ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 48
ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 48
นักเวทยิงศรน้ำแข็งไปยังม้าอันเดดที่แวมไพร์ขี่
เทียบกับศรเวทแล้ว ศรน้ำแข็งย่อมใช้มานามากกว่า กระนั้นนักเวทก็ยังเลือกที่จะใช้มัน
นักเวททราบว่าหากเขาใช้ศรเวท ต่อให้กระทบถูกเป้าหมาย แต่ไม่ถูกส่วนหัว มันก็ทำได้แค่เพิ่มรูโลหิตขึ้นมาบนร่างอีกฝ่ายเท่านั้น แม้ความเร็วอาจจะลดลงบ้างตามแรงปะทะ แต่มันก็ยังไม่พอจะฆ่าม้าอันเดดตัวนั้นและทำให้มันทิ้งระยะออกไป
เนื่องเพราะกำลังขี่ม้าอยู่ นักเวทจึงกังวลว่าแรงสั่นสะเทือนจะทำให้ยิงพลาด กังวลว่าม้าอันเดดจะไม่ตาย ดังนั้นจึงได้แต่ใช้ศรน้ำแข็งที่มีอานุภาพรุนแรงกว่า
ศรน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าหาม้าอันเดดที่ใต้ร่างของแวมไพร์ หากว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตปกติแบบเดียวกันจ่าฝูงหมาป่า หรือพวกที่มีจิตสำนึก มันคงรับรู้ได้ถึงอันตรายและหลีกเลี่ยงศรน้ำแข็งดอกนี้
เห็นได้ชัดว่าม้าศึกที่ถูกเปลี่ยนเป็นอันเดดได้สูญเสียความสามารถนี้ไป เพราะยังเป็นอันเดดระดับต่ำ มันจึงไม่มีสติปัญญาเพียงพอจะหลบการโจมตีนี้ มันยังคงทำตามคำสั่งเดิมของร็อดที่ให้วิ่งไล่ตามนักเวทในชุดคลุมน้ำเงินไป
เมื่อแวมไพร์เห็นนักเวทชุดคลุมน้ำเงินยกมือขึ้น มันก็ตระหนักว่าอีกฝ่ายกำลังจะใช้เวทแล้ว มันจึงเริ่มมองหาโอกาส
ขณะที่ศรน้ำแข็งกำลังจะบรรลุถึงตัวม้าอันเดด ในชั่ววินาทีที่ม้าอันเดดและม้าของนักเวทอยู่ใกล้กันมากที่สุด แวมไพร์ก็กระโดดออกจากหลังม้าและพุ่งกรงเล็บเล็งไปที่ศีรษะของนักเวทชุดคลุมน้ำเงิน
ศรน้ำแข็งพุ่งชนม้าอันเดดก่อนจะทำให้ร่างของมันถูกแช่แข็งไปครึ่งหนึ่ง
เนื่องเพราะแวมไพร์กระโดดออกมาก่อนหน้า มันจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการระเบิด และเพราะระยะที่ห่างไม่มาก หากนักเวทตอบสนองได้ไม่ทันท่วงที เขาจะต้องถูกแวมไพร์ฉีกร่างออกเป็นสองซีก
นักเวทย่อมไม่อ่อนด้อย ศรน้ำแข็งดอกที่สองยิงใส่แวมไพร์ แวมไพร์ที่ไม่มีทางเลือกได้แต่ใช้สกิลค้างคาวแปลงกายออกมา ศรน้ำแข็งพุ่งทะลุหมอกดำ ไม่อาจทำร้ายแวมไพร์แต่อย่างใด
ภายในหมอกดำ ค้างคาวจำนวนมากบินตรงเข้าหานักเวทและม้าพาหนะ ภายใต้ความมืดของท้องฟ้ายามราตรี พวกค้างคาวจึงกลมกลืนไปกับความมืดโดยรอบ เผยให้เห็นเพียงดวงตาสีแดงฉานที่เปล่งแสงท่ามกลางความมืด
ทันทีที่หมอดดำปรากฏขึ้น นักเวทก็เตรียมจะใช้เวทบทต่อไปทันที
เมื่อเห็นฝูงค้างคาวบินตรงเข้าหา นักเวทก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง วงแหวนน้ำแข็งที่เคยกวาดล้างค้างคาวจำนวนมากพลันถูกใช้ออก
เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในอากาศ ระลอกน้ำแข็งพุ่งออกรอบทิศโดยมีนักเวทในชุดคลุมน้ำเงินเป็นจุดศูนย์กลาง ค้างคาวจำนวนมากถูกแช่แข็งจนตายไปเป็นจำนวนมาก ถัดจากนั้นหมอกดำก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ท่ามกลางหมอกดำ แวมไพร์ส่ายร่างโงนเงน คล้ายกับรับบาดเจ็บไม่เบา
เนื่องเพราะครั้งนี้แปลงร่างเป็นค้างคาวใกล้กับนักเวทมาก ค้างคาวส่วนใหญ่จึงถูกวงแหวนน้ำแข็งกวาดล้างไป นักเวทเพียงใช้เวทออกบทเดียวก็กำจัดค้างคาวได้เกือบทั้งหมด ค้างคาวเหล่านั้นก็คือการแบ่งภาคพลังชีวิตของแวมไพร์ ดังนั้นมันย่อมได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เมื่อแวมไพร์กลับคืนร่าง มันก็ไม่ได้พุ่งเข้าหานักเวท แต่มุ่งตรงไปยังศพของม้าอันเดดที่ถูกศรน้ำแข็งฆ่าไปและเริ่มกัดกินเลือดเนื้ออย่างบ้าคลั่ง
ขอเพียงยังมีเลือดเนื้อให้กิน แวมไพร์ก็สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตหรือว่าอันเดด ขอเพียงยังไม่แห้งเหือดเป็นอันใช้ได้ ด้วยเหตุนี้พลังชีวิตของแวมไพร์จึงค่อยฟื้นฟูกลับมา
ที่อีกด้านหนึ่ง หลังจากใช้วงแหวนน้ำแข็งออกไป ด้วยเพราะมีความเข้าใจเกี่ยวกับแวมไพร์อยู่ก่อน ดังนั้นนักเวทจึงต้องการใช้ศรน้ำแข็งยิงออกไปปลิดชีพแวมไพร์ แต่ขณะที่กำลังจะใช้เวทออกไป สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ม้าที่เขาขี่อยู่ถูกทำให้ตกใจจากการระเบิด....
แม้นักเวทและม้าพาหนะจะอยู่ที่จุดศูนย์กลางการระเบิด ม้าจึงไม่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด แต่การระเบิดได้ปลุกความกลัวของมันขึ้นมาจนหลุดการควบคุม
ม้าที่นักเวทขี่อยู่พลันยกขาหน้าทั้งสองขึ้น และเริ่มสะบัดตัวอย่างบ้าคลั่ง มันสลัดนักเวททิ้งลงบนพื้นก่อนจะวิ่งหนีไป
จู่ๆก็ถูกม้าสลัดทิ้งลงพื้น แต่ด้วยเพราะมีประสบการณ์ในการขี่ม้าดีอยู่แล้ว นักเวทจึงใช้แผ่นหลังรับแรงกระแทกส่วนใหญ่
การถูกสลัดลงหลังม้าไม่ได้ทำให้นักเวทบาดเจ็บมากนัก แต่ขณะที่มองดูม้าวิ่งหนีไป นักเวทก็กัดฟันกรอด
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ม้าที่เขาใช้เดินทางหลบหนีได้เติลดหายไปแล้ว
นักเวทลุกขึ้นจากพื้น จากนั้นจึงล้วงเขาไปในกระเป๋าและหยิบม้วนคัมภีร์ [ฮีลลิ่ง] ออกมารักษาตัว
สายตาหันไปมองแวมไพร์ที่กำลังก้มหน้าก้มตากินศพม้าอยู่ไม่ไกล นักเวทก็รวบรวมมานาสร้างศรน้ำแข็งและยิงออกไป
แวมไพร์ก้มหน้าก้มตากินเนื้อม้าอย่างบ้าคลั่งจึงไม่ทันสังเกตเห็นศรน้ำแข็งที่กำลังพุ่งเข้ามา ตอนที่มันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นั่นก็สายไปแล้ว ศรน้ำแข็งบรรลุถึงเบื้องหน้าของแวมไพร์
ทันใดนั้นโล่กลมใบหนึ่งก็บินพุ่งเข้ามาสกัดศรน้ำแข็งไว้ เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นคราหนึ่ง โล่กลมถูกแรงระเบิดกระแทกมาทางแวมไพร์
แวมไพร์รีบพุ่งร่างหลบออกไปด้านข้าง
ตอนนี้เอง ร็อดก็ตามมาถึง ตอนที่เขากำลังควบม้าใกล้เข้ามา เมื่อเห็นสถานการณ์อันคับขันของแวมไพร์ เขาก็รีบนำโล่กลมออกมาจากแหวนมิติก่อนจะรีบขว้างออกไปสกัดศรน้ำแข้งเอาไว้
เทียบกับเรื่องที่นักเวทจะใช้ม้าเดินทางหลบหนี ร็อดกลับกังวลว่าเขาจะซ่อนตัวอยู่ในป่ามากกว่า
ตอนนี้เป็นเวลาดึกสงัด เขาสามารถอาศัยร่องรอยของกีบเท้าม้าไล่ตามนักเวท แต่หากว่านักเวทสละม้าและเลือกซ่อนตัวในป่า ร็อดก็คงต้องใช้เวลาสักพัก บางทีอาจจะต้องรอจนถึงตอนเช้า
ดังนั้นร็อดจึงให้แวมไพร์ล่วงหน้าไปสกัดนักเวทเอาไว้ก่อน
ร็อดย่อมเข้าใจถึงความน่ากลัวของนักเวท และเขาก็รู้ว่าอาศัยเพียงแวมไพร์ยังจัดการศัตรูผู้นี้ไม่ได้ สำหรับการต่อสู้ระหว่างแวมไพร์และนักเวทชุดคลุมน้ำเงิน ร็อดเพียงหวังให้มันลากถ่วงนักเวทเอาไว้สักพัก ดีที่สุดคือสังหารม้าของอีกฝ่ายทิ้งซะ
ในตอนนี้แม้ว่าแวมไพร์จะบาดเจ็บไม่เบา แต่สิ่งที่มันทำก็ได้เกินความคาดหมายของร็อดไปแล้ว มันไม่เพียงแต่จะทำให้นักเวทต้องสิ้นเปลืองพลังมานามหาศาล แต่ยังทำให้ม้าของอีกฝ่ายเตลิดหนีไปได้ด้วย
ร็อดรู้ดีว่าก่อนที่จะทำการต่อสู้กับพวกนักเวท การตัดทอนกำลังคือการหลอกล่อให้อีกฝ่ายใช้มานาออกมาให้มากที่สุด
ร็อดหยิบดาบเหล็กออกมาจากแหวนมิติ สายตาจับจ้องนักเวทที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล.....