความขมขื่น
" ฮ่าฮ่าฮ่า .... ดีที่ข้าไม่ได้พนันข้างไป๋อวิ๋น " ชายด้านข้างหัวเราะลั่นอย่างสะใจ
" เจ้าพนันผู้ใด? "
" ข้าพนันข้างนายน้อยเส้าเฟิน "
" นายน้อยเส้าเฟิน ไม่ใช่ลมปราณอ่อนด้อยที่สุด? "
" ข้าคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด " ชายอีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
บนเวทีประลอง
หลังจากเยว่หลานเปิดเผยพลังลมปราณแท้จริงของตนออกมา หญิงสาวก็ไม่เกรงใจชายหนุ่มเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีบุกเข้าหาก่อนทันที
- ท่าร่างเงาจันทร์ -
- ฟุบ -
เยว่หลานใช้ท่าร่างพุ่งเข้าหาเฟยหลิงเทียนด้วยความรวดเร็วว่องไว จากนั้นก็ใช้อีกวิชาพร้อมกัน ซัดฝ่ามือเข้าหาเฟยหลิงเทียนอย่างมิให้ชายหนุ่มได้ทันตั้งตัว
- ฝ่ามือวายุทลายปฐพี -
เฟยหลิงเทียนเห็นเพียงเงาร่างอันอรชรที่โฉบไปโฉบมา พลันยิ้มออกมามิได้รู้สึกว่ารับมือยากแต่อย่างใด เขาเคลื่อนกายหลบฉากด้านข้าง หลบเร้นฝ่ามือวายุทลายปฐพีไปอย่างหวุดหวิด
- ฟิ้ว -
- บรึ้มมมม -
พื้นเวทีประลองแตกละเอียดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ จะเห็นว่าพลังฝ่ามือของเยว่หลานน่าหวาดหวั่นยิ่ง
' ร้ายกาจ !!! ' นี่คือผู้ฝึกตนจากตระกูลใหญ่? จากนั้นเฟยหลิงเทียนก็ยกยิ้มออกมา มันต้องอย่างนี้สิ หากว่ามีแต่ผู้อ่อนแอ โดนกระบวนท่าเดียวก็หมอบแล้ว มันจะไปสนุกได้อย่างไร
' อย่างนี้ค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย '
เฟยหลิงเทียนเคลื่อนกายด้วยท่าร่างความเร็วเหนือชั้น ความเร็วท่าร่างฉับไวยิ่งกว่ายามที่ได้ต่อสู้กับหม่าเฉิงซะอีก นี่คือท่าร่างของผู้ฝึกฝนกายเนื้อ มวลกล้ามเนื้อเส้นเอ็นต้องยืดหยุ่น โลหิตต้องสูบฉีดรวดเร็ว กระดูกต้องแข็งแกร่งน่าครั่นคร้าม พลังกายเนื้อถึงสามารถเผยอานุภาพสูงสุดออกมาได้ พลังรัศมีสีแดงเจิดจ้าตระการตา กระจายออกมาจากร่างอย่างเข้มข้น แรงกดดันหนักหน่วงบดขยี้พื้นที่รอบด้านกลายเป็นหลุมลึก
- ครืนนนนนนนน -
- แกร๊ก -
- ฟุบ -
เฟยหลิงเทียนใช้พลังหมัดสุดยอดกายเนื้อโจมตีสิบส่วนเต็ม คลื่นพลังพุ่งไปปะทะบดยี้กับพลังฝ่ามือวายุทลายปฐพีที่เยว่หลานซัดมาอีกรอบ
- บรึมมมมมมมมมมม -
เสียงระเบิดดังสนั่น ทั้งคู่กระเด็นถอยไปด้านหลังแทบจะพร้อมๆกัน ทว่าสถานการณ์กลับแตกต่างกันยิ่ง เยว่หลานปลิวกระเด็นลอยออกไปไกล เลือดไหลซิบตรงมุมปาก ส่วนเฟยหลิงเทียนเพียงกระเด็นออกมาแค่สามก้าวใหญ่เท่านั้น
จากนั้นทั้งคู่ก็พุ่งจู่โจมบดพลังฝ่ามือเข้าห้ำหั่นกันอีกครั้งด้วยความรวดเร็วฉับไว แม้ว่าเยว่หลานจะเป็นรองก็ไม่มีท่าทียอมแพ้ หญิงสาวมีความมุ่งมั่นยิ่ง
- บรึม -
- บรึม -
- บรึม -
ผู้ชมพากันตื่นตะลึงกับการต่อสู้ครั้งนี้
" ข้ามองความเร็วของทั้งคู่ไม่ทันแล้ว "
" เหมือนกัน รวดเร็วเหลือเกิน "
" เจ้ามองทันสิแปลก "
" นายน้อยเฟยช่างแข็งแกร่งนัก สู้กับผู้ฝึกตนลมปราณแท้จริงขั้นหก ได้อย่างไม่เสียเปรียบ "
" เรียกว่าไม่เสียเปรียบได้ที่ไหน นี่เรียกว่าเหนือกว่าเห็นๆ ความแข็งแกร่งของนายน้อยเฟยเหนือกว่าคุณหนูเยว่หลานมากทีเดียว "
" ดูเหมือนว่าใกล้จะจบแล้ว "
- บรึมมมมม -
เสียงการปะทะดังกึกก้อง เวทีประลองสั่นสะเทือนแทบจะพังทลาย เมื่อฝุ่นควันบนเวทีจางลง เยว่หลานเสื้อผ้าอาภรณ์ขาดรุ่งริ่ง สภาพน่าอับอายเล็กน้อย หญิงสาวเผยผิวขาวเนียน เผยความอวบอิ่มวับๆแวบๆ แต่ยังดีที่มีเสื้อผ้าบางส่วนปกปิดส่วนสงวนเอาไว้อยู่ ถึงนางจะมีอายุเพียงสิบหกปี ทว่าก็มีร่างกายยั่วยวนชวนหลงใหลดั่งผู้ใหญ่
บรรดาผู้ชมเพศชายทั้งหลาย ณ ตอนนี้พากันกลืนน้ำลายดังอึกๆ เผยใบหน้าหื่นกระหายดั่งสัตว์ป่าบ้ากาม พื้นที่ส่วนล่างนูนเด่นขึ้นมา
ส่วนเฟยหลิงเทียนเพียงมีเสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อยเท่านั้น ชายหนุ่มยืนสองมือไพล่หลังอย่างองอาจสง่างาม เหมือนว่าเยว่หลานก็ยังมิสามารถทำให้ชายหนุ่มต้องเอาจริงได้
......................