รักษาเซี่ยหยู่หลง
ในเวลานี้ ทั้งเซี่ยหยู่หลงและหมาป่ายักษ์สีน้ำเงินต่างหายใจหอบเหนื่อย เสื้อผ้าของเซี่ยหยู่หลงเต็มไปด้วยเลือดสีแดง และมีรอยแผลอยู่ทั่วทั้งร่างกายของเธอ ส่วนหมาป่ายักษ์สีน้ำเงินมีรูขนาดใหญ่อยู่ที่ลำตัว ขาของมันสั่นอยู่ตลอดเวลา มีเลือดไหลออกมาจากปากจำนวนมาก และจากขนสีฟ้าแสนสวยงามในตอนแรกก็ได้เปลี่ยนเป็นขนสีดำที่ไหม้เกรียม
“วู้วว...” ช่างเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่น่ากลัวจริงๆ
“วู้ว วู้ว...” วันนี้ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดไปก่อน ไว้ข้าฟื้นตัวเสร็จเมื่อไหร่ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าอย่างแน่นอน
หมาป่าคำรามสองครั้ง ก่อนจะหันหลังและเดินกะเผลกเข้าป่าไป
เซี่ยหยู่หลงจ้องมองไปยังร่างของเหล่าหมาป่า แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้เข้าไปหยุดพวกมันเอาไว้เลย
สายลมพัดกระหน่ำ ปัดเป่าเสื้อผ้าของเซี่ยหยู่หลงและผมของเธอที่ยุ่งเหยิงจากการต่อสู้
ของเหลวสีแดงสดไหลออกมาจากแขนขวา และค่อยๆตกลงสู่พื้นดินสีดำสนิท
เนื่องจากการต่อสู้ที่ดุเดือดในครั้งนี้ สัตว์รอบตัวจึงพากันหนีไปไกล ทำให้พื้นที่โดยรอบที่เซี่ยหยู่หลงยืนอยู่มีแต่ความเงียบสงัด
“เหมือนว่าฉันจะต้านพวกมันเอาไว้ได้สินะ แต่ว่า….ฉันเองก็คงจะไม่รอดแล้ว” เซี่ยหยู่หลงที่บาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ที่ดุเดือดคิดในใจ
เธอรู้สึกถึงพลังชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และสติของเธอก็ค่อยๆเลือนหาย ตาของเธอหลับลง และร่างกายของเธอก็ค่อยๆเอนตัวไปด้านหลัง
“ฝึบ”
แต่ก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้น ร่างๆหนึ่งก็วิ่งออกมาจากป่าและยื่นมือขวาออกมาจับเซี่ยหยู่หลงเอาไว้พร้อมกับดึงเข้ามาในอ้อมแขน หลินเฟยมองดูใบหน้าของหญิงสาวที่ซีดลงเรื่อยๆ และเมื่อเขาสัมผัสชีพจรของเธอ หลินเฟยก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังจะตาย
หลินเฟยคิดในใจ "ผู้หญิงคนนี้เป็นหัวหน้าที่ดี เธอพยายามอย่างหนักเพื่อยื้อเวลาให้ลูกน้องของตัวเองหนีไป โดยที่ไม่สนเลยว่าตัวเองจะเป็นหรือตาย….ถือว่าเป็นโชคดีของเธอแล้วกันที่ได้มาพบกับฉันที่นี่”
หลินเฟยตัดสินใจใช้พลังปลุกตื่นที่หกเพื่อรักษาเซี่ยหยู่หลง
แสงศักดิ์สิทธิ์: สามารถปล่อยแสงสีขาวที่อุดมไปด้วยพลังแห่งชีวิตออกไปรักษาและฟื้นฟูเป้าหมายที่ต้องการ
หลินเฟยค่อยๆวางร่างของเซี่ยหยู่หลงลงบนพื้นเบาๆ จากนั้นเขาก็นั่งลงข้างๆเธอ และเหยียดฝ่ามือขวาออกไปวางอยู่เหนือช่องท้อง วินาทีถัดมา แสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ และแสงสีขาวก็ส่องลงบนบาดแผล ขณะเดียวกัน บาดแผลที่ปรากฏอยู่บนร่างกายก็ค่อยๆเลือนหายไปด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผ่านไปไม่นาน แสงสีขาวก็ปกคลุมทั่วทั้งตัวและค่อยๆรักษาบาดแผลทั่วทุกส่วนในร่างกายของเธอ
ก่อนการช่วยเหลือ ร่างกายของเซี่ยหยู่หลงรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งหมด เป็นความหนาวเย็นที่กัดเซาะตั้งแต่ผิวหนังไปจนถึงกระดูก
ทุกครั้งที่ขยับร่างกาย เธอจะรู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกหัก และเจ็บเหมือนกับว่ามีอะไรมาทิ่มโดนหัวใจ
จากนั้นความหนาวเหน็บก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด เธอไม่อาจจะขยับร่างกายได้ และความเจ็บปวดที่รุนแรงก็ส่งผ่านเส้นประสาทเข้าสู่สมองของเธอโดยตรงอยู่ตลอดเวลา
ในเวลานั้น เธอรู้สึกว่าทุกวินาทีที่ผ่านไปช่างยาวนานเหลือเกิน
ถึงแม้ว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน
มันเจ็บปวดจนเธอต้องภาวนาขอให้ตัวเองรีบตายไวๆเพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้
แต่ทันใดนั้นเอง พลังงานที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นก็ไหลเข้ามาในร่างกายของเธอ และช่วยบรรเทาความรู้สึกหนาวกับเจ็บปวดของเธอลง
ความรู้สึกอบอุ่นเริ่มกล้าแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และร่องรอยของพลังที่หมดไปก็ค่อยๆฟื้นคืนกลับมา
หลินเฟยพีมพำ “ก่อนหน้านี้ใช้เวลาไม่นานแท้ๆในการรักษาเจ้าหน้าที่สามคนนั้น แต่เธอคนนี้คนเดียวกับใช้เวลานานกว่าทั้งสามคน ดูจากทรงแล้วคงดึงพลังชีวิตของตัวเองออกมาใช้ด้วยแหง็มๆเลย แต่ทำไมเธอต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยนะ”
จากนั้น หลินเฟยก็ค่อยๆก้มลงและมองใบหน้าของเซี่ยหยู่หลงที่เปลี่ยนไป ซึ่งใบหน้าในเวลานี้ของเธอนั้นดูละเอียดอ่อนและน่าดึงดูดอย่างมาก หลินเฟยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะได้เห็นใบหน้าแบบนี้ของผู้อำนวยการสำนักงานดูแลพลังเหนือธรรมชาติที่มักจะจริงจังและเย็นชาอยู่ตลอดเวลา
“เดี๋ยวก่อนหลินเฟย นี่นายกำลังคิดอะไรอยู่” หลินเฟยพูดกับตัวเองและรีบเงยหน้าขึ้น จากนั้นเขาก็ถึงค่านิยมหลักของสังคมนิยม ความเจริญรุ่งเรือง ประชาธิปไตย อารยธรรม ความปรองดอง เสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม หลักนิติธรรม ความรักชาติ การอุทิศตน ความซื่อสัตย์ ความเป็นมิตร
หลังจากท่องค่านิยมหลักของสังคมนิยมจนจบ ความคิดฟุ้งซ่านในใจของหลินเฟยก็หายไปอย่างสมบูรณ์
"อืมมม" เสียงเบาๆออกมาจากปากของเซี่ยหยู่หลง
โดยในเวลานี้ บาดแผลบนร่างกายของเธอได้รับการรักษาทั้งหมดแล้ว
วินาทีถัดมา เซี่ยหยู่หลงก็ค่อยๆลืมตาของตัวเอง และสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอเป็นอย่างแรกเลยก็คือฝ่ามือของมนุษย์ที่มีแสงสีขาวซึ่งให้ความอบอุ่นต่อร่างกายและจิตใจ จากนั้นเธอก็เห็นว่าเจ้าของฝ่ามือนี้สวมชุดสีดำ และก็รู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นเสื้อผ้าแบบนี้ที่ไหนมาก่อน จากนั้น ดวงตาของเธอก็ขยับขึ้นเล็กน้อย และสิ่งที่เธอเห็นก็คือหน้ากากสีขาวที่ทำจากน้ำแข็ง
“อ้าว เธอตื่นแล้วหรอ?” หลินเฟยถามด้วยเสียงต่ำเมื่อเห็นว่าเซี่ยหยู่หลงลืมตาขึ้นมา
"ใช่" เซี่ยหยู่หลงตอบและถามต่อทันที “ว่าแต่ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ”
“อ๋อ คือฉันออกมาชมดวงจันทร์น่ะ! และฉันที่เดินผ่านมาก็บังเอิญเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นเข้าพอดี ด้วยความที่ฉันเป็นชายหนุ่มผู้มีจิตใจดีงาม ฉันจึงไม่สามารถมองข้ามและปล่อยผ่านไปได้” หลินเฟยพูดโดยเจตนาทำให้เซี่ยหยู่หลงรู้สึกขบขัน
“นี่เขาเห็นว่าฉันเป็นเด็กหรือไงถึงจะเชื่ออะไรแบบนี้” เซี่ยหยู่หลงคิดในใจ
ซึ่งเมื่อหลินเฟยเห็นว่าเธอตอบอะไรกลับมา เขาจึงกระแอมในลำคอและพูดต่อว่า: "เอ่อ…พอดีฉันที่ผ่านทางมาเห็นเพื่อนร่วมงานของเธอถูกหมาป่าสีเขียวสองตัวโจมตีจนเกือบตายก็เลยเข้าไปช่วยเอาไว้ และฉันก็ถูกพวกเขาขอให้มาช่วยเธอ"
เซี่ยหยู่หลงที่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานของตัวเองก็รีบถามกลับไปทันทีว่า "พวกเขาทั้งหมดไม่เป็นอะไรใช่หรือเปล่า?"
“ถ้าตอนนี้ล่ะก็ไม่เป็นไร ฉันรักษาพวกเขาไปหมดแล้วล่ะ” หลินเฟยพูดอย่างสบายๆ
หลังจากได้ยินประโยคนี้ และมองไปที่แสงบนมือของหลินเฟย เซี่ยหยู่หลงก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเอง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึงและพูดออกมา "ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่านายจะมีพลังในการรักษาด้วย! นายไม่สนใจมาเข้าร่วมกับสำนักงานดูแลพลังเหนือธรรมชาติของเราอย่างงั้นหรอ ความแข็งแกร่งของนายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโลกและรักษากฏระเบียบของบ้านเมือง หากนายเข้าร่วมกับเรา นายจะได้ทุกสิ่งที่ตัวเองต้องการ ว่าไง นายสนใจที่จะเข้าร่วมกับพวกเราหรือเปล่า? "
หลินเฟยไม่ตอบเธอ แต่มองดูเธออย่างเงียบๆ
ซึ่งเมื่อเซี่ยหยู่หลงเห็นว่าเขาไม่ตอบอะไรกลับมา เธอก็ก้มหน้าลงและเลิกพูดเรื่องนี้ไป